ทัวร์ ยุโรป สแกนดิเนเวีย พระอาทิตย์เที่ยงคืน 12 วัน TG/DY

ทัวร์ ยุโรป สแกนดิเนเวีย พระอาทิตย์เที่ยงคืน 12 วัน สายการบินไทย TG/DY

กำหนดการเดินทาง 21 มิถุนายน / 10, 22 กรกฎาคม / 2 สิงหาคม 2562

ราคาท่านละ 159,900 บาท



โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 30 เมษายนนี้ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!

 

ไฮไลท์สำคัญในโปรแกรมที่ไม่ควรพลาด

ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ แหลมนอร์ธเคปด้วย ดื่มแชมเปญ + ไข่ปลาคาร์เวียเลิศรส พร้อมรับ ประกาศนียบัตร  

เยี่ยมชมหมู่บ้าน ซานต้าครอส ดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

 

ประเทศสวีเดน
-ชมกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของประเทศสวีเดน
-เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (Vasa Museum)
-ช้อปปิ้งบริเวณถนนฮามน์กาทาน (Hamngatan)
-พักบนเรือสำราญ Baltic Queen Cruise
 
 
ประเทศฟินแลนด์️
-ชมกรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์
-ชมโบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church)
-ชมจัตุรัส เซเนท สแควร์ (Senate Square) ใจกลางเมือง
-ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (Sibelius Monument)
-อิสระกับการช้อปปิ้งย่าน มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square)
 
ประเทศนอร์เวย์
-ชมเมืองเบอร์เก้น (Bergen) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ฟยอร์ด
-นั่งรถไฟสาย ฟลอมส์บานา (Flamsbana)ซึ่งเป็นรถไฟสายที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดสายหนึ่งในทวีปยุโรป
-ล่องเรือชมความงามตามธรรมชาติของ ซองน์ฟยอร์ด (Sogne Fjord)
-ชมกรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ (Norway)
-เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (Viking Ship Museum)
-ชม สวนอุทยานฟร็อกเนอร์ (Vigeland Sculpture Park)
-พักบนเรือสำราญ DFDS Scandinavian Seaway
 
ประเทศเดนมาร์ค️
-ชมกรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ค (Denmark)
-ถ่ายรูปบริเวณลานกว้างหน้าพระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)
-ชมย่านนูฮาวน์ (Nyhavn)แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง
-ชม รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid)และ น้ำพุเกฟิออน (The Gefion Fountain)
-ช้อปปิ้งสินค้าย่านวอล์คกิ้งสตรีท หรือ ถนนสตรอยก์ (Stroget Street)

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ                                            

22.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงโคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ค) – ล่องเรือ DFDS - ออสโล (นอร์เวย์)

01.20น.         ออกเดินทางสู่กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)โดยเที่ยวบินที่ TG 950 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 20 นาที)

07.40.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน – คาสตรัพ  (Copenhagen Kastrup Airport) กรุงโคเปนเฮเก้น(Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)  นำคณะเดินทางเข้าสู่กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองหลวง และเมืองชายฝั่งทะเลของประเทศเดนมาร์ค ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะซีแลนด์ และเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ เนื่องจากมีการทำประมง และเป็นเมืองท่าของการขนส่งสินค้าการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สวยงาม และน่าสนใจด้วยมีลักษณะของการผสมผสานวิถีชีวิตหลากหลาย นำท่าน ชม กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจ ถ่ายรูปกับ รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid)แอเรียล เจ้าหญิงเงือกน้อยแห่งท้องทะเล ที่แสนดื้อรั้น ช่างฝัน มักฝันถึงชีวิตบนโลกมนุษย์จากเทพนิยายอันลือชื่อของ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน Hans Christian Andersen ที่อาจทำให้หลายๆ คนเคยใฝ่ฝันอยากเป็นเงือกน้อยมาบ้างแล้ว...

จากนั้น เดินทางต่อสู่ น้ำพุเกฟิออน (The Gefion Fountain)มีตำนานเล่าขานอย่างย่อๆว่า “เทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ โดยพระราชินีเกฟิออนได้แปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ ให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์ค (Denmark) ในทุกวันนี้” ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่ารูปปั้นนั้นมีหญิงคนหนึ่ง ซึ่งก็คือพระราชินีกำลังถือแส้ไล่วัวทั้ง 4 ตัวอยู่

ต่อจากนั้นผ่านชม ปราสาทโรเซนบอร์ก (Rosenborg Castle)เป็นเพียงปราสาทเดียวที่สร้างโดยกษัตริย์คริสเตียนที่ 4 และเป็นที่ประทับจวบจนสิ้นรัชกาล

ถ่ายรูปบริเวณลานกว้างหน้าพระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)ซึ่งเป็นสถานที่ประทับของบรรดาเหล่าพระราชวงศ์แห่งเดนมาร์ก พระราชวังแห่งนี้ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ด้านหน้าของพระราชวังจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวัน เหมือนกับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมในอังกฤษ อาคารของพระราชวังตั้งต่อกันคล้ายเป็นวงกลม บริเวณตรงกลางเป็นลานกว้างซึ่งรถสามารถแล่นผ่านไปมาได้อย่างสบาย เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น จัตุรัสด้านหน้าของพระราชวัง ท่านจะพบกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์เดนมาร์กทรงม้า ดูสง่างามยิ่งนัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นูฮาวน์ (Nyhavn)แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง เพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกที่สวยงาม ทันสมัยประกอบกับมีเรือใบ และเรือสินค้าโบราณที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีถูกนำมาจอดทอดสมออยู่ริมสองข้างฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้ย่านนูฮาวน์เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องไปเยี่ยมชมกันให้ได้

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าย่านวอล์คกิ้งสตรีท หรือ ถนนสตรอยก์ (Stroget Street)ถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลกเริ่มจากศาลาว่าการเมือง (City Hall) ไปสิ้นสุดที่ Kongens Nytorv ที่มีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง อาทิ หลุยส์วิตตอง ชาแนล ร้านนาฬิกาหรูแบรนด์ดังจาก สวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) เป็นต้นกระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ

 

17.00 น.       นำท่านเดินทางสู่กรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ (Norway) โดยเรือสำราญ  DFDS  Scandinavian Seaway เรือเดินสมุทรลำใหญ่ โอ่โถง มีห้องพักมากมายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเสมือนโรงแรมระดับ 4 ดาวพร้อมไปด้วย ร้านค้าปลอดภาษี ห้องอาหาร ไนต์คลับ ดิสโก้เธค ห้องสปาและซาวน่า

18.00 น.      อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในเรือ

พักค้างคืนในเรือสำราญ  DFDS Scandinavian Seawayแบบ Sea View

**กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน**

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     ออสโล - เบอร์เก้น    

07.30 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.30 น.       เรือเข้าเทียบท่า ณ กรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ในปี 2006 ออสโลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด” ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะๆใหญ่ที่สุดชื่อ MALMOYA นอกจากนี้ ยังมีทะเลสาบกว่า 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ นำท่านเริ่มต้นชม กรุงออสโล (Oslo)ซึ่งสมัยก่อนนั้นเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองออสโล (Oslo) เป็นเมืองใกล้น้ำ ใกล้ธรรมชาติ และสนิทชิดเชื้อกับศิลปะเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเมืองหลวงที่สำคัญในด้านวัฒนธรรมของยุโรป

ผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง ทำเนียบรัฐบาล, พระบรมมหาราชวัง อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคารรัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประดับไปด้วยน้ำพุ สวนและประติมากรรมเติมแต่งให้ดูกลมกลืน ใกล้กันเป็น The Nobel Peace Centre สถานที่ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและไกลออกไปคือ โรงโอเปร่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมร่วมสมัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardomoen Airport) เพื่อเช็คอิน

** เนื่องจากอยู่ระหว่างการบิน อิสระให้ท่านเลือกรับประทานอาหารกลางวันในสนามบิน ตามอัธยาศัย **

** โดยทางทัวร์เตรียมค่าอาหารให้ท่าน ท่านละ 20 ยูโร **

13.40 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองเบอร์เก้น (Bergen)โดยเที่ยวบินภายในประเทศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

14.35 น.       ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์เก้น – เฟลสแลนด์ (Bergen Airport Flesland) เมืองเบอร์เก้น (Bergen)  เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ฟยอร์ด อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของนอร์เวย์ (Norway) มาตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 13 เมืองนี้ ล้อมรอบด้วยภูเขาถึงเจ็ดลูก มีท่าเรือที่ยาวถึง 10 กิโลเมตร หลังรับกระเป๋าเดินทาง รถโค้ชปรับอากาศรอรับนำท่านสู่ตัวเมือง เมืองเบอร์เก้น (Bergen)  

นำท่านชม เมืองเบอร์เก้น (Bergen)  โดยจุดแรกนำท่านขึ้นรถรางไฟฟ้า Floybanen Funicularสู่ ยอดเขา Floyenซึ่งมีความสูง 320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชมความสวยงามของ เมืองเบอร์เก้น (Bergen) 

ไม่ไกลจากจุดขึ้นรถรางไฟฟ้าจะเป็นย่าน เมืองเก่าของเบอร์เก้น (Bryggen)ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว ด้วยห้องแถวสูง 3 ชั้น ที่สร้างด้วยไม้ทาสีขาว แดง เหลือง เขียว จั่วหน้าสามเหลี่ยม มีเสน่ห์น่ารักตรงที่ด้านหน้ามักจะตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง ตัวแคปริคอน หรือ ม้ามังกร และรูปตุ๊กตาต่างๆ อาคารเก่าของเบอร์เกน (Bryggen)ถึง 61 หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม และยังใช้สอยเป็นร้านค้า แกลเลอรี ร้านขายสินค้าที่ระลึก งานศิลปะ ร้านอาหารตลอดจนพิพิธภัณฑ์ทำให้ อาคารเก่าของเบอร์เกน (Bryggen) เป็นเรือแถวที่งดงามที่สุดในโลกก็ว่าได้ ยิ่งกว่านั้นในความเก่าแก่ของเมืองที่ก่อตั้งมากว่า 900 ปีแล้ว จึงทำให้ เมืองเบอร์เก้น (Bergen) เป็นเมืองท่าที่แสนคลาสสิกงดงามที่สุดเมืองหนึ่งทีเดียว อิสระให้ท่านเดินชม แวะถ่ายรูป อาคารบ้านเรือนต่างๆ ใน เมืองเบอร์เก้น (Bergen)

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scandic Grand Marina Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         เบอร์เก้น – โวส – ฟลอม – กู๊ดเวงเกอร์ – เกโล  

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโวส (Voss)(ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเล็กน่ารัก ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามและเป็นเมืองที่สงบ มีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์  ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชนบทกลิ่นอายท้องถิ่นของชาว เมืองโวส (Voss) และทุ่งหญ้าเขียวขจี นำท่านเดินเท้าสู่สถานีรถไฟ เมืองโวส (Voss) เพื่อขึ้นรถไฟสาย ฟลอมส์บานา (Flamsbana)ซึ่งเป็นรถไฟสายที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดสายหนึ่งในทวีปยุโรป ซึ่งรถไฟแล่นตัดผ่านไปตามช่องเขาไต่ไปตามหน้าผา หรือเจาะอุโมงค์เพื่อทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งของภูเขาผ่านหุบเหวและน้ำตกมากมายโดยเฉพาะ น้ำตกคีออสฟอสเซน (Kjosfossen)ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความงดงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ (Norway)โดยท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับธรรมชาติอันงดงามตลอดเส้นทางและทัศนียภาพที่สุดแสนจะวิเศษโรแมนติค ให้ท่านสำราญใจจนกระทั่งสุดสถานีที่ เมืองฟลอม (Flam)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำคณะเดินเท้าสู่ท่าเรือ เมืองฟลอม (Flam)เพื่อนำท่านล่องเรือชมความงามตามธรรมชาติของ ซองน์ฟยอร์ด (Sogne Fjord)ที่มีความยาวและความลึกที่สุดในโลก ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับความงดงามของทิวทัศน์ต่าง ๆ สายน้ำ หุบเขา หน้าผา ซึ่งธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นด้วยกาลเวลาพันล้านปี

จนมาถึง เมืองกู๊ดเวงเกน (Gudvangen)แล้วเดินทางต่อโดยรถโค้ชไปสู่ เมืองเกโล (Geilo)(ระยะทาง 132 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ในเขตภูมิภาคฟยอร์ดของ นอร์เวย์ (Norway) ชมวิวทิวทัศน์ของลำธารที่กัดเซาะหุบเขาจนเป็นเหวขนาดใหญ่ ผ่านหมู่บ้านชนบทสู่เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 2,000 คน แต่มีทรัพยากรทางธรรมชาติ อาทิ เหล็ก โลหะ อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความสำคัญในด้านศูนย์กีฬาฤดูหนาวของยุโรปเหนืออีกด้วย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Dr.Holms Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       เกโล - ออสโล   

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำคณะออกเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงออสโล (Oslo)(ระยะทาง 219 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (Viking Ship Museum) จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านชม สวนอุทยานฟร็อกเนอร์  (Vigeland Sculpture Park)สวนสาธารณะอันเป็นผลงานของปฏิมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนอร์เวย์ (Norway) กุสตาฟ วิกกลันด์ ซึ่งแสดงเกี่ยวกับวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะเสาหิน โมโนลิธ (Monolith)กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมในหมู่ปฎิมากรรมทั้งหมด

จากนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งบริเวณย่านคาร์ลโจฮันเกท (Karl Johans Gate)เป็นแหล่ง

ช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล สินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

18.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Airport Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       ออสโล – อัลต้า – ฮอนนิ่งสแวก – นอร์ธเคป    

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardomoen Airport) เพื่อเช็คอิน

10.40 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองอัลต้า (Alta)โดยเที่ยวบินภายในประเทศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

12.40 น.       ถึง สนามบินเมืองอัลต้า (Alta Airport) เมืองอัลต้า (Alta) เมืองใหญ่ที่สุดในฟินน์มาร์ก เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวประมงว่ามีแหล่งน้ำที่มีปลาแซลมอนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นเมืองหน้าด่านของการมาสู่นอร์ธเคปป์ เพื่อไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืน

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเลาะเลียบฟยอร์ดต่างๆ ขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปยุโรปที่มีชุมชนอยู่อาศัย ลอดผ่านอุโมงค์เวสเตอร์โพลเลน สู่ ฮอนนิ่งสแวค (Honningsvag) (ระยะทาง 206 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดก่อนถึงนอร์ทเคป

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

22.00 น.       ออกเดินทางสู่ที่ตั้งของ ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป (North Cape Hall)อาคารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในบริเวณแหลมเหนือ จุดเหนือสุดที่สะดวกที่สุดในการเดินทางไปด้วยรถยนต์เพื่อการชมทัศนียภาพของพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สวยมากๆ อีกจุดหนึ่งในโลก ณ เส้นแวงที่ 71องศาเหนือ 10ลิปดา 21 ฟิลิบดา และยังเป็นจุดที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ของพวกเราชาวไทยเสด็จประพาสมาแล้วเมื่อหนึ่งร้อยปีเศษและพระองค์ท่านยังได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ที่ก้อนศิลาก้อนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ยังได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเยี่ยม ต่อจากนั้นเฉลิมฉลองการพิชิตแหลมนอร์ธเคปด้วย แชมเปญ + ไข่ปลาคาร์เวียเลิศรส พร้อมรับ ประกาศนียบัตรสำหรับผู้มาเยือน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก

พักค้างคืน ณ Scandic Honningsvåg Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      ฮอนนิ่งสแวก – ลัคเซลฟ์ – คาราจ็อก – อิวาโล (ฟินแลนด์)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองลัคเซลฟ์ (Lakselv)(ระยะทาง 163 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึง 4,000 คนแต่นับเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเทศบาล Porsanger ในจังหวัดฟินน์มาร์ค (Finnmark) ของ ประเทศนอร์เวย์ (Norway) จะเงียบเหงาในฤดูหนาว แต่ตลอดหน้าร้อนจะคึกคักไปด้วยกิจกรรม การตกปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มี หาดฟยอร์ด “Fjord beach” ที่สวยงาม แล้วเดินทางสู่เมืองคาราจ็อก (Karasjok) (ระยะทาง 74 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองที่ตั้งอยู่เหนือ เส้นอาร์คติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) เช่นเดียวกัน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอิวาโล่ (Ivalo)(ระยะทาง 155 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)(เวลาท้องถิ่นของฟินแลนด์ เร็วกว่านอร์เวย์ 1 ชั่วโมง) เมืองที่ตั้งในเขตการปกครองอินารี (Inari) ในเขตแลปแลนด์ ของประเทศฟินแลนด์ เมืองที่ตั้งใกล้ทะเลสาบอินารี เป็นเมืองสกีรีสอร์ท นำท่านผ่านชม ทะเลสาบอินารี (Inari Lake)แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กับเกาะแก่งมากมาย บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวแลป (Sami)

นำท่านเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์ชาวแลป (Siida Museum)ชมสภาพจำลองความเป็นอยู่ของชาวแลป ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกับเรื่องราวชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือมาเป็นเวลานาน ถิ่นกำเนิดกวางเรนเดียร์ ชาวแลปในเขตฟินแลนด์มีชื่อเรียกว่า แลปแลนด์ (Lapland) ขณะที่บริเวณรอยต่อประเทศนอร์เวย์ เรียกถิ่นฐานชาวซามิว่า ฟินน์มาร์ก (Finnmark) ดินแดนของชาวซามิทั้งสองประเทศนี้ถูกขนานนามว่า “Beauty of Silence”

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Ivalo Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันแปดของการเดินทาง (8)                       อิวาโล่โรวาเนียมิ – กรุงเฮลซิงกิ   

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi)(ระยะทาง 290 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ และเป็นเมืองหลวงของแผ่นดินแลปแลนด์

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเยี่ยมชม หมู่บ้านซานตาครอส (Santa Claus Village) ดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านถ่ายรูปกับเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล (Arctic Circle)เส้นแบ่งเขตแดนตามเส้นรุ้งและเส้นแวงเพื่อกำหนดขอบเขตของบริเวณซีกโลกเหนือ โดยเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลจะอยู่ที่ 66 องศา 33 ลิปดา 44 ฟิลิปดาเหนือ เป็นตัวบ่งบอกจุดเหนือสุดที่ในเวลา 1 ปี คนที่อยู่แถบนี้ มีโอกาสไม่พบกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง นำท่านแวะชม ซานตาคลอสออฟฟิศ (Santa Claus Office)หรือที่ทำการของซานตาครอส ภายในตกแต่งด้วยสีสันสดใสมากมาย พร้อมทั้งให้ท่านได้พบกับลุงซานต้าคลอสตัวโตในชุดคริสมาสต์สีแดงที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม นำท่านแวะชมที่ทำการไปรษณีย์ซานตาครอส (Santa Claus Main Post Office)ท่านสามารถเลือกซื้อไปรษณียบัตรหลากหลายสีสันเพื่อเขียนอวยพรครอบครัวและมิตรสหาย พร้อมทั้งฝากซานต้าคลอสส่งกลับมายังประเทศไทยได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์นี้ อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปในบริเวณหมู่บ้านซานตาครอสที่ประดับประดาด้วยธีมคริสต์มาสอันสวยงามตามอัธยาศัย หรือจะเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกภายในหมู่บ้านซานตาครอสแห่งนี้

                   สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเมืองโรวาเนมิ (Rovanemi Airport)

18.10 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) โดยเที่ยวบินภายในประเทศ (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที)

19.25 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวันตา (Vantaa International Airport)กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ (Finland) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ ที่สุดของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ ทางใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งอ่าวฟินแลนด์ เฮลซิงกิอยู่ติดกับเมืองวันตาและเมืองเอสโป ซึ่งรวมตั้งเป็นเขตเมืองหลวงหรือมหานครเฮลซิงกิ เฮลซิงกิมีชื่อเดิมว่า เฮลซิงฟอร์ส และยังคงเป็นชื่อเมืองในภาษาสวีเดนในปัจจุบัน

20.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักRadisson Blu Royal Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันเก้าของการเดินทาง (9)                          กรุงเฮลซิงกิ - สต๊อกโฮล์ม (สวีเดน)   

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเริ่มต้นชม กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) จุดแรกนำท่านไปชม โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church)หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม โบสถ์หิน (Rock Church)แต่เดิมเป็นภูหินแกรนิตใหญ่ที่ตั้งเกะกะอยู่กลางเมือง เกือบจะถูกระเบิดทิ้งอยู่รอมร่อ โชคดีที่มีการระดมความเห็นเสนอให้ก่อสร้างเป็นโบสถ์ จนกลายเป็นสถานที่ขึ้นชื่อมาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มักจะเดินทางมาประกอบพิธีสมรสกันที่นี่ อาจจะเป็นเพราะลักษณะโบสถ์แห่งนี้เก๋ไก๋ด้วยดีไซน์ ผนังเป็นหินแกรนิต ด้านบนระบายโปร่งให้แสงเข้า หลังคาประดับด้วยลวดทองแดงหนา 1 นิ้ว นำมาขดเป็นวงกลมใหญ่ดูแปลกตา แต่ชวนให้หวาดเสียวไม่ได้สำหรับพวกที่ชอบสาบานให้ฟ้าผ่า จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (Sibelius Monument)ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียเพลง ปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย ตั้งอยู่กลางแจ้งอย่างโดดเด่นเป็นสง่า

 และต่อด้วย เซเนท สแควร์ (Senate Square)จตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ กลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 (Alexander II Monument) ประดิษฐานอยู่ ถัดไปด้านบนเป็น วิหารอุสเพนสกี้ (Uspensy Cathedral)เด่นตระหง่านตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมรัสเซีย เนื่องจากถูกปกครองด้วยรัสเซีย (Russia)มานานถึง 100 ปี

                  

12.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สุดท้ายนำท่าน อิสระกับการช้อปปิ้งย่าน มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ตลาดสินค้าบริเวณท่าเรือ อีกแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปชมวิว และให้ท่านอิสระกับการเลือกช้อปปิ้งบน ถนนเอสปลานาดิ (Esplanadi Street)แหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งสินค้าพื้นเมือง และ ห้างสรรพสินค้า สต๊อกแมนน์ (Stockmann)ห้างใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย (Scandinavia)  กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ

17.00 น.       ออกเดินทางสู่กรุงสต็อคโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของประเทศสวีเดน (Sweden) โดยเรือสำราญซิลเลียไลน์ (Silja Line) เรือสำราญหรูหราเหมือนโรงแรม และได้ชื่อว่าเป็นเรือที่สวยงามที่สุดในสแกนดิเนเวีย มีภัตตาคาร ไนต์คลับ ซาวน่า คาสิโน ห้องชมภาพยนตร์ ห้องเล่นเกมของเด็ก และร้านค้าปลอดภาษี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามยามเรือถอนสมอ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในเรือ

พักค้างคืนในเรือสำราญ Silja Line ห้อง Sea View

**กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน**

 

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     สต๊อกโฮล์ม

07.30 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.30 น.       เรือเทียบท่า ณ กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm)เมืองหลวงของ ประเทศสวีเดน (Sweden)ซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลสาบเมลารัน (Malaren Lake) และมีที่ตั้งอยู่ริม ทะเลบอลติค (Baltic Sea) นำท่านนั่งรถเที่ยวชมเมืองหลวงแห่งนี้ ด้วยภูมิประเทศอันเป็นที่ตั้งของเมืองที่ประกอบไปด้วยเกาะมากมายหลายร้อยเกาะ แต่มีเกาะใหญ่ๆ เพียง 14 เกาะ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ความงามบนผิวน้ำ (Beauty on the Water) หรือ (ราชินีแห่งทะเลบอลติค) นำท่านเริ่มต้นกันที่ จุดชมวิวบนเนินเขาถนน Fjallgatan บนเนินเขาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นสภาพเมืองโดยรวมได้อย่างดีและสวยงามที่สุด แล้วเข้าสู่ เกาะแกมลา สแตน (Gamla Stan)ซึ่งเป็น เขตเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 700 ปี เป็นจุดกำเนิด กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) และเป็นที่ตั้งของ  พระราชวังหลวง  (Royal Palace)  ที่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค ส่วนภายในตกแต่งด้วยศิลปะแบบโรโกโก้  ปัจจุบันใช้พื้นที่บางส่วนเป็นที่รับรองแขกเมือง และราชอาคันตุกะ นอกจากนี้ยังมี  โบสถ์หลวง (Storkyrkan)โบสถ์คู่บ้านคู่เมือง

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (Vasa Museum)เรือรบโบราณอายุร่วม 400 ปีที่กษัตริย์กุสตาฟที่ 2 รับสั่งให้สร้าง เป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในสมัยนั้น แต่เพียง 20 นาทีที่ลงน้ำ เรือวาซ่าที่ยิ่งใหญ่ก็จมลงอยู่ใต้ทะเล มากกว่า 300 ปี ถึงสามารถกู้ขึ้นมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยต้องนำชิ้นส่วนหลายล้านชิ้นที่กระจายไปทั่วท้องน้ำแถบนั้นมาปะติดปะต่อเหมือนต่อโมเดลขนาดยักษ์ แต่ก็สามารถสร้างขึ้นมาจนกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดในกรุงสต็อคโฮล์มจวบจนถึงปัจจุบัน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน เข้าชมศาลาว่าการเมืองประจำกรุงสต๊อกโฮล์ม (City Hall) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1911-1923 เป็นอาคารที่ค่อนข้างโดดเด่นเนื่องจากสร้างด้วยอิฐแดงมากกว่า 8 ล้านก้อนภายในห้องโถง (Blue Hall)ถูกประดับด้วยทองคำที่มีลวดลายฝังหินโมเสคกว่า 19 ล้านชิ้น ในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองแขกสำคัญของประเทศ และในเดือนธันวาคมของทุกปี จะใช้เป็นสถานที่ๆจัดงานเลี้ยงให้ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย

จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนนฮามน์กาทาน  (Hamngatan) ถนนสายช้อปปิ้งของเมือง มี ห้างสรรพสินค้า NKซึ่งจัดเป็นห้างสรรพสินค้า ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ ให้ท่านอิสระกับการช้อปปิ้ง

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักRadisson Blu Royal Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง (11)               สต๊อกโฮล์ม

08.00 น.            อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา  (Stockholm Arlanda International Airport) เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

14.30 น.            ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 961(ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 20 นาที)

 

วันที่สิบสองของการเดินทาง (12)              กรุงเทพฯ

05.50 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 

 

฿159,900
จำนวน:
Visitors: 118,000