ทัวร์ ดีที่สุดของ ไอซ์แลนด์ 11 วัน TG

ทัวร์ ดีที่สุดของ ไอซ์แลนด์ 11 วัน สายการบินไทย TG

 

กำหนดการเดินทาง 13, 28 มิถุนายน / 10, 23 กรกฎาคม / 11, 22 สิงหาคม / 12, 26 กันยายน 2562

ราคาท่านละ 179,900 บาท



สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel

 

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

22.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงเทพฯ ออสโล (นอร์เวย์) เรคยาวิค (ไอซ์แลนด์)

00.55น.         ออกเดินทางสู่กรุงออสโล (Oslo) โดยเที่ยวบินที่ TG 954(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 30นาที)

07.25.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) กรุงออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ (Norway) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านชม สวนอุทยานฟร็อกเนอร์  (Vigeland Sculpture Park)สวนสาธารณะอันเป็นผลงานของปฏิมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนอร์เวย์ (Norway) กุสตาฟ วิกกลันด์ ซึ่งแสดงเกี่ยวกับวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะเสาหิน โมโนลิธ (Monolith)กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมในหมู่ปฎิมากรรมทั้งหมด

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงออสโล (Oslo) ซึ่งสมัยก่อนนั้นเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองออสโล (Oslo) เป็นเมืองใกล้น้ำ ใกล้ธรรมชาติ และสนิทชิดเชื้อกับศิลปะเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเมืองหลวงที่สำคัญในด้านวัฒนธรรมของยุโรป นำท่านชม กรุงออสโล (Oslo) ผ่านชีวิตผู้คนในกรุงออสโลที่ดูสดชื่น รีแลกซ์ ไม่ตึงเครียด มีความบันเทิงกลางแจ้งตามท้องถนนให้ชม โดยมีถนนหลัก Karl Johans Gateซึ่งเริ่มจากสถานีรถไฟ Central Station ผ่านรัฐสภา โรงละครแห่งชาติ มหาวิทยาลัยจนถึงพระราชวัง ซึ่งรายล้อมด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งชุมชนสังสรรค์ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจ บริเวณย่านคาร์ลโจฮันเกท (Karl Johans Gate) เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล สินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

 

จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport)

** บริษัทแจกเงินท่านละ 20 ยูโร ให้ท่านได้อิสระเลือกทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบริเวณสนามบิน หาทานได้ง่าย มีหัวหน้าทัวร์คอยอำนวยความสะดวก ดูแลท่าน **

14.35 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) โดย สายการบินภายในภูมิภาค (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 50 นาที)

15.25 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศนอร์เวย์  2 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจศุลกากรแล้ว นำคณะออกเดินทางเข้าสู่  กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองหลวงอันทันสมัยแม้จะอยู่ไกลสุดขอบโลกของประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ประเทศที่น่าไปเที่ยว ด้วยภูมิประเทศเฉพาะตัวของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ที่มีธรรมชาติอันงดงามเต็มไปด้วยธารน้ำ แข็ง ภูเขาน้ำแข็ง น้ำพุร้อน และภูเขาไฟ รวมถึงไอซ์แลนด์ (Iceland) ยังมีอากาศที่ดีบริสุทธิ์ที่หนึ่งในโลก และมีความงดงามของธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ที่คุ้มค่าแก่การมาเที่ยวชม ขนาดที่ว่าหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว เบสท์ อิน แทรเวล  2010 Best in Travel 2010 ซึ่งจัดทำเป็นประจำทุกปี โดยบริษัทแนะนำการท่องเที่ยว โลนลี่ แพลนเน็ต ของ อังกฤษ (England) จัดอันดับให้ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวคุ้ม ค่าเงินที่สุดของโลกอันดับ 1 

จากนั้นนำท่าน ชมเพอร์แลน (Perlan) สถานที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเรคยาวิก เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขา มีความสูงเท่ากับอาคาร 5 ชั้น จากพื้นดิน 25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นรูปทรงคล้ายลูกโลกครึ่งวง ตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำขนาดใหญ่ 4 ฐาน ที่มองเห็นได้ในระยะไกลโดดเด่น Perlan ในภาษาไอซ์แลนด์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า The Pearl ที่แปลว่า อ่าวซึ่งการสร้างสถานที่แห่งนี้จะให้หมายถึงว่าเป็นสัญลักษณ์ของอ่าวเรคจาวิก

19.00 น.      อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Hotel หรือเทียบเท่า 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   เรกยาวิค – เรย์คอล์ท – อาคูเรย์รี่

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชม กรุงเรคยาวิค (Reykjavik)เริ่มกันที่ โบสถ์ประจำกรุงเรคยาวิค (Reykjavik Church)กันที่มีชื่อว่า โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja Cathedral)โบสถ์สูงของ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) ตัวโบสถ์มีความสูงถึง 74.5 ม. รวมถึงยังเป็นจุดชมวิวที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมืองเรคยาวิค (Reykjavik) ที่เมื่อขึ้นไปด้านบนจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) อันสวยงามได้ โดยรอบ และด้านหน้าของโบสถ์ยังมี อนุสาวรีย์เลฟร์ อีริกสัน (Leifr Eiriksson Monument)ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์ (Iceland) ถือว่าเลฟร์ อีริกสันเป็นชาวนอสร์ ชาติยุโรป คนแรกที่ไปเหยียบดินแดนแถบอเมริกาเหนือ (North America)  ซึ่งรวมถึงกรีนแลนด์ (Greenland) ด้วยโดยอนุสาวรีย์นี้สหรัฐอเมริกา (USA) มอบให้แก่ไอซ์แลนด์ (Iceland) เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปี 

 

จากนั้น นำท่านชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculpture ตั้งอยู่ริมอ่าวเรคยาวิก เป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของเรคยาวิก และต่อด้วย Harpaอาคารสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยกระจก เป็นทั้งหอแสดงคอนเสิร์ต และ

ศูนย์การประชุม มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าสามแสนตารางฟุต จุดเด่นอีกอีกของ Harpa คือกระจกประดับ

อาคารที่เปลี่ยนสีสันจากแสงไฟราวกับอาคารมีชีวิตเต้นระบำได้ และมีสระน้ำอยู่หน้าอาคาร ถ่ายภาพใน

มุมมองเงาสะท้อนน้ำได้อย่างสวยงาม

 

จากนั้น นำท่านไปชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ Hofdi Houseบ้านที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชาติอันน่าสนใจ เคยใช้เป็นที่รับรองและจัดเลี้ยง ผู้นำ 2 ประเทศมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ในการยุติสงครามเย็น นำท่าน ผ่านชมรัฐสภาของชาวไอซ์แลนด์ และศาลาเทศบาลเมือง ไอซ์แลนด์ (Iceland)

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไปทางฝั่งตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ สู่ เมืองเรย์คอล์ท (Reykholt)(ระยะทาง 105 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน นำท่านชม น้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar Waterfalls)ซึ่งเป็นน้ำตกสาขาหนึ่งของน้ำตกใหญ่ที่ก่อกำเนิดจากเหล่าลำธารและแม่น้ำสายเล็กสายน้อยเป็นระยะทางกว่า 900 เมตรของทุ่งลาวาที่เกิดจากหนึ่งในภูเขาไฟที่อยู่ภายใต้ ธารน้ำแข็งแลงค์โจคูล (Langjokull)

 

จากนั้น นำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver Thermal Spring)ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนน้ำไหลเร็วที่สุดในยุโรป และใหญ่ที่สุดใน ไอซ์แลนด์ (Iceland) อีกด้วยโดยอุณหภูมิน้ำสูงสุดถึง 97 องศาเซลเซียส

 

จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ นอร์ทไอซ์แลนด์ (North Iceland) จุดหมายอยู่ที่  เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri)(ระยะทาง 298 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ และยังเป็น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอาคูเรย์รี่ (Akureyri Hill) มี แม่น้ำโครสซาเนสบอร์เกียร์ (Krossanesborgir River) เป็นแม่น้ำสายสำคัญของเมืองไหลผ่าน ถ้าเปรียบกับเมืองไทย ก็น่าจะประมาณ เชียงใหม่ถือเป็นเมืองพักตากอากาศในวันหยุดของชาวไอซ์แลนด์ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีอากาศอบอุ่น ถึงแม้จะอยู่ห่างจาก เส้นอาร์คติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) เพียง 60 ไมล์เท่านั้นและท่านสามารถเห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ ในระหว่างเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Icelandair Akureyri Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                  อาคูเรย์รี่ – ฮูซาฟิค – แอสบากี้ – อาคูเรย์รี่

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮูซาฟิค (Husavik)(ระยะทาง 93 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) บ้านเรือนที่นี่จะมีภูมิทัศน์เหมือนฉากละคร ลักษณะบ้านเป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็ก มีชั้นเดียว รูปแบบบ้านจะแตกต่างกันตามสไตล์ และมีลักษณะเด่น คือ หลังคาสารพัดสี และอีกหนึ่งกิจกรรมของ เมืองฮูซาฟิค (Husavik) นั้นก็คือการล่องเรือชมปลาวาฬ (Whale Watching)สำหรับใน ไอซ์แลนด์ (Iceland) จุดชมปลาวาฬมีอยู่ 2 จุดใหญ่แห่งแรกที่ กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) และอีกจุดคือ เมืองฮูซาฟิค (Husavik) แห่งนี้ที่ เมืองฮูซาฟิค (Husavik) ที่ในอดีตเป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ กระทั่งถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการลงไปชมปลาวาฬกลางทะเล ซึ่งท่านมีโอกาสเห็นวาฬมิงค์ สูงถึง 98.2%

*** ทั้งนี้การล่งเรือออกไปชมปลาวาฬนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในแต่ละวันเป็นหลัก บริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์

ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โดยจะหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นมาทดแทนให้ท่าน ***

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางเข้าสู่ หุบเขาแอสบากี้ (Asbyrgi Canyon) (ระยะทาง 59 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  หุบเขารูปเกือกม้าที่มีความกว้างถึง 1 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยหน้าผาสูง 100 เมตร ที่ชาวไวกิ้งเชื่อกันว่าเป็นรอยเกือกม้าของเทพเจ้าโอดีนขณะทะยานขึ้นท้องฟ้า  นำท่านชม น้ำตกเดทติ (Dettifoss)(ระยะทาง 29 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ซึ่งถือว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่คงความเป็น ธรรมชาติ โดยไม่มีการแต่งเติมสิ่งก่อสร้างใดๆ ในบริเวณน้ำตก  ท่านสามารถมองเห็นละอองน้ำที่กระเซ็นขึ้นสู่ท้องฟ้านับหลายกิโลเมตรก่อนเข้าถึงน้ำตก

               

จากนั้น นำทุกท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri) (ระยะทาง 168 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  ผ่านชมบ้านเรือนที่จัดแผนผังเมือ อย่างเป็นระเบียบสวยงาม นำท่านชม เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri) ผ่านชม โบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyri Church)ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เป็นโบสถ์คริสต์นิกายลูเธอรัน ออกแบบโดยสถาปนิก Gudjon Samuelsson สร้างปี 1940 หน้าต่างกระจกสีกลางเหนือแท่นบูชาสวยงามมาก ภาพแกะสลักนูนบนระเบียงโดยประติมากรแสดงการบัพติสมา  อิสระให้ท่านช้อปปิ้งบน ถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata Street) ถนนสายช้อปปิ้งของเมืองซึ่งมีสินค้า แบรนด์เนมท้องถิ่นมากมาย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Icelandair Akureyri Hotel หรือเทียบเท่า

 

 
 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       อาคูเรย์รี่ – ทะเลสาบมิวัตน์ – เบรียดดัลซาวิ

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เขตทะเลสาบมิวัตน์ (Myvatn Lake)ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนซึ่งมีผลพวงมาจากลาวาภูเขาไฟ และพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรณีวิทยา และได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ของไอซ์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1974  นำท่านสู่ น้ำตกโกด้า (Godafoss Waterfall) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)   หรือที่รู้จักในนาม น้ำตกของพระเจ้า (The Waterfalls of Gods) ซึ่งมีความสูง 12 ม. และเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งถูกค้นพบโดยนักบุญชาวคริสต์เมื่อพันปีก่อนคริสตกาล อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของน้ำตกแห่งนี้ต่อด้วยการชมความอัศจรรย์ของพื้นดินที่เกิดจากการไหลรวมตัวของลาวา

 

จากนั้นนำท่านชม ดิมมูบอร์เกียร์ (Dimmuborgir Lava Labyrinth) (ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)ที่เกิดจากการรวมตัวกันในรูปแบบต่างๆ ทั้งรูปทรงกระบอก ทรงกรวย อีกหนึ่งความอัศจรรย์ที่เกิดจากการสรรสร้างของธรรมชาติ

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน อาบน้ำแร่ในเขตทะเลสาบมิวัตน์ (Myvatn Nature Baths)อีกหนึ่งเขตอาบน้ำแร่ของ ไอซ์แลนด์ เป็นน้ำแร่ที่อุดมไปด้วยสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เนื่องจากเขตทะเลสาบมิวัตน์ (Myvatn Lake) เป็นเขตที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ใต้ดินจึงเป็นแหล่งสะสมของแร่ธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม โซเดียม คลอรีน ซิลิก้า เป็นต้น โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 36-40 องศาเซลเซียส (มีบริการผ้าเช็ดตัวให้ท่านละ 1 ผืน และกรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยสำหรับแช่น้ำพุร้อน) จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ภูมิภาคตะวันออกของไอซ์แลนด์ (Eastern Iceland)ต่อสู่ เมืองเบรียดดัลซาวิก (Breiddalsvik) (ระยะทาง 255 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลโดยระหว่างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามไม่ว่าจะเป็นลาวาของภูเขาไฟ น้ำตกหลากหลายสาย และสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ระหว่างสองข้างทาง อาทิเช่น กวางเรนเดียร์ หงส์ป่า นกเป็ดน้ำ ฯลฯ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Blafell Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                เบรียดดัลซาวิก  – ธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุล – วิค  

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางเลาะเลียบขนาบไปกับ ธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุล (Glacier Vatnajökull)โดยจุดหมายอยู่ที่ทะสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ที่ชื่อว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็ง โจกุลซาลอน(Jökulsárlón Glacier Lake) (ระยะทาง 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) ที่ปรากฏเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วง ค.ศ.1934-1935และค่อย ๆ ขยายตัวเพิ่มพื้นที่ขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏว่าในปี 1975 มีพื้นที่ 7.9 ตารางกิโลเมตร เมื่อธารน้ำ แข็งละลายม ากขึ้น มากขึ้น ๆ ในทุก ๆ ปี ในปัจจุบันมีกินพื้นที่กว้างถึง  18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำถึง 200 เมตร ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนจึงได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบมีลึกเป็นอันดับสองของประเทศไอซ์แลนด์ นำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของทุ่งน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบนและไหลลงมาสู่ทะเล ท่านอาจได้พบกับนกทะเลสีดำที่ริมฝั่งทะเลตอนปลายที่เชื่อมระหว่างทะเลกับโจกุลซาลอน ที่มีชื่อเรียกว่า Skúasและสีขาวตระกูลนกนางนวล ที่เรียกว่า Big seagull หรือหากโชคดีท่านอาจจะได้เห็นสิงโตทะเลที่ดำผุดดำว่าย หรือหาอาหารอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นสถานที่นี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง JAMES BOND และBATMAN อีกด้วย

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิค (Vik) ระหว่างทางนำท่าน แวะชมความสวยงามที่แปลกตาของหาดทรายสีดำ (Reynisfjara Black Sand Beach) (ระยะทาง 204 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) อันมีเทือกเขาที่เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา และแนวหินบะซอลต์ เป็นหินอัคนีที่พบได้โดยทั่วไป ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพตามอัธยาศัย

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองวิค (Vik) เมืองเล็กๆ ซึ่งมีประชากรเพียง 300 คน เป็นเมืองเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงปกคลุมด้วยกลาเซียร์ มีทิวทัศน์ที่งดงาม พร้อมทั้งยังมีอากาศ สดชื่นเย็นสบาย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Dyrholaey Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      วิค –  ธารน้ำแข็งเมียร์ดาลโจกุล  - สโคค้า – เซสฟอส

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านไปเดินเล่น บริเวณหน้าผา เดียร์โฮไล (Dyrholaey) อีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากถนนเส้นหลักลักษณะเด่นคือ เป็นหินที่ก่อตัวเป็นรูปโค้ง มีทางลอดตรงกลางซึ่งการโค้งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตจากนั้นเดินทางต่อขึ้นสู่พื้นที่ระดับสูงประมาณ 3,000 ฟุต บน ธารน้ำแข็งเมียร์ดาลโจกุล (Myrdalsjokull Glacier) อันกว้างใหญ่ ที่ท่านสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับธารน้ำแข็งใน อลาสก้า (Alaska) ที่เพียงแค่มองเห็นในระยะไกลเท่านั้น


จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมียร์ดาลส์โจกูล (Myrdalsjokull)  นำท่านสัมผัสกับการ ขับรถ (Snowmobile)(1 ชั่วโมง) ไปบนธารน้ำแข็งด้วยตัวท่านเอง (คันละ 2 ท่าน พร้อมชุดอุปกรณ์กันหนาว) ***แต่ท่านก็ควรติดเครื่องกันหนาวส่วนตัวไปด้วย เช่น หมวกไหมพรมสำหรับใส่ก่อนใส่หมวกกันน็อค หรือจะเป็นแบบสวมทั้งศีรษะและใบหน้าเพื่อกันลมก็ได้, ถุงมือหนา ฯลฯ


หลังจากสนุกกันเต็มที่แล้ว ได้เวลาเดินทางสู่ หมู่บ้านสโคค้า (Skogar Village) (ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน (Skogar Folk Museum)แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไอซ์แลนด์ ในอดีต ต่อด้วยชมน้ำตกสโคค้าฟอสส์ (Skogarfoss) ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) มีความสูงประมาณ 62 เมตร ซึ่งไหลมาจาก แม่น้ำสโคการ์ (Skaga River) เป็นน้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งความใหญ่โตของน้ำตกทำให้ต้องยืนอยู่ห่างพอสมควรเพื่อที่จะได้ถ่ายภาพ น้ำตกได้ทั้งหมด และความที่เปลือกโลกส่วนนี้มีอายุน้อย ทำให้การยุบตัวของพื้นดินมีให้เห็นอย่างชัดเจน

ต่อด้วย น้ำตกเซลยาแลนด์ฟอสส์ (Seljaland Foss)ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งท่านสามารถเดินลอดน้ำตกแห่งนี้ได้ 

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองเซสฟอส (Selfoss)(ระยะทาง 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองศูนย์กลางทางการค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Selfoss Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เซสฟอส – อุทยานแห่งชาติธิงเวย์ลีร์ – บลูลากูน – เคฟลาวิก

07.30 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park)(ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) อยู่ทางด้านตะวันออกของเรคยาวิค เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไอซ์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1928 ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลกในปี ค.ศ. 2004 นอกจาก Thingvellir จะมีรอยแตกแยกของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (The Mid-Atlantic Rift) แล้ว ยังมีภูเขา ทุ่งลาวา หุบผา ถ้ำ ลำธาร น้ำตกและทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชมรอยแตกของเปลือกโลกที่กว้างขึ้นในแต่ละปี เนื่องจากมีการเคลื่อนตัวแยกออก จากกันอยู่ตลอดเวลา พร้อมชมร่องรอยอาคารรัฐสภาอันเก่าแก่ตั้งแต่ปี 930  อิสระให้ท่านถ่ายภาพ และชมความงดงามตามอัธยาศัย


นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกกูลฟอสส์ (Gullfoss) น้ำตกที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ และอาจจะกล่าวได้ว่าสวยงามกว่าน้ำตกไนแองการ่าอีกด้วย ถือว่าเป็นน้ำตกมีชื่อแห่งหนึ่งในจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวๆ หลายแห่งของประเทศนี้ และยังจัดว่าเป็นหนึ่งใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ใน “วงกลมทองคำ” (Golden Circle) ที่เมื่อผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ต้องไม่พลาดที่จะมาท่องเที่ยว ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มีความหมายว่า น้ำตกทองคำ เนื่องจากเมื่อละอองน้ำปะทะกับแสงแดดแล้วจะสะท้อนแวววาวออกมาเป็นสีทองอร่าม และปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำให้พบเห็นแก่ผู้มาท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นภาพที่อลังการสวยงามสมคำเล่าลือ

จากนั้นนำท่านชม น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ (Geysir)น้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ มีความร้อนประมาณ 400 องศาเซลเซียส พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในอดีตน้ำพุร้อน สามารถพุ่งได้สูงถึง 200 ฟุตทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว แต่ก็ยังสามารถพุ่งได้มากสุดที่ประมาณ 60 – 100 ฟุต ทุกๆ 5 นาที นับเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่ท่านไม่ควรพลาดชมเช่นเดียวกัน

12.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน  นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกรินดาวิก (Grindavik)(ระยะทาง 152  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เพื่อนำท่านไปอาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่นกันที่ บลูลากูน (The Blue Lagoon) สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลกและโด่งดังที่สุดของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) น้ำแร่ธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) บ่อน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งมีชื่อเสียงในการรักษาโรคมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส เป็นความเชื่อกันว่า น้ำแร่ที่นี้ช่วยรักษาโรคบางโรคได้อย่างดีเยี่ยม ว่ากันว่าจะเหมาะมากกับคุณสุภาพสตรีเพราะผู้หญิงจะมีอาการปวดท้องก่อนมาประจำเดือน ผมร่วง และ อีกอย่างจะช่วยทำให้ผิวเนียนใสด้วย บริเวณที่แช่น้ำแร่จะมีโคลนขาว สำหรับพอกหน้าให้ใช้บริการฟรีบ่อน้ำแร่จะมีความอุ่นมาก เหมาะสำหรับการใช้บริการในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดีภายในมีแช่ นวดสปาห้องซาวน่ามากมายหลายห้องรวมไปถึงน้ำตกนวดตัว      

        

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ เมืองเคฟลาวิก (Keflavik) (ระยะทาง 21 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)

19.30 น.      อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Icelandair Hotel Keflavik หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       เรคยาวิค– โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ค)

04.30 น.       อาหารเช้าแบบปิคนิค

นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) เมืองเคฟลาวิก(Keflavik)

07.45 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)โดย สายการบินภายในภูมิภาค (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที) 

12.55 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน – คาสตรัพ  (Copenhagen Kastrup Airport) กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)(เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไอซ์แลนด์ 2 ชั่วโมง)  หลังรับกระเป๋า

เดินทางเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับคณะ นำคณะเดินทางเข้าสู่ กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองหลวง และเมืองชายฝั่งทะเลของประเทศเดนมาร์ก ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะซีแลนด์ และเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ เนื่องจากมีการทำประมง และเป็นเมืองท่าของการขนส่งสินค้าการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สวยงาม และน่าสนใจด้วยมีลักษณะของการผสมผสานวิถีชีวิตหลากหลาย

 

14.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าย่านวอล์คกิ้งสตรีท หรือ ถนนสตรอยก์ (Stroget Street)ถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลกเริ่มจากศาลาว่าการเมือง (City Hall) ไปสิ้นสุดที่ Kongens Nytorv ที่มีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง อาทิ หลุยส์วิตตอง ชาแนล ร้านนาฬิกาหรูแบรนด์ดังจาก สวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) เป็นต้น

 

นำท่านเดินทางสู่ นูฮาวน์ (Nyhavn)แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง เพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกที่สวยงาม ทันสมัยประกอบกับมีเรือใบ และเรือสินค้าโบราณที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีถูกนำมาจอดทอดสมออยู่ริมสองข้างฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้ย่านนูฮาวน์เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องไปเยี่ยมชมกันให้ได้

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Scandic Copenhagen Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     โคเปนเฮเก้น - กรุงเทพฯ

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ชม กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจ ถ่ายรูปบริเวณลานกว้างหน้าพระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)ซึ่งเป็นสถานที่ประทับของบรรดาเหล่าพระราชวงศ์แห่งเดนมาร์ก พระราชวังแห่งนี้ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ด้านหน้าของพระราชวังจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวัน เหมือนกับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมในอังกฤษ อาคารของพระราชวังตั้งต่อกันคล้ายเป็นวงกลม บริเวณตรงกลางเป็นลานกว้างซึ่งรถสามารถแล่นผ่านไปมาได้อย่างสบาย เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น จัตุรัสด้านหน้าของพระราชวัง ท่านจะพบกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์เดนมาร์กทรงม้า ดูสง่างามยิ่งนัก

 

จากนั้น นำท่านถ่ายรูปกับ น้ำพุเกฟิออน (The Gefion Fountain)มีตำนานเล่าขานอย่างย่อๆว่า “เทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ โดยพระราชินีเกฟิออนได้แปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ ให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์ค (Denmark) ในทุกวันนี้” ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่ารูปปั้นนั้นมีหญิงคนหนึ่ง ซึ่งก็คือพระราชินีกำลังถือแส้ไล่วัวทั้ง 4 ตัวอยู่

 

นำท่านถ่ายถ่ายรูปกับ รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid)แอเรียล เจ้าหญิงเงือกน้อยแห่งท้องทะเล ที่แสนดื้อรั้น ช่างฝัน มักฝันถึงชีวิตบนโลกมนุษย์จากเทพนิยายอันลือชื่อของ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน Hans Christian Andersen ที่อาจทำให้หลายๆ คนเคยใฝ่ฝันอยากเป็นเงือกน้อยมาบ้างแล้ว...

 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน – คาสตรัพ  (Copenhagen Kastrup Airport) กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

14.25 น.       ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)

โดยเที่ยวบินที่  TG 951 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 35 นาที)

 

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง (11)                     กรุงเทพฯ

06.00 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 
฿179,900
จำนวน:
Visitors: 109,017