ทัวร์ ดีที่สุดของ กรีซ 10 วัน สายการบินกาต้าร์ QR


ทัวร์ ดี่ที่สุดของ กรีซ 10 วัน สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ QR

 

พร้อมเดินทาง 11 - 20 ตุลาคม 2562 (เหลือ 6 ที่สุดท้าย !!)
 
 
ราคาท่านละ 119,900 บาท
 
(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)

 

โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 31 สิงหาคมนี้ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!

 


เปิดตำนานอารยธรรมโลก ดินแดนแห่งตำนานกรีกโบราณ เมืองตากอากาศเมดิเตอร์เรเนียนชั้นยอด

เที่ยวกรีกกับ 8 เมืองดัง ทั้งเมืองโบราณและเมืองตากอากาศยอดฮิต พร้อมไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวกรีกแบบจัดเต็ม

- กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศและดินแดนอารยธรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่าสามพันปี

- อราคอว่า เมืองตากอากาศและแหล่งสกีรีสอร์ทที่นิยมของชาวเอเธนส์ในฤดูหนาว      

- เดลฟี่ ในอดีตเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางโลกหรือสะดือของโลก 

- เมทีโอร่า ที่ตั้งของสงฆ์ลอยฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

- เธอร์โมพิลี เมืองที่เป็นที่รู้จักในฐานะสมรภูมิสงครามในเรื่อง 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

- พัก มิโคโนส 1 คืน เมืองตากอากาศขึ้นชื่ออีกเมืองหนึ่ง ซึ่งได้ฉายาว่าเป็น “ลิตเติ้ลเวนิส”

- พัก ซานโตรินี 2 คืน เกาะที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ราชินีแห่งเมดิเตอร์เรเนียน

- แนฟพลิออน เมืองสวยอดีตเมืองหลวงแห่งแรกของกรีซ

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ – โดฮา (การ์ต้า) 

16.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน กาตาร์แอร์เวย์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

20.55 น.         ออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 833  (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 10 นาที)


 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          โดฮา – กรุงเอเธนส์ (กรีซ)

00.05 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport)กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์(Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

01.30 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเอเธนส์ (Athens) โดยเที่ยวบินที่ QR 211  (ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง)  

06.30 น.            เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเอเธนส์ (Eleftherios Venizelos International Airport)  กรุงเอเธนส์ (Athens) ประเทศกรีซ (Greece) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งตำนานระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์ เป็นที่ก่อเกิด นักปราชญ์ราชบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ของโลก อีกทั้งเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่เป็นรากฐานของศิลปวัฒนธรรมของโลก  หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วรถโค้ชปรับอากาศรอรับ นำท่านเริ่มต้นกันที่ จัตุรัสซินตักมา (Syntagma Square) ที่ตั้งของรัฐสภาแห่งชาติ และอนุสรณ์ทหารนิรนาม แวะถ่ายภาพบริเวณหน้าทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งเดิมเป็นพระราชวังหลวง เพื่อให้ท่านได้ชมภาพทหารกรีซแต่งกายในชุดโบราณแปลกตาเดินสวนสนามจากนั้นนำท่านชม สนามกีฬาแพนเอเธียเนียน (Panathinaiko Stadium)สนามหินอ่อนรูปเกือกม้าที่สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุส ใน ค.ศ.143 และบูรณะใหม่ใน ปี ค.ศ.1896 มีลักษณะเป็นรูปตัวยู และมีที่นั่งมากกว่า 70,000 ที่นั่ง เพื่อใช้เป็นที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 1 ที่กรีซเป็นเจ้าภาพ

                   

จากนั้นผ่านชม National Gardenเป็นสวนที่พักผ่อนที่อยู่ใจกลางกรุงเอเธนส์ ภายในสวนมีทั้ง ต้นไม้ ดอกไม้ นานาชนิด มีสระน้ำที่มีเป็ด แมว และยังมีศิลปะ โบราณของกรุงเอเธนส์กระจายอยู่รอบๆ สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบแหละเหมาะที่จะหลบหลีกความร้อนของกรุงเอเธนส์ ผ่านชม ประตูชัยเฮเดรียน (hadrian’s arch) หอสมุดแห่งชาติ (National Laibrary)ศูนย์รวมของปราชญ์สมัยโบราณ วิหารโอลิมเปียนเซอุส (Temple of the Olympian Zeus)ซากโบราณสถานต่างๆ ที่มีอายุร่วม 1,500 – 2,500 ปี ถือว่าครั้งหนึ่งที่นี่คือสถานสักการะบูชา ที่มีความสำคัญมากกว่าวิหารกรีกอื่นใดทั้งหมดในสมัยนั้น อริสโตเติลได้กล่าว   ยกย่องความยิ่งใหญ่เท่าเทียมกับพีระมิดแห่งอิยิปต์ ปัจจุบันมีเสาแบบโครินเธียนเหลืออยู่เพียง 15 ต้น จากเดิมทั้งหมดที่มีอยู่ 104 ต้น

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชม อะโครโปลิส (Acropolis)ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงเด่นในกรุงเอเธนส์ สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศกรีซ ก่อนที่จะถึงทางเข้า Acropolisจะมี Temple of Athena Nikeสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีอธีนาในปาง Nike (Nike เป็นภาษากรีกแปลว่าชนะ) นครกรีกโบราณนิยมสร้างอะโครโปลิสบนพื้นที่สูง โดยเป็นที่ตั้งของพระราชวังและที่อยู่ของข้าราชบริพาร ตลอดจนวิหารบูชาเทพเจ้า นครโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางนครหลวง สูง 61 เมตร โดยถูกสร้างมาก่อนการสร้างเมืองเป็นที่ตั้งของ วิหารพาเธนอน (The Parthenon)เป็น วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าเอธีนา สร้างเมื่อปี 447 – 432 ก่อนคริสต์กาล วิหารแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหมด ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้อยู่ที่เสาแบบดอริก ด้านหน้า 8 ต้น และด้านข้าง 18 ต้น รองรับมุมจั่วต่าง ๆได้อย่างกลมกลืน สถาปัตยกรรมที่งดงามและสมบูรณ์ ที่สุดในยุค 2,500 กว่าปีก่อน นอกจากนั้น วิหารยังถูกดัดแปลงเป็นโบสถ์คริสต์ศาสนานิกาย กรีกออร์โธดอกซ์ (Greek Orthodox Church) ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และยังถูกดัดแปลงเป็นสุเหร่าเมื่อครั้งกรีกตกเป็นเมืองขึ้นของอิสลาม ชื่นชมงานประติมากรรมที่หน้าจั่ววิหารเป็นเรื่องราวของเทพีเอธีนา และเทพเจ้าโพไซดอนสร้างกรุงเอเธนส์

                   

ชม วิหารอีเรคธีอุม (Erechtheion) เพื่อเป็น อนุสาวรีย์แห่งอีเรคธีอุม ในเทพนิยายกรีกเมื่อสงครามเพลอปปอนเนเซียมีรูปแกะสลักหญิงสาว 6 คน ถูกลงโทษ ให้กลายเป็นเสาหินค้ำยันวิหาร นอกจากนี้ยังคงมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณะ อาทิ โรงละคร หรือ โอเดียน, แท่นบูชาเทพเจ้าซุสที่เพอกามุม, อะกอรา หรือย่านชุมชนเช่นเดียวกับตลาด, สนามกีฬากลางแจ้ง ที่จะทำให้ท่านได้กับความยิ่งใหญ่ของชาวกรีกโบราณ วิหารโพรไพเลีย (Propylaea)วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพโพไซดอน และเทพีอะธีน่า โดยสร้างขึ้นในตำแหน่งที่เทพทั้งคู่มีการต่อสู้แย่งชิงสิทธิ์ในการดูแลเมืองนี้ ด้านทิศใต้มีชุดของเสาค้ำทั้งหกต้นที่ออกแบบเป็นรูปปั้นหญิงสาวสวมชุดกรีกโบราณใช้ศีรษะยืนค้ำยันอาคาร ปัจจุบันเสาทั้งหกต้นถูกแทนที่ด้วยรูปจำลองเนื่องจากของจริงถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อป้องกันการเสียหายจากอากาศและสภาพแวดล้อมภายนอก พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ (National Archeological Museum)  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีประติมากรรมกรีกโบราณเครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา และคอมพิวเตอร์ปี 2000 ที่พบในซากเรืออับปางนอกเกาะ Antikithera ให้ท่านได้เรียนรู้มากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรีกจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านเมืองเก่าปลาก้า (Plaka)อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ย่านเมืองเก่าที่มีสีสันของเมืองเอเธนส์ มีร้านค้ามากมายทั้งสินค้าแบรนด์เนม ร้านค้าริมทางเดิน  ซึ่งเคยเป็นย่านที่พบปะของเหล่าบุบผาชน และนักคิดของกรีซในอดีต ปัจจุบันได้เป็นที่ตั้งของเหล่าพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ และอาร์ตแกลลอรี่มากมาย ถนนซอกซอยของย่านนี้มีขนาดเล็ก ปูด้วยหินก้อนคล้ายในอดีต บรรยากาศโดยรอบของย่านปลาก้าจะทำให้ท่านย้อนระลึกไปถึงเอเธนส์ในอดีต ที่มีบ้านเรือนหลังเล็กๆปลูกติดกัน มีระเบียงเหล็กดัดสวยงามสไตล์นีโอคลาสิค พร้อมดอกไม้คละสี

                   

19.00 น.        อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Novotel Athens  Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     กรุงเอเธนส์ – อราคอว่า – เดลฟี – กาลัมบาก้า

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอราคอว่า (Arachova) (ระยะทาง 172 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณ เทือกเขาพาร์นาซอส  (Parnassus) เป็นเมืองตากอากาศและแหล่งสกีรีสอร์ทที่นิยมของชาวเอเธนส์ในฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านราคาแพงอีกด้วย  ให้ท่านได้เดินชมบรรยากาศบ้านเรือนสไตล์น่ารักๆ แล้วเก็บภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย

                 

จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองเดลฟี่ (Delphi) (ระยะทาง 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)ในอดีตเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางโลกหรือสะดือของโลก (Navel of the earth)  ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ซึ่งตามตำนานของกรีกโบราณกล่าวไว้ว่า เซอุสผู้สร้างเมืองนี้ต้องการหาจุดศูนย์กลางของโลก ได้ส่งนกอินทรีย์ 2 ตัว ทำการสำรวจตามความต้องการ นกได้บินวนอยู่บริเวณ เทือกเขาพาร์นาซอส  (Parnassus) เมืองเดลฟี่ (Delphi) จึงถูกสร้างขึ้น ปัจจุบันเป็นแหล่งเพาะปลูกมะกอก ซึ่งว่ากันว่ามีมากกว่า 400,000 ต้น ปลูกเรียงรายตามไหล่เขา  เหมือนพรมผืนใหญ่จนได้รับการขนานนามอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น The Sea Of Olives

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเที่ยวชมเมืองเดลฟี (Delphi)ซึ่งเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรีกโบราณระหว่างศตวรรษที่ 4 - 7 ก่อนคริสตกาล เมืองเดลฟี (Delphi) เป็นจุดศูนย์กลางของ ยุคคลาสสิค ซึ่งผู้คนนับหมื่นนับพันจากรัฐอื่นๆ ต่างเดินทางมาเพื่อขอเทพพยากรณ์จาก อพอลโล (Apollo) เพราะเป็นคำพยากรณ์ที่ทรงอิทธิพลและผู้คนเลื่อมใสที่สุดในสมัยกรีก เมืองนี้ในอดีตเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นที่ตั้งของ วิหารแห่งเทพอพอลโล (Temple of Apollo) ซึ่งเป็นสุริยเทพตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ โบราณ  ปัจจุบันวิหารแห่งเทพอพอลโล (Temple of Apollo) ผุพังจนเหลือแต่ซาก แต่รูปที่เห็นจนเรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของ เดลฟี (Delphi) กลับเป็นวิหารกลมที่เรียกว่า Tholosซึ่งเป็นวิหารของเทพอะธีนา  ใครเคยดูหนังเรื่อง Stargate ที่ฉายทางเคเบิ้ลทีวี จะเห็นจุดนี้เป็นประตูเชื่อมต่อไปยังจักรวาลระบบอื่น ๆ วิหารแห่งเทพอพอลโล (Temple of Apollo) ตั้งอยู่บนไหล่เขาอยู่ต่ำกว่าโรงละครกลางแจ้งลงไปหนึ่งชั้น  ในรูปจะเห็นเพียงแค่ฐานรูปสี่เหลี่ยมและมีเสา 4-5 ต้นทางด้านซ้าย  ในอดีตวิหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันเนื่องจากมีนักบวชหญิงที่เป็นเหมือนร่างทรงของเทพอพอลโล (มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า oracles) ที่จะคอยให้คำพยากรณ์ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวยันเรื่องการบ้านการเมือง  ใครจะส่งทหารไปรบที่ไหนก็ต้องมาปรึกษาคำพยากรณ์ของเทพอพอลโลที่วิหารแห่งเมืองเดลฟี (Delphi) นี้

ถัดจากวิหารขึ้นมาจะเห็น โรงละครกลางแจ้งรูปครึ่งวงกลม (Mar Maria Precinct) คนที่ชมการแสดง ณ สถานที่แห่งนี้คงมีความสุขมาก ๆ แน่ ๆ ได้เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่างสวยงามสูงขึ้นไปอีกชั้นจากโรงละครจะเป็นสนามกีฬารูปร่างคล้าย ๆ กับสนามกีฬาโอลิมปิกในกระทู้ก่อน  สมัยโบราณไว้แข่งขันกีฬาไพเธียน  (Pythian games) ซึ่งจัดเป็นประจำทุก 4 ปีเช่นเดียวกับกีฬาโอลิมปิกแต่อยู่คนละเมืองกัน จากนั้นไปชม น้ำพุคาสตาเลีย (Kastelli) ที่มีนำมาจากแหล่งน้ำพุร้อนมีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี

จากนั้นนำท่านคณะเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เดลฟี (Delphi Museum) มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างอาทิ Charioteer รูปปั้นนักขับรถม้าศึกที่ขึ้นชื่อลือชา และรูปปั้นของโรมันจำนวนมาก สมควรแก่เวลานำท่านมุ่งหน้าขึ้นเหนือของกรีซ (Greece) สู่  เมืองกาลัมบาก้า (Kalambaka) (ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองเล็กๆ แต่ทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ เมืองเมทีโอร่า (Meteora) นครแห่งอารามลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยู่ในเขต จังหวัดทริคาลา (Trikala) ของประเทศกรีซ (Greece) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 10 และถือว่าเป็นจุดหมาปลายทางของจาริกแสวงบุญมานานแล้ว ภายในเมืองมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โรงแรมที่พักไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจำนวนมาก

19.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Divani Meteora Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         กาลัมบาก้า -  เมทีโอร่า – เธอร์โมพิลี – กรุงเอเธนส์

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองเมทีโอร่า (Meteora)(ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสงฆ์ลอยฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์ พระในศาสนาคริสต์นิกายกรีก ออร์-โธดอกซ์ได้สร้างสำนักสงฆ์ ไว้หลายแห่งบนยอดเขาหินทรายที่สูงชันจากพื้นราบ ดูแล้วชวนให้เกิดความสงสัยว่าขึ้นไปสร้างอาคารบนยอดเขาสูงได้อย่างไรยิ่งกว่านั้นพระสงฆ์ที่อยู่ข้างบนหาอาหารและน้ำได้อย่างไร แล้วทำไมถึงต้องไปสร้างอยู่บนนั้นต้องการปลีกวิเวกหรือต้องการเข้าถึง พระเจ้าให้ใกล้ที่สุด จริงๆ แล้ว พระสงฆ์เหล่านี้หนีการคุกคามของพวกเติร์กที่นับถือศาสนาอิสลามและกำลังแผ่ขยายอิทธิพลมายังคาบสมุทรกรีซ และพบว่าแท่งหินทรายสูงชันเหล่านี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งสำนักสงฆ์เพื่อสืบทอดศาสนาต่อไปในราว  800 -900 ปีก่อน เมื่อเริ่มสร้างมีสำนักสงฆ์ทั้งหมด 20 แห่งด้วยกัน  แต่ปัจจุบันเหลือที่เปิดทำการจริงอยู่เพียง 6 แห่งเท่านั้น

นำท่านขึ้นชม สำนักสงฆ์แห่งเมทีโอรา (Monasteries of Meteora)ในสมัยก่อน การขึ้นไปยังสำนักสงฆ์เหล่านี้ทำได้ยากลำบากมาก ต้องใช้เชือกหรือตาข่ายเพื่อใช้ในการปีนป่าย  การส่งข้าวของเครื่องใช้และอาหารจะผ่านทางเชือกและตะกร้าเท่านั้น เพิ่งจะมีการสร้างบันไดทางขึ้นและสะพานเชื่อมเมื่อไม่ถึงร้อยกว่าปีมานี้เอง หมู่สำนักสงฆ์เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปีพ.ศ.2531 เนื่องจากการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างศิลปะแบบไบแซนไทน์เข้ากับสภาพแวดล้อมที่งดงามทางธรรมชาติ

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเอเธนส์ ระหว่างทางผ่าน เมืองเธอร์โมพิลี (Thermopylae)(ระยะทาง 158 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองที่เป็นที่รู้จักในฐานะสมรภูมิสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ 480 ปีก่อนคริสตกาล โดยกองกำลังผสมกรีกประมาณ 7,000 นายได้ยึดเป็นที่ต้านกองกำลังขนาดมหาศาลของกองทัพเปอร์เซียเป็นเวลาสามวันก่อนที่จะถูกทรยศโดยชาวบ้านชื่ออีฟิอัลติสผู้เปิดช่องทางข้ามเขาให้ทหารเปอร์เซียเข้ามา โดยมีทหารกรีกชื่อ ลิโอนิดาสกษัตริย์ของสปาร์ต้าได้สั่งให้กองกำลังถอยทัพในขณะนี้กองทหารสปาร์ต้าอยู่ต่อต้านจนคนสุดท้าย

จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงเอเธนส์ (Athens) (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Novotel Athens  Hotel หรือเทียบเท่า

แนะนำให้ลูกค้าเตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับพักค้าง 3 คืน บนเกาะมิโคนอส และ ซานโตรินี กระเป๋าใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรม

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                             เอเธนส์ – เกาะมิโคนอส

05.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

06.00 น.       จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ท่าเรือพีเรอัส (Piraeus)

07.00 น.       นำทุกท่านลงเรือด่วน Sea Jet 2 (2 ชั่วโมง 45 นาที) สู่ เกาะมิโคโนส (Mykonos)

09.45 น.       เดินทางถึงท่าเรือเกาะมิโคโนส นำท่านเข้าสู่ที่พัก Porto Mykonos Hotel หรือเทียบเท่า

นำท่านชม มิโคนอส ทาวน์ (Mykonos Town)หรืออีกชื่อหนึ่งว่า โฮรา (Chora)ที่มีความงดงามประกอบด้วยบ้านเรือนสีขาวทุกหลังตัดกับโบสถ์ และท้องฟ้าระเบียงดอกไม้ที่รายรอบด้วยกลุ่มเรือหลากสีสัน อันเป็นภาพพื้นเมืองที่หาชมได้ยาก

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมความงามของเกาะมิโคโนส (Mykonos)นำท่านชมหาดคาลาฟาตี (Kalafatis) หาดพาราไดซ์ (Paradise) หาดอโนเมร่า (Ano Mera)และอะกิออส สเตฟานอส(Ag. Stefanos)ที่มีความใสสะอาดของน้ำทะเลเหมาะกับการเล่นน้ำสำหรับครอบครัว เที่ยวชมหมู่บ้านอโนมิร่า (Ano Mera Village)ชมความงดงามหมู่บ้านสีขาวบนเนินเขาสีทอง ตัดกับสีของต้นไม้ เป็นสถานที่เงียบสงบที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวท้องถิ่นมายาวนานและยังใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะมิโคโนส แวะถ่ายภาพพาโนรามาของบริเวณเมืองเก่า จากนั้นนำท่านชม Panagia Tourlianiมีสถาปัตยกรรมของอารามที่น่าประทับใจ ภายนอกเป็นโดมสีขาวส่วนลานด้านนอกโบสถ์มีน้ำพุหินอ่อนที่สวยงาม  จากนั้นนำท่านเดินชมกังหันลมสัญลักษณ์ของเกาะ เวนิสน้อย และริมอ่าวท่าเรือเก่า ก่อนให้ท่านได้มีเวลาเดินเล่นถ่ายภาพหรือหาซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

*** อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย เกาะมิโคนอสนั้นครบเครื่องด้วยแสงสีเสียงสถานบันเทิงยามค่ำคืน ผับบาร์ ที่มีอยู่ทั่วทั้งเกาะ ***

พักค้างคืน ณ  Porto Mykonos Hotel หรือเทียบเท่า

โรงแรมที่พักบนเกาะ Mykonos และ Santorini ห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นแบบเตียงใหญ่เตียงเดียว ไม่มีเตียงคู่

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                        เกาะมิโคนอส – เกาะซานโตรินี

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

10.00 น.       ลงเรือด่วน(1 ชั่วโมง 50 นาที) สู่ เกาะซานโตรินี (Santorini)

11.50 น.       เดินทางถึงเกาะซานโตรินี (Santorini)เกาะที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ราชินีแห่งเมดิเตอร์เรเนียน เพราะโลกชื่นชมในทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาของเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะไคคลาดิส (Cyclades Island)ในแถบทะเลเอเจียน (Aegean Sea) นำท่านเข้าสู่ที่พัก El Greco Hotel หรือเทียบเท่า

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   หลังอาหารอิสระท่านชม  เมืองฟีร่า (Thira)ตามอัธยาศัย ซึ่งบริเวณโดยรอบได้สัมผัสกับร้านค้าต่างๆ และที่นี่..ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาอาบแดด ซึ่งบริเวณเกาะแห่งนี้มีหาดรวมกันมากกว่า 20 หายทั่วทั้งเกาะ นำท่านเที่ยวชมซานโตรินี เกาะที่ใคร ๆ ต่างใฝ่ฟันไปเยือน ชมหาดทรายแดง หาดทรายขาวและหาดทรายดำที่เลื่องชื่อ จากนั้น นำท่านชมหมู่บ้านเอีย (Oia Village) หมู่บ้านในนิทานแฝงอยู่ด้วย และความงดงามของหมู่บ้านนี้ก็ยังโดดเด่นสะดุดตา ถึงขนาดที่ศิลปินหลายคนนำมาเป็นแบบวาดรูปกันเลยทีเดียว อิสระท่านเดินชมสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ หมู่บ้านเอีย (Oia Village) นั้นก็คือ สถาปัตยกรรมสไตล์ไคคลาดิสอันโดดเด่น ที่มีรูปทรงเหมือนบ้านชาวกรีกสมัยเก่าในนิยาย ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามนี้ โดยเฉพาะการได้ออกไปเดินสำรวจตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ชมความน่ารักน่าชังของอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า และโบสถ์ ซึ่งทั้งหมดจะสร้างด้วยอิฐทาสีขาวโพลน ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ดอกไม้นานาพันธุ์สีสันสวยงามช่างดูสดใส แถมยังตั้งลดหลั่นตามหน้าผาสูงชัน ยิ่งเพิ่มความน่ามองให้กับ หมู่บ้านเอีย (Oia Village) เข้าไปอีก ขึ้นยอดเขานักบุญเอไลจาห์(สูง 565 ม.) เพื่อชมและถ่ายภาพทัศนียภาพบรรเจิดที่ไม่มีที่ใดในโลกเหมือนหรือเทียบเท่าหลังจากเดินชมตามตรอกซอกซอย กันจนอิ่มหน่ำสำราญ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ โรงแรมที่พัก ณ  เมืองฟีร่า (Thira)

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  EL Greco Hotel หรือเทียบเท่า

 

 วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      เกาะซานโตรินี

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่าน ล่องเรือในทะเลสาบภูเขาไฟ (Santorini Volcano) ที่สวยงามแปลกตา อันเกิดจากการระเบิดตัวของภูเขาไฟระเบิด และการยุบตัวของเกาะ เรือจะนำท่านสู่ บริเวณบ่อน้ำพุร้อน เพื่อได้ให้สัมผัสความงามของน้ำทะเลสีฟ้าสดเหลือบทองแดงแปลกตาด้วยแร่กำมะถัน อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวบริเวณรอบทะเลสาบ เพื่อถ่ายรูปบ้านเชิงเขาอันสวยงามของเกาะซานโตรินีจากจุดชมวิวที่ดีที่สุด

จนได้เวลาอันสมควร นำท่าน ล่องเรือกลับสู่ ท่าเรือ

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่าน ขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ ชมความงามของเกาะจากมุมสูง และให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สนุกสนานโดยเลือกนั่งลา (Donky) พาหนะที่โด่งดัง และเก่าแก่ของชาวกรีกลงจากเขา หรือเลือกนั่งรถเคเบิ้ลคาร์ตามอัธยาศัย

นำท่านสัมผัสมหัศจรรย์ความงดงามของหาดทรายของเกาะซานโตรินี่ ที่ไม่เพียงมีแต่หาดทรายสีขาวงดงาม และยังมีหาดทรายสีแดงจนเกือบเป็นสีดำของ หาดเรด บีช (Red Beach)หาดแห่งนี้ตั้งอยู่ใน บริเวณอโครติริ (Akrotiri) เขตโบราณคดีอันเก่าแก่ ตำนานแห่งทฤษฎีแอตแลนตีส อาณาจักรที่ไม่มีตัวตนของเพลโตเป็นโบราณสถานที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะแห่งนี้ที่มีการพบหลักฐานว่ามีคนพักอาศัยตั้งแต่ปลายยุคหินใหม่ ราว 4,000 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงช่วงต้นของยุคสำริด

นำท่านเดินทางสู่หาดเปอร์ริซ่า (Perissa Beach)เป็นหาดที่มีจุดเด่น คือ ถูกปกคลุมด้วยหินกรวดสีดำ ทำให้ดูเเปลกตากว่าหาดทรายที่เราเคยเห็นทั่วไป ระหว่างทางท่านจะพบกับเเปลงไร่องุ่น โดยองุ่นที่นี่จะปลูกเป็นพุ่มเตี้ยๆเพราะลมเเรง เเละที่นี่จะไม่มีการรดน้ำเพราะหมอกยามเช้าให้ความชุ่มชื้นเพียงพอต่อต้นไม้อยู่เเล้ว

นำท่าน ชมหมู่บ้านพีร์กอส (Pyrgos) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่คนท้องถิ่น เดิมของชาวซานโตรินี่อยู่อาศัยกัน และนำท่าน แวะชิมไวน์ที่ Santo Wineryที่นี่มีไวน์ ให้ท่านเลือกชิมหลากหลาย ราคาไม่เเพง เเถม รสชาตินุ่มลิ้นที่ไม่ควรพลาดลิ้มลอง และควรค่าแก่การนำกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านใจกลางเมืองบริเวณจัตุรัสธีโปโกปูลู (Theotokopoulou Square)แหล่งนัดพบประจำเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารบรรยากาศน่ารัก ร้านขายเครื่องประดับ บาร์ ไนท์คลับ บริษัทท่องเที่ยว อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือแวะนั่งดื่ม กาแฟ พร้อมละเลียดความงามของธรรมชาติอันน่าทึ่ง

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  EL Greco Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)              เกาะซานโตรินี - เอเธนส์

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จนกระทั่ง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินเกาะซานโตรินี

09.55 น.       เหิรฟ้าสู่กรุงเอเธนส์ (Athens)โดยสายการบินภายในประเทศ(ใช้เวลาประมาณ 55 นาที)

                   (สายการบินอนุญาตให้โหลดกระเป๋าได้ 1 ใบ/ท่านน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม)

10.50 น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเอเธนส์ (Eleftherios Venizelos International Airport)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  แหลมซูเนี่ยน (Cape Sounion) (ระยะทาง 46 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  45 นาที)ในเขตอ่าวซาโรนิค (Salonic Bay)ตลอดริมฝั่งข้างทางท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศริม ชายหาดกายฟาด้า (Beaches of Glyfada)ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทางตอนใต้ของแหลมซูเนี่ยน (Cape Sounion) นำท่านเดินทางเข้าชม วิหารเทพโปไซดอน  (Temple of  Poseidon)ซึ่งชาวกรีกเชื่อเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องพิทักษ์มหาสมุทรทั้งหมดบนโลกใบนี้ ซึ่งในอดีตวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าโปไซดอน และเป็นที่เคารพบูชาเทพเจ้าโปไซดอนก่อนออกเดินทางสู่ท้องทะเล อิสระให้ท่านถ่ายภาพบรรยากาศและความประทับใจได้บนยอดเขาของแหลมซูเนี่ยน (Cape Sounion)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ McArthurGlen Designer Outlet Athens  (ระยะทาง 51  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  1 ชั่วโมง)  ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์ดังกว่าร้อยแบรนด์ที่ราคาถูกกว่าถึง 70 % อาทิ HUGO BOSS, POLO RALPH LAUREN, VERSACE, S.FERRAGAMO, TOMMY HILFIGER และอื่นๆอีกมากมาย จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจ จนได้เวลาอันสมควร  นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงเอเธนส์ (Athens)(ระยะทาง 25  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  30 นาที) เมืองที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมของอารยธรรมตะวันตกประชาธิปไตยและเคยมีประวัติศาสตร์ที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดทางวัฒนธรรมสังคมและการเมืองในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยป้อมปราการและมีรูปแบบอันทันสมัยใจกลางเมือง

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Novotel Athens  Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                 เอเธนส์ - ทัวร์เพโลปอนเนส – โครินธ์ – เอพิดอรัส - แนฟพลิออน – ไมซินี – เอเธนส์

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำคณะเที่ยวชม คาบสมุทรเพโลปอนเนส (Peloponnesus)  ซึ่งอยู่ห้อยเป็นติ่งใหญ่ ๆ ตอนปลายคาบสมุทรบอลข่าน คาบสมุทรแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญ ๆ ในยุคกรีซโบราณเป็นเวลานับพันปีก่อนที่เอเธนส์ (Athens) จะรุ่งเรืองเสียอีก สำหรับ คาบสมุทรเพโลปอนเนส (Peloponnesus)  ถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ของกรีซ (Greece) ด้วย คลองขุดโครินธ์ (Corinth Canal) (ระยะทาง 106 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  ซึ่งเป็นคลองที่ขุดขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์   มีความยาว 6.3 กิโลเมตร   ในอดีตเรือที่จะวิ่งรอบคาบสมุทรเพโลปอนเนส (Peloponnesus) ต้องแล่นอ้อมเป็นระยะทางไกลมาก  ได้มีความพยายามจะขุดคลองนี้ตั้งแต่สมัยกรีซโบราณ แต่ไม่สำเร็จเพราะวิทยาการความรู้ไม่เพียงพอ  จนกระทั่งสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จลงในปี ค.ศ.1893  ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่  หลังจากขุดคลองนี้เสร็จ มีผลทำให้คาบสมุทรเพโลปอนเนส (Peloponnesus) กลายเป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบทุกด้านอย่างสมบูรณ์

ต่อด้วย เมืองเอพิดอรัส (Epidaurus) (ระยะทาง 55 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เข้าชม โรงละครกลางแจ้งแห่งเมืองเอพิดาวรอส (Epidaurus Theatre)เวทีที่ดีที่สุด และใหญ่ที่สุดของกรีก และมีชื่อเสียงด้านอะคูสติค สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 หลังคริสตกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงมิถุนายน จะมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาชมละครที่โรงละครแห่งนี้ ท่านจะได้ชมโรงละครขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนบริเวณเนินเขา ท่านสามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจนไม่ว่าจะนั่ง ณ จุดไหนของโรงละครก็ตาม

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่  เมืองแนฟพลิออน (Nafplion) (ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)   เป็นเมืองท่าริมทะเล  เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของกรีซ (Greece) มาก่อนในปี ค.ศ. 1829-1834 หลังจากที่ทำสงครามประกาศเอกราชกับประเทศตุรกี (Turkey)  เป็นผลสำเร็จ  ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เอเธนส์ (Athens)

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   หลังอาหารนำท่าน เข้าชม หลุมศพหลวงทรงรวงผึ้งของกษัตริย์อะกาเมมนอน (Mycenae Archaeological Museum) (ระยะทาง 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)    ผู้ซึ่งเป็นผู้นำทัพกรีกเข้าร่วมสงครามกรุงทรอย (Troy) ที่มีเรื่องราวอันน่าเศร้า ด้วยนางคลีเทมเนสทรา ต้อนรับแอกะเมมนอนผู้เป็นสามีเข้าสู่ ประตูสิงโต (Lion Gate) เมื่อกลับมาจากกรุงทรอย (Troy) นางตกแต่งประตูด้วยพรมสีม่วง และ ต้องการให้เดินไปตามพรมพร้อมกับคาสซานดร้า นางชู้รักขณะที่แอกะเมมนอน กำลังพักผ่อนอยู่ในอ่างน้ำ นางก็ใช้ขวานฟันจนตาย ในหลุมฝังศพมี การขุดพบหน้ากากความตายที่ทำด้วยทองคำ และเครื่องประดับทองคำที่งดงาม โดยจัดแสดงโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ เอเธนส์ (Athens)

                  

กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ เวนิเซลอส (Athens Venizelos International Airport)  (ระยะทาง 151 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน


วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     โดฮา (การ์ต้า) – กรุงเทพ

00.55 น.       นำท่านออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 208(ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 35 นาที)

05.40 น.       ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport) กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์ (Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

08.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบิน QR 832 (ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง)

19.00 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ(Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 
 
฿119,900
จำนวน:
Visitors: 112,470