ทัวร์ Romantic Alps เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน TG

ทัวร์ Romantic Alps เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน TG

 

กำหนดการเดินทาง 22 - 31 มีนาคม  ราคาท่านละ 109,900 บาท

เดินทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 6 - 15 เมษายน 2562  ราคาท่านละ 119,900 บาท

 

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)

 

โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!
 
 
ไฮไลท์ของโปรแกรม

ประเทศ ออสเตรีย


- เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)เมืองสวยสุดโรแมนติกแห่งหนึ่งของออสเตรีย

- เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)หมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

- พิชิตยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn) ยอดเขาที่สูงที่สุดของออสเตรีย

- เมืองอินสบรูค (Innsbruck) สุดยอดเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของออสเตรีย
 

ประเทศอิตาลี
- เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ เมืองแห่งสกีรีสอร์ทที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก
- ชมความงดงามขอทะเลสาบมิซูลิน่า
- ชมทะเลสาบเบรียส ที่งดงามดั่งภาพวาด
- ขึ้นกระเช้าสู่เนินเขา Alpe Di Siusi กับวิวทิวทัศน์สุดตระการตา
- ชมเมืองโบลซาโน่า ประตูสู่โดโลไมท์

ประเทศเยอรมัน

- ชมหมู่บ้านเล็กๆสุด Unseen กับ หมู่บ้านมิดเท็นวาลด์ และ หมูาบ้านการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น

- พิชิตยอดเขาซุกสปิตเซ่ สูงสุดของเยอรมัน

- ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein  Castle)ปราสาทเทพนิยายของเยอรมัน


ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

- เมืองลูเซิร์น (Luzern) สุดยอดเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของคนไทย

- กรุงเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ 

- อินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) เมืองตากอากาศชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์

- พิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) สูงสุดยุโรป
 
 
 
 
รายละเอียดโปรแกรม
 
 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงมิวนิค (เยอรมัน)  - ซาลส์บูร์ก (ออสเตรีย) - ฮัลล์สตัทท์

00.50น.         ออกเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich)โดยเที่ยวบินที่ TG 924(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 55นาที)

06.45.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค (Munich International Airport) ณ เมืองมิวนิค (Munich)อันทันสมัยของประเทศเยอรมัน (Germany)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านออกเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ ประเทศ ออสเตรีย (Austria) สู่ เมืองซาลส์บูร์ก  (Salzburg)(ระยะทาง 144 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองสวยที่แสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1996  เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลก นามว่าโมสาร์ท (Mozart) และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ (ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือ ซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว  ดังนั้น เกลือ (Salz) จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง นำท่านชม  เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)เริ่มกันที่ บริเวณ สวนมิราเบล (Mirabell)ที่มีดอกไม้สวยงาม  นำท่านเดินข้ามสะพานบน แม่น้ำซาลซาค (Salzach River)  ชม มหาวิหารประจำเมือง  (Salzburg Cathedral) ถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์โมสาร์ท (Mozart Monument)และ บ้านเกิดของนักดนตรียุคบารอคท่านนี้ (Mozart Geburtshaus)  ซาลส์บูร์ก (Salzburg) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่านกลาง สองฟากฝั่งเป็นตึก พระราชวัง  โบสถ์ที่มียอดแหลมน้อยใหญ่น่าชม ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขาและป้อมปราสาทดุจเมืองในเทพนิยาย เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมือง   มีเวลาให้ท่านเดินชมร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่ย่าน ถนนเกไทรเด (Getreidegasse)  ที่มีร้านค้า ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งป้ายร้านค้าจะเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางผ่านบรรยากาศที่สวยงามของป่าเขา ไปยัง บริเวณ อัพเพอร์ออสเตรีย (Upper Austria)หรือบริเวณ ซาลส์กัมเมอร์กูท (Salzkammergut Lakes)  อันเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลสาบมากมาย ปัจจุบันเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลสาบกว่า 70 แห่ง ซึ่งวางตัวเรียงรายโอบล้อมของเทือกเขาจิตรกรแห่งยุคโรแมนติก เป็นกลุ่มแรกที่ค้นพบความงดงามของพื้นที่บริเวณที่เคยเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดในแถบเทือกเขาแอลป์แถบนี้ สู่ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)(ระยะทาง 71 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ นำท่านชม เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วง ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย

นําท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า ซี สตราซ (See Strass)ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์แอลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างก็อยู่ระดับพื้นดิน บ้างก็อยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็น ชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซ ท่านจะได้ชมจตุรัสประจําเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลานและอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม เชิญท่านพักผ่อน เก็บภาพความประทับใจกับความสวยงามของบ้านเรือนที่เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบรายล้อมด้วยขุนเขา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักHeritage Hotel  หรือเทียบเท่า

หมายเหตุโรงแรมที่เมือง Hallstatt จองยากมาก ถ้าหากไม่ได้โรงแรมเราจะจัดให้ท่านไปนอนที่เมือง St.Wolfgang แทน

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)        ฮัลล์สตัทท์คัพรุน - เซลล์  อัม ซี  - คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ (อิตาลี)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคัพรุน (Kaprun) (ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  ที่ตั้งของยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn) นำท่านนั่งกระเช้าสู่ ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn)ที่ทอดตัวอยู่ทางทิศเหนือของยอดอัลไพน์ มีความความสูง 3,029 เมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโฮเฮอเทาแอร์น (Hohe Tauern National Park) ก่อตั้งขึ้นใน ปี ค.ศ. 1981 ถือเป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศออสเตรีย เป็นเขตอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นำท่านชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซลล์  อัม ซี (Zell Am See) (ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  เมืองที่สวยงามดั่งภาพวาด ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซลเลอร์ ซี (Zeller See หรือทะเลสาบเซลล์) และโอบล้อมด้วยเทือกเขา โฮเฮอเทาแอร์น (Hohe Tauern) จากเมืองที่ก่อตั้งโดยพระในสมัยศตวรรษที่ 18 วันนี้เซลล์ อัม ซีเป็นจุดหมายปลายทางสุดชิคแห่งการมาพักผ่อนรีสอร์ทที่นี่ตลอดทั้งปี จะมาในช่วงฤดูหนาวเพื่อสัมผัสประสบการณ์เล่นสกีชั้นเลิศ หรือจะมาขี่จักรยานตามชายฝั่งทะเลสาบอันงดงามและลงแช่น้ำเย็นสดชื่นในฤดูร้อนก็ได้ทั้งนั้น

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศอิตาลี (Italy) กันที่ เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ (Cortina D’Ampezzo)(ระยะทาง 169  กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองสกีรีสอร์ท ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ เป็น Best of The Alps เพียงแห่งเดียวของอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only เมืองนี้อยู่สูงจากน้ำทะเล 1,219 เมตร ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นสถานที่ตากอากาศตลอดปีของชนชั้นสูง และบรรดาหนุ่มสาว ที่ไม่ได้มาเพียงเพื่อเล่นสกีเท่านั้น แต่ในหน้าร้อนมักนิยมท่องเที่ยวแบบ Hiking ปีนเขาชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียง

19.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Alaska Cortina Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                       คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ทะเลสาบเบรียส - Alpe Di Siusi - โบซาโน่

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ที่ตั้ง ทะเลสาบมิซูลิน่า (Misurina Lake) (ระยะทาง 31 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  ทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขาที่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งในโดโลไมท์ นำท่านเดินเล่นชมวิวทะเสสาบเก็บภาพสุดความประทับใจ

จากนั้นนำท่าน แวะชม ทะเลสาบเบรียส (Braies)(ระยะทาง 35  กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 40 นาที)  ซึ่งอยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติ Fanes Sennes Braiesเขตป่าสงวนที่ ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ อิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบ ซึ่งว่ากันว่าที่นี่เป็นประตูสู่ดินแดนใต้พิภพตามตำนาน ทุกๆร้อยปีในคืนพระจันทร์เต็มดวงเจ้าหญิงในตำนานจะออกมาจากเนินเขา Sass Dia Portaภาษาลาติน หมายถึง “ประตูบนภูเขา” ทรงพายเรือรอบๆทะเลสาบ พร้อมส่งเสียงแตรที่ดังกึกก้องไปทั่วเทือกเขาโดโลไมท์ บ้างก็ว่าครั้งหนึ่งเคยมีถ้ำตรงเนินเขาก่อนจะมีหิน ถล่มปิดปากถ้ำเหมือนจะฝังเจ้าหญิงไว้ ขัดขวางไม่ให้คืนความรุ่งโรจน์แก่อาณาจักรของพระองค์ตลอดกาล อิสระท่านถ่ายรูป ชื่นชมความงามและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางผ่านเส้นทางหมู่บ้านแถบ วาล ดิ ฟุเน่ (Val di Funes)นำท่านแวะถ่ายรูปกับยอดเขาแปลกตาอีกแห่งในโดโลไมท์ อิสระทุกท่านเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้า ขึ้นสู่บนเนินเขาที่เรียกว่า Alpe Di Siusiนำท่านชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่ากว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป ท่านจะได้สัมผัสความงดงามอันประหลาด มหัสจรรย์ของดินแดนเทือกเขาโดโลไมท์ จากมุมสูงรอบด้าน ชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของหุบเขา โตรกผา โดยมีเทือกเขา Sasolungo Mountain Range ที่มีรูปทรงประหลาดยอดเขาแหลมชันเป็นจุดเด่น มีเส้นทางเดินลัดเลาะสู่จุดชมวิวต่างๆให้ท่านมีเวลาเก็บภาพสวยๆ อันประทับใจ ก่อนท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าลงกลับสู่ด้านล่าง

หมายเหตุ : การนั่งกระเช้า หากสภาพอากาศไม่อำนวยหรือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถขึ้นได้ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้นั่งกระเช้าเพื่อความปลอดภัย

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน่ (Bolzano)(ระยะทาง 36  กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 40 นาที)  เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่ อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ (Dolomite Nation Park)  

เมืองโบลซาโน่ (Bolzano) เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ (South Tyrol) ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ที่นี่แม่น้ำ Talvera จะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำ Adige เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา โดโลไมท์ ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง เมืองโบลซาโน่ (Bolzano) รู้จักกันทั่วไปเมื่อครั้งที่  National Geographic ไปถ่ายทำสารคดี การค้นพบซากมนุษย์ที่ฝั่งอยู่ใต้หิมะบนยอดเขาสูงในแคว้นทีโรลของออสเตรีย และนำร่างนั้นมาไว้ที่เมืองโบลซาโน่ (Bolzano) เรียกกันว่ามนุษย์หิมะแห่งโบลซาโน่ ที่เป็น ข่าวไปทั่วโลก นำท่านเดินชมเมืองเก่า ชมวิหาร (Duomo) โบสถ์ (Chiesa dei Domenican)และอนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง (Piazza delle Erbe) แถบถนนคนเดิน (Piazza Walther)และย่านอาเขตโบลซาโน อิสระท่านช้อปปิ้งจุใจไปกับแฟชั่นต่างประเทศและสินค้าที่ระลึกท้องถิ่น

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Four point by Sheraton Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       โบลซาโน่ – อินสบรูค (ออสเตรีย) – มิดเท็นวาลด์ (เยอรมัน)

การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินสบรูค (Innsbruck)(ระยะทาง 122  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย (Austria) อีกสองแห่งคือเวียนนา (Vienna) และ ซาลส์บูร์ก (Salzburg) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน (Inn River) สำหรับความหมายของเมืองอินสบรูค (Innsbruck) แปลว่าสะพานแห่ง แม่น้ำอิน (Inn River) มีลักษณะเป็นที่ราบแคบ ๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ (The Alps) เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรียเทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต

นำท่านชม เมืองอินสบรูค (Innsbruck)เมื่อจักรพรรดิและจักรพรรดินีต่างพากันมาตากอากาศที่ เมืองอินสบรูค (Innsbruck) และ เมืองอินสบรูค (Innsbruck) จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการปกครองในช่วงเวลานั้นไปโดยปริยาย เสน่ห์ของเมืองอยู่ที่ อาคารหลังคาทองคำ (Goldenness Dachl)  ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประทับใจกับ เฮลบลิงเฮ้าส์ (Helblinghaus)  ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโคเข้าไปในศตวรรษที่18 ทำให้ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ (Goldener Adler Hotel)สร้างตั้งแต่ค.ศ.ที่ 16 เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้ต้อนรับอะคันตุกะจากต่างแดนมาแล้วอย่างมากมาย พระราชวังฮอฟบูรก์ (Hofburg Palace) พระราชวังที่ราชสำนักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคารเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย (Austria)

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ ประเทศเยอรมัน(Germany)กันที่ เมืองมิดเท็นวาลด์ (Mittenwald) (ระยะทาง 42 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างพรหมแดนประเทศเยอรมัน และ ออสเตรีย ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาแอลป์ และได้ขึ้นชื่อว่า “หมู่บ้านที่สวยติดอันดับของเยอรมัน” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ Unseen อีกด้วย นำท่านเดินชมเมืองสูดอากาศอันบริสุทธิ์ เดินเล่นจิบกาแฟ ชมวิวทิวทัศน์หรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

 

 

จากนั้นนำท่านไปต่อกันที่เมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น (Garmisch-Partenkirchen)(ระยะทาง  18 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองในหุบเขาทางใต้ของเยอรมัน หนึ่งในเมืองสวยงามอันดับต้นๆของเยอรมัน ตัวเมืองมีภาพวาดบนกำแพงบ้านสไตน์บาวาเรียน มีภาพเขียนสีตกแต่งตามบ้านเรือนและถือว่าเป็นประตูสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ยอดเขาสูงสุดของเยอรมัน อีกด้วย นำท่านเดินชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของเมือง ที่เราสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ

 

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่นยอดเขาซุกสปิตเซ่ – ชวานสเกา

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ (Garmisch-Partenkirchen’s Bahnhof) นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์โดยจุดประสงค์หลักเพื่อนำท่านพิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน(Germany) ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่างที่เกิดจากหิมะบนเขาละลาย และจากกระเช้ามองลงไปข้างล่างจะเห็นธารน้ำแข็งยังหลงเหลืออยู่เมื่อขึ้นมาถึงนำท่านชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน(Germany) คือ 2,962 เมตร ถ้าบรรยากาศอำนวยจากยอดเขาสามารถมองจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือเยอรมัน(Germany) ออสเตรีย (Austria)อิตาลี(Italy) และ สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) 

 

 

ชมซุกสปิตซ์ปลาต (Zugspitzblatt)ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมัน (Germany) ที่ยามหิมะตกหนาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน จะกลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ ใกล้เคียงยังมีภัตตาคารพร้อมบาร์กลางหิมะ ให้คุณนั่งพักอย่างสบายๆ ในวิวมหัศจรรย์รอบตัว นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการที่สถานีบนเขา ซึ่งเป็นนิทรรศการตั้งแสดงสูงสุด ในเยอรมัน(Germany) เล่าเรื่องราวในอดีตของ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) จากครั้งแรกที่ถูกพิชิตเมื่อ 185 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน โดยมีภาพยนตร์ ภาพถ่าย และบันทึกแห่งความสำเร็จต่างๆ ที่น่าสนใจ ประกอบนิทรรศการ นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา (Schwangau Village) (ระยะทาง 62 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) อันเป็นที่ตั้งของปราสาทอันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด อันได้แก่ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein  Castle) สร้างในสมัยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Bavaria)ในช่วง ค.ศ. 1845 – 1886 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลก จนได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมถึงแดนเนรมิตของบ้านเราด้วย  ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพของ 2 ปราสาทที่งดงาม คือ ปราสาทนอยชวานสไตน์(Neuschwanstein Castle) และ ปราสาทโฮเฮนชวานสเกา (HohensSchwangau)

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้า  ชมภายในตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรตระการตาด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปการ และ ห้องทรงงาน (Throne Hall), ห้องบรรทม (Bedroom) รวมไปถึงห้องโถงใหญ่  (Lower Hall) ที่หาคำบรรยายใดมาเปรียบไม่ได้ หากคุณไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

จากนั้นได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับเข้า ประเทศออสเตรีย (Austria) อีกครั้ง โดยจุดหมายจะอยู่กันที่ เมืองเบรเก้นซ์ (Bregenz)(ระยะทาง 102 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองพรมแดนระหวางออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Bregenz Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      เบรเก้นซ์ - ลูเซิร์น (สวิตเซอร์แลนด์) – กรุงเบิร์น - อินเทอลาเก้น

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านข้ามพรมแดนเข้าสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)โดยเมืองแรกที่จะนำท่านไปเยือน นั้นก็คือ เมืองลูเซิร์น (Luzern)(ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบ ลูเซิร์น (Luzern Lake) ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss River)เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ระหว่างทางผ่าน ทะเลสาบลูเซิร์น (Luzern Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น (Luzern Lake) เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป เป็นต้น อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง

นำท่าน ชมเมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองพักตากอากาศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในสวิสฯ แต่ยังรักษาสภาพแวดล้อมไว้ได้เป็นอย่างดี นำท่าน ถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument)ซึ่งแกะสลักอยู่บนหน้าผาของภูเขาในเมืองเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงทหารรับจ้างชาวสวิส ซึ่งทำงานเป็นทหารรักษาพระองค์พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส จากนั้นเยี่ยมชม สะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ (Reuss River) เป็นสะพานไม้ที่เก่าที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของสวิส สะพานวิหาร (Chapel bridge) เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีแล้วให้ท่านอิสระเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ บุคเคอเรอร์/กือเบอลิน/ เอ็มบาสซี่ ร้านขายของที่ระลึก, ร้านช็อคโกแล็ตและช้อปปิ้งสินค้าชั้นดี ที่มีชื่อเสียงตามอัธยาศัย   

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern)(ระยะทาง 113 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)เมืองโบราณเก่าแก่และโรแมนติก สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำอาเร่ (Aare) ล้อมรอบตัวเมือง เสมือนเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติไว้ 3 ด้าน คือ ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกชาวเมืองได้สร้างกำแพง และสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในกรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดก โลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010

นำท่านชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Barengraben)สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น มีอยู่สองบ่อโดยแบ่งเป็น บ่อเล็กกับบ่อใหญ่ที่บ่อใหญ่จะมีพี่หมีชื่อ Pedro เป็นตัวผู้กับคุณน้อง Tana เป็นเพศเมีย อยู่ร่วมบ่อเดียวกัน ทั้งคู่เป็นหมีสีน้ำตาลEuropean Brown Bearทั้งสองนี้ไม่ได้เกิดที่ กรุงเบิร์น(Bern) แต่บ้านเกิดเค้าทั้งสองอยู่ที่สเปน(Spain) สวนสัตว์บาร์เซโลน่า (Barcelona Zoo) เดินหามุมถ่ายพี่หมีหลายมุมจนเริ่มเหนื่อยก็พักรอบๆบริเวณบ่อหมีนี้ร่ม รื่นมากบรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบาย จึงไม่แปลกที่จะมี ผู้คนเข้ามาเที่ยวชมพี่หมีจุใจกับความน่ารักของพี่หมีจากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่า เบิร์น (Old City of Berne)ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ท่านจะสังเกตเห็นว่า กรุงเบิร์น(Bern) เป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุเยอะมากจริงๆ แทบจะทุกห้าสิบเมตรเห็นจะได้ ทั้งเมืองมีมากกว่า 100 แห่งบ่อน้ำพุที่นี่สะอาด สามารถดื่มน้ำกันได้เลย แล้วก็มีรูปปั้นสวยๆอายุราวๆสัก500 กว่าปี ประดับที่บ่อน้ำพุด้วยเต็มไปหมด และพลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปตัวท่านเองให้เห็นฉากหลังเป็น หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Clock Tower)สิ่งที่โดดเด่นของ กรุงเบิร์น(Bern) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1530 หอนาฬิกาที่มีหน้าปัดขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นประตูโบราณตั้งคร่อมอยู่ครึ่งถนนผ่าน และทุกๆชั่วโมง ก็จะมีตุ๊กตาสัตว์ออกมาเต้นระบำเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโบสถ์ใหญ่ประจำเมือง (Bern Münster) ซึ่งที่นี้ต้องแนะนำให้มาให้ได้ เพราะนอกจากโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมยุคโกธิคที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) แล้ว วิวทิวทัศน์ที่นี่สวยมากๆ เพราะมันตั้งอยู่ที่สูง ที่มองลงไปเห็นแม่น้ำอาเรย์ (Aare River) บ้านสมัยโบราณ วิวคลาสสิกมากเดินเล่นรอบโบสถ์ดื่มด่ำกับวิวให้จุใจที่เป็นเมืองผสมกับธรรมชาติ ที่ลงตัวจุดหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) จากนั้นอิสระท่านเดินสำรวจย่านเมืองเก่าเบิร์น (Old City of Berne) ที่มีร้านค้า เรียงรายมากมาย ผ่านชมน้ำพุที่ตั้งอยู่กลางถนนเป็นระยะ วิถีชิวิตดูเรียบๆแต่แฝงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย รถ Tram ที่ทันสมัย นำผู้คนเข้าออกเมือง ดูสับสน แต่ไร้ควันพิษเพราะเป็นรถที่ใช้ไฟฟ้า สมควรแกเวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอลาเก้น (Interlaken)(ระยะทาง 58  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Tune lake) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienz lake)เมืองที่รวมกิจกรรมนักท่องเที่ยวภูเขาทั้งยังมีโรงแรมและรีสอร์ท มากมาย อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก City Oberland Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    อินเทอลาเก้น – เลาเทอร์บรูนเน่น – กรินเดอร์วาลกรุน - อินเทอลาเก้น

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เริ่มต้นเช้านี้ ออกเดินทางสู่ เมืองเลาเทอร์บรูนเน่น (Lauterbrunnen)(ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองเล็กๆบนหุบเขาที่ไม่วุ่นวายเป็นเมืองเงียบๆในหุบเขาที่น่ารักเมืองหนึ่งจุดประสงค์ที่มา เมืองเลาเทอร์บรูนเน่น(Lauterbrunnen) คือ นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ของภูเขาสูงชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) ขึ้นพิชิตยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างทางก่อนถึงจุงเฟรานั้น ท่านสามารถพบเห็น บ้านสไตล์สวิสน่ารักๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด, สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านได้ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์ แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ก (Kleine Scheidegg)

รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็ง ขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001 เมื่อรถไฟพามาถึงจุดหมาย

มีจุดมากมายที่จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับบรรยากาศบนยอดเขาสูงกันอย่างเต็มที่ทั้ง ห้องน้ำแข็ง (Ice Palace)ซึ่งเป็นห้องที่สร้างจากน้ำแข็งและจัดแสดงน้ำแข็งแกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง30 เมตร สัมผัสกับภาพของ ธารน้ำแข็ง (Alestsch Glacier)ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ (The Alps)  ยาวถึง 22 กิโลเมตรและหนา 700 เมตร โดยไม่เคยละลายจากนั้นเดินต่อไปยังจุดชมวิวแห่งแรก อากาศภายนอกหนาวเย็น ลมหนาวที่พัดในบริเวณจุดชมวิวที่เปิดโล่งให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปสัมผัสกับหิมะขาวบริสุทธิ์จุดชมวิวอีกแห่งเป็นลานกว้างที่ทำจากเหล็กยื่นออกไปจากตัว อาคาร ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเมื่อก้าวออกจากตัวอาคาร คือยอดเขาน้อยใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สวยงามน่าประทับใจยิ่งนักแล้วให้ท่านอิสระสนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาหรือสำหรับท่านที่ชอบความมันส์ ก็มาเพิ่มประสบการณ์ความมันส์แบบสุดเหวี่ยงกับจานหิมะได้ และที่ไม่ควรพลาดอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การส่งโปสการ์ดภาพทิวทัศน์อันงดงามบนที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนยอดเขา

                  

หลังอาหาร นำท่านขึ้นสวิสสฟิงซ์ (Sphinx) หรืออาคารสังเกตุการณ์ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางโดยรถไฟลงสู่แผนดินใหญ่ด้านล่าง โดยเปลี่ยนรถไฟกันที่ ไคล์เน่ ไชเดก์ก (Kleine Scheidegg) เพลิดเพลินกับวิวข้างทางไปเรื่อยๆกับธรรมชาติที่ยังรักษาไว้ยังดีเยี่ยม ทุ่งหิมะตัดกับบ้านเล็กๆ กลางหุบเขาสวิสแอลป์ (Swiss Alps) สุดยอดวิวจริงๆ ขอเน้นเลย จนกระทั่งถึง เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grindelwald Grund)แล้วออกเดินทางโดยรถโค้ชกลับสู่ เมืองอินเทอลาเก้น (Interlaken)อิสระท่านตามอัธยาศัย

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก City Oberland Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       อินเทอลาเก้น -  กรุงซูริค

 07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลา นำท่านมุ่งหน้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเคลอเตน (Kloten International Airport) กรุงซูริค (Zurich)  (ระยะทาง 119 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) มีเวลาให้ท่านได้ทำ แพคสัมภาระ พร้อม

ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่ TG 971 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

05.30 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)

โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจตลอดการเดินทาง
 
 
 
฿109,900
จำนวน:
Visitors: 109,017