17 สุดยอด สถานที่ เที่ยวมอสโคว์ เที่ยวเซ็นปีเตอร์เบิร์ก ที่ไม่ควรพลาด

17 สุดยอด สถานที่ เที่ยวมอสโคว์ เที่ยวเซ็นปีเตอร์เบิร์ก ที่ไม่ควรพลาด

หากคุณมีโอกาศได้ไปเยือนรัสเซียแดนหมีขาว ที่เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศรัสเซีย เมืองมอสโคว์ และ เซ็นปีเตอร์เบิร์ก แล้วละก้อ คุณไม่ควรจะพลาดสถานที่เหล่านี้ นะครับ

1.พระราชวังฤดูร้อนแคทเธอรีน (Catherine Palace) นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

เริ่มสร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชให้เป็นที่พักผ่อนของมเหสีองค์โปรด พระนางแคทเธอรีนที่ 1 ต่อมาก็ยกให้พระธิดาอลิซาเบธ ในปี 1741 ได้ตกแต่งทำให้พระราชวังหรูหรามากขึ้นและสมัยพระนางแคทเธอรีนมหาราชก็ตกแต่งเพิ่มเติมขึ้นอีก ภายในเป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องพักผ่อน 50 ห้อง อาทิ ห้องโถงใหญ่หรือห้องบอลรูม (The Great Hall) เป็นห้องที่สวยงาม ผลงานชิ้นเอกของ Bartolomeo Carlo Rastrelli หน้าต่างประดับประดาด้วยกระจก เทียน ปิดทองอร่ามตามรูปแบบศิลปะบารอก ชมห้องอำพัน (Amber Room) เป็นห้องที่มีความสวยงามที่สุดไม่ว่าจะเป็นผนังหรือรูปภาพประดับก็นำอำพันมาตกแต่งทั้งหมด ห้องอาหารค่ำสีเขียว (Green Dining Room) ออกแบบโดย Charles Cameron เป็นห้องที่มีลักษณะเด่นด้วยศิลปะแบบคลาสสิก

 

2.ป้อมปีเตอร์และปอล (Peter and Paul Fortress) นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

สิ่งก่อสร้างอันดับแรกสุดของเมือง เพื่อเป็นอนุสรณ์ชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน เป็นศิลปะแบบบารอก ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟกี้ (Vasilyevsky Island) บนเกาะมีวิหารปีเตอร์ แอนด์ พอล (Cathedral SS Peter and Paul) เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ 1712 ด้วยการ ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่ นักบุญปีเตอร์ และนักบุญพอล เพื่อเป็นการเผยแพร่ศาสนา ความสูงของยอดแหลมคือ 122.5 เมตร ในอดีตเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมืองและห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างใดสูงกว่า ภายในทำการตกแต่งด้วยศิลปะบารอกซึ่งนับว่าแตกต่าง กับโบสถ์คริสต์ออร์โทดอกซ์ทั่วไป ซึ่งวิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ เริ่มต้นจากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก

 

3. เรือรบหลวงออโรร่า (Cruise Aurora) นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

เรือรบโบราณที่พ่ายแพ้กลับมาในช่วงสงครามระหว่างรัสเซีย (Russia) กับ ญี่ปุ่น (Russia) เมื่อปี ค.ศ. 1904 – 1905 เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ รัสเซีย (Russia) ได้เป็นอย่างดี

 

4.มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac’Catheral) นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารที่สวยงามที่สุด ใหญ่เป็นลำดับ 4 ของโลก เป็นต้นแบบของที่ทำการรัฐบาลกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา วิหารที่มีความยิ่งใหญ่ล้ำค่าด้วยยอดโดมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึง 100 กิโลกรัมอย่างงดงาม และยังเป็นโดมที่สูงเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย ซึ่งตั้งสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ ใจกลางเมือง ผลงานของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างนานถึง 40 ปี โดยใช้แรงงานกว่า 400,000 คน ภายในวิหารนั้นถูกประดับประดาไปด้วยภาพวาด ภาพไอคอน และโมเสกที่สวยงาม และถ่ายรูปที่ด้านหลังของมหาวิหารเซนต์ไอแซค ซึ่งจะมีรูปปั้น แกะสลักของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ทรงม้ากับฐานที่มีรูปปั้นพระมเหสีและพระธิดาล้อมรอบ แสดงความหมายแฝงถึงความศรัทธา ความรอบรู้ อำนาจ และความยุติธรรม

 

5.พระราชวังฤดูร้อนเปโตรดวาเรสต์ (Peterhof Palace) เซ็นปีเตอร์เบิร์ก

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์ มหาราช ซึ่งพระองค์ใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับการล่าสัตว์ในฤดูร้อน พระตำหนักที่ได้ชื่อว่าเป็น Russian Versailles เป็นพระราชวังที่งดงามโดดเด่นด้วยอุทยานน้ำพุที่พวยพุ่งมาจากรูปปั้นสีทองและที่ต่างๆ มากกว่า 100 แห่ง ด้วยสถาปัตยกรรมยุคทอง ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับประติมากรรมที่วิจิตรงดงามอลังการยิ่ง ห้องหับต่างๆ ภายในพระราชวังประดับด้วยทองคำอร่ามเรืองพร้อมภาพเขียนที่สวยงามเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์จนมิอาจประเมินค่าได้ ส่วนภายนอกก็เต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์และสวนน้ำพุอันตระการตาสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศส

 

6.พระราชวังฤดูหนาว (The Hermitage Palace) เซ็นปีเตอร์เบิร์ก

ประกอบด้วยห้องต่างๆมากกว่า 1,050 ห้อง ณ สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนของรัชกาลที่ 5 ของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรี ไทย และรัสเซีย (Thailand & Russia) พร้อมทั้งทรงร่วมพระฉายกับพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 2 ของรัสเซีย (Russia) อีกด้วย ประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลัง สร้างเชื่อมต่อกันทำให้พระราชวังมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย มีสิ่งของทรงคุณค่าจัดแสดงอยู่เกือบ 3 ล้านชิ้น เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 พระนางแคทเธอรีนได้ทรงซื้อภาพเขียนจากยุโรปกว่า 250 ชิ้น จึงต้องสร้างห้องสำหรับเก็บและแสดงภาพส่วนพระองค์ขึ้น โดยพระนางเรียกห้องแสดงภาพนี้ว่าเฮอร์มิเทจ เมื่อพระนางสวรรคตในปีค.ศ.1796 ก็มีของสะสมอยู่มากมายโดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปรานกว่า 3,000 ภาพ เหรียญโบราณ และอัญมณีมีค่า งานที่มีคุณค่าถูกเก็บสะสมในพระราชวังฤดูหนาวสะสมต่อเนื่องกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรัชสมัยของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1852 พิพิธภัณฑ์ก็เปิดเป็นแห่งแรกที่ให้คนทั่วไปเข้าชมได้

 

 

7.โบสถ์หยดเลือด (Church on Spilled Blood) เซ็นปีเตอร์เบิร์ก

สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ ณ บริเวณที่ตั้งของโบสถ์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1881 จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า โบสถ์แห่งการฟื้นคืนชีพ (Church of the Resurrection) หรือที่คนรัสเซียรู้จักกันทั่วไปในชื่อ โบสถ์โมเสค (Church Mosaic) ซึ่งภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยรูปภาพโมเสคขนาดใหญ่อย่างวิจิตรตระการตา โบสถ์ดังกล่าวสร้างขึ้นจากเงินบริจาคของประชาชนทั่วรัสเซีย (Russia) ศิลปกรรมการก่อสร้างเป็นรูปแบบรัสเซีย (Russia) ในศตวรรษที่ 17 โดยมีรูปร่างคล้ายกับโบสถ์เซ็นต์บาซิล (St.Basil Cathedral) ในกรุงมอสโคว์ (Moscow)ใช้เวลาการก่อสร้าง 20 ปี (ค.ศ.1887-1907) แต่ในยุคโซเวียตโบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นโรงเก็บมันฝรั่งประจำเมือง และได้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงทตวรรษ 1990 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1997

 

 

8.พระราชวังนิโคลัส (Nicholas's palace) เซ็นต์ ปีเตอร์เบิร์ก

สร้างในปี ค.ศ.1853-1861 เพื่อถวายแด่แกรนด์ดยุก นิโคเลย์ พระโอรสองค์ที่ 3 ของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ออกแบบโดย Andrey Stakenshneider ด้วยศิลปะแบบบารอกผสมคลาสสิก เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต พระราชวังก็กลายเป็นวิทยาลัยสำหรับสตรีชนชั้นสูง หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพระราชวังนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนการค้าท้องถิ่น จนกระทั่งปีค.ศ.1990 พระราชวังถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

 

 

 
9.พระราชวังเครมลิน (Kremlin Palace) มอสโคว์

สัญลักษณ์แห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ ศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์ ที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์จนกระทั่งพระเจ้าซาร์
ปีเตอร์มหาราชทรงย้ายไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปัจจุบันเป็นที่ประชุมของรัฐบาลและที่รับรองของแขกระดับประมุขของประเทศ

 

10.พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่ (The Kremlin Armoury) มอสโคว์

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียเพื่อเป็นที่เก็บสะสมของเจ้าชายมัสโควี่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 -15 ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บสะสมของมีค่าที่ดีที่สุดของรัสเซียจากคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่เป็นหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมทรัพย์สมบัติของพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์แบบซึ่งอีก 2 ที่อยู่ที่อังกฤษ และ อิหร่าน

 

11.จัตุรัสแดง (Red Square) มอสโคว์

ลานกว้างใจกลางเมืองที่เป็นเวทีของเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของรัสเซียไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองทางศาสนา หรือการประท้วงทางการเมือง สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ใช้จัดงานในช่วงเทศกาลสำคัญๆเช่นวันปีใหม่ วันชาติ วันแรงงาน และวันที่ระลึกสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณโดยรอบของจัตุรัสแดงเป็นที่ตั้งของกลุ่มสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อันได้แก่ โบสถ์เซ็นต์บาซิล (St.Basil Cathedral) สถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรพิสดารงดงามแปลกตา ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอีวานจอมโหดในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของทหารรัสเซียในการยึดครองแคว้นคาซาน (Kazan) ประกอบด้วยยอดโดม 9 ยอดที่มีสีสันสวยงามสดใสสร้างด้วยศิลปะรัสเซียโบราณโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย Postnik Yakovlev ชมหอนาฬิกาซาวิเออร์ ตั้งอยู่บนป้อมสปาสสกายา เป็นศิลปะแบบโกธิก บนยอดมีดาวแดง 5 แฉกที่ทำมาจากทับทิม น้ำหนัก 20 ตัน ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์นำมาประดับไว้ เมือปี ค.ศ. 1995 ห้างสรรพสินค้ากุม (GUM Department Store) สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองสร้างในปี ต.ศ. 1895 จำหน่ายสินค้าจำพวกแบรนด์เนม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง น้ำหอม และ ราคาค่อนข้างแพง อนุสรณ์สถานเลนิน (Lenin Mausoleum) ที่เก็บศพ สร้างด้วยหินอ่อนสีแดง ภายในมีศพเลนินนอนอยู่บนแท่นหินมีโลงแก้วครอบอยู่
 
 
12.วิหารคริสต์ เดอะชาวอย (Cathedral of Chirst the Savoir) มอสโคว์

วิหารโดมทองที่ใหญ่ที่สุดใน กรุงมอสโคว์ (Moscow) มีความหมายว่า วิหารแห่งพระเยซูคริสต์ ผู้ไถ่บาป สร้างในปี พ.ศ. 2382 เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2426 ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 44 ปี เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงออกแบบโดย Konstantin Thon โดย วิหารคริสต์ เดอะชาวอย (Cathedral of Chirst The Savoir) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดกับแม่น้ำมอสโคว์ (Moscow River) วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในสงครามนาโปเลียน เมื่อปี 1812 โดยพระเจ้าซาร์อเล็กซานที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างนาน ถึง 45 ปี เมื่อท่านเข้าไปด้านในก็จะพบกับความงดงามอลังการของการประดับตกแต่งกระจกสี ภายใน รวมไปถึงภาพเขียนของพระเยซูและนักบุญต่างๆ ที่วาดขึ้นอย่างวิจิตร และเป็นสถานที่สำคัญของนิกายรัสเซียน
 
 
13.ล่องเรือแม่น้ำมอสโคว์

ชมความสวยงามสองฝั่งแม่น้ำมอสโคว์ (Moscow River) เพื่อดื่มด่ำรับ
บรรยากาศ
 
 
14.สถานีรถไฟใต้ดิน (Metro Station) มอสโคว์

ถือได้ว่ามีความสวยงามมากที่สุดในโลก ด้วยความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมการตกแต่งภายในสถานี ความสวยงามของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมีจุดเริ่มต้นมาจากช่วง แรกสุดที่สตาลิน ขึ้นมาเป็นผู้นำสหภาพโซเวียต ลักษณะของสถาปัตยกรรมที่นำมาตกแต่งภายในสถานีนั้นเป็นลักษณะของ Monumental art คือลักษณะของงานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณความดีของวีรบุรุษ ซึ่งจะสื่อออกมาในรูปของงานปั้น รูปหล่อ ภาพสลักนูนต่ำ ภาพวาดประดับลวดลายแบบโมเสก
 
 
15.ถนนอารบัต (Arbat Street) มอสโคว์

เป็นถนนคนเดินยาวประมาณ 1 กม. เป็นทั้งย่านการค้า แหล่งรวมวัยรุ่น ร้านค้าของที่ระลึก ร้านนั่งเล่น และยังมีศิลปินมานั่งวาดรูปเหมือน รูปล้อเลียน และศิลปินเล่นดนตรีเปิดหมวกอีกด้วย
 
 
16.รัสเซี่ยนเซอร์คัส (Russian Circus) มอสโคว์

การแสดงอันน่าทึ่งของสัตว์ แสนรู้ที่ได้รับการฝึกหัดมาเป็นอย่างดี และการแสดงกายกรรมอันน่าตื่นเต้นจากนักแสดง
 
17.ซาร์กอร์ส (Zagorsk)

เมืองนี้เปรียบเสมือนเมืองโบราณ เพราะเมืองซากอร์สได้เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 เป็นที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เป็นวิทยาลัยสอนศิลปะ สอนการร้องเพลงทางศาสนา สอนการวาดภาพไอคอน เป็นวิทยาลัยสงฆ์ ชมโบสถ์โฮลีทรินิตี้ (Holy Trinity Monastery) เป็นโบสถ์แรกของเมืองมียอดโดมหัว หอมสีทอง ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น มีโลงศพสีเงินของนักบุญเซอร์เจียสที่ภายในบรรจุกระดูกของท่าน ประชาชนที่ศรัทธาจะเดินทางมาสักการะด้วยการจูบฝาโลงศพ ชมโบสถ์อัสสัมชัญ (Assumption Cathedral) โบสถ์ที่มีความสวยงามมากของเมือง มีการสร้างในสมัยพระเจ้าอีวานเมื่อปี ค.ศ. 1559-1585 เลียนแบบมหาวิหารอัสสัมชัญที่จตุรัสวิหารแห่งเคลมลิน ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น โบสถ์เก่าแก่ สร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ภายในตกแต่งด้วยภาพนักบุญ มีแท่นสำหรับประกอบพิธีของพระสังฆราชและที่สำหรับนักร้องนำสวด หอระฆัง สร้างในสมัยของพระนางแคทเธอรีนมหาราช ต้องการให้เหมือนหอระฆังที่จัตุรัสวิหารแห่งพระราชวังเครมลิน แต่ที่นี่สูงกว่าชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (Chapel Over the Well) ที่ซึมขึ้นมาเองตามธรรมชาติ มีเรื่องเล่าว่า ชายตาบอดเดินทางมาที่โบสถ์แล้วค้นพบบ่อนํ้าโดยบังเอิญ หลังจากนำนํ้ามาล้างหน้า ความศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ชายตาบอดสามารถมองเห็นได้ จากนั้นอิสระท่านเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกบริเวณด้านหน้าศาสนสถานก่อน เดินทางไปทานอาหารกลางวัน เพราะของที่ระลึกที่นี่ราคาถูกกว่าในกรุงมอสโคว์ (Moscow) และต้องไม่พลาดที่จะซื้อตุ๊กตามาทรอชก้า Matroshka หรือ ตุ๊กตาแม่ลูกดก ที่เป็นของที่ระลึกขึ้นชื่อของรัสเซีย (Russia) ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ลูกดกมากดกน้อยต่างกันไป อีกทั้งยังมีเครื่องประดับ ผ้าพันคอ ภาพวาด ภาพปักอีกมาก ดูเพลินซื้อเพลินกันเลยทีเดียว

 

Visitors: 92,984