ทัวร์ ยุโรป ดีที่สุดของ บอลข่าน ออสเตรีย สโลวีเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตรเนโกร 11 วัน OS

ทัวร์ ยุโรป ดีที่สุดของ บอลข่าน 11 วัน OS 

ออสเตรีย สโลวีเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตรเนโกร

 

พร้อมเดินทางแน่นอน 12 - 22 ตุลาคม 2562 ราคาท่านละ 112,900 บาท
 
โปรโมชั่นสุดพิเศส ลดเหลือเพียงท่านละ 99,900 บาท เท่านั้น จองด่วน จำนวนจำกัด !!
 
 

สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 
 
 
ท่องเที่ยวเส้นทางคาบสมุทรบอลข่าน เลาะเลียบทะเลเอเดรียติกนอกจากที่เที่ยวสวยๆ
แล้วยังรวบรวมสถานที่ที่เป็นมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) ไว้ถึง 10 แห่ง
 
- เมืองกราซ เมืองมรดกโลกของออสเตรีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากนครเวียนนา
- มืองเบลด ล่องเรือเพลทน่าชมความงามของทะเลสาบเบลด
- ถ้ำโพสทอยน่า ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี
- ปราสาทถ้ำ (Predjamski Castle) 1 ใน 10 ปราสาท ที่หาดูได้ยาก ซึ่งมีความสวยงาม และแปลกตากว่าปราสาทอื่นๆ
- เมืองลุบเบลียน่า เมืองหลวงของสโลวาเนีย บรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อยและเป็นระเบียบ
- กรุงซาเกรบ เมืองหลวงของโครเอเชีย
- หมู่บ้านรัสต็อคเก้ หมู่บ้านแห่งกังหัน
- อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ มรดกโลกความงดงามของธรรมชาติ
- เมืองซาดาร์ เมืองแห่งอารยรรมอาณาจักรโรมัน
- เมืองซีบีนิค มหาวิหารเซนต์ เจมส์ ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมอิตาเลี่ยนดัลเมเชี่ยน ได้อย่างลงตัว
- เมืองโทรเกียร์ เมืองมรดกโลก ศิลปะและสถาปัตยกรรมจากกรีก-โรมัน
- เมืองสปลิท มรดกโลกพระราชวังดิโอคลีเชี่ยน
- เมืองโมสตาร์ เมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ บอสเนีย
- เมืองบลากายจ์ เมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์และยกย่องให้เป็นมรดกโลก
- เมืองโพซิเทล เมืองที่มีชื่อเสียง เกี่ยวกับด้านสาปัตยกรรมแบบอิสลามมิค หาชมได้ยาก
- อ่าวมาลีสตอน ชมฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม
- เมืองดูบรอฟนิค หนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป
- เมืองกอเตอร์ เมืองมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก้
- เมืองบุดวา เมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของมอนเตเนโกร
- ช๊อปปิ้งปิดท้าย ที่พาร์นดอร์ฟเอาท์เลท เวียนนา
 
 
รายละเอียดโปรแกรม
 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ                                            

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ Gสายการบิน ออสเตรียน แอร์ไลน์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.45 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา(Vienna)โดยเที่ยวบินที่ OS 026(ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เวียนนา (ออสเตรีย)กราซ – เบลด (สโลวีเนีย)

05.35 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา Vienna International Airport กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าปประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลการแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับเพื่อนำท่านเดินทางสู่เมืองกราซ (Graz)(ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) อีกหนึ่งเมืองมรดกโลกของประเทศออสเตรีย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากนครเวียนนา  ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Mur เป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมต่างๆจากทุกสมัยทั้งโกธิค เรอเนส์ซองส์ และบาโร๊ค อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยกราซ มหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1585 และต่อมาเมืองกราซได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี ค.ศ.1999 เที่ยวชมเขตเมืองเก่าดั้งเดิมที่ตั้งมานานหลายศตวรรษแล้ว เป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมต่าง ๆ จากทุกสมัย สิ่ง ก่อสร้างแบบโมเดิร์นได้ถูกสร้างขึ้นมาอาทิเช่น Kunsthaus (บ้านของโมเดิร์นอาร์ต) และเกาะในแม่น้ำมูร์ ปัจจุบันเมืองกราซ เต็มไปด้วยเสน่ห์ของการผสมผสานบรรยากาศยุคกลางเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น  

นำท่านแวะถ่ายรูป พระราชวัง Eggenberg (Eggenberg Palace)พระราชวังที่สร้างขึ้นในแบบบาโร๊ค ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกราซ ถือว่าเป็นอีกพระราชวังที่มีการจัดสวนโดยรอบอย่างสวยงาม โดยพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกรวมให้เป็นส่วนหนึ่งในมรดกโลกของเมืองกราซอีกด้วย

12.00 น.        อาหารกลางวันภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองเบลด (Bled) ประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) (ระยะทาง 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองตากอากาศ ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะเลิศรีสอร์ทของโลก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเบลด (Lake Bled)  ที่งดงามแวดล้อมด้วยธรรมชาติของ เทือกเขาแอลป์ (The Alps)  ที่เรียกว่า จูเลียนแอลป์  (Julian Alps)  จึงถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์ (The Alps)  และบริเวณตรงเกาะของ ทะเลสาบเบลด (Lake Bled)  ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์อัสสัมชัญชัน (Assumption of Mary Pilgrimage Church)สร้างในศตวรรษที่ 11 ในศิลปะแบบบาโรก ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี 

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Park Hotel Bled หรือเทียบเท่า

** หมายเหตุ โรงแรมเมือง Bled มีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     เบลด (สโลวีเนีย) – โพสทอยน่า  – ลุบเบลียน่า

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลดตัวทะเลสาบเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบฮินจ์ (Bohinj Glacier) ในยุคน้ำแข็ง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือน้ำในทะเลสาบ ไม่ได้มาจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่มาจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินหลายแห่ง น้ำในทะเลสาบนี้จึงใสบริสุทธิ์ และไม่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เรือล่องผ่าน ปราสาทเบลด (Bled Castle)ที่ตั้งอยู่บนริมผาติดทะเลสาบ เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด จักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมัน ยกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัล เบี่ยม แห่งบริเซน (Bishop Albium of Brixen) ในปี ค.ศ.1004 แวะชมเกาะเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์แมรี่ (Assumption of Mary Pilgrimage Church)โบสถ์ประจำเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างในศตวรรษที่ 11 เล่ากันว่าหากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยกระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์ เบลด เริ่มมีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 เมื่อแพทย์ชาวสวิสชื่อ Dr. Arnold Rivli เห็นคุณค่าของอากาศที่แสนบริสุทธิ์ของเมืองนี้ ได้ย้ายมารักษาคนไข้ที่เมืองนี้และใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี นอกจากนั้นโปเลียนยังเคยใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ริมทะเลสาบยังมีคฤหาสน์ของติโต อดีตผู้รวมชาติยูโกสลาเวีย ซึ่งใช้เป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna Cave)(ระยะทาง 102 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองโพสทอยน่า (Postojna)เป็นถ้ำที่เปิดให้บริการมากว่า 188 ปี

12.00 น.        อาหารกลางวันภัตตาคาร

นำท่านเข้าชมความงามของ “ถ้ำโพสทอยน่า” ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี เป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร เข้าชมภายในโดยขบวนรถรางไฟฟ้า วิ่งผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำตลอดระยะทาง 5 ก.ม. ภายในถ้ำมีหินอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ มากมายภายในถ้ำลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ราวกับวิมานเนรมิต นำท่านชมความแปลกของ ปลามนุษย์ (Human fish)หรือ Olmสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำพอสทอยน่า ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงู มีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768 และอาศัยอยู่ในที่มืด

จากนั้นนำท่านไปถ่ายแวะรูปด้านนอกของ ปราสาทถ้ำ (Predjamski Castle)(ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  1 ใน 10 ปราสาท ที่หาดูได้ยาก ซึ่งมีความสวยงาม และแปลกตากว่าปราสาทอื่นๆ ลักษณะที่โดดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ ตัวปราสาทถูกสร้างให้อยู่รวมกันไปกับถ้ำ ดูแล้วชวนให้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองลุบเบลียน่า (Ljubljana) (ระยะทาง 63 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  เมืองหลวงของประเทศสโลวาเนีย แม้จะเป็นเมืองหลวงที่เล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อยและเป็นระเบียบ

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Plaza LjubljanaHotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         ลุบเบลียน่า  - ซาเกรบ (โครเอเชีย)

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงที่ยังคงให้ท่านได้เห็นร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณ และอิทธิพลของศิลปะสไตล์บาโร๊คในเมืองลุบเบลียน่า นำท่านชม สะพานมังกร (Dragon Bridge)ที่ทอดข้ามแม่น้ำลุบเบลียยานิก้า ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1901 เป็นสะพานแห่งแรกๆ ที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ของยุโรป ที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งจะมีรูปมังกรใน แบบอาร์ตนูโว อยู่ฝั่งละ 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว เป็นเรื่องความผูกพันของชาวสโลวาเนียที่เชื่อกันว่า เจสัน ได้ขโมยขนแกะทองคำมา และได้เดินทางผ่านมายังลุบเบียนา และได้ปะทะกับมังกรแห่งลุบเลียนา ดังนั้น มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์อีกชิ้นที่ประดับอยู่บนตราประจำเมือง

ผ่านชมและแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญต่างๆภายในเมืองเช่น ศาลาว่าการเมือง, มหาวิหารเซนต์ นิโคลัส, ปราสาทเมืองเก่า (Old town castle)ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 ในศิลปะสไตล์บาโร๊ค และได้ทำการบูรณะใหม่ในปี 1990 โดยได้บูรณะหอสูงในลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค จากนั้นนำท่านชมย่านการค้า ตลาดสินค้าพื้นเมืองและเดินเล่น ชมบ้านเรือนที่สวยงามด้วยศิลปะบาโร๊ค อิสระให้ท่านถ่ายรูป หรือ เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงซาเกรบ (Zagreb)(ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของ  ประเทศโครเอเชีย(Croatia)

12.00 น.        อาหารกลางวันภัตตาคาร

นำท่านเดินเท้าไปสัมผัสเสน่ห์ของความเป็นเมืองยุคกลางใน ย่านเมืองเก่า (Upper Town)  ซึ่งมีซุ้มประตูหินเป็น สัญลักษณ์บริเวณทางเข้า โดยย่านเก่าแก่แห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งจุดแรก นำท่านชม กำแพงเมืองเก่า (Old Town Gate)ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบบริเวณเมืองเก่าเอาไว้ ถัดมาท่านจะพบกับ  โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church)ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 13 ผสมผสานศิลปะหลากหลายเข้าด้วยกัน คือ แบบโรมาเนสก์ ที่บริเวณด้านทิศใต้ ต่อมาในศตวรรษที่ 14 โบสถ์ถูกสร้างใหม่ในรูปแบบศิลปะโกธิค ที่น่าสนใจมากก็คือ ส่วนหลังคาโบสถ์ ที่เรียงแผ่นปูหลังคาเป็นรูปสัญลักษณ์ของกองทัพซาเกร็บ (ปราสาทสีขาวบนพื้นหลังสีแดง)

                    ก่อนเดินทางนำลงจาก ย่านเมืองเก่า (Upper Town) แวะให้ท่านขึ้นไปยังจุดชมวิวที่จะทำให้ท่านสามารถมองเห็นเมืองซาเกรบ (Zagreb)ที่หลังคาอาคารเป็นสีแดงอิฐทั้งเมือง จากนั้นผ่านชมความงดงามของ โรงละครแห่งชาติโครเอเชีย  (Croatian National Theatre)โดยโรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า (Upper Town) ของ เมืองซาเกรบ (Zagreb)โดยสร้างขึ้นในปี 1895 โดยรูปแบบของอาคารนั้นสร้างขึ้นในสไตล์นีโอบาร็อค มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะ และปิดท้ายด้วยการนำท่านชมมหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral)ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ที่ปัจจุบันบูรณะซ่อมแซมใหม่ใน สไตล์ นีโอ-โกธิค งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญๆ ต่างๆ อาทิเช่น นักบุญ เซนต์ปีเตอร์เซนต์ปอลล์ เป็นต้น นำท่านเที่ยวชมย่านธุรกิจการค้าที่ทันสมัยที่ ถนนลิกา (Lica Street)แวะชม จัตุรัส (Trg Ban Jelacic Square)จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย แหล่งชุมชนของชาว Zagreb ชม อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาว   ฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1848 จากนั้นอิสระท่านชม ตลาดกลางเมือง (Dolac Market)ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ มีสีสันสดใส ขายไม้ดอกไม้ประดับและผลไม้ราคาถูกมาก

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Doubletree By Hilton Zagre bHotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       ซาเกรบ – รัสต็อคเก้ – อุทยานแห่งชาติ พลิตวิเซ่ – ซาดาร์    

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านรัสต็อคเก้ (Rastoke Village)(ระยะทาง 104 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) หมู่บ้านแห่งกังหัน ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำสลุนด์ชิชา (Slunjcica River) ที่ไหลลงสู่ น้ำตกโคราน่า (Korana Waterfall) นำท่านแวะชมหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม บ้านเรือนส่วนใหญ่ใน หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างในตอนปลาย ศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันมีบ้านของชาวพื้นเมืองประมาณ 30 หลังคาเรือน ยังคงอาศัยในหมู่บ้านรัสต็อคเก้ (Rastoke Village) และยังคงทำโรงโม่แป้ง จากกระแสน้ำขึ้นตามธรรมชาติ แวะถ่ายรูปกับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ บน น้ำตกโคราน่า (Korana Waterfall)

จากนั้นเดินทางต่อผ่านชมธรรมชาติและความงามของทิวทัศน์สองข้างทางที่รายล้อมด้วยป่าเขา สลับ ทุ่งหญ้า ฟาร์มเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ สู่ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิตเซ่  (Plitvice Lakes National Park)(ระยะทาง 33 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศ ถูกค้นพบขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1949 ปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ท่ามกลางทะเลสาบ 16 แห่ง และป่าไม้นานาพันธุ์ จนองค์การยูเนสโก้ (Unesco) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน นำท่านเพลิดเพลินเดินชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วย หุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น (การเดินเที่ยวใน อุทยานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ)

จากนั้น นำท่านล่องเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานและเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนบนและอุทยานตอนล่าง เพลิดเพลินกับธรรมชาติบริสุทธิ์ ความสวยงามของอุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่จะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยแต่ละฤดูกาลจะมีความสวยงามของธรรมชาติโดดเด่นแตกต่างกันโดยยากที่จะตัดสินได้ว่าฤดูกาลใดสวยงามที่สุด

นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองซาดาร์ (Zadar)(ระยะทาง 118 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองท่าสำคัญริม ทะเลเอเดรียติก(Adriatic Sea)ใน แคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุกว่า 3,000 ปีมาแล้ตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของเมืองท่านก็สามารถมองเห็นร่องรอยของอารยธรรมโรมันได้ทั่วไป  

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Kolovareหรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       ซาดาร์ – ซีเบนิค – โทรเกียร์ – สปลิท

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

นำท่านชม เมืองซาดาร์ (Zadar) โดยเริ่มกันที่โบสถ์ประจำเมืองซาดาร์ (Zadar Cathedral of Anastasia)สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ในแบบไบแซนไทน์ และได้รับการก่อสร้างเพิ่มเติมในศตวรรษที่ 12 และ 13 ในแบบโรมันเนสก์ ภายในประดับด้วยหน้าต่างทั้งแบบกอธิคและโรมันเนสก์ ผ่านชม โบสถ์เซนต์โดแนท  (The Church of St. Donat)สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 และเป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) ถือว่าโบสถ์แห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองซาดาร์ (Zadar) อีกด้วย ผ่านชม โรมันฟอรัม (Roman Forum)ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 1 มีความยาวประมาณ 90 เมตร และกว้าง 45 เมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากสิ่งก่อสร้างในยุคโรมัน ณ ที่แห่งนี้ 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองซีเบนิค (Sibinik)(ระยะทาง 88 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองเก่าริมฝั่ง ทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจากเวนิส (Venice)

 

นำท่านชมเมืองซีเบนิค (Sibinik) เมืองที่เป็นท่าเรือน้ำลึกบริเวณปากแม่น้ำครึกคา (Krka River) ได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากอิตาลี (Italy) และได้รับการพูดถึงในประวัติศาสตร์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1066 ในแผนผังราชวงศ์ของกษัตริย์พีทาร์เครสซิเมียร์ ที่ 4 (King Petar Kresimiriv) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 9 และ 10 โดยเจ้าชายชาวโครแเอท ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของของโครเอเชีย (Croatia) เมืองนี้องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1997 นำท่านชม ป้อมปราการสมัยกลาง (St. Anne Fort)ชมตัวเมืองเก่าที่หลังคาอาคารบ้านเรือนทำด้วยกระเบื้องสีแดงสไตล์เรอเนอซองส์ ที่ได้รับอิทธิพลจากทางอิตาลี (Italy) ชม สภาว่าการเมืองเก่า (The Old Loggia)ที่สร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเซ็นต์เจมส์ (Cathedral of St. James)ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมอิตาเลี่ยนดัลเมเชี่ยน ได้อย่างลงตัว งดงามด้วยยอดโดม และหลังคาที่ประดับแผ่นหิน จากนั้น นำท่านสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir)(ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ที่เคยถูกปกครองโดยกรีกและโรมัน ทำให้เมืองโทรเกียร์ (Trogir) ได้รับอิทธิพลทาง ศิลปะและสถาปัตยกรรมจากกรีก-โรมันมากมาย ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนทำให้ได้รับการยกย่องจากองค์การ ยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997

 

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินชมภายในเขตเมืองเก่า (Old Town)ซึ่งจะได้ชมสถาปัตยกรรม สไตล์กรีกโรมัน โบราณ อาทิ เช่น ประตูเมือง (Kopnena Vrata)ที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อสมัยศตวรรษที่ 16 ชม หอนาฬิกา (Foggia and of Clock Tower)สร้างสมัยศตวรรษที่ 14 นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ลอว์เลนซ์ (Cathedral of St. Lawrence) ที่สร้างขึ้นในคริสศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี งดงามด้วย กรอบ และบานประตูหินแกะสลัก ในรูปแบบของโรมานเนสก์ ที่มีสิงโต, อดัม&อีฟ และรูปสลักนักบุญ องค์สำคัญ ๆ ต่างๆ

 

ผ่านชมตลาดปลา (Fish Market) , ปราสาทคาเมอร์เลนโก้และหอคอยเซ็นท์มาร์ค (Kamerlengo Castle & St. Mark’s Tower) ซึ่งเป็นปราสาท และหอคอย อยู่ริมฝั่งทะเลเอเดรียติก“Adriatic Sea”เป็นหอคอยที่คอยป้องกันภัย และจวน เป็นที่อยู่อาศัยของของผู้สำเร็จราชการ ชาวเวนิสสร้างเมื่อประมาณปี 1430 ตัวปราสาทคาเมอร์เลนโก้ (Kamerlengo Castle)เป็นฐานรูปทรง 6 เหลี่ยม หันหน้าสู่ ทะเล มีกำแพงสูงเชื่อมต่อด้วยคอหอย 3 ต้น และมีหอรบ เชื่อมต่อด้วยหอคอยเซ็นท์มาร์ค (St. Mark’s Tower)อันสง่างาม หลังจากสร้างตัวปราสาท และช่องสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ เพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเล ให้ท่านชื่น ชมความอลังการ และทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลที่ล้อมรอบ พร้อมเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย กระทั่งถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split)  (ระยะทาง 28 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที)  เมืองที่ใหญ่ที่สุดริมฝั่งทะเลเอเดรียติก  (Adriatic Sea)เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia)

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Katarina Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      สปลิท – โมสตาร์ (บอสเนียฯ)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

เช้านี้  นำท่าน เที่ยวชมเมืองสปลิท (Split) ที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์ เรเนซองค์ สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ ชมย่าน People Squareศูนย์กลางทางธุรกิจและการบริหาร

นำท่านเข้าชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (Diocletian Palace) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนแห่งโรมัน ซึ่งต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ หลังจากสละบัลลังก์ ภายในพระราชวังประกอบด้วย วิหารจูปิเตอร์ สุสานใต้ดินที่มีชื่อเสียง (Catacombas) และวิหารต่างๆ นำท่านชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้าง (Peristyle)ซึ่งล้อมด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตร สวยงาม ชมยอดระฆังแห่งวิหาร (The Cathedral Belfry)แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาดิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหาร

จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศบอสเนียและเฮอเซโกวีน่า (Bosnia & Herzegovina)กันที่เมืองโมสตาร์ (Mostar) (ระยะทาง 168 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  ระหว่างข้ามพรหมแดนจะมีการตรวจวีซ่าด้วยโดยระหว่างทางท่านจะผ่านเมืองสวยชื่อว่าเมืองโอมิช (Omis)เป็นเมืองสวยตั้งอยู่ริมทะเลอาเดรียติก

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางต่อจนกระทั่งถึงเมืองโมสตาร์ (Mostar)  เมืองปกครองตนเองของประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเนเรทวา (Neretva) และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศ โดยชื่อของเมืองได้มาจากกลุ่มคนดูแลรักษาสะพานเก่าแก่ของเมืองและเรียกกันทั่วไปว่า Mostari กลายเป็นที่มาของชื่อเมืองต่อมา นำท่านชม สะพานเก่ามอสตาร์ (Stari Most)สะพานเก่าแก่ของเมืองและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมอสตาร์ สร้างด้วยหิน Tenelija เป็นสีแบบโทนอ่อน และสีของสะพานจะเปลี่ยนไปตามแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาที่สะพานในแต่ละช่วงเวลา สร้างขึ้นโดยออตโตมัน ในปี 1566 ตัวสะพานดั้งเดิม ถูกทำลายไปในช่วงเกิดสงคราม และสะพานปัจจุบันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบเดิม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ปัจจุบันโมสตาร์เป็นเมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ บอสเนีย คำว่าโมสตาร์ มาจากคำว่า The Bridge Keepers หรือแปลว่า ชาวโมสตาร์ที่คอยดูแลรักษาสะพานที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเนเรทว่า

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ City Hotel Mostar หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    โมสตาร์ – บลากายจ์ – โพซิเทล – มาลี สตอน (โครเอชีย) – ดูบรอฟนิค

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองบลากายจ์ (Blagaj) (ระยะทาง13กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชม ตลาดเทปาซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์และยกย่องให้เป็นมรดกโลก นำท่านเดินชมเมืองเก่าแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ชมบ้านแบบเติร์ก (Turkish House)ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังในโมสตาร์

ปัจจุบันเจ้าของบ้านยังคงเป็นชาวบอสเนียเชื้อสายเติร์ก มีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโพซิเทล (Pocitelj)(ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) โพซิเทลเป็นเมืองที่มีชื่อเสียง เกี่ยวกับด้านสาปัตยกรรมแบบอิสลามมิค (Islamic) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยากยิ่ง อีกทั้งเมืองนี้มีตำนาน ประเพณี และ เรื่องราว ยาวนานที่สุดในเขตยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนกลับเข้าสู่ประเทศโครเอเชีย (Croatia) สู่ อ่าวมาลี สตอน (Mali Ston) (ระยะทาง 22 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที)ชมฟาร์มเลี้ยงหอย(Oyster Farm)ชมขั้นตอนต่างๆ ของการเลี้ยงหอยแล้วให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆจากทะเลอาเดรียติก พร้อมด้วยเครื่องเคียง จิบไวน์ สดเติมเต็มรสชาติ ท่ามกลางบรรกาศที่สวยงามของอ่าวมาลี สตอน 

 

*** (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันที่เดินทาง) ***

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) (ระยะทาง53กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของ ประเทศโครเอเชีย (Croatia)มีพรมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า (Bosnia and Herzegovina) เมืองโบราณแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป มีฉายาว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ซึ่งก็นับว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองโดยเฉพาะเรื่องของการวางผังเมืองที่สวยงาม  ในอดีตนั้น เมืองดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา มีอำนาจในการควบคุมการเดินเรือในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) และ เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean  Sea) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางธุรกิจเป็นอย่างมาก

 

ด้วยเหตุนี้เอง เมืองดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) จึงเป็นเมืองที่ร่ำรวย มีเงินทองเหลือเฟือ ในการตกแต่พระราชวัง โบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ และ บ้านเรือนต่างๆ อย่างงดงามตามยุคสมัย เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมทั้งกอธิค เรเนซองค์ และ บาโรคเต็มไปทั้งเมือง และ ตัวเมืองโบราณ ดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) องค์การยูเนสโก้ได้เข้าไปช่วยเหลือบูรณะ และรับให้เป็นหนึ่ง ในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979นำท่านเที่ยวชม เมืองเก่าดูบรอฟนิค (Grad - Old City)  “ใข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” ในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิคได้ถูกโจมตีจองกองทัพยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหายพังทลายและทรุดโทรม และได้มีการบูรณะเมืองส่วนที่เสียหายหายขึ้นมาใหม่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว นำท่าน ชมทัศนียภาพของเมืองดูบรอฟนิค มีที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลเอเตรียติค โดยที่ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมกำแพงป้อมปราการ ที่มีขนาดใหญ่ สามารถเดินขึ้นไปชมความงดงามของตัวเมืองได้อย่างชัดเจน

 

จากนั้นให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ  บริเวณ จัตุรัสกลางเมือง (Stradun Street) บางที่ก็เรียกว่า (Placa) (เป็นภาษาลาติน) ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและทำกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษของผู้ที่กระทำความผิดอีกด้วย อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับ เสาหินอัศวิน (Orlando Column), หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock)ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลม ๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์ จะเป็นที่บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อน และ รูปปั้นของ นักบุญ (St. Blaise)ซึ้งมีโบสถ์ประจำเมืองสไตล์โรมาเนสก์แห่งแรกของเมืองเป็นฉากหลังสวยงามมาก จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค เรเนซองส์และบาโร๊ค ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับ สปอนซา พาเลส (Sponza Palace)สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ

จากนั้นนำท่าน เดินขึ้นชมกำแพงเมืองโบราณ (City Walls)ชมความสวยงามของแนวหลังค่าที่เต็มไปด้วยสีส้มทอดยาวเป็นแนวตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า กำแพงแห่งนี้มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามที่ดูแปลกตากับกับความสวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก จนกล่าวได้ว่า ใครมาเยือนเมืองดูบรอฟนิคแล้ว ไม่ได้ขึ้นมาชมกำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ถือว่าท่านสูญเปล่าและมาไม่ถึงเมืองมรดกโลกดูบรอฟนิค หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ใข่มุกแห่งทะเลอเดรียติก”

19.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Adria หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ดูบรอฟนิค กอร์เตอร์ (มอนเตเนโกร) – บุดวา

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่สถานีเคเบิลคาร์เพื่อขึ้น กระเช้าไฟฟ้าที่มีความสูง 400 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์ที่ยังความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรือนที่มีหลังคาสีแสดและความสวยงามของทะเลเอเดรียติก จากจุดสูงสุดของยอดเขา SRDของเมืองดูบรอฟนิค สีของน้ำทะเลที่เป็นสีน้ำเงินของทะเลเอเดรียติคกับกับสีส้มแสดของหลังคากระเบื้องในตัวเมืองเก่า เป็นภาพที่มีงามสวยเกินคำบรรยายที่ไม่สามารถจะอธิบายออกมาให้เห็นภาพได้ ท่านจะต้องมาสัมผัสด้วยตาทั้งสองของท่านเท่านั้น ความสวยงานที่กล่าวข้างต้นนี้กำลังรอท่านมาเยือน มาซิครับมาร่วมค้นหาความจริงเหล่านี้ด้วยกัน

จากนั้น นำท่านข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร (Montenegro)แปลความหมายเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Black Mountain หรือ ภูเขาสีดำ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ปัจจุบันมอนเตเนโกรเป็นประเทศสมาชิกของสหประชาชาติและพยายามร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ระหว่างทางท่านจะได้ชมเมืองเก่าและธรรมชาติที่สวยงาม แวะถ่ายภาพที่เมืองพีราส (Perast)มุมที่ไม่ควรพลาด เมืองเก่าขนาดย่อมที่มีบ้านเรือนสไตน์โบราณเรียงรายอยู่ริมทะเล บริเวณส่วนกลางของทะเลมีโบสถ์สองแห่งอยู่กลางน้ำ

จนเข้าสู่เมืองกอร์เตอร์ (Kortor)(ระยะทาง109กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)เมืองชายฝั่งทะเลแสนสวยอีกเมืองของประเทศมอนเตเนโกร ประเทศซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” โดยประเทศสาธารณรัฐมอนเตเนโกรนี้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลเอเดรียติค ถึงแม้สถานที่โดยรวมของประเทศจะมีขนาดเล็กมาก แต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ชายหาดอ่อนละมุนคลื่นสงบไม่รุนแรงจนเกินไป ทะเลสาบน้ำเงินเข้มใส แม่น้ำใสไหลเชี่ยวและภูเขาสวยสง่า บางแห่งจะเห็นเป็นฟยอร์ดสูงตระหง่านตระการตา

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมความงดงามของ เมืองกอร์เตอร์ (Kortor)ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1979 เป็นเมืองที่สร้างภายในกำแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือ เมืองเก่า (Old Town)และเมืองใหม่ (New Town)โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส อีกทั้งสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน นำท่านชม โบสถ์เซ็นต์ไทรฟอน (Cathedral of Saint Tryphon)ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1166 ภายในตัวเมืองเก่า อิสระให้ท่านเดินเล่นและชมความงามภายในตัวเมืองเก่า หรือเลือกซื้อของฝากที่ระลึกตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่เมืองบุดวา (Budva) (ระยะทาง23กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)เมืองโบราณอีกแห่งของประเทศมอนเตเนโกร ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองบุดวาเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของมอนเตเนโกรและเป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ทมากมาย เมืองบุดวา สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 5 เคยเป็นเมืองขึ้นของชาวเวนิส กว่า 400 ปีเช่นเดียวกับเมืองกอเตอร์ จึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของชาวเวนิส แต่ในสมัยศตวรรษที่ 18 มอนเตเนโกรเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรออตโตมัน นอกจากนี้เมืองบุดวาเป็นอีกเมืองที่เป็นที่จับจ้องของประเทศล่าอาณานิคมทั้ง ฝรั่งเศส ออสเตรีย และ รัสเซีย และในปี 1918 ตกเป็นของประเทศยูโกสลาเวีย ปัจจุบันได้รับฉายาว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งมอนเตรเนโกร”  นำท่านเที่ยวชม เมืองเก่าบุดวา (Budva Old town)เมืองติดชายหาดที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น นำท่านชมความงามภายในตัว เมืองเก่า หรือ Stari Grad (Old Town)และนำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์เซ็นต์จอห์น (Church of Saint John) ซึ่งภายในโบสถ์มีภาพไอคอนพระแม่มารี (Madonna in Punta)ประดิษฐานในโบสถ์แห่งนี้

19.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักHotel Adria Budva หรือเทียบเท่า

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     บุดวา - หมู่บ้านสเวติ สเตฟาน – พอดกอริซ่า – เวียนนา

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

เช้านี้ นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อีกมุมหนึ่งที่ไปถึงแล้วห้ามพลาดโดยเด็ดขาด คือ หมู่บ้านสเวติ สเตฟาน (Sveti Stefan)ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศเลยทีเดียว เพราะความน่าสนใจตรงที่เป็นเกาะที่มีถนนเชื่อมต่อกับชายฝั่ง กับหลังคาดินเผาของสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสีส้ม ช่างตัดกับสีน้ำทะเล จึงได้บรรยากาศที่ดูเป็นส่วนตัว และที่นี่ยังจัดเป็นรีสอร์ทอีกด้วย โดยเมื่อก่อน สมัยศควรรษที่ 15 หมู่บ้านสเวติ สเตฟาน (Sveti Stefan) เคยเป็นชุมชนชาวประมงแบบเรียบง่าย แต่ก็น่าเศร้าที่ชาวบ้านถูกขับไล่ เพื่อสร้างเกาะดังกล่าวให้เป็นโรงแรมเหมือนอย่าง ปัจจุบัน โดยแขกคนดังที่เคยมาเข้าพัก น่าจะคุ้นชื่อกันอยู่ เช่น มาริลีน มอนโรและเคิร์ก ดักลาส เห็นแล้วอยากไปพักบ้าง แต่น่าเสียดาย ในยุคทุนนิยมแบบนี้การเข้าไปเยี่ยมชมเกาะ จะต้องเป็นแขกของโรงแรมเท่านั้น

จนกระทั่งได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางเข้าสู่กรุงพอดกอริซ่า (Podgorica)(ระยะทาง61กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองหลวงของประเทศมอนเตรเนโกร  นำท่านชมความงามของ กรุงพอดกอริซ่า (Podgorica) เมืองหลวงของประเทศตั้งซึ่งอยู่บนที่ราบ ระหว่างเทือกเขาไดนาริก แอลป์ (Dinaric Alps) และทะเลสาบสูทารี่ (Lake Scutari)นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์กษัตริย์นิโคลา (Monument of King Nikola)ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามรัฐสภามอนเตเนโกร (Montenegro`s parliament)จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัส Trg Republikeซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง ศูนย์รวมร้านค้าต่างๆมากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ The Cathedral of the Resurrection of Christ ซึ่งเป็นโบสถ์ออโทด็อกซ์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1993 โดยความร่วมมือระหว่างประเทศมอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย

 12.00 น.      อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพอดกอริซ่า (Podgorica International Airport)   

15.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna)โดยเที่ยวบินที่ OS 738 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที)

16.30 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศ ออสเตรีย (Austria)นำท่านเดินทางออกนอกสนามบิน เพื่อช๊อปปิ้ง ณ พาร์นดอร์ฟ เอาท์เลท (Parndorf Outlet)สถานที่ช๊อปปิ้งเอาท์เลทที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย

                  

หมายเหตุ : วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี เปิด 09.30 น. – 20.00 น.
วันศุกร์เปิด 09.30 น. – 21.30 น. / วันเสาร์ เปิด 09.00 น. – 18.00 น. / วันอาทิตย์ ปิด

*** เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งของท่าน อิสระมื้อเย็นตามอัธยาศัย ***

19.00 น.       นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินเวียนนา

                   ระหว่างรอเครื่องในสนามบินเวียนนา ท่านสามารซื้อสินค้าในสนามบิน หากราคาสินค้าในบิลเดียวกันเกิน 75 ยูโร สามารถทำภาษีคืนได้ (TAX REFUND) กรุณาสอบามเจ้าหน้าที่ Information สนามบินเวียนนา

23.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบิน OS 025 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง)

 

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง (11)               กรุงเทพฯ

14.20 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 
 
฿99,900
จำนวน:
Visitors: 115,727