ทัวร์ ฝรั่งเศส อัลซาส เบอร์กันดี แอลป์ 10 วัน TG

ทัวร์ ฝรั่งเศส อัลซาส เบอร์กันดี แอลป์ 10 วัน TG

 

กำหนดการเดินทาง 25 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2562

กำหนดการเดินทาง 3 - 12 พฤษภาคม 2562


ราคาท่านละ 94,900 บาท

 

โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)

 

ท่องเที่ยวเส้นทางหมู่บ้านแสนสวยของฝรั่งเศสพิชิตยอดเขามองบลัง

- เดินเล่นตลาดคริสมาสต์ ที่สวยติดระดับโลก ที่ COLMAR, STRASBOURG
- ชมหมู่บ้าน EQUISHEIM, RIQUEWIHR, RIBEAUVILLE, KAYSERBERG หมู่บ้านสุดสวยของฝรั่งเศส
- ชมเมือง BEAUNE เมืองศุนย์กลางแห่งการผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก
- ชมหมู่บ้าน SAMUE – EN – AUXOIS หมู่บ้านแห่งปราสาทสุดสวย
- ชมหมู่บ้าน VEZELAY สองสุดยอดหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส
- ชมเมือง LYON เมืองสุดสวยประตูสู่เอลป์ของฝรั่งเศส
- ชมเมือง CHAMBERY เมืองหลวงอันเก่าแก่แห่งแค้วนโรห์น-แอลป์
- ชมเมือง ANNECY สุดสวยริมทะเลสาบสวยติดอันดับโลก
- ชมหมู่บ้าน CHAMONIX หมู่บ้านตากอากาศในเขตเทือกเขาเอลป์
- ขึ้นเคเบิ้ลไฟฟ้าสูงสุดในโลก Aiguille du Midi ชมวิวยอดเขา Mont Blance
- ช้อปปิ้ง MILAN เมืองแฟชั่นของโลก

 

 

 รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                                 กรุงเทพฯ

21.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                               กรุงซูริค (สวิส) - เอกิซไฮม์ (ฝรั่งเศส) – กอลมาร์

00.35น.         ออกเดินทางสู่ กรุงซูริค (Zurich)โดยเที่ยวบินที่ TG 970(ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง 20 นาที)

06.55.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเคลอเตน (Kloten International Airport)  กรุงซูริค (Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วรถโค้ชนำท่านออกเดินทางข้ามพรหมแดนสู่แค้วนอัลซาส (Alsace) ประเทศ ฝรั่งเศส (France) โดยเริ่มเที่ยวกันที่ หมู่บ้านเอกิซไฮม์ (Eguisheim)(ระยะทาง 151 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านอองกีเชม นำท่านเดินชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดีชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส และเดินลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน ราวกับจะเชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าไปชื่นชมความงดงาม และชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกอลมาร์ (Colmar)(ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  เมืองเล็กๆอันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกร และช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกันด้วยบรรยากาศที่สวยงามสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝันของใครอีกหลายคน นำท่าน ชมเมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกรามบ้านช่องสวยงามมีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติกจนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเวนิซ” ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercure ColmarHotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     กอลมาร์  ริโบวิลล์ – ริควีร์ - เคเซอร์เบิร์ก กอลมาร์

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองริโบวิลล์ (Ribeauville)(ระยะทาง 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่รายล้อมไปด้วยหมู่อาคารสมัยยุคกลาง และยุคเรอเนสซองซ์ที่งดงามราวกับภาพวาดที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้มาเยือน อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย นำท่าน ลิ้มลองชิมไวน์รสเลิศของแคว้น และซื้อเป็นของฝากคนทางบ้านตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr)(ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆในชนบทตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส (Les plus beaux villages de France)  และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย  ลักษณะบ้านเรือนคล้ายๆกับกอลมาร์ แต่บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด นำท่านเดินเล่นหมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr)ท่านจะได้พบกับบ้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านได้เลือกนั่งจิบไวน์ หรือ กาแฟ หรือท่านจะเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง อิสระท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย  

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองเคเซอร์เบิร์ก (Kaysersberg) (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) อดีตเมืองจักรวรรดิโรมัน เป็นหมู่บ้านยุทธศาสตร์สำคัญในช่วงต่อต้านจักรวรรดิโรมัน หมู่บ้านในแคว้นอัลซาส ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ที่ได้คว้ารางวัล Village préféré des Français”หรือ “หมู่บ้านที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุด”ประจำปี 2017 โดยใช้การตัดสินจากคะแนนโหวตของชาวฝรั่งเศสเอง หมู่บ้านยุคกลางที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Alsace Wine Route’ แห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเรือนสไตล์ half-timbered ที่พบเห็นได้ทั่วไปในแถบแคว้นอัลซาสและทางตะวันตกของเยอรมนี โดยลัดเลาะไปมาในหมู่บ้านด้วยถนนหินขรุขระในบรรยากาศย้อนยุคที่ดูคลาสสิกทุกมุมมอง นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีป้อมปราการที่แข็งแกร่งทรงกลมที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นอัลซาส ให้ท่านเดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

กระทั่งสมควรเวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองกอลมาร์ (Colmar)(ระยะทาง 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercureColmarHotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         กอลมาร์– โบน 

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางบนเส้นทางสายไวน์ สู่เมืองโบน (Beaune) (ระยะทาง 264 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองหลวงของแคว้นเบอร์กันดี เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าไวน์ที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็น Capital of Burgundy winesและถือเป็นเมืองเก่าแก่ และ สำคัญในประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่บนเนินเขาแห่งเขต Cote d’or ให้ท่านชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางท่านจะผ่านไร่องุ่นที่ถูกปลูกไว้ 2 ข้างทางยาวไกลสุดสายตา

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร                 

จากนั้น นำท่านสู่เส้นทางแห่งไวน์ Route des Grande Crusให้ท่านได้ชมพื้นที่ปลูกองุ่นและเป้นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสีงอันดับต้นๆของโลก จากนั้นให้ท่านได้เข้าเยี่ยมชมไร่ไวน์ ให้ท่านได้ชมกรรมวิธีและชิมไวน์ที่มีชื่อเสียง และให้ท่านได้เลือกซื้อตามอัธยาศัย จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าของเมืองโบน ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ โฮสปิคส์ เดอ โบน (Hospices de Beaune)หรือ โอเต็ล ดิเญอ เดอ โบน (Hotel-Dieu de Beaune)สมัยก่อนคือโรงพยาบาลสำหรับคนจน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยนิโคลัส โรแลงค์ นายกรัฐมนตรีแห่งเบอร์กันดี ถือว่าเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่สวยงามในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์และยังเป็นที่ประมูลไวน์ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยในช่วงเดือน พ.ย. ของทุกปีจะมีการประมูลไวน์

            

จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองโบน ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับโบสถ์ Collegiale Basilique Notre Dameโบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง จากนั้นอิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ตามอัธยาศัย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercure Beaune Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       โบน - เซมูร์ ออง น๊อกซัวซ์ – เวเซเล่ - โบน

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเซมูร์ ออง น๊อกซัว(Semur-en-Auxoise) (ระยะทาง 78 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน มีป้อมปราการในศตวรรษที่ 13 บ้านเรือนสไตล์ยุคกลางโบราณมีแนวกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน มีมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Armancon อยู่ในจังหวัดโกต-ดอร์ (Cote-d’or) เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งปราสาทและป้อมปราการอันสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นหนึ่งในเส้นทางของการแข่งจักรยานทางไกลที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ชื่อว่า Tour de France สำหรับการท่องเที่ยวเมืองนี้นั้น นำท่านชมเมืองที่ท่านได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามของบรรยากาศเมืองเก่ายุคกลาง หอคอย ป้อมปราการ หรือแม้แต่ปราสาท อิสระให้คุณเดินเล่นชมเมือง เพลิดเพลินไปกับถนนคนเดิน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเวเซเล่ (Vezelay)(ระยะทาง 60 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)อีกหนึ่งหมู่บ้านที่เป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศสและยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย Unesco หมู่บ้านที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆของแคว้นเบอร์กันดีถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญใรยุคกลางและยังเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญเรียกว่าเนินเขาแห่งนิรันดร์ นำท่านชมมหาวิหารแซ็ง แมรี่ มาเดลีน (Basilique Sainte-Marie-Madelei)ที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 เป็นที่เก็บอัฐธาตุของนักบุญแมรี่ มาเดลีนให้ท่านได้ชื่นชมเดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าของฝากที่ระลึก

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่เมืองโบน (Beaune) (ระยะทาง 119 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercure Beaune Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                     โบน – ลียงช็องเบรี – อานซี่     

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลียง (Lyon)(ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของจังหวัดโรน (Rhone) และยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นโรนาลป์ หรือแคว้นโรห์น-อัลป์ (Rhone-Aple) ซึ่งเป็นแคว้นที่ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยเมืองลียง เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับที่สองของประเทศฝรั่งเศส รองลงมาจากกรุงปารีส ถูกก่อตั้งขึ้นโดยพวกโรมันในคริสต์วรรษที่ 1 จนกระทั่งองค์การยูเนสโก้ได้บรรจุชื่อของเมืองลียงไว้ในรายชื่อของมรดกโลกในปี ค.ศ. 1998 เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันมากในสมัยอดีต โดยเฉพาะชื่อเสียงในเรื่องของอุตสาหกรรมการผลิตและการทอผ้าไหม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาชื่อเสียงจนมาเป็น เมืองหลวงของอาหารในฝรั่งเศส รวมไปถึงประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ เนื่องจากเมืองลียงนั้นเป็นบ้านเกิดของพี่น้องลูแมร์ (ออกุสต์ ลูแมร์ และ หลุยส์ ลูแมร์) ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมภาพยนต์ในฝรั่งเศสอีกด้วย

นำท่านผ่านชม เพลซ เดอ เตอรัว (Place des Terreaux)จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลียง โดยจัตุรัสนี้ได้รับการออกแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1990 โดยศิลปิน Daniel Buren โฮเตล เดอ ลิยง (Hotel de Ville) นำท่านแวะถ่ายรูปกับอาคารศาลากลางเมืองลียง (City Hall)โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองลียง นำท่านถ่ายรูปกับ โรงละครโอเปร่า (Opera House)อีกหนึ่งอาคารประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลาว่าการเมือง โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1826 สร้างขึ้นโดย Chenavard และ Pollet และต่อมาถูกออกแบบใหม่อย่างสมบูรณ์โดย Jean Nouvel โดยอาคารเปิดขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1993 ได้เวลานำท่านชม โบสถ์แซง นิเช่ (St.Nizier Church)อีกหนึ่งคริสตจักรทีถูกสร้างขึ้นในสไตล์โกธิค เป็นโบสถ์ที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ปัจจุบันเป็นหนึ่งในอาคารที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ที่ความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองลียง นำท่านชมมหาวิหารเซนต์จอห์น (Cathedral of St.John) หรือ วิหารลียง (Lyon Cathedral)เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก โดยวิหารถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 บนซากปรักหักพักของโบสถ์เก่าจากศตวรรษที่ 6 โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวิหารแห่งนี้คือ นาฬิกาดาราศาสตร์จากศตวรรษที่ 14

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองช็องเบรี (Chambery) (ระยะทาง 108 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) อีกหนึ่งเมืองงดงาม และยังเป็นเมืองหลวงอันเก่าแก่ของจังหวัดซาวอย (Savoie) แห่งแคว้นโรห์น-อัลป์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ในเรื่องความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรม อาหารและไวน์ชั้นดี

นำท่านเข้าชมปราสาทช็องเบรี (Chateau de Chambery)เป็นปราสาทที่ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 ท่านจะได้ชมความงดงามของปราสาทที่สร้างขึ้นสตล์โกธิค โดยตัวปราสาทนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยป้อมปราการที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1285 พร้อมทั้งหอระฆังที่ดังออกมาจากตัวปราสาทอันงดงาม แวะถ่ายรูปกับลานน้ำพุช้าง (Elephant Fountain)อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองช็องเบรี โดยลานน้ำพุแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1838 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Benoit de Boigne และปัจจุบันลานน้ำพุแห่งนี้ด้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอีกด้วย จากนั้น นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งช็องเบรี (Chambery Cathedral)มหาวิหารใหญ่แห่งโรมันคาทอลิกในช็องเบรี โดยมหาวิหารถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1779 ในแบบสไตล์โกธิค มีความโดดเด่นในเรื่องของจิตรกรรมฝาผนังที่แสนงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์

 สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองอานซี่ (Annecy)(ระยะทาง 51 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เมืองหลวง ของเขตชาววอยตอนบน ซึ่งอาจจะเรียกว่าห้องรับแขกของภูมิภาคโรน-แอลป์ ที่  เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และสวิสเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่แวดล้อม ด้วยธรรมชาติ ทะเลสาบ ภูเขา ทำให้ที่นี่ปราศจากมลพิษเป็นเมืองที่ผลิต ของโลกด้วย เมืองอานซี่ (Annecy) นี้ยังเป็นเมืองพักตากอากาศที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส (France)  ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติเข้ามาเยี่ยมชมตลอดปี

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักNovotel AnnecyHotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      อานซี่ – ชาร์โมนิกซ์ – พิชิตยอดเขามองบลังค์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

เช้านี้ นำท่านชมความน่ารักของเมืองอานซี่ (Annecy)นี้บริเวณ ย่านเมืองเก่า ที่แสนจะโรแมนติค ด้วยตึกทรงโบราณสีสวยสดเป็นแนวยาว สองฟากฝั่งคลองที่มีน้ำใสสะอาดและเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ถ่ายรูปคู่กับ Island Palaceสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำเดิมทีอาคารนี้เป็นของตระกูล เดล ลิส์ล สร้างในศตวรรษที่ 12 แต่อีก 200 ปีต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นศาลและคุก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงกษาปณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นที่ทำการของรัฐในศตวรรษที่ 15 แล้วกลับมาเป็นคุกใหม่อีกครั้งในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส (France)   จนถึงปี ค.ศ. 1986 ทางการฝรั่งเศส (France)  ได้เข้าบูรณะครั้งใหญ่แล้วใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองอันเนอซี (Annecy) และซาวัว ด้วยความโดดเด่นในประวัติศาสตร์และรูปทรงทางสถาปัตยกรรมทำให้  Palais de L’Isleกลายเป็นสัญลักษณ์ของ เมืองอันเนอซี (Annecy) ไปในที่สุด เป็นปราสาทโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1132 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวเรือโบราณที่ทอดสมออยู่ในแม่น้ำและถูกประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ในปี 1900

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองชาร์โมนิกซ์  (Chamonix) (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองตากอากาศชายแดนของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ มีภูเขาสูงล้อมรอบเมืองและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ท่านสามารถมองเห็นภูเขาหิมะสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง และเดินชมลำธารที่เกิดจากการละลายของหิมะจากเทือกเขา

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านเดินทางสู่สถานีกระเช้าเพื่อนำท่านขึ้นสู่ยอดเขาเอกีดูมีดี (Aiguille du Midi) ซึ่งมีความสูงถึง 3,842 เมตร เป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1955 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพื่อชมความงดงามของยอดเขามองต์บลัง (Mont Blance)ที่มีความหมายว่า ภูเขาสีขาว คือหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอย่างใกล้ชิดที่สุด เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ซึ่งสูงถึง 4,810 เมตร โดยท่านจะได้ชื่นชมกับยอดเขานี้อย่างเต็มอิ่ม มีเวลาให้ท่านได้เพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะ และถ่ายภาพตามอัธยาศัย

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางลงจากยอดเขาเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองชาร์โมนิกซ์  (Chamonix)นำท่านเดินเล่นชมบ้านเมือง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่สีสันสดใส และมีการตกแต่งบ้านเรือนไว้อย่างสวยงาม และมีร้านค้ามากมายให้ท่านได้เดินช้อปปิ้งกว่า 50 ร้าน หากอากาศดีๆท่านสามารถมองเห็นยอดเขามองต์บลังที่สูงถึง 4,807 เมตร สูงสุดในยุโรป และ อันดับ 11 ของโลก

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Chamonix Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    ชาร์โมนิกซ์มิลาน (อิตาลี)

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 เช้านี้ นำท่านข้ามพรหมแดนเข้าสู่ ประเทศอิตาลี (Italy)สู่เมืองมิลาน (Milan) (ระยะทาง 241 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)  นครที่มีชื่อทางด้านอุตสาหกรรม และเมืองใหญ่อันดับสองของ อิตาลี (Italy) ให้ท่านชมธรรมชาติที่งดงามตามเส้นทางจนกระทั่งถึง กรุงมิลาน(Milan) เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจการค้าและแฟชั่น

12.30 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านชม ดูโอโมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo)ที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นที่สุดของเมืองนี้ และไม่ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม ด้านหน้าคือพระบรมราชาสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอริโอเอมมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) ขณะทรงม้า ด้านในดูโอโมมีกระจกสีที่สวยงาม กล่าวกันว่าสถานที่นี้คือสถานที่ใช้เก็บตะปูซึ่งใช้ตรึงพระเยซู ตะปูนี้จะนำลงมาให้ประชาชนเข้าชมปีละครั้งในเดือนกันยายน จากนั้นอิสระท่านที่ แกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งอาเขตที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 12 ปี เพื่อให้เป็นห้องรับแขก แห่ง กรุงมิลาน (Milan) เป็นอาคารหลังแรก ๆ ของยุโรปที่ใช้โครงเหล็กในการก่อสร้าง พื้นตกแต่งด้วยโมเสกเป็นรูปทวีปต่าง ๆ อาคารอย่างมีรสนิยมโดยสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี

19.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักRadisson Blu Milan Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       มิลาน

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมาเพนซ่า (MalpensaInternational Airport)(ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok)

14.05 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 941 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

05.55 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 
 
 
 
 
฿92,900
จำนวน:
Visitors: 109,015