ทัวร์ อเมซิ่ง ออสเตรีย 9 วัน TG

ทัวร์ อเมซิ่ง ออสเตรีย 9 วัน สายการบินไทย TG

 

กำหนดการเดินทาง 20 - 28 มีนาคม 2562


ราคาท่านละ 84,900 บาท (รวมทุกอย่างแล้ว วีซ่า ทิปคนรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น)



โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel
 

ออสเตรีย (Austria) สวยไม่แพ้ประเทศ สวิส ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศที่มีความสวยงามเพราะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งการดนตรีและศิลปะชั้นเลิศของโลก เป็นบ้านเกิดของนักดนตรีและศิลปินเอกมากมาย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวออสเตรียทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ทรงคุณค่ามากมาย

เยือนสถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรียดังๆ ฮัลล์สตัทท์, ซาลส์บูร์ก, อินสบรูค, ลีนซ์ , กราซ, กรุงเวียนนา

พร้อมทั้งเที่ยวเมืองหน้ารักของออสเตรีย อย่าง เครม, เมลค์, เซ็นท์ โวล์ฟกัง, เซลล์ อัม ซี, ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น , หมู่บ้านอัลพ์บัช สวยที่สุดในออสเตรีย,

เยือนสถานที่สุดอันซีน หมู่บ้านรามเซา หนึ่งในาพโปสการ์ดของเยอรมัน, ชมวิว Heritage View ที่ ฮัลล์สตัทท์, ล่องเรือที่ โคนิกเซ่

พร้อมช้อปปิ้งออสเตรียของฝากกิ๊บเก๋

เมนูพิเศษ..! ลิ้มรส “ขาหมู+ไส้กรอกเวียนนา+ไวน์เลิศรส”พร้อมเสียงเพลงพื้นเมือง ณ “หมู่บ้านกรินซิ่ง

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เวียนนา(ออสเตรีย) – เครม – เมลค์ –  เซ็นท์ โวล์ฟกัง

01.20น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา(Vienna)โดยเที่ยวบินที่ TG 936(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 30นาที)

07.15.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) แล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยวประเทศออสเตรีย กันที่ เมืองเครม (Krems)  (ระยะทาง 77 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่บรรจบกันของแม่น้ำเครมส์ (Krems River) กับ แม่น้ำดานูบ (Danube River) นอกจากนี้แล้ว เครมส์ ยังถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงการเป็นที่รู้จักกันในเรื่องของการผลิตไวน์ที่มีชื่อ เสียงอีกด้วย ชม สไตน์ ทอร์ (Steiner Tor) ประตูเมืองเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นครั้งแรกในช่วง ปลายศตวรรษที่ 15 ในสถาปัตยกรรมสไตล์บาร็อค เป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเครมส์ นอกจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมความงดงามและความเก่าแก่ของประตูเมืองแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังเป็นเป็นศูนย์กลางของการ ช้อปปิ้งที่คึกคักแห่งหนึ่งของเมืองเครมส์ อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเมลค์ (Melk) (ระยะทาง 37 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)  เมืองเล็กๆ ที่มีความสวยงามของบ้านเรือนในยุค เรอเนอซองส์ เป็นจุดแวะพักยอดนิยมที่ตั้งอยู่ตรงช่วงคุ้งน้ำของแม่น้ำดานูบช่วงที่ไหลผ่านประเทศออสเตรียที่ตั้งของเมืองนี้มีความสำคัญมาแต่ครั้งโบราณตั้งแต่สมัยยุคโรมันและสมัยของราชวงศ์บาเบนเบิร์กที่ปกครองออสเตรีย

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ชมความงามของ โบสถ์สตีฟท์เมลค์ (Stadt Melk) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี ของคณะเบเนดิคทีนที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำดานูบชมโบสถ์ใหญ่ที่ตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์บารอคที่มีความงดงามวิจิตรพิศดารที่สุดในโลกทีเดียวผนังสุกปลั่งด้วยทองเหลืองอร่ามทุกด้านส่วนเพดานเป็นภาพเขียนเฟรสโกลวงตาให้แลดูสูงชนฟ้าที่แห่งนี้ใช้เป็นพื้นเรื่องของนิยายขายดีระดับโลกเรื่อง A Nome Of A Rose

 

จากนั้น นำคณะท่านออกเดินทาง ไปยังบริเวณ อัพเพอร์ออสเตรีย (Upper- Austria)หรือบริเวณ ซาลส์กัมเมอร์กูท (Salzkammergut Lakes) อันเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวทะเลสาบมากมาย ปัจจุบันเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลสาบกว่า 70 แห่ง ซึ่งวางตัวเรียงรายโอบล้อมของเทือกเขาจิตรกรแห่งยุคโรแมนติก เป็นกลุ่มแรกที่ค้นพบความงดงามของพื้นที่ บริเวณที่เคยเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดในแถบเทือกเขาแอลป์ (The Alps) แถบนี้ จนเข้าสู่ เมืองเซ็นท์ โวล์ฟกัง (St. Wolfgang)(ระยะทาง 201 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบโวลฟ์กัง (Wolfgang Lake) แต่เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเป็น จำนวนมาก ระหว่างทางท่านจะได้พบกับ ทัศนียภาพของบ้านเรือนริมทะเลสาบซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สวยงามมากๆ และเป็นสถานที่พักผ่อนริมทะเลสาบให้ท่านได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ อันสวยงามจนท่านจะประทับใจไปนานแสนนาน เชิญท่านพักผ่อน เก็บภาพความประทับใจกับความสวยงามของบ้านเรือนที่เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบรายล้อมด้วยขุนเขา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scalaria Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     เซ็นท์ โวล์ฟกัง – ฮัลล์สตัทท์ – โอเบอทรอน – ซาลส์บูร์ก

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)(ระยะทาง 37 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังที่งดงามราวภาพวาด คือ ภาพที่ถูกเผยแพร่ไปมากที่สุดของ ออสเตรีย (Austria) และเป็นเมืองที่มีเหมืองเกลืออายุเก่าแก่ที่สุด และ เมืองมีอายุกว่า 4,500 ปี

นำท่านขึ้นรถรางขึ่นสู่เหมืองเกลือโบราณ (Salzwelten) ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงอายุมากกว่า 7,000 ปี มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเพียง 3 นาที ให้ท่านได้ถ่ายภาพความสวยงามของเมือง เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) และทะเลสาบจากด้านบนที่ได้รับการขนานนามว่า Unesco World Heritage view ณ จุดชมวิว Sky Walk  (รถรางเปิดให้บริการเฉพาะ ช่วงเดือนเมษายน - พฤศจิกายน เท่านั้น)

หมายเหตุ : หากเกิดเหตุสุดวิสัยต่างๆเช่น เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือมีการปิดปรับปรุงหรือทางรถรางไม่เปิดให้ขึ้นชม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้ขึ้นชม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)(ระยะทาง 77 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองสวยที่แสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1996  เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ (ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือ   ซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว  ดังนั้น “เกลือ” (Salz) จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง

นำท่านเริ่มต้นชมเมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg) เริ่มต้นที่ เข้าชมบริเวณ สวนมิราเบล (Mirabell)ที่มีดอกไม้สวยงาม  นำท่านเดินข้ามสะพานบนแม่น้ำซาลซาค ชมมหาวิหารประจำเมือง  ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์โมสาร์ทและบ้านเกิดของนักดนตรียุคบารอคท่านนี้ ซาลส์บูร์ก (Salzburg) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่านกลาง สองฟากฝั่งเป็นตึก พระราชวัง  โบสถ์ที่มียอดแหลมน้อยใหญ่น่าชม ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขาและป้อมปราสาทดุจเมืองในเทพนิยาย เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมือง   มีเวลาให้ท่านเดินชมร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่ย่าน ถนนเกไทรเด (Getreidegasse)  ที่มีร้านค้า ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งป้ายร้านค้าจะเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมา ตั้งแต่สมัยโบรา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Salzburg Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         ซาลส์บูร์ก – เบิร์ชเทสกาเด้น (เยอรมัน) –  เซลล์  อัม ซี (ออสเตรีย)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

เช้านี้ นำท่านเดินทางข้ามเขตแดนเข้าสู่ ประเทศเยอรมัน (Germany)กันที่ ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee)(ระยะทาง 29 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง ก่อให้เกิดทะเลสาบที่งดงาม ให้ทุกท่านเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการล่องเรือพลังงานไฟฟ้า  ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึง โบสถ์บา –โธโลมิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้

จากนั้น เดินทางเข้าสู่ เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden)  เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ เมืองเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านรามเซา (Ramsau)(ระยะทาง 14 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) หมู่บ้านเล็กๆ น่ารัก Unseen ของเยอรมันที่พรมแดนออสเตรียที่หลบซ่อนตัวในเขตเทือกเขาแอลป์ โดยหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความสวยงามของวิวทิวทัศน์ โดยมีโบสถ์เซนต์ เซบาสเตียน (St.Sebastian Church) เป็นฉาก มีสะพานไม้เล็กๆทอดข้ามแม่น้ำ Ache ที่ไหลผ่านหมู่บ้านโดยมีฉากหลังของเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง นำท่านเดินถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือสามารถเข้าชมด้านในของโบสถ์ได้ฟรี

นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองเซลล์  อัม ซี (Zell Am See) (ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองที่สวยงามดั่งภาพวาด ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซลเลอร์ ซี (Zeller See หรือทะเลสาบเซลล์) และโอบล้อมด้วยเทือกเขา โฮเฮอเทา (Hohe Tauern) จากเมืองที่ก่อตั้งโดยพระในสมัยศตวรรษที่ 18 วันนี้เซลล์ อัม ซีเป็นจุดหมายปลายทางสุดชิคแห่งการแอร์น มาพักผ่อนรีสอร์ทที่นี่ตลอดทั้งปี จะมาในช่วงฤดูหนาวเพื่อสัมผัสประสบการณ์เล่นสกีชั้นเลิศ หรือจะมาขี่จักรยานตามชายฝั่งทะเลสาบอันงดงามและลงแช่น้ำเย็นสดชื่นในฤดูร้อนก็ได้ทั้งนั้น

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Zum Hirschen Hotel  หรือเทียบเท่า

 


วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       เซลล์  อัม ซี –  ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น – อินสบรูค

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคัพรุน (Kaprun) (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  ที่ตั้งของยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn) นำท่านนั่งกระเช้าสู่ ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn)ที่ทอดตัวอยู่ทางทิศเหนือของยอดอัลไพน์ มีความความสูง 3,029 เมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโฮเฮอเทาแอร์น (Hohe Tauern National Park) ก่อตั้งขึ้นใน ปี ค.ศ. 1981 ถือเป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศออสเตรีย เป็นเขตอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นำท่านชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินสบรูค (Innsbruck)(ระยะทาง 56  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย(Austria) อีกสองแห่งคือเวียนนา (Vienna) และ ซาลส์บูร์ก (Salzburg) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน (Inn River) สำหรับความหมายของเมืองอินสบรูค(Innsbruck) แปลว่าสะพานแห่ง แม่น้ำอิน (Inn River) มีลักษณะเป็นที่ราบแคบ ๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ (The Alps) เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรียเทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต

นำท่านชม เมืองอินสบรูค (Innsbruck)เมื่อจักรพรรดิและจักรพรรดินีต่างพากันมาตากอากาศที่ เมืองอินสบรูค (Innsbruck) และ เมืองอินสบรูค (Innsbruck) จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการปกครองในช่วงเวลานั้นไปโดยปริยาย เสน่ห์ของเมืองอยู่ที่ อาคารหลังคาทองคำ (Goldenness Dachl)  ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประทับใจกับ เฮลบลิงเฮ้าส์ (Helblinghaus)  ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโคเข้าไปในศตวรรษที่18 ทำให้ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ (Goldener Adler Hotel)สร้างตั้งแต่ค.ศ.ที่ 16 เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้ต้อนรับอะคันตุกะจากต่างแดนมาแล้วอย่างมากมาย พระราชวังฮอฟบูรก์ (Hofburg Palace) พระราชวังที่ราชสำนักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคารเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย (Austria)

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Innsbruck Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       อินสบรูค – อัลพ์บัช – ลีนซ์ – วิลลาค

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านอัลพ์บัช (Alpbach) (ระยะทาง 51  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ อยากแนะนำให้คุณมาเยือนสักครั้งหนึ่ง โดยหมู่บ้านอัลพ์บัช นั้นถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของรัฐทิโรล (Tirol) รัฐตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ทิโรลเหนือ และทิโรลตะวันออก โดยหมู่บ้านนั้นตั้งอยู่บนที่ราบสูง ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,000 เมตร หมู่บ้านอัลพ์บัช (Alpbach) เป็นหมู่บ้านสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของประเทศออสเตรีย โดยหมู่บ้านถูกโหวตให้เป็น "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในออสเตรีย" และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "หมู่บ้านแห่งดอกไม้ที่สวยที่สุดในยุโรป" ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามของหุบเขา ดอกไม้ป่าอันงดงามและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม และรวมไปถึงอากาศแสนบริสุทธิ์ที่คุณสามารถสูดได้อย่างเต็มที่  นอกจากนี้แล้ว หมู่บ้านอัลพ์บัช ยังมี วินเทอร์ วิลเลจ (Winter Village)สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งส่วนใหญ่มักนิยมมาเล่นสกี รวมไปถึงกิจกรรมที่เป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาวอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก...

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองลีนซ์ (Lienz)(ระยะทาง 150  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)อดีตเมืองในหุบเขาซึ่งอุดมไปด้วยเหมืองแร่ ซึ่งถูกปกครองผลัดมือมาหลายยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, ฝรั่งเศส, นาซีเยอรมัน, สหราชอาณาจักร, และสหภาพโซเวียต นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทบรู๊ค (Bruck Castle)อดีตปราสาทในยุคศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นที่พำนักของตระกูลกอซ โดยปัจจุบันถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงผลงานภาพวาดของศิลปินชื่อดังประจำเมืองนาม อัลบิน เอคเคอร์ ลีนซ์ (Albin Egger Lienz)

นำท่านแวะชม โบสถ์เซนต์แอนดรูว์ (Church of St.Andrew) โบสถ์สไตล์โกธิค ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยด้านในโบสถ์เป็นที่ฝังศพของตระกูลกอซ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของเมืองลีนซ์ นอกจากนี้ภายในตัวโบสถ์ยังตกแต่งด้วยภาพศิลปะของ อัลบิน เอคเคอร์ ลีนซ์ ซึ่งบรรจงวาดอุทิศให้แก่บรรดาทหารผ่านศึกประจำเมืองลีนซ์ซึ่งเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิลลาค (Villach)(ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1  ชั่วโมง 30 นาที ) อีกเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของมณฑลคารินเธีย (Carinthia) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเดรา (Drau River) ปัจจุบันเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับ ไปในสมัยโรมันแห่งนี้ ได้กลายเป็นเมืองที่คึกคัก ไปด้วยย่านธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจที่มีชื่อเสียง

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน  Holiday Inn Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                         วิลลาค  - กราซ – เวียนนา

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกราซ (Graz)(ระยะทาง 174  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงของแคว้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศได้ชื่อว่าเป็นเวียนนาฉบับย่อ เนื่องจากว่ายังคงมีบรรยากาศและความสัมพันธ์กับราชวงศ์ฮับส์บูร์กที่คล้ายคลึงกับเวียนนาสัมผัสกับบรรยากาศสดชื่นด้วยพื้นที่สีเขียว ที่มีอยู่รอบเมืองทั้งยังมี แม่น้ำมูร์ (Mur River) แม่น้ำสายสวยท่ามกลางต้นไม้สูงโปร่งที่ไหลผ่านกลืมกลืนกับบรรยากาศของตัวเมือง นำท่านชม เมืองกราซ (Graz)ให้ท่านได้เดินชมเมืองเก่า อาคาร บ้านโบสถ์ พิพิธภัณฑ์ ที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลรักษามีความสวยและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก Unesco ให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1999

นำท่านแวะถ่ายรูป พระราชวังเอกเก้นเบิร์ก (Eggenberg Palace)พระราชวังที่สร้างขึ้นในแบบบาโร๊ค ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกราซ ถือว่าเป็นอีกพระราชวังที่มีการจัดสวนโดยรอบอย่างสวยงาม โดยพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกรวมให้เป็นส่วนหนึ่งในมรดกโลกของเมืองกราซอีกด้วย

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำคณะท่านออกเดินทางเข้าสู่ กรุงเวียนนา (Vienna)เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (Austria)(ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงแสนสวยที่ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ดูชีวิตคนเมืองที่ศูนย์กลางของกรุงเวียนนาซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งกลางกรุง ที่มีทั้งร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร คาเฟ่ แกลลอรี่ โบสถ์ มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น และท่านยังจะได้เห็นศิลปินเปิดหมวกตามถนนคนเดินที่ขนความสามารถมาแสดงกันอย่างหลากหลายอีกด้วย นำคณะชม ถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace)ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral)สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้น อิสระท่าน ช๊อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท หรือแวะชิมของหวานที่ร้าน THE DEMELร้านเบเกอร์รี่ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe)ใจกลางกรุงเวียนนา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำภัตตราคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Wien Westbahnhof Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เวียนนา

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ(Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

14.30 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 937 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง)

 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       กรุงเทพฯ

05.30 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

 
฿84,900
จำนวน:
Visitors: 109,016