ทัวร์ ดีที่สุดของ ยุโรปตะวันออก 10 วัน TG

ทัวร์ ดีที่สุดของ ยุโรปตะวันออก 10 วัน สายการบินไทย TG

กำหนดการเดินทาง  13, 27 กันยายน 2562 ราคาท่านละ 89,900 บาท
 
** เดินทาง 18 - 27 ตุลาคม 2562 ราคาท่านละ 94900 บาท ลดเหลือเพียง 89,900 บาท **

 

(รวมทุกอย่างแล้ว วีซ่า ทิปคนรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น)

โปรโมชั่นพิเศษ เดินทางเดือนตุลาคม เพียงจองและมัดจำ ภายใน 31 สิงหาคมนี้ ลดทันทีท่านละ 5,000 บาท !!

 

สอบถามโทร : 02-538-3585 Line ID : @tdtravel

 

เที่ยวดินแดนยุโรปตะวันออก เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก
- บินโดยสายการบินไทย TG บินตรงเข้าเวียนนา - ออกมิวนิค
- กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ชมพระราชวังเชิงบรุน ช๊อปปิ้งถนนคาร์ทเนอร์
- เที่ยวเมืองหลวงของฮังการี กรุงบูดาเปส ล่องเรือแม่น้ำดานูป
- ชมเมืองหลวงบราติสลาว่า ของสโลวัค

- เที่ยวกรุงปร๊าก เมืองหลวงของประเทศเชค เข้าชมพระราชวังปร๊าก สะพานชาร์ล พักปร๊าก 2 คืน
- ชมเมืองน้ำแร่แสนสวยที่คาร์โลวี วารี

- ชมเมืองมรดกโลกเพชรน้ำงามของโบฮีเมียน ที่เชสกี้ ครุมลอฟ
- เดินเล่นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลกเมืองฮัลสตัทท์ ขึ้นจุดชมวิวมรดกโลก
- ชมเมืองซาลส์บูร์ก เมืองแสนสวยสุดโรแมนติกของยุโรป
- เข้าชมปราสาทเทพนิยายนอยชวานสไตน์  ที่งดงาม
- เดินเล่นนครมิวนิค เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของเยอรมัน

 

แผนที่เส้นทางการเดินทาง

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เวียนนา (ออสเตรีย) 

01.20 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา(Vienna)โดยเที่ยวบินที่ TG 936 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 30 นาที)

07.15 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport)กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) แล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยวประเทศออสเตรีย นำทานเข้าชม พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

 

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้น นำคณะชม ถนนสายวงแหวน (Ringstrasse)ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace)ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral)สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช๊อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci,ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&Mฯลฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท หรือแวะชิมของหวานที่ร้าน THE DEMELร้านเบเกอร์รี่ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe)ใจกลางกรุงเวียนนา

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Austria Trend Ananas Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     เวียนนา - บูดาเปส (ฮังการี)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า  นำท่านเดินทางสู่ ประเทศฮังการี (Hungary)ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่ใครๆย่อมรู้จักกันค่อนข้างดี และยังเป็นอีกหนึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป โดยในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันที่มีชื่อเสียง จุดหมายอยู่ที่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) (ระยะทาง 243 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองที่ตั้งอยู่สองฝั่ง แม่น้ำดานูบ (Danube River) แยกเป็นเมืองเก่าและใหม่ อันได้แก่ เมืองบูดา (Buda)  และ เมืองเปสต์ (Pest) อันเป็นที่มาของคำว่า บูดาเปสต์ (Budapest) นครที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าริมสองฝั่ง แม่น้ำดานูบ (Danube River) สมญานาม ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเริ่มต้นชม กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เริ่มกันที่นำท่านไปยัง จัตุรัสวีรบุรุษ (Hero's Square) มีรูปปั้นของบรรพบุรุษชาวแมกยาร์ทั้ง 7 เผ่ารวมตัวกันก่อร่างสร้างเมืองกันขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน เลาะเลียบผ่านสวนสัตว์และสวนสาธารณะใจกลางเมือง, โรงอาบน้ำแบบ เตอร์กิช (Turkish Bath) ที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 500 ปีก่อน ข้ามแม่น้ำดานูปสู่ คาสเซิลฮิลล์ (Castle Hill) บนฝั่งบูดา ดินแดนทั้งสองฟากคือ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) มารวมตัวกันในปี ค.ศ.1873  ดินแดนแห่งนี้เคยถูกผู้รุกรานจากมองโกลเมื่อพันปีก่อน แล้วชาวเติร์กถึงเข้ามาปกครองต่อในระหว่างปี 1526-1626นำท่านชม ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion)  อดีตเคยเป็นที่เขตค้าขายเก่าแก่ เพิ่งมาบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุมและยอดหอคอยรูปกรวยเป็นระยะๆ เหนือขึ้นไปด้านบนเป็น โบสถ์ม็อทยอช (Mathias Church) นำท่านชม โบสถ์ม็อทยอช (Mathias Church) ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์วรรษที่ 15 ถัดลงมาเป็น ป้อมซิตาเดลลา(Citadel)ท่านจะได้เห็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เป็นเทพธิดาชูกิ่งปาล์มไว้เหนือศรีษะสูง 40เมตร

 

จากนั้น เราจะนำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูป (Danube River Cruise) อันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา (Parliament) ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

หากมีเวลา อิสระให้ท่านเดิน ช้อปปิ้ง ณ ถนนวาซี่ (Vaci Street)แหล่งช้อปที่มีชื่อเสียงที่สุดของบูดาเปสต์ ถนนคนเดินแห่งนี้เรียงรายไปด้วยสินค้าแฟชั่น อาทิ ZARA, H&M, NIKE, Mango, ESPRIT, Douglas AG, Swarovski, Hugo Boss, Lacoste นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกมากมาย โดยเฉพาะ “ผ้าลูกไม้สาน” อันขึ้นชื่อ หรือท่านสามารถเลือกแวะชมบรรยากาศของร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ อย่าลืมแวะร้านเบอเกอรี่ Gerbeaud Caféอันเป็นที่โปรดปรานของบรรดาราชวงศ์ฮับสบรูกส์ ตั้งแต่ปี 1858

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร*** เมนูซุปกูลาซ พร้อมการแสดงดนตรีท้องถิ่น ***

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Budapest Danube Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         บูดาเปส – บราติสลาวา (สโลวาเกีย) – ปร๊าก (เชค)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางข้าสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava)  (ระยะทาง 200 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวาเกีย (Slovakia)เมืองบราติสลาวาเป็นเมืองหลวงที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ คือ ออสเตรียและฮังการี เป็นที่ตั้งของรัฐสภา, มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งโรงละครอันเก่าแก่ แวะถ่ายรูปกับ ปราสาทบราติสลาวา (Bratislava castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขาร็อกกี้ฮิลล์ริมฝั่งแม่น้ำดานูบสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 – 18 ซึ่งเคยถูกเพลิงไหม้เสียหายจากนั้นมีการก่อสร้างเรื่อยมา และมีการก่อสร้างใหม่อีกครั้งในปี 1956-1964  ซึ่งท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้

 

 12.00 น.      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเริ่มต้นชม กรุงบราติสลาวา (Bratislava) เริ่มต้นกันที่  ย่านเมืองเก่า (Old Town)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระราชวังต่างๆ  มหาวิทยาลัยเก่าแก่ (Academia Istropolitana)และ พิพิธภัณฑ์จำนวนมากรวมทั้ง โรงละคร (Slovak National Theatre)  และ สถาบันวัฒนธรรม (Slovak National Gallery)  อิสระท่านเดินชมเมืองในเขต จัตุรัสใจกลางเมือง (Main Square) อันเป็นที่ตั้งของ ทำเนียบประธานาธิบดี (Old Town Hall) แม้แต่คาสโนวายังชื่นชอบถึงกับกล่าวเอาไว้ว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว อิสระให้ทุกท่านได้เก็บภาพความประทับใจให้ท่านได้เก็บภาพตามความประทับใจ

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงปร๊าก (Prague)(ระยะทาง 364 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองเก่าที่มีความสวยงาม กรุงปร๊าก (Prague) ดินแดนแห่ง สาธารณรัฐเชค (Czech)เมืองที่มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองที่มีประวัติศาตร์ย้อนหลังราว 2,000 ปีและองค์การยูเนสโกได้เลือกเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Clarion Congress Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       ปร๊าก

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเข้าชม ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก (Prague Castle)ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบกอธิค และแม้ว่าขณะนี้ปราสาทแห่งนี้จะกลายเป็นทำเนียบของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แต่ปราสาทกรุงปร๊ากยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลายภายในปราสาทมี มหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral)ที่เด่นเป็นสง่า มหาวิหารสไตล์โกธิคใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊ากเข้าชมการตกแต่งภายใน มหาวิหารด้วยกระจกสีเป็นภาพนักบุญและเรื่องราวทางศาสนาคริสต์และถนนสายช่างทอง Golden Laneบ้านเล็กน่ารักสีสันต่างๆ เรียงกัน ในอดีตเคยเป็นบ้าน ของช่างทองและช่างเหล็กในสมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก แกลอรี่ และพิพิธภัณฑ์

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวันนำท่านชม อีกด้านหนึ่งของปราสาทสู่ แม่น้ำวัลตาวา (Vltava River)ท่านจะได้พบกับ สะพานชาร์ล(Charles Bridge) สะพานเก่าแก่สัญลักษณ์ของเมืองสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ในสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญ 28 องค์

 

นำท่านเที่ยวชมจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) อันเป็นที่ตั้งของ วิหารทีน (Church of Our Lady Before Tyn)ด้านหน้าจะมีรูปปั้นของ Jan Hus  ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาได้ถูกเผาที่นี่ยังมี โบสถ์เซนต์นิโคลาส (Church of St. Nicolas)อีกด้านหนึ่งที่ไม่ควรพลาดชมคือ นาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ (Astronomical Clock)ที่ทุกๆ ต้นชั่วโมงนาฬิกาจะตีบอกเวลา และจะมีหุ่นสาวกของพระคริสต์ออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  ให้ท่านได้เลือกซื้อเครื่องแก้วโบฮีเมียโมเซอร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอิสระให้เดินชมจัตุรัสเวนเซสลาส (Wenceslas Square) ที่อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถนนสายนี้เป็นถนนช้อปปิ้งสตรีทแหล่งร้านค้าที่รวบรวมเอาเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย รองเท้า เครื่องประดับสวยงามและเครื่องสำอางยี่ห้อดัง

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Clarion Congress Hotel หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ  คืนนี้ขอความกรุณาทุกท่านจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็น สำหรับพักค้างคืนที่เมืองครุมลอฟ 1 คืน

* * แยกใส่กระเป๋าแฮนด์แบ็คใบเล็ก ส่วนกระเป๋าใบใหญ่เก็บไว้บนรถบัส * *

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       ปร๊าก – คาร์โลวีวารี - เชสกี้ ครุมลอฟ

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

เช้านำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคาร์โลวีวารี (Karlovy Vary)(ระยะทาง 127 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เมืองคาร์ลส์บาด (Carlsbad) เป็นเมืองที่มีการค้นพบน้ำแร่โดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ที่ดำรงตำแหน่งเป็นพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก นำท่านชม เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) หรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองน้ำแร่” แสนสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโบฮีเมียลักษณะเมืองอยู่ในหุบเขาสองฝั่ง แม่น้ำเทปล้า (Tepla River) ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ค้นพบแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ และมีบ่อน้ำพุร้อนถึง 12 แห่ง ที่ร้อนที่สุดอยู่ในศูนย์นิทรรศการที่มีความร้อนถึง72 องศาเซลเซียสภายในจัดแสดงสายน้ำแร่ นักท่องเที่ยวสามารถชิมน้ำแร่ด้วยถ้วยชิมเฉพาะพิเศษ ที่ทำจากพอร์ซเลนในเมืองนี้เท่านั้น เมืองนี้เป็นที่นิยมในการเข้าคอร์สสปา เพื่อรักษาสุขภาพ และยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม เหมาะแก่การเดินเที่ยวชม เมืองเป็นอย่างยิ่ง อาทิ ชาโตว์ฮิลล์ (Chateau Hill)ได้รับการพัฒนาและรวมเข้ากับ อาคารคอมเพล็กซ์ชาว์โตว์บาท (Complex Chateau Bath)ได้รับการออกแบบโครงสร้างโดยสถาปนิกโอมานน์ สถาปัตยกรรมของตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากคตินิยมสรรผสานซึ่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบและของตกแต่งแบบอาร์ทนูโวจำนวนมาก, โบสถ์ของแมรี่ เมดิลีน (Church of St.Mary Magdalene)และ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์ปอลนิกายออร์โธดอกซ์รัสเซีย (Russian Orthodox Church of St. Peter and St. Paul)สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกับมหาวิหารในออสตานคิโน ใน กรุงมอสโก (Moscow)

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จนได้เวลามุ่งหน้าสู่ เมืองมรดกโลกเพชรน้ำงามแห่ง โบฮีเมีย (Bohemia)ที่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) (ระยะทาง 244 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) ซึ่งเมืองนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เมืองที่ยังคงเก็บรักษาธรรมชาติแบบยุคกลางของตนเองไว้ เมืองนี้ถูกเรียกว่าไข่มุกแห่ง โบฮีเมีย (Bohemia) นำท่านเที่ยวชม เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ  (Cesky Krumlov) เมืองแห่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ได้ถูกนำไปลงไว้ในรายการมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติขององค์การยูเนสโก้ในปี 1992เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของ แม่น้ำวัลตาวา (Vltava River)

นำท่านชม ปราสาทครุมลอฟ (Krumlov Castle)และ โบสถ์โกธิกเซนต์ไวตัส (St.Vitus) ปราสาทที่มีส่วนหนึ่งเป็นป้อมปราการยุคกลางและอีกส่วนเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาอย่างโดนเด่นและสามารถมองเห็นวิวเมืองโดยรอบซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1250 และถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยศิลปะ 3 ยุค 3 สมัยผสมผสานกันอย่างลงตัวตั้งแต่กอธิคเรอเนสซองส์-บาร็อค จากนั้นอิสระท่านชมเมือง โดยจุดศูนย์กลางของเมืองอยู่ที่ จตุรัสทาวน์ฮอลล์ (Town  Hall Square)ให้ท่านได้ชมความโดดเด่นของ เมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง และได้รับการอนุรักษ์จนได้ขึ้นทะเบียนไว้ ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างมาก  มันเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของเมืองเล็กๆยุคกลางของยุโรปกลาง มรดกทางสถาปัตยกรรมของเมืองนี้ยังคงอยู่ในสภาพเดิม

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bellevue Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      เชสกี้ ครุมลอฟ - ฮัลล์สตัทท์ (ออสเตรีย) – ซาลส์บูร์ก

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนแห่งการท่องเที่ยวเข้าสู่ ประเทศออสเตรีย (Austria)โดยผ่านทัศนียภาพที่สวยงาม ผ่านบรรยากาศที่สวยงามของป่าเขา ไปยังบริเวณ อัพเพอร์ออสเตรีย (Upper- Austria)หรือบริเวณ ซาลส์กัมเมอร์กูท (Salzkammergut Lakes)อันเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวทะเลสาบมากมาย ปัจจุบันเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลสาบกว่า 70 แห่ง ซึ่งวางตัวเรียงรายโอบล้อมของเทือกเขาจิตรกรแห่งยุคโรแมนติก เป็นกลุ่มแรกที่ค้นพบความงดงามของพื้นที่ บริเวณที่เคยเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดในแถบเทือกเขาแอลป์ (The Alps) แถบนี้ จนเข้าสู่ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)(ระยะทาง 210 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)  เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังที่งดงามราวภาพวาด คือ ภาพที่ถูกเผยแพร่ไปมากที่สุดของ ออสเตรีย (Austria) และเป็นเมืองที่มีเหมืองเกลืออายุเก่าแก่ที่สุด และ เมืองมีอายุกว่า 4,500 ปี

 

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน ขึ้นกระเช้า Salzbergนำท่านชมวิวสวยมรดกโลก ณ Heritage Viewing Platformที่ความสูง  800 เมตร ท่านจะได้เห็นภาพบรรยากาศแสนสวยของหมู่บ้าน ทะเลสาบ อันแสนโรแมนติก ดั่งฉากในละคร “เพลิงนรี”  สวีทหวานแหววเฉกเช่น คุณธีภพ (พี่ติ๊ก) และ ริสา (ใหม่ ดาวิกา) 

(รถรางเปิดให้บริการเฉพาะ ช่วงเดือนเมษายน - พฤศจิกายน เท่านั้น)

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)(ระยะทาง 71 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองสวยที่แสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1996  เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ทและใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ (ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือ ซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น เกลือ (Salz) จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง

นำท่านชม เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)เริ่มกันที่ บริเวณสวนมิราเบล (Mirabell)ที่มีดอกไม้สวยงาม นำท่านเดินข้ามสะพานบนแม่น้ำซาลซาค (Salzach River)ชมมหาวิหารประจำเมือง (Salzburg Cathedral)ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์โมสาร์ท(Mozart Monument) และบ้านเกิดของนักดนตรียุคบารอคท่านนี้ (Mozart Geburtshaus) ซาลส์บูร์ก (Salzburg) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่านกลาง สองฟากฝั่งเป็นตึก พระราชวัง  โบสถ์ที่มียอดแหลมน้อยใหญ่น่าชม ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขาและป้อมปราสาทดุจเมืองในเทพนิยาย เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมือง มีเวลาให้ท่านเดินชมร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่ย่านถนนเกไทรเด (Getreidegasse)ที่มีร้านค้า ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งป้ายร้านค้าจะเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ     

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Salzburg Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    ซาลส์บูร์ก – ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – มิวนิค

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) (ระยะทาง 215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองสุดท้าย บนถนนสายโรแมนติก เมืองนี้เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งของปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย และยังแวดล้อมไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ และห่างจากชายแดนประเทศออสเตรีย (Austria) เพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้นเมืองนี้มีชื่อเสียงตอนที่ริชาร์ด วากเนอร์ นักประพันธ์  นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เข้าเฝ้าพระเจ้าลุควิกที่ 2 และเมืองนี้ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape อันโด่งดังที่พระเอกสตีฟ แมคควีน ขี่มอเตอร์ไซด์ไปทั่วเมืองนี้ด้วย เมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองใน อดีตตั้งแต่ยุคโรมัน ที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ ชมเมืองที่แสนจะน่ารัก มีร้านอาหาร, โรงแรมที่พักตลอดจนร้านขายของที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา (Schwangau Village) (ระยะทาง 5 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) อันเป็นที่ตั้งของปราสาทอันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด อันได้แก่ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein  Castle) สร้างในสมัยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Bavaria)ในช่วง ค.ศ. 1845 – 1886 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลก จนได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมถึงแดนเนรมิตของบ้านเราด้วย  ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพของ 2 ปราสาทที่งดงาม คือ ปราสาทนอยชวานสไตน์(Neuschwanstein Castle) และ ปราสาทโฮเฮนชวานสเกา (HohensSchwangau)

 

นำท่านเข้า  ชมภายในตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรตระการตาด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปการ และ ห้องทรงงาน (Throne Hall), ห้องบรรทม (Bedroom) รวมไปถึงห้องโถงใหญ่  (Lower Hall) ที่หาคำบรรยายใดมาเปรียบไม่ได้ หากคุณไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองมิวนิค (Munich) (ระยะทาง 118 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนีและเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป และยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุด ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ร่ำรวยศิลปะและสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรค เมืองที่รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายแบบบาวาเรียนแท้ๆ 

นำท่านเข้าสู่ จุดไฮไลท์ของการท่องเที่ยวใน เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ที่ จัตุรัสมาเรียนพลาสต์ (Marienplatz)  ถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเริ่มต้นชมเมือง อย่างแรกเลยที่ท่านจะเห็นและสะดุดตาก็คือ รูปปั้นพระแม่มารีทองคำ (Mariensaule) บนเสาสูง ถัดไปอีกนิดก็คือ น้ำพุปลา (Fishbrunnen)คน ที่นี่เค้าเชื่อกันว่า การเอากระเป๋าสตางค์เก่ามาล้างในบ่อน้ำพุนี้ จะทำให้กระเป๋ามีเงินเต็มอยู่เสมอ จากนั้นเดินไปชม ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus)ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ หอระฆัง (Glockenspiel)ที่มีตุ๊กตาเต้นระบำในหน้าร้อน เดินถัดไปอีกเล็กน้อย ชม โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ชเชอ (Frauenkirche)สร้างด้วยอิฐสีแดงสูง 99 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของ เมืองมิวนิค (Munich) เป็นแหล่งรวม ร้านช้อปปิ้ง ร้านอาหารและแหล่งนัดพบ มาเยือนบริเวณนี้ สำหรับท่านที่ต้องการชมวิวที่ดีที่สุดแบบพาโนรามาของเมือง สามารถที่จะเข้าโบสถ์ เพื่อขึ้นบันไดไปชมวิวด้านบน ความสูงของบันไดนับได้ประมาณ 200-300 ขั้นชมย่านการค้าโดยรอบมาเรียนพลัส ทั้งร้านค้าพื้นเมือง และตลาดสินค้าการเกษตร เช่น ดอกไม้ พืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมืองต่างๆ รวมทั้งไส้กรอกเยอรมัน อันเลื่องชื่อ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือจะเลือกนั่งจิบกาแฟ หรือเบียร์ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกซึ่งมีมากมาย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ** โรงเบียร์เยอรมัน Hofbrauhaus โรงเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก **

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Leonado munich Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       มิวนิค

09.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ สนามฟุตบอลอัลลิอันซ์อารีนา(Allianz arena Stadium)เป็นสนามฟุตบอลที่สโมสร บาเยิร์น มิวนิค และ 1860 Munich ใช้เป็นสนามแข่งขัน และมีทีมชาติเยอรมันเตะในบางครั้ง

 

 กระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก (Munich International Airport) มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

14.25 น.        ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่ TG 925  (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 40 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

06.05 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ(Bangkok) โดยสวัสดิภาพ

 

฿89,900
จำนวน:
Visitors: 109,380