ทัวร์ ดีที่สุดของ โรมาเนีย บัลแกเรีย 10 วัน บิน QR

ทัวร์ ดีที่สุดของ โรมาเนีย บัลแกเรีย 10 วัน บิน QR

กำหนดการเดินทาง 31 พฤษภาคม / 21 มิถุนายน / 12 กรกฎาคม / 9 สิงหาคม / 20 กันยายน 2562

 

ราคาท่านละ 79,900 บาท


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

ไฮไลท์โปรแกรม

- บินเข้ากรุงโซเฟีย บัลแกเรีย ออกกรุงบูคาเรส โรมาเนีย โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์
- ชมความงดงามของ กรุงโซเฟีย เมืองหลวงของประเทศบัลแกเรีย
- ชม อารามรีล่า อารามที่มีชื่อเสียงและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในบัลแกเรีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
- ชมเมืองโพลฟดิฟ เมืองเก่าที่สุดเมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป
- ชมเส้นทางสายดอกกุหลาบ แหล่งปลูกกุหลาบอันกว้างใหญ่
- ชมเมืองคาซานลัค เมืองที่ถือว่าเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย
- เดินเล่นเมืองเวรีโก้ เทอโนโว เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในบัลแกเรีย
- ชม หมู่บ้านอบานาสซี หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเวลามาเยือนประเทศบัลแกเรีย
- เที่ยวชมกรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของโรมาเนีย และยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ
- เข้าชมปราสาทเปเลส หนึ่งในปราสาทเทพนิยายที่สวยที่สุดในโลก
- ชมปราสาทบราน หรือที่รู้จักในนามปราสาทของแดร็กคูล่า ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโรมาเนีย
- เดินชมเมืองบราซอฟ หนึ่งในไข่มุขเม็ดงามของโรมาเนีย ฉายาสวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก
- ชมเมืองซิกิสชัวร่า เมืองมรดกโลกที่งดงามของโรมาเนีย
- เดินเล่นเมืองซีบิว อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรทรานซีลเวเนีย ถูกกำหนดเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป

 รายละเอียดโปรแกรม

 

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                        กรุงเทพฯ – โดฮา (กาต้าร์)

23.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน กาตาร์แอร์เวย์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                     โดฮา กรุงโซเฟีย (บัลแกเรีย)

02.35 น.         ออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 837  (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 10 นาที)

05.45 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport)กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์(Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

06.50 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงโซเฟีย (Sofia) โดยเที่ยวบินที่ QR 227  (ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง 10 นาที)  

12.00 น.        เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโซเฟีย (Sofia International Airport) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงโซเฟีย (Sofia)เมืองหลวงประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria)ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ มีเทือกเขาวิโตชา ที่บนยอดเขาปกคลุมไปด้วยหิมะทอดยาวเป็นฉากหลังอันงดงามของเมือง

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมกรุงโซเฟีย (Sofia)เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐบัลแกเรีย และ  เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องจำนวนประชากรเป็นอันดับที่ 47 ของสหภาพยุโรป ตั้งอยู่ทางตะวันตก ของบัลแกเรีย ตั้งอยู่เชิงเขาวิโตชา เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ เก่าแก่ยาวนานถึง 7,000 ปี ซึ่งยัง คงเหลือร่องรอยให้เห็นจากโบราณสถานในยุคต่างฯ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ถูกทำลายเสียหายไปมาก เมื่อครั้งสงครามรัสเซีย – ตุรกี เมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว โซเฟีย ยังเป็นเมืองศูนย์กลางของการขนส่ง สินค้าทางบกที่สำคัญของคาบสมุทรบอลข่านอีกด้วยเริ่มต้นที่การชมความงดงามของ มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky Cathedral)ซึ่งถือเป็นมหาวิหารคริสตจักรนิกายออร์โธด๊อกซ์ที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก มหาวิหารนี้มีรูปแบบการก่อสร้างของนีโอไบแซนไทน์ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิค อเล็กซานเดอร์ โพมีรานท์เซฟ เป็นมหาวิหารที่การก่อสร้างในแบบโดมหลังคาทรงกลมสีเขียว ที่มีความสูงถึง 53 เมตร ตกแต่งด้วยหินอ่อนที่วิจิตรตระการตา ภายในมีเนื้อที่ประมาณ 3,170 ตรม.ซึ่งสามารถจุผู้เข้าทำพิธีได้ประมาณ 10,000 คน

                   

นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์โซเฟีย (The Sofia Synagogue)โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่เป็นอันดับสามในทวีปยุโรปจากนั้นแวะไปชมพระราชวังเดิมที่ จัตุรัสบัทเทนเบิร์ก (Battenberg Square)ซึ่งปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็น หอศิลป์แห่งชาติ (National Art Gallery)นำท่านผ่านชม สวนสาธารณะเก่าประเมืองโซเฟีย ผ่านชมทำเนียบประธานาธิบดี และโบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George) เป็นโบสถ์คริสต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวโรมัน ในศตวรรษที่ 4 ก่อสร้างโดยใช้ อิฐแดง และยังถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในโซเฟีย

19.00 น.        อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Novotel Sofia หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     กรุงโซเฟียรีล่าโพลฟดิฟ  

07.00 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้มีเวลาให้ท่านได้ช้อปปิ้งและเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังกันตามอัธยาศัยในย่านไวโตช่า บูเลอวาร์ด  Vitosha Boulevardย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของเมืองโซเฟียอีกแห่งหนึ่ง และยังเป็นถนนคนเดินในยามค่ำคืน ซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้า และร้านรวงต่างๆ รวมไปถึงร้านอาหาร ร้านชา กาแฟ และบาร์ต่างๆ ไว้ให้ได้นั่งพักผ่อนหย่อนกาย

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองรีล่า (Rila)(ระยะทาง 106 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ที่ระดับความสูง 1,147 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำริลสก้าและดรุสย่า วิทซ่า ที่ไหลอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวยงาม

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร


นำท่านไปชม อารามมรดกโลกรีล่า (Rila Monastery)เป็นอารามของคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดของบัลกาเรีย ตั้งอยู่บนจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามของภูเขารีล่า ที่ระดับความสูง 1,147 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำริลสก้าและดรุสย่า วิทซ่า ที่ไหลอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวย และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1983 ชมความสวยงามของวิหาร ที่ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดย นักบุญจอห์นแห่งรีลา (St.John of Rila) ผู้ถือสันโดษและใช้ชีวิตเข้าเงียบในถ้าและได้รับยกย่องเป็นนักบุญโดย นิกายออร์โธดอกซ์ อาศรมและหลุมศพของท่านกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และได้กลายเป็นอารามซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านจิตวิญญาณและสังคมของบัลแกเรียยุคกลาง อารามนี้ถูกทำลายด้วยไฟไหม้ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ระหว่างคริสต์ศักราช 1834-1862 รูปแบบของอารามเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปะสมัยบัลแกเรียน เรอเนสซองส์ ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 และเป็นสัญลักษณ์แห่งการตระหนักรู้ถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสลาวิค (Slavic) หลังจากที่ตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่นมานับหลายศตวรรษ อารามรีล่า ถือเป็นเป็นศูนย์กลางของจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบัลแกเรีย และเป็นจุดหมายในการเดินทางแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชนในนิกายออร์โธดอกซ์จากทั่วโลกที่ นักบุญเซนต์อิวาน ริลสกี้ (St.Ivan Rilski) แห่งอารามรีล่า ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้เรื่องการกดขี่ทางชาติพันธุ์ในสมัยการยึดครองของจักรวรรดิออตโตมัน อารามแห่งนี้ถือเป็นอนุสรณ์สถานของสถาปัตยกรรมและความมั่งคั่งของวัฒนธรรมและศิลปะของบัลแกเรีย สัญลักษณ์รูปเคารพ (Icon) ที่อารามนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและทาด้วยทองคำแท้เพียงแห่งเดียวในบัลแกเรีย นอกจากนี้อารามเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สมบัติ และวัสดุวรรณกรรมอายุกว่าร้อยปีอีกเป็นจำนวนมาก จากนั้น นำท่านเข้า ชมพิพิธภัณฑ์ริล่าซึ่งภายในได้เก็บสมบัติล่ำค่ามากมายของอารมหลวงแห่งนี้รวมถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยจัดแสดงเป็นห้องๆ เช่น ห้องที่จัดแสดงเครื่องแต่งกายของท่านอาร์คบิชอป ห้องที่จัดแสดงเครื่องพิมพ์กระดาษที่ทำจากแผ่นทองแดง ห้องที่จัดแสดงไม้กางเขนที่แกะสลักด้วยมือที่มีความละเอียดสูงมากจึงสามารถสื่ออารมณ์ออกมาทางสีหน้าได้อย่างชัดเจนใช้ในเวลาแกะสลักกว่า 12 ปีจึงเสร็จ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองโพลฟดิฟ (Plovdiv)(ระยะทาง 251  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บน ที่ราบสูงทราเชียน (Thracian Plain) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงโซเฟีย (Sofia) เท่านั้น ตัวเมืองสร้างและก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นปีที่ 342 ก่อนคริสตกาล โดยพระเจ้าฟิลลิปที่ 2 แห่งมาซิโดเนีย นับได้ว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ของยุโรป เคยผ่านการปกครองมาทั้งจักรวรรดิโรมันและออตโตมานและ เมืองโพลฟดิฟ (Plovdiv) เมืองที่เป็นเส้นทางการเดิน ทางและการค้าที่สำคัญริมแม่น้ำมาริทซ่า (Maritsa River) ทำให้เป็นจุดสนใจของหลายชาติทั้งทราเซีย, โรมัน, ไบแซนไทน์, ออตโตมาน และ บัลแกเรีย จึงทำให้อาคารบ้านเรือนรวมทั้งโบสถ์ และสถานที่ต่างๆ มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาหลากหลายสไตล์ผสมกัน 


19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Leipzig หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         โพลฟดิฟคาซานลัค เวลีโค ทาร์โนโว   

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชม เมืองเก่าพลอฟดิฟ (Plovdiv Old City)ส่วนที่เก่าแก่ของตัวเมืองได้รับการอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรม ซึ่งทำให้ พลอฟดิฟ ยังคงมีกลิ่นอายของยุคเรอเนสซองจนถึง ปัจจุบัน สภาพตึกรามบ้านช่องยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งรูปแบบเดิมเป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน นำท่านเดินชมเขตเมืองเก่าบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินแบบโบราณ นำท่านชม โบสถ์เซนต์สคอนสแตนตินและเฮเลนา (St.Constantine and Helena)หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ในอดีตเคยเป็นกำแพงป้อมปราการของเมืองบริวาร สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1832 และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Ethnographic Museum ภายในจัดแสดงเรื่องราวของหัตถกรรมและเกษตรกรรมของชาวพลอฟดิฟ จากนั้นให้ท่านได้อิสระเดินเลือกซื้อสินค้า ณ ถนนคนเดิน อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์จากดอกกุหลาบซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของประเทศบัลแกเรียที่เป็นไม่ว่าจะเป็น สบู่ น้ำมันหอมที่สกัดจากดอกกุหลาบ โลชั่นทาผิว ที่ หรือ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ

                  

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางไปตามเส้นทางสายดอกกุหลาบ ณ หุบเขาแห่งกุหลาบ (The Valley of Roses) แหล่งปลูกกุหลาบอันกว้างใหญ่ ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของน้ำมันดอกกุหลาบที่ปลูกไว้ในไร่อันกว้างใหญ่ จนแทบเรียกได้ว่า กินอาณาเขตไปเป็นภูเขาทั้งลูกเลยทีเดียว จนเข้าสู่  เมืองคาซานลัค (Kazanlak)(ระยะทาง 104  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที)  เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ เทือกเขาบอลข่าน (Balkans Mountain) เมืองสวนสวยในหุบเขา เป็นเมืองที่ปลูก กุหลาบหลากสีมากมายตามเชิงเขา โดยที่เมืองคาซานลัค (Kazanlak) นั้น ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย (Bulgaria) ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะมองไปทางไหนก็เจอแต่ดอกกุหลาบ เมืองนี้เป็นเมืองที่มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ยุคสมัยหินใหม่ ซึ่งถือว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในดินแดนแถบนี้ ชมพิพิธภัณฑ์กุหลาบ (Rose Museum) พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากดอกกุหลาบและสกัดน้ำมันจากดอกกุหลาบ แบบดั้งเดิมเมื่อหลายศตวรรษที่แล้ว จากนั้นนำท่านเข้าชม สุสานโบราณชาวเธรเชียนแห่งคาซานลัค (Thracian Tomb of Kazanlak)ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดย UNESCO  สุสานโบราณนี้ได้รับการค้นพบในปีคริสต์ศักราช 1944 มีอายุตั้งแต่ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic) ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 4 (กลางพุทธศตวรรษที่ 10) สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองเซฟโตโปลิส (Seutopolis) นครหลวงของพระเจ้าเซฟเตสที่ 3 กษัตริย์แห่งเธรส และเป็นส่วนหนึ่งของสุสานเธรเชียน สุสานทรงรังผึ้งหรือที่เรียกว่า ธอลอส นี้ มีทางเดินแคบและห้องฝังศพรูปกลม ทั้งสองส่วนตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงภาพพิธีกรรมและวัฒนธรรมการฝังศพของชาวเธรส จิตรกรรมเหล่านี้เป็นงานยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic) ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดของบัลแกเรีย (Bulgaria)  อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกและเดินเล่นชมเมือง

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเวลีโค ทาร์โนโว (Veliko Tarnovo)(ระยะทาง 100  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองที่ตั้งอยู่ในที่ราบ ท่ามกลางภูเขาสามลูก หนึ่งในสาม เขานี้คือ ซารีเว็ท (Tsaravets) อันเป็นที่ตั้งเมืองหลวงเก่าของประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria) โดยที่กวีและนักประพันธ์ในยุคโบราณหลายท่านได้พรรณนาความงามของ เมืองเวรีโก้ เทอโนโว (Veliko Turnovo) ว่า “งามเป็นรองแค่คอนสแตนติโนเปิล”  เท่านั้น

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Panorama หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                             เวลีโค ทาร์โนโว – อบานาสซีกรุงบูคาเรสต์ (โรมาเนีย)

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

นำท่านชม เมืองเวรีโก้ เทอโนโว (Veliko Turnovo)หนึ่งในเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของบัลแกเรีย(Bulgaria) และยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria) อีกด้วย โดยในยุคกลางนั้น เวรีโก้ เทอโนโว (Veliko Turnovo) ถือได้ว่าเป็นเมืองป้อมปราการที่มีความแข็งแกร่ง อีกแห่งของ บัลแกเรีย (Bulgaria)

นำท่านเข้าชม ปราสาทซารีเวทส์ (Tsarevets Castle)เป็นป้อมปราการในยุคกลางที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำยานตา ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของกษัตริย์และมีโบสถ์ที่ในเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ในปัจจุบันได้มีการตกแต่งด้วยศิลปะร่วมสมัยที่สวยงามและแปลกตา ปัจจุบันได้มีการทำนุบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ป้อมปราการแหล่งนี้อยู่ในลักษณะที่ค่อนข้างสมบูรณ์

จากนั้นนำท่านเดินเล่นที่ ถนนซาโมวอดสก้า (Samovodska)ซึ่งเป็นถนนที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่นี้จะมีสินค้าท้องถิ่น และของที่ระลึกขายอยู่เป็นจำนวนมาก

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอบานาสซี (Arbanassi) (ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) เมืองเล็กๆ ที่เรียกว่าเป็นหมู่บ้านก็ว่าได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเวลามาเยือน ประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria) นำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าที่ยังคงร่องรอยของประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 17 ที่ในสมัยนั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการค้า โดยปัจจุบันทางรัฐบาลของบัลแกเรียได้ยกระดับหมู่บ้านนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดี 

นำท่านเดินทางสู่กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest)(ระยะทาง 179  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศโรมาเนีย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน เมืองบูคาเรสต์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหภาพยุโรป นับจากจำนวนประชากรในเขตเมือง ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นเมืองที่เจริญมั่งคั่งที่สุดในโรมาเนีย และเมืองหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดและครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นด้านการประชุม การศึกษา งานทางด้านวัฒนธรรมฯลฯ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Novotel Bucharest หรือเทียบเท่า

 


วันที่หกของการเดินทาง (6)                        กรุงบูคาเรสต์ – ซินายา

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซินายา (Sinaia)(ระยะทาง 140  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในมณฑลพราโฮวา (Prahova County) โดยตัวเมืองนั้นตั้งลึกเข้าไปในเทือกเขาคาร์เพเธียน (Carpathian Mountains) เป็น เมืองรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมเมืองหนึ่งของประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศที่ดีมาก และมีความหลากหลายทางด้านทัศนียภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าและกีฬาฤดูหนาวแนะนำว่าไม่ควรพลาดมาเมืองซินายาสักครั้งหนึ่ง นำท่านเข้าชม ปราสาทเปเลส (Peles Castle)ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาบูเซกิ กลางป่าสนบนเทือกเขาคาร์เปเทียน เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงาม และคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในโรมาเนีย สร้างขึ้นโดยกษัตริย์คาโรลที่ 1 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนปราสาทนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 10 ปี ตัว ปราสาทเป็นศิลปะแบบเยอรมัน ภายในปราสาทตกแต่งหรูหราอลังการด้วยไม้แกะสลักเสลาลวดลายงดงาม เป็นปราสาทที่รวบรวมงานศิลปะที่สวยงามมากมายจากประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น โคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส เป็นต้น

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนำท่านเดินทางสู่ เมืองบราน (Bran) (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่อยู่ของแวมไพร์ และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากอีกเมืองหนึ่งของโรมาเนีย นำท่านเข้าชม ปราสาทบราน (Bran Castle)หรือที่รู้จักกันในนาม ปราสาทแดร็กคูล่า สร้างขึ้นในในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโรมาเนียตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอด สร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมควบคุมเส้นทางการค้า และเก็บภาษีระหว่างแคว้นวาลันเซียและแคว้นทรานซิลวาเนีย

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบราซอฟ (Brasov) (ระยะทาง 27  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)คือหนึ่งใน ไข่มุกเม็ดงามของโรมาเนีย เมืองที่ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น สวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก

นำท่านเที่ยวชม เมืองบราซอฟ (Brasov)โดยนำท่านเข้าสู่ จัตุรัสสภา (Piata Sfatului)เป็นที่ตั้งอาคารสภาชุมชนเมือง ที่มีอายุกว่าพันปี ที่สำคัญรอบๆ จัตุรัสแห่งนี้เป็นแหล่งชุมนุมของสถาปัตยกรรมศิลป์หลายสมัย นับตั้งแต่อาคารแบบโรมาเนสก์ โบสถ์สไตล์เรอเนสซองซ์ โรงแรมแบบบาร๊อค รวมถึงร้านกาแฟภายในอาคารแบบโรโคโค ซึ่งสร้างต่อเนื่องกันมาหลายๆ สมัยโดยจัตุรัสแห่งนี้นี่เอง เป็นที่มาของการขนานนามว่า “เมืองบราซอฟคือเมืองงามที่สุดของโรมาเนีย”  นำท่านชม โบสถ์ดำ (Black Church)ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1383 สาเหตุที่ถูกเรียกว่า โบสถ์ดำ (Black Church) ก็เพราะว่าในอดีต เมืองแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ คราบดำจากเขม่าจึงไปเกาะที่ผนังโบสถ์จนเป็นสีดำทะมึน นอกจากโบสถ์ดำแล้วที่ เมืองบราซอฟ (Brasov) แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนแห่งแรกและโรงพิมพ์แห่งแรกของ ประเทศโรมาเนีย (Romania) อีกด้วย จากนั้นอิสระท่านที่ จัตุรัสสภา (Piata Sfatului) ซึ่งจะมีน้ำพุและร้านกาแฟที่ตั้งอยู่รายรอบ เหมาะที่จะนั่งเล่นเพื่อจิบกาแฟอย่างยิ่ง ที่ใจกลางเมืองแห่งนี้ จะมี (Walking Street) หรือถนนคนเดินที่ชวนหลงใหลให้เดินชมสินค้าได้อย่างไม่รู้เบื่อ

 

19.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Ramada Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                       บราซอฟ – ซิกิสชัวร่าซีบิว  

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซิกิสชัวร่า (Sighisoara) (ระยะทาง 94  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที)ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ เมืองซีกิสโอร่า เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดมูเรส ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำทาร์นาว่าแมร์และอยู่ในพื้นที่ด้านประวัติศาสตร์ของทรานซิลวาเนีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน โดยในช่วงราวศตวรรษที่ 12 พวกเยอรมันทรานซิลวาเนียนแซ๊กซ๊อนส์ ที่เป็นพ่อค้าวาณิชย์และพวกที่มีฝีมือด้านหัตถกรรม ได้รับเชิญจากกษัตริย์ของฮังการีให้เข้ามาอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานและช่วยปกป้องโดยการเป็นแนวหน้าในราชอาณาจักรของพระองค์ และจากด้านการบันทึกก็มีพวกแซ๊กซอนส์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในปี ค.ศ.1191 และได้สร้างเมืองให้มีความสวยงามเจริญรุ่งเรืองมาถึงจนทุกวันนี้ และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1999

นำท่านเดินชมเมือง เข้าชมพิพิธภัณฑ์หอนาฬิกา (Clock Tower)ที่มีชื่อเสียง นำท่านชมแต่ละห้อง ภายในหอนาฬิกา ซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของมีค่าที่ขุดได้ภายในเมืองนี้ แล้วนำท่านขึ้นชมทัศนียภาพของเมืองซิกิสชัวร่าจากยอดสูงสุดของหอนาฬิกาจากนั้นอิสระท่านเดินไปตาม ถนนในย่านเมืองเก่า (Old Town)มีเวลาให้ท่าน ชมความเก่าแก่ของเมืองยุคกลางและหาซื้อของที่ระลึก เล็กๆ น้อย ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆเช่นกัน

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลาอัน นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองซีบิว (Sibiu) (ระยะทาง 94 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในเขตภูมิภาค แคว้นทรานซิลเวเนีย (Transylvanian) นำท่านชม เมืองซีบิว (Sibiu)ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทรานซิลเวเนีย (Transylvanian) ระหว่างปี ค.ศ. 1692 – 1791 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของ ประเทศโรมาเนีย (Romania) โดยถูกกำหนดให้เป็น “เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ในปี ค.ศ. 2007” และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของยุโรป และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก้ ปี 2004  อีกด้วย นำท่านเข้าชม โบสถ์ซีบิว (Sibiu’s Evangelical Cathedral)ซึ่งเคยเป็นที่กักขังบุตรชายของเจ้าชายวลัค (บุตรชายของท่านแดร๊กคูล่า) แล้วนำท่านชม จัตุรัสฮูเอท (Huet Square)ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาพบปะและสังสรรค์

                  

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Best Western Hotel หรือเทียบเท่า

 

 วันที่แปดของการเดินทาง (8)                     ซีบิว – กรุงบูคาเรสต์   

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเดินทางสู่กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) (ระยะทาง 277  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

                  

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านผ่านชม ประตูชัยโรมาเนียน (Arcul de Triumf)ซึ่งสร้างเลียนแบบประตูชัยในกรุงปารีส ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย จากนั้นนำทุกท่านผ่านชม  อาคารรัฐสภา หรือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศโรมาเนีย (Parliament Palace)ที่ตั้งอยู่ในใจกลางของบูคาเรสต์ โดยทำเนียบประธานาธิบดีแห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภานี้ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา และมีจำนวนห้องมากถึง 10,000 ห้อง นำทุกท่านเดินชมใจกลางเมืองเก่า ท่านจะได้ชม จัตุรัสแห่งการปฎิวัติ (Revolution Square)ซึ่งเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของโรมาเนียในการปฏิรูปการปกครอง ตลอดเส้นทางการเดินชมเมืองเก่าท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศที่แสนโรแมนติกและได้ถ่ายภาพอาคารสวยงามตามสไตล์ยุโรป นำท่านสู่ห้างสรรพสินค้า Baneasa Shopping City mall อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้า และของฝากตามอัธยาศัย

                  

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Novotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       กรุงบูคาเรสต์ – โดฮา (กาต้าร์)

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ เฮนรี โคอันดา (Henri Coanda International Airport) มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

12.55 น.       นำท่านออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 222(ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 45 นาที)

17.40 น.       ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport) กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์ (Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

19.05 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบิน QR 826 (ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 25 นาที)


วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพ

05.30 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ(Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดโปรแกรมคลิกด้านล่าง
ll
ll
ll
ll
ll
V

 

 
 
฿79,900
จำนวน:
Visitors: 109,379