ทัวร์ ฝรั่งเศส แอลป์ โพรวองซ์ ลาเวนเดอร์ ริเวียร่า 10 วัน TG

ทัวร์ ฝรั่งเศส แอลป์ โพรวองซ์ ลาเวนเดอร์ ริเวียร่า 10 วัน TG

กำหนดการเดินทาง 28 มิถุนายน / 3, 10 กรกฎาคม 2562
ราคาท่านละ 94,900 บาท
 

โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 30 เมษายนนี้ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 
 
 
ไฮไลท์ของโปรแกรม พิชิตมองบลังซ์ ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ 1 ปีมีครั้ง
 
- ขึ้นเคเบิ้ลคาร์สูงที่สุดในโลก Aiguille du Midi ชมวิวยอดเขา Mont Blance ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป
- เที่ยวเมืองสวยแถบเทือกเข้าแอลป์ Chamonix / Annecy / Grenoble
- ชมสะพานส่งน้ำโรมัน Pont du Gard อายุกว่าพันปี
- เที่ยวเมืองสวยของโพรวองซ์ Avignon / Aix en Provence
- ชมหมู่บ้าน Gordes / Rousillon หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส
- ชมทุ่งลาเวนเดอร์ หนึ่งปีมีครั้งที่ โบสถ์ Senanque Abbey / Valensole
- เที่ยวเมืองสวยแถบริเวียร่า Nice / Cannes / Monaco
- ชมหมู่บ้านแสนสวยของริเวียร่า Eze / Saint Paul de Vence / Menton
- เที่ยวหมู่บ้าน Portofino ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- ชมเมือง Turin เมืองสวยในแถบเทือกเข้าแอลป์
- ช๊อปปิ้ง Summer Sale ที่ Serravalle Outlet
- ปิดท้ายชมมหาวิหารดูโอโม่ที่ Milan
 
 
รายละเอียดโปรแกรม
 

วันแรกของการเดินทาง   (1)                           กรุงเทพฯ

22.00 น.       คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารโดยสาร ชั้น 4 ประตู 3แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง  (2)                         มิลาน (อิตาลี) – ตูริน – ชาร์โมนิกซ์ (ฝรั่งเศส)

00.40 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงมิลาน  (Milan)โดยเที่ยวบินที่  TG 940(ใช้เวลาในการเดินทาง  11  ชั่วโมง  55 นาที)

07.35 น.         ถึงท่าอากาศยานนานาชาติมาเพนซ่า (MalpensaInternational Airport) ประเทศอิตาลี (Italy)  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)  หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชปรับอากาศนำลูกค้าทุกท่านเริ่มต้นเที่ยวกันที่เมืองตูริน (Turin) หรือ โตริโน่ (Torino)(ระยะทาง 138 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตศักราช อดีตเมืองหลวงเเห่งเเรกในแคว้นปีเอมอนเตทางภาคเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำ โป โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ที่พำนักของราชวงศ์ Savoy งดงามด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเอกซึมซับความสุนทรีย์ที่แฝงอยู่ในทุกตารางนิ้วด้วยกลิ่นอายของความเป็นฝรั่งเศสทำให้ตูรินมีเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ในอิตาลี น่าไปสัมผัสเยี่ยมยล นำท่านสู่จตุรัส Piazza San Carlo แลนด์มาร์คบรรยากาศคึกคักของตูริน โดยมีพื้นที่สาธารณะที่เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ เอมานูเอล ฟิลิเบอร์โต ดยุคแห่งซาวอย ตั้งอยู่ตรงกลางโบสถ์คู่คือ โบสถ์ซานตาคริสตินาและโบสถ์ซานคาร์โล ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเสมือนประตูเมือง รายล้อมไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมเก่าอันสวยงามที่ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นร้านกาแฟชื่อดังอย่าง คาเฟ่ ซานคาร์โลหรือคาเฟ่โตริโนและร้านขนม Confetteria Stratta อายุกว่า 150 ปี รวมทั้งร้านค้าอีกมากมาย นำท่านเดินเล่นชมเมืองตูริน ถ่ายรูปกับดูโอโม่ หรือมหาวิหารประจำเมืองตูริน จากนั้น อิสระท่านเดินเล่นช้องปิ้งตามอัธยาศัย

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองชาร์โมนิกซ์  (Chamonix) (ระยะทาง 168 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองตากอากาศชายแดนของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ มีภูเขาสูงล้อมรอบเมืองและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ท่านสามารถมองเห็นภูเขาหิมะสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง และเดินชมลำธารที่เกิดจากการละลายของหิมะจากเทือกเขานำท่านเดินเล่นชมบ้านเมือง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่สีสันสดใส และมีการตกแต่งบ้านเรือนไว้อย่างสวยงาม และมีร้านค้ามากมายให้ท่านได้เดินช้อปปิ้งกว่า 50 ร้าน หากอากาศดีๆท่านสามารถมองเห็นยอดเขามองต์บลังที่สูงถึง 4,807 เมตร สูงสุดในยุโรป และ อันดับ 11 ของโลก

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Mercure Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   ชาร์โมนิกซ์ – พิชิตยอดเขามองบลังค์– อานซี่ - เกรอนอบ

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  

เช้านี้นำท่านเดินทางสู่สถานีกระเช้าเพื่อนำท่านขึ้นสู่ยอดเขาเอกีดูมีดี (Aiguille du Midi) ซึ่งมีความสูงถึง 3,842 เมตร เป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1955 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพื่อชมความงดงามของยอดเขามองต์บลัง (Mont Blance)ที่มีความหมายว่า ภูเขาสีขาว คือหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอย่างใกล้ชิดที่สุด เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ซึ่งสูงถึง 4,810 เมตร โดยท่านจะได้ชื่นชมกับยอดเขานี้อย่างเต็มอิ่ม มีเวลาให้ท่านได้เพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะ และถ่ายภาพตามอัธยาศัย

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางลงจากยอดเขาเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองชาร์โมนิกซ์  (Chamonix)

หมายเหตุ: หากกระเช้าขึ้นยอดเขาเอกีดูมีดี ปิด หรือมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถขึ้นเขาได้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทของดให้บริการและจะทำการคืนเงินให้ทุกท่านแทน

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองอานซี่ (Annecy)(ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวง ของเขตชาววอยตอนบน ซึ่งอาจจะเรียกว่าห้องรับแขกของภูมิภาคโรน-แอลป์ ที่  เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และสวิสเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่แวดล้อม ด้วยธรรมชาติ ทะเลสาบ ภูเขา ทำให้ที่นี่ปราศจากมลพิษเป็นเมืองที่ผลิต ของโลกด้วย เมืองอานซี่ (Annecy) นี้ยังเป็นเมืองพักตากอากาศที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส (France)  ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติเข้ามาเยี่ยมชมตลอดปี  นำท่านชมความน่ารักของเมืองอานซี่ (Annecy)นี้บริเวณ ย่านเมืองเก่า ที่แสนจะโรแมนติค ด้วยตึกทรงโบราณสีสวยสดเป็นแนวยาว สองฟากฝั่งคลองที่มีน้ำใสสะอาดและเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ถ่ายรูปคู่กับ Island Palaceสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำเดิมทีอาคารนี้เป็นของตระกูล เดล ลิส์ล สร้างในศตวรรษที่ 12 แต่อีก 200 ปีต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นศาลและคุก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงกษาปณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นที่ทำการของรัฐในศตวรรษที่ 15 แล้วกลับมาเป็นคุกใหม่อีกครั้งในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส (France)   จนถึงปี ค.ศ. 1986 ทางการฝรั่งเศส (France)  ได้เข้าบูรณะครั้งใหญ่แล้วใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองอันเนอซี (Annecy) และซาวัว ด้วยความโดดเด่นในประวัติศาสตร์และรูปทรงทางสถาปัตยกรรมทำให้  Palais de L’Isleกลายเป็นสัญลักษณ์ของ เมืองอันเนอซี (Annecy) ไปในที่สุด เป็นปราสาทโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1132 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวเรือโบราณที่ทอดสมออยู่ในแม่น้ำและถูกประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ในปี 1900

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกรอนอบ (Grenoble) (ระยะทาง 107 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองศูนย์กลางของเฟรนช์แอลป์ โดยเฉพาะในด้านการคมนาคม เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนมี “ซัมเมอร์คอร์ส” ที่มีชื่อเสียงมาก และขณะเดียวกันในฤดูหนาวก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         เกรอนอบ ปงดูการ์ค – อาวิญอง

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองเกรอนอบ (Grenoble)ผ่านชมอาคารรัฐสภาโดฟีเน (Palace of the Parliament of dauphiné)อีกหนึ่งอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมือง โดยตัวอาคารถูกสร้างขึ้นระหว่างปี1500 – 1539 และถูกใช้งานมาจนถึงยุคแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส จนกระทั่งปี 2000 ได้ถูกใช้เป็นศาลจนถึงปี 2002 ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้กลายเป็นมรดกทางด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญของเมือง ผ่านชมสุสานเซนต์ รอซ (Saint Roch Cemetery)สุสานที่สร้างขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและยังมีบุคคลสำคัญถูกฝังในสุสานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในสุสานยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ของเซนต์ รอซ โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1826 โดยสร้างขึ้นเพื่อแทนที่วิหารเก่าที่มีชื่อเดียวกันอีกด้วย นำท่านชม เมืองเกรอนอบ (Grenoble) โดยการ นั่งกระเช้ากอนโดล่า (Telepherique to Fort de Bastille)เพื่อชมวิวตัวเมืองและทิวทัศน์โดยรอบที่มีทิวเขาโอบล้อมตัวเมืองในแบบ 360 องศาพร้อมกับเก็บภาพความประทับใจไม่รู้ลืม 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์งดูการ์ (Pont du Gard)(ระยะทาง 226 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส (France)

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านชม สะพานส่งน้ำโรมัน (Le Pont du Gard)ซึ่งเป็นสะพานเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั่งแต่ประมาณ 2,000 ปีมาแล้วด้วยความเก่าแก่และไม่ธรรมดาของ สะพานส่งน้ำโรมัน (Le Pont du Gard)แห่งนี้ จึงถูกจัดเข้าเป็นมรดกโลกจากองค์การ  Unesco ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985

               

 จากนั้นออกเดินทางต่อสู่ เมืองอาวิญอง (Avignon)(ระยะทาง 26  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่มีความสำคัญทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของฝรั่งเศส นำท่านชม เมืองอาวิญอง (Avignon)เริ่มด้วยการผ่านชม ปาเล่ส์ เดส์ ปาปส์  (Palais Des Papes)พระราชวังของพระสันตะปาปา ที่ได้ย้ายที่พำนักมาที่นี่จำนวน 9 พระองค์ (ค.ศ.1309-1423) โดยพระองค์แรกพระนามว่า Clément ที่ 5 ส่วน 2 พระองค์สุดท้าย ถูกขนานนามว่าพระสันตะปาปานอกทำเนียบ เนื่องจากที่วาติกันก็ได้มีการสถาปนา พระสันตะปาปาเช่นกัน อดีตพระราชวัง  แห่งนี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1995 พระราชวังนี้ตกแต่งแบบโกธิค มีความใหญ่โตถึง 15,000 ตารางเมตร จากนั้นนำท่านชม สะพานเลอ ปง แซงค์ เบอเนอเซ่ (Pont St Benezet)หรือที่หลายคนเรียกว่า สะพานแห่งเมืองอาวิญอง (Pont d’Avignon) หรือ สะพานหัก เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ต่อมาสะพานนี้ได้ถูกทำลายลงไปโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แม้จะทำการบูรณะหลายครั้ง แต่ก็ประสบกับภาวะน้ำท่วม ทำให้ในปัจจุบันเราจึงยังคงเห็นภาพสะพานที่มีลักษณะคล้ายสร้างไม่เสร็จ 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Novotel Avignon Centre Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       อาวิญอง – กอร์ด – คูร์ซีญง – วาลองโซล – เอ็กซ์ ออง โพรว็องซ์  

07.00น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกอร์ด (Gordes)(ระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30นาที)ตั้งอยู่บนยอดเขาแถบเทือกเขาลูเบอรอง (Luberon) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโพรวองซ์ ในบริเวณอุทยานแห่งชาติลูเบอรองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นเมืองเป็นการสร้างขึ้นบนยอดเขาและปลูกบ้าน ลดหลั่นกันลงมาตามไหล่เขา โดยมีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม รายล้อมด้วยบรรยากาศแบบชนบทดั้งเดิมของโพรวองซ์ บริเวณด้านนอกของหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหินที่มีอายุยาวนานมากกว่า 6,000 ปี โดยสร้างขึ้น จากการนำหินมาวางเรียงราย แต่ไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อมใดๆ ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “อีกหนึ่งในหมู่บ้านที่สวย ที่สุดในฝรั่งเศส” อิสระท่านเดินชมวิว มองออกไปจะเห็นวิวของทุ่งหญ้าเขียวๆ และแหล่งเกษตรกรรมสุดลูกหูลูกตา มีร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อมากมาย มีปราสาทหินโบราณ (Chateau de Gordes) สไตล์เรเนสซองอยู่ใจกลางเมือง

จากนั้นนำท่านชม สัญลักษณ์ที่เป็นไฮไลท์ของแคว้นโพรวองซ์ โบสถ์เซ-นองก์ อับบีย์ (Senanque Abbey) เพราะเป็นโบสถ์โบราณที่ปรากฏคู่ กับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในภาพถ่ายซึ่งใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของแคว้นโพรวองซ์นั่นเอง

                  

 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านคูร์ซีญง (Roussillon)(ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)หมู่บ้านที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน บ้านแต่ละหลังถูกทาด้วยสีส้มสดปัจจุบัน หมู่บ้านคูร์ซีญง (Roussillon) ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาเยี่ยมชมความงดงามของหมู่บ้านแห่งนี้จำนวนมาก

12.00 น.       อาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม หมู่บ้านคูร์ซีญง(Roussillon)ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของประเทศฝรั่งเศส (France) ด้วยทัศนียภาพส่วนใหญ่ของหมู่บ้านนั้น ได้ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาสีแดงตัดกับสีเขียวของต้นสนภูเขาที่ต่างแข่งกัน แทงยอดขึ้นเสียดฟ้า ให้อิสระแก่ท่าน เดินไปตามตรอกซอยเล็กซอยน้อย ภายในหมู่บ้านคูร์ซีญง (Roussillon) ท่านจะพบว่ามีร้านค้าขายสิ่งของที่ระลึกจำนวนมาก ชมอาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นขนาบสองข้างถนน แต่ละหลังก็อวดสีสันสีแดงมีสดบ้างซีดบ้างสลับกันไปสำหรับการเที่ยวชม นาฬิกาแดดของที่นี่ สิ่งก่อสร้างรูปร่างแปลกตา

นำท่านออกเดินทางสู่  เส้นทางสายลาเวนเดอร์ แถบ เทือกเขาลูเบโรน (Luberon) ซึ่งจะมีทุ่งลาเวนเดอร์ (Lavender Field) สีม่วงสวยงามเต็มท้องทุ่ง (เฉพาะเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม) ที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้กันที่ เมืองวาลองโซล  (Valensole)(ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส (France)  ตลอดสองข้างทางท่านจะได้เห็นความงามของ ทุ่งลาเวนเดอร์ (Lavender Field) ท่านจะพบกับความงามที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้นอกจากโพรวองซ์ (Provence) แห่งเดียวเท่านั้น คำว่า ลาเวนเดอร์ มีที่มาจากภาษาลาติน คือ lavare หมายถึง การชำระล้าง ซึ่งคนสมัยก่อนก็นิยมใช้พืชหอมสารพัดประโยชน์ชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายช่วงที่มีโรคติดต่อระบาดในกลุ่มชาวเปอร์เซียน กรีก และ โรมัน พวกเขาจะนำดอกลาเวนเดอร์มาเผา เพื่อป้องกันโรคติดต่อระบาด ในช่วงต้นศตวรรษที่ประเทศฝรั่งเศส หญิงรับจากซักผ้า (Washerwomen) ก็ใช้ดอกลาเวนเดอร์แช่ไว้ในอ่างอาบน้ำ พวกเขาจะวางดอกลาเวนเดอร์ไว้ในตะกร้าผ้าและตามตู้เพื่อให้ผ้าลินินมีกลิ่นหอม และ ป้องกันแมลง  อิสระให้ทุกท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่แปรรูปมาจากดอกลาเวนเดอร์ ทั้งขนม ,น้ำหอม, สบู่, ภาพวาดสวยงาม และอื่นๆ อีกมากมาย

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่  เมืองเอ็กซ์ ออง โพรว็องซ์ (Aix En Provence)(ระยะทาง 79 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองสวยที่สุดเมืองหนึ่งของ ฝรั่งเศส (France) และ อดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของ แคว้นโพรว็องซ์  (Provence)

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Quality Suites Excellior Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       เอ็กซ์ ออง โพรว็องซ์ – คานส์ – แซ็งปอล เดอ วองซ์ – นีซ

07.00น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองเอ็กซ์ ออง โพรว็องซ์ (Aix en Provence)เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมเนื่องจากมีอากาศอบอุ่น มีท้องฟ้าสีฟ้าสดกับน้ำทะสีครามทำให้บริเวณนี้ได้รับการขนานนามว่า โก้ตดาซูร์ (Cote D’Azur)ศิลปินและนักเขียนหลายคนอพยพจากปารีส (Paris) ลงมาอยู่ในแถบนี้เนื่องจากสีสันที่สดใสตามธรรมชาตินั้นเป็นแรงดลใจให้วาดภาพได้อย่างสวยงาม และด้วยอาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบบารอคอันหรูหรามากมายที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็น มรดกโลก  นำท่านชมความงดงามของ วิหาร แซงต์ ซาเวียร์ (St.Sauveur Cathedral)สถานที่รวบรวมสถาปัตยกรรมอันหลากหลายตั้งแต่ ศตวรรษที่ 5-17 ภายนอกและภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอย่างงดงาม ทั้งประตูวิหารแกะสลัก แท่นบูชา แท่นทำพิธี ฯลฯ

แล้วนำท่านเดินเล่นบน ถนนกูร์ค มิคาโบ (Cours Mirabeau)ถนนสายสำคัญที่สุดของเมืองที่สองฟากถนนปลูกต้นไม้รื่นรมย์ตลอดทางและมีน้ำพุประดับประดาอยู่บนถนนเป็นระยะๆ ให้อิสระท่านเลือกซื้อของ ฝากตามอัธยาศัย  จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองคานส์ (Cannes) (ระยะทาง 155 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)เมืองชายทะเลเล็กๆ ที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีและเป็นเมืองที่ใช้สถานที่ในการประกวดภาพยนตร์นานาชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

จากนั้น อิสระให้ท่านได้เก็บภาพกับ ปาเล่ห์ เด เฟสติวาลส์ (The Palais des Festivals) ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานประกวดภาพยนตร์ และศูนย์ประชุมนานาชาติ โดยรอบอาคารจะมีรอยฝ่ามือของบรรดาเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงจากฮอลลีวูดมาประทับเอาไว้บนพื้นซีเมนต์ ผ่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองบริเวณถนนลา โพรมานาด เดอ ลาครัวเเซ็ทท์ (La Promenade de la Croisette)ย่านเดินเที่ยวริมทะเลที่ทันสมัยที่สุดในโลกเรียงรายไปด้วยทิวแถวของต้นปาล์ม ร้านบูติก และร้านค้ามีระดับ

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่  เมืองแซ็งปอล เดอ วองซ์ (Saint Paul De Vence) ( ระยะทาง 28 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เป็นหมู่บ้านแห่งศิลปะ ในอดีต คือ  หมู่บ้านที่ จิตรกรชื่อดังแห่งฝรั่งเศส  มาร์ก ชากัล  ได้มาพำนักช่วง 20 ปีหลังของชีวิต สร้างสรรค์ผลงาน  ออกแสดง จนทำให้ แซ็งปอล เดอ วองซ์ (Saint Paul De Vence)โด่งดัง  ปัจจุบัน เป็นหมู่บ้านที่ศิลปินแขนงต่างๆ มาอาศัย และ นำเสนอผลงาน และออกจำหน่ายที่หมู่บ้าน เมื่อคุณมาถึงเขตของหมู่บ้านจะต้องจอดรถ และเดินเข้าไป   ทางเข้าหมู่บ้าน  ท่านจะได้เห็น ลานเล่นเปตอง  สถานที่พักของ ชุมชน ใกล้ๆกัน ก็จะมีร้าน กาแฟ ร้านอาหาร    ทางเดินในหมู่บ้าน จะเป็นเหมือน  ตรอกเล็ก ตรอกน้อย  ผสมปนเปกันไป ระหว่าง บ้าน  ร้านค้า แกลเลอรี่ของศิลปิน  รูปแบบการก่อสร้างแบบโบราณ  ที่ใช้หินในการก่อสร้างบ้าน  รับรองว่า หากท่านเป็น นักเที่ยวหัวใจอาร์ต จะ โดนใจกับหมู่บ้านนี้แน่นอน   ระหว่างที่ท่านเดินเล่นเที่ยว ไม่ต้องกลัวหลงทาง หากเดินไปเจอทางตัน ก็ แค่เดินย้อนกลับไป  วนไป วนมา  สุดท้าย ท่านจะเจอทางออกแบบงงๆ  ร้านค้าในหมู่บ้านมีทั้ง สินค้าทำเอง ออกแบบเอง  จากทางร้าน หรือ  มีเอามาจาก ไชน่า ก็มี  ให้ท่านสังเกตุคำว่า  Artisan ติดอยู่หน้าร้าน นั้น หมายความว่า สินค้า ทำเอง จากร้านแท้ๆ รับรองว่าเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใครแน่ๆ  อิสระ ให้ท่านได้เดินชมอาคารบ้านเรือนที่งดงามแห่งนี้ และจากบนยอดเขานี้ท่านจะได้เห็นชายฝั่งทะเลที่งดงามเกินคำบรรยาย และเมืองนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินชื่อดังหลายท่าน

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองนีซ (Nice)(ระยะทาง 21 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศฝรั่งเศส ในแคว้น โพรวองซ์-แอลป์-โกต-ดาซูร์ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส (France) ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) โดยมีชายหาดหินที่สวยงาม เมืองแห่งนี้ถือได้ว่า เป็นเมืองชั้นนำของรีสอร์ทแถบเฟรนซ์ริเวียร่า มีความสำคัญคือ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Quality Suites Excellior Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      นีซ – หมู่บ้านเอซ – กรุงมอนติคาร์โล – มองตอง – เจนัว (อิตาลี)

07.00น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเอซ (Èze) (ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชม หมู่บ้านเล็กอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ซึ่งมีวิวอันงดงามของท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) และอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะต้นมะกอก สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน นำท่านชมตัวเมืองซึ่งล้วนแต่สร้างจากหินภูเขา ตัวอาคารมีการสร้างอย่างมีศิลปะดูเก่าแก่แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ อิสระท่านเดินเล่นบนทางเดินเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหินแกรนิต ซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนร้านค้า ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงาม ให้ท่านรู้สึกราวกับย้อนยุคกลับไปในยุคกลาง

                  

จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงมอนติคาร์โล (Monte Carlo) (ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ประเทศโมนาโก (Monaco) เมืองบนภูเขากับทะเลสวยและการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Formula 1 ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

                

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   หลังอาหารกลางวัน นำท่านเริ่มต้นเที่ยวชม กรุงมอนติคาร์โล (Monte Carlo) เมืองตากอากาศของบุคคลสำคัญทั่วโลก และเป็นแหล่งคาสิโนชื่อดัง และมีความหรูหรา และงดงาม ท่านสามารถเห็นเรือยอร์ชลำหรูจอดเรียงรายเต็มท่าเรือ ณ บริเวณ เขตเมืองเก่าโมนาโก (Monaco Ville)จากนั้น นำท่านถ่ายรูปกับ ปาเล่ส์ เดอ แพร็คงซ์ (Palais De Princes)พระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่ง โมนาโก (Monaco) อย่างเป็นทางการ ซึ่งปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์กริมาลดี (Grimaldi) เริ่มใช้ที่นี่เป็นพระราชวัง จากนั้นเป็นต้นมาสมาชิกของราชวงศ์กริมาลดีแห่งโมนาโก ทุกพระองค์ล้วนแต่เคยประทับ ณ ปราสาทนี้ทั้งสิ้น นำท่านถ่ายรูปกับ คาสิโนแห่งมอนติคาร์โล (Casino)ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี และปัจจุบันบ่อนคาสิโนได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของ ประเทศโมนาโก (Monaco) อีกด้วย

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองตอง (Monton)(ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 30 นาที)ได้รับการขนานนามว่า Pearl of France หรือ ไข่มุกแห่งฝรั่งเศส และได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของริเวียร่าฝรั่งเศส และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศสอีกด้วย เมืองมองตองเป็นพรมแดนฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของอิตาลี โดยเมืองมองตองถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 11 จากการตั้งถิ่นฐานของชาวอิตาลี แต่ต่อมากลายเป็นของฝรั่งเศสในช่วงนโปเลียนที่ 3 เมืองมองตองเป็นเมืองที่มีอากาศดีจึงเป็นแหล่งปลูกมะนาวที่สำคัญของฝรั่งเศส และทุกๆปีจะมีการจัดงานเกี่ยวกับมะนาว ถือเป็นงานที่สำคัญของเมืองนี้ อิสระท่านเก็บภาพความประทับใจ และเดินเล่นชมเมือง

จนกระทั่งสมควรแก่ นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่ ประเทศอิตาลี (Italy)กันที่ เมืองเจนัว (Genoa)(ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองท่าพาณิชย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มา ณ วันนี้เมืองเจนัว (Genoa)  เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี  (Italy) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และที่ท่าเรือแห่ง อ่าวเจนัว (Genoa Bay) นี้เป็นบ้านเกิดของนักเดินเรือผู้บุกเบิกอันเลื่องชื่อ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา    

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

พักค้างคืน ณ  Mercure Genova Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)        เจนัว – ซานตา มารเกริตา ลิกูเร – ปอร์โตฟิโน – เซอร์ราวัลเล เอาท์เล็ท – มิลาน

07.30น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองซานตา มารเกริตา ลิกูเร (Santa Margherita Ligure)  (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 45 นาที) เพื่อนั่ง Minibus ต่อไปยัง เมืองปอร์โตฟิโน (Portofino)(ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 15 นาที) เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สวรรค์แห่งเมืองท่าแห่งอิตาลี  นำท่านชม  เมืองปอร์โตฟิโน (Portofino) เมืองท่าแห่ง ชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea)ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ  นำท่านนั่งรถ Minibus  เพื่อเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง  จุดแรกนำท่านไปชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin Church) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความ

สวยงามมากพอสมควร  ต่อมาผ่านชมความยิ่งใหญ่ของ ปราสาทและป้อมปราการ (Castello Brown)ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมืองอีกด้วย จากนั้นอิสระท่านเดินชม เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช จอดเต็มไปหมด

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน นำท่านขึ้น Minibus  เพื่อกลับสู่ จุดจอดรถบัส แล้วนำท่านเดินทางสู่ เซอร์ราวัลเล เอาท์เล็ท (Serravalle Designer Outlet) (ระยะทางประมาณ 54 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เอาท์เล็ทที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นศูนย์รวมสินค้าชั้นนำที่มีสินค้าให้เลือกกว่า 300 แบรนด์ อิสระให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง อาทิ เช่น Prada, Burberry, Bvlgari ,Dolce & Gabbana ,Nike ,Guess ,Desigual ,Versace ฯลฯ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ระยะทาง 96 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  นครที่มีชื่อทางด้านอุตสาหกรรม และเมืองใหญ่อันดับสองของ อิตาลี (Italy) ให้ท่านชมธรรมชาติที่งดงามตามเส้นทางจนกระทั่งถึง กรุงมิลาน(Milan) เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจการค้าและแฟชั่น จากนั้นอิสระท่านที่ แกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งอาเขตที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 12 ปี เพื่อให้เป็นห้องรับแขก แห่ง กรุงมิลาน (Milan) เป็นอาคารหลังแรก ๆ ของยุโรปที่ใช้โครงเหล็กในการก่อสร้าง พื้นตกแต่งด้วยโมเสกเป็นรูปทวีปต่าง ๆ อาคารอย่างมีรสนิยมโดยสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักThe Hub Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       มิลาน

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ดูโอโมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo)ที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นที่สุดของเมืองนี้ และไม่ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม ด้านหน้าคือพระบรมราชาสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอริโอเอมมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) ขณะทรงม้า ด้านในดูโอโมมีกระจกสีที่สวยงาม กล่าวกันว่าสถานที่นี้คือสถานที่ใช้เก็บตะปูซึ่งใช้ตรึงพระเยซู ตะปูนี้จะนำลงมาให้ประชาชนเข้าชมปีละครั้งในเดือนกันยายน

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมาเพนซ่า (MalpensaInternational Airport) เพื่อทำการเช็คอินและทำ Tax Refund

14.05 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 941 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

05.55 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 
 
รายละเอียดโปรแกรมคลิกด้านล่าง
ll
ll
ll
ll
ll
V
 

 

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 112,473