ทัวร์ ดีที่สุดของ โปแลนด์ 10 วัน บิน OS

ทัวร์ ดีที่สุดของ โปแลนด์ 10 วัน สายการบินออสเตรียน (OS)

กำหนดการเดินทาง 17 พฤษภาคม / 7, 21 มิถุนายน / 12, 26 กรกฎาคม / 9, 23 สิงหาคม / 13, 27 กันยายน / 11, 25 ตุลาคม 2562
 
ราคาทัวร์ท่านละ 89,900 บาท
 
 
 

โปรโมชั่น จองและมัดจำภายใน 30 มิถุนายน นี้ ลดทันทีท่านละ 1,000 บาท

ราคาโปรดสอบถาม โทร 02-538-3585
Line ID : @tdtravel

 

ไฮไลท์ของโปรแกรมเที่ยวครบทุกเมืองสวยไม่ควรพลาด

- เมืองโตรุน (Torun) เมืองมรดกโลก เมืองที่มีสถาปัตยกรรม และอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ และยังเป็นหนึ่งใน 30 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในโลก
- ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) ป้อมยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้
- เมืองกดังส์ (Gdansk)  เมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว
- สะพานไม้โซพอต (Sopot Wooden Bridge) สะพานไม้ริมอ่าวกดังส์ที่ยาวที่สุดในทะเลบอลติก สะพานไม้เก่าแก่อายุกว่าร้อยปี
- เมืองพอซนัน (Poznan) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ และได้รับการโหวตว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดในโลก
- เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw) 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันที่สุดในโลก
- พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Auchwitz Concentration Camp) พิพิธภัณฑ์ที่มีความเป็นมาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวยิว และนาซี
- เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) เมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ
- เมืองวีลิซกา (Wieliczka)  สถานที่เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุด องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเหมืองเกลือแห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกโลกอีกด้วย
- เมืองคราคูฟ (Krakow) เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศโปแลนด์
- วิหารจัสนา โกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูป นักบุญมาดอนนาสีดำ (Black Madonna) ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดี
- เมืองลอดซ์ (Lodz) เมืองที่มี พระราชวัง โพนานสกี้ และ ถนนพิโอตโกรวสก้า ให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ และสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง
- กรุงวอซอร์ (Warsaw) เมืองที่มีอายุเกือบ 700 ปี ถูกจัดว่าเป็นเมืองใหม่สำหรับประวัติศาสตร์ของชาติโปแลนด์

 
 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ  

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ G สายการบิน ออสเตรียน แอร์ไลน์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.45 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา(Vienna)โดยเที่ยวบินที่ OS 026(ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เวียนนา (ออสเตรีย)–วอซอร์ (โปแลนด์) โตรุน – มาลบอร์ก

05.35 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา Vienna International Airport กรุง เวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าปประเทศไทย 5 ชั่วโมง) รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

07.15 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงวอซอร์ (Warsaw)  ประเทศโปแลนด์ (Poland)เที่ยวบินที่ OS 625 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที)

08.34 น.       เดินทางถึง เมืองวอซอร์ (Warsaw)เมืองหลวงของ ประเทศโปแลนด์ (Poland) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าปประเทศไทย 5 ชั่วโมง)  หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลการแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับเพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองโตรุน (Torun)(ระยะทางประมาณ 213 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3  ชั่วโมง 30 นาที)  เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ หลังจากที่องค์การ ยูเนสโก้ ประกาศจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อเมืองมรดกโลก ภายในตัวเมือง มี อนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์อัน สวยงามอยู่ดาษดื่นโด่งดัง ไม่น้อยไปกว่า เมืองคราคูฟ , โปซนาน, หรือ โวสลาฟ   เมืองโตรุน (Torun) จึงปรากฎอยู่ในแผนที่ของเมืองท่องเที่ยวติดอันดับในทวีปยุโรป  สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อท่านมาเยือน เมืองโตรุน (Torun) คือทิวทัศน์สวยงาม อันเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดีของสถาปัตยกรรม และอาคารเก่าแก่สวยงาม ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมดูแลภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Copernicus

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองโตรุน (Torun) สร้างโดยอัศวินเยอรมัน  คริสเตียนนิกายทอยโทนิค (Teutonic  Order)  เฮอมานน์  ฟอนบาล์คโดยสร้างเป็นป้อมในกลางศตวรรษที่ 13 (ปี ค.ศ.1231) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพิชิตดินแดนยุโรปเหนือ/ตะวันออก และเปลี่ยนให้คนในพื้นที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของท้องถิ่น  ด้วยที่มั่นอันแข็งแรงเป็นแรงดึงดูดให้คนโปลและเยอรมันแห่กันมาอยู่ใน ป้อมแห่งนี้  และต่อมาในปี ค.ศ. 1280 ก็ได้พัฒนากลายไปเป็นพันธมิตรการค้าของกลุ่ม ฮัมเซียติค  (กลุ่มพ่อค้าเดินเรือเยอรมันและสแกนิเนเวีย)  ในอีกศตวรรษต่อมาก็ปรากฏว่าเมืองนี้ร่ำรวยจากการค้า  สังเกตได้จากบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมามากในศตวรรษที่ 1-15    รวมทั้งบ้านของนักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียง  นิโคลาส  โคเปอร์นิคุส  เป็นตึกสูง 5 ชั้น ประดับหน้าบ้านด้วยลวดลายงดงาม  ชม ย่านเมืองเก่าโตรุน (Torun’s Old  Town)ที่ถูกบันทึกลงในรายการของ เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปแลนด์ (Poland) ในปี 2007 และ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้จัดอันดับให้ ย่านเมืองเก่าโตรุน (Torun’s Old  Town) ตลาดเก่าโตรุน (Torun’s Old  Market)และ  ศาลาว่าการ (Town Hall)เป็นหนึ่งใน 30 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วย โดยจุดแรก เริ่มกันที่ ศาลาว่าการ (Town Hall) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารศาลากลางแบบโกธิค ที่ได้รับยกย่องว่าสวยที่สุดในยุโรป โดยอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวๆปี 1274 และได้มีการขยับขยาย และสร้างใหม่อีกครั้งในช่วง ระหว่างปี 1391-1399 ภายในมีการจัดแสดงแกลลอรี่ที่เกี่ยวกับศิลปะโกธิค และนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับเมืองโตรุน (Torun) จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง โบสถ์พระวิญญาณ (Holy Spirit Church) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับศาลาว่าการ (Town Hall) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่สิบแปด ในสไตล์บาร็อค ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเยี่ยมชมเสมอๆ  ต่อด้วย นำท่านไปชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary's Church)สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นหนึ่งในอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นทางด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมมากแห่งหนึ่งของโปแลนด์ (Poland) และยังถือว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีห้องโถงสูงที่สุดในยุโรปกลางอีกด้วย จากนั้นอิสระท่านลัดเลาะไปตาม ย่านเมืองเก่าโตรุน (Torun’s Old  Town) เพื่อไปชมเหล่าอาคารบ้านเรือนในสมัยยุคกลาง ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าขุนนาง โดยอาคารแต่ละหลังนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ซึ่งอาคารแต่ละหลังนั้นได้รับการตกแต่งอย่างดงามไม่ว่าจะเป็นแบบโกธิคและบาร็อค ซึ่งบ้านแต่ละหลังล้วนแล้วแต่ได้รับการประดับประดาด้วยลายปูนปั้นและหินแกะสลักที่สวยงาม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลบอร์ก (Malborg) (ระยะทางประมาณ 153 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2  ชั่วโมง) 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Hotel Centrum Malbork หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     ปราสาทมาลบอร์ก -  กดังส์ – โซพอต – กดังส์ 

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านชม ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle)นำชมป้อมยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป  สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิมเป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์  นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) โดยมีอาคารเพียง 2 ปีก คือปีกทิศเหนือกับทิศตะวันตก หลังปี ค.ศ.1309 นิกายดังกล่าวเริ่มเสื่อมลง  หลายป้อมทางด้านตะวันออกถูกโจมตีและแตก  ทำให้ผู้นำนิกายดังกล่าวได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ  ที่จะย้ายที่พักชั่วคราวจากเวนิช  ไปยังบริเวณแคว้นรัสเซียซึ่งลัทธิดังกล่าวยังมีอิทธิพลสูงอยู่  ดังนั้นมาลบอร์จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงลัทธิดังกล่าว  เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตอิทธิพลซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง  ตัววิหารได้ถูกต่อเติมให้เป็นปราสาทในช่วงยี่สิบปีต่อมา  รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮตาร์ (12,500 ไร่)  ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน  ปราสาทกลาง  และปราสาทล่าง ซึ่งทั้งสามปราสาทแยกกันโดยอิสระ  มีระบบป้องกันตนเองอย่างสมบูรณ์  มีระบบน้ำอิสระแยกขาดจากกัน  มีที่เก็บอาหารแยกจากกัน  สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่เนื่องจากนิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410  ที่กรุนวาลด์  ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมา  และถูกบังคับให้ออกจากมาลบอร์กในปี ค.ศ.1466  ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็เสียหายไปตามกาลเวลา และได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะในยุคกลาง  ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ในปี ค.ศ. 1997

จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองกดังส์ (Gdansk)(ระยะทาง 61 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง ทะเลโปแลนด์ (Poland Sea) โดยมีการร่างต้นฉบับแบบเมืองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1343 (พ.ศ.1886) ชาวโปลจึงได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในร่างต้นฉบับเมืองเดิม และเป็นผลสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองกดังส์ (Gdansk)นำท่านเข้าสู่ ภายใน ย่านเมืองเก่าของกดังส์ (Old Town)โดยผ่านทาง ประตูเมืองเก่า (Green Gate)  ท่านจะได้พบกับ ถนนหลักของกดังส์  (Diugi Targ)ถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือได้ที่นี่ นำท่านเดินเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าของ กดังส์  (Old Town ) ระหว่างทางท่านจะพบกับ น้ำพุรูปเทพโพไซดอน (Neptune Fountain) ที่ตั้งอยู่กลางถนน ถัดมานำท่านชม ศาลาว่าการเมืองกดังส์ (Main  Town Hall)หอคอยสูงที่สุดในเมืองกดังส์ (Gdansk) คือสูงถึง 81.5 เมตร สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกและเรอเนสซองซ์ ภายใน ศาลาว่าการเมืองกดังส์ (Main  Town Hall) จะมีพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของเมือง จากนั้นนำท่านชม โบสถ์เซนต์แมรี่ (Church of St. Mary) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ เป็นสถาปัตยกรรมโบราณตั้งแต่ยุคปี 1500 ตั้งตระหง่านเด่นอยู่ใน ย่านเมืองเก่าของกดังส์ (Old Town) ซึ่งหากใครเดินผ่านไปในย่านดังกล่าวก็จะได้พบกับบ้านเมืองที่เรียบร้อยและสวยงามเหมือนยามที่เราเห็นในหนังแนวพีเรียดของฮอลลีวู้ดนั่นแหละ นำท่านเดินทางสู่เมือง โซพอต (Sopot) (ระยะทาง 13 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีเพื่อชมสะพานไม้โซพอต (Sopot Wooden Bridge) หรือเรียกสั้นๆว่าสะพานไม้โมโล เป็นสะพานไม้ริมอ่าวกดังส์ที่ยาวที่สุดในทะเลบอลติก สะพานไม้เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีก่อสร้างยื่นออกไปในทะเลทาด้วยสีขาวสวยงามสะดุดตามาก

ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองกดังส์ (Gdansk)

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Mercure Hevelius Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         กดังส์ – พอซนัน – วรอตสวัฟ   

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองพอซนัน (Poznan) (ระยะทาง 337 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองใหญ่ที่มีความสำคัญรองจากกรุงวอร์ซอ และยังเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่าเมืองอื่นๆในประวัติศาสตร์ โปแลนด์

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองพอซนัน (Poznan)หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ และได้รับการโหวตว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดในโลก มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-17 แต่เสื่อมโทรมลงเนื่องจากสงคราม เกรตนอร์เทิร์น (ค.ศ. 1700-1721) ตกเป็นของ ปรัสเซียในปี ค.ศ. 1793 และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐแกรนด์ดัชชี ออฟ วอร์ซอ ในช่วง ค.ศ. 1807-1815 จากนั้นเปลี่ยนเป็นของปรัสเซียและกลับมาเป็นของโปแลนด์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1918 นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในเมืองที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ด้วยนำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าพอซนันโดยเริ่มจาก จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า (Old Town Square)จตุรัสเมืองเก่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นจุดศูนย์รวมของเหล่าสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ของเมืองพอซนัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคารหลากสีสันจากศตวรรษที่ 16 ปราสาท ป้อมปราการ และ ศาลากลางจังหวัด (Poznan Town Hall)ซึ่งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางของเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในแบบโกธิค และถูกใช้งานมาจนถึงปี 1939 ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทอิมพีเรียล (Imperial Castle)อีกหนึ่งปราสาทที่มีชื่อเสียงของเมืองพอซนาน โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1905 ในสไตล์นีโอโรมาเนสก์ ปัจจุบันปราสาทถูกใช้เป็นห้องฉายภาพยนตร์ หอศิลป์

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw)  (ระยะทางประมาณ 175 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่นแต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นเมืองที่ทันสมัยที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา เมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสันโดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world)

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scandic Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       วรอตสวัฟ – ออสวีซิม – ซาโกปาเน่   

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้นำท่านแวะถ่ายรูปกับมหาวิทยาลัยวรอตสวัฟ (University of Wroclaw)มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมือง วรอตสวัฟ ซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000 คน ในสมัยศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, ที่คุมขังเชลยสงครามปรัสเซีย จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall)และโบสถ์ประจำเมือง อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปและเดินเล่นตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออสวีซิม (Oswiecim)(ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที)  ผ่านชมความสวยงามและเงียบสงบของย่านชนบทแห่ง โปแลนด์ (Poland)

13.30 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Auchwitz Concentration Camp)ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของ โปแลนด์ (Poland) ซึ่งเริ่มจากเยอรมัน (Germany) เข้ายึดโปแลนด์ (Poland) ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุม ขังนักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่างๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาไว้ ภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชม ห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้น ๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย เมื่อครั้งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน (Germany)    ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน โดยเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane)(ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) จัดเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์เพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาซึ่งมีความสูงระหว่าง 750 ถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ มากมายของชาวโปแลนด์อีกด้วย เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) มีประชากร 28,000 คนโดยประมาณ แต่ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมความงามของเมืองนี้นับล้าน ๆ

19.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Villa Marilor Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       ซาโกปาเน่  - วีลิซกา – คราคูฟ

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้  นำท่านเดินชมหมู่บ้านซาโกปาเน่ (Zakopane)ที่บ้านและโบสถ์ส่วนใหญ่ทำจากไม้และเป็นสถาปัตยกรรมเฉพาะในแถบนี้ จากนั้นนำท่านขึ้นรถไฟไปยัง ยอดเขากูบาวุฟกา (Gubalowka)หรือ Mount Giewont บนควมสูง 1,120 เมตร ซึ่งบนนี้เอง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาแทท-ทร่า (Tatra Mountain) แบบพาโนราม่า จากนั้น อิสระท่านให้ชมเมืองซากโกปาเน่ เมืองรีสอร์ทเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากทั้งในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน อิสระให้ท่านชมย่าน ถนนครูพูฟกี้ (Krupowki Street)ถนนที่ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดของเมือง โดยตลอดสองข้างทางนั้น นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเหล่าอาคารร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงการแสดงรื่นเริงของนักแสดงและมีเวลาให้ท่านได้แวะซื้อของที่ระลึก ซึ่งมีความโดดเด่นไม่แพ้เมืองอื่นๆ

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ เมืองวีลิซกา (Wieliczka) (ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์ เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994 นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่มาของเกลือนั้นเกิดตามธรรมชาติมาประมาณ 20 ล้านปี ซึ่งในอดีตเกลือมีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมรักษาอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชมเหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านจะไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน ซึ่งเหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเหมืองเกลือแห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคราคูฟ (Krakow)(ระยะทาง 22 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของโปแลนด์เมื่อ 1,000 ปีก่อนและเป็นเมืองหลวงของโปแลนด์นานถึง 600 ปี ก่อนย้ายไปที่กรุงวอร์ซอว์ในปี ค.ศ. 1596 และในปี ค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศโปแลนด์

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Best Western Premier Krakow Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      คราคูฟ

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้  นำคณะเดินขึ้น เขาวาเวล (The Wawel)ชม มหาวิหารวาเวล (Wawel Cathedral)สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364  บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของกษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย นำชม พระราชวังหลวง (Royal Castle)ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499  และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค เดินชมภายในพระราชวังซึ่งมีงานให้ชม  หลายอย่าง  อาทิ ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่  ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป  รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์

 

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น ชม จัตุรัสตลาดโบราณ (Market Square)ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปสมัยกลาง ขนาดความกว้าง 4 เฮคต้าร์  อาคารที่มีชื่อเสียงรอบๆ จตุรัสสร้างในศตวรรษที่ 14  ประชาชนให้จัตุรัสดังกล่าวเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกกษัตริย์โปล  อีกทั้งใช้ในพิธีทางศาสนาตั้งแต่ในอดีต  เดินชมอาคารที่งดงามต่าง ๆ ซึ่งองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สภาพบ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ชมความรุ่งเรืองในอดีต  ชม อาคารการค้าผ้าในอดีต (Cloth Hall)และถือว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบจนสมัยนี้ อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์และเหล่าอาคันตุกะของเมือง สามารถช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่  ผ่านชม ป้อมปราการ   (Barbacan)  อายุกว่า 600 ปีปกปักษ์รักษาเมืองที่หลงเหลืออยู่ แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่จะมาแสดงผลงาน และประตูทางเข้าเมือง (Florian gate)  ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศรรตวรรษที่  13   ถนนคนเดินสมัยโรมัน  จากนั้นนำท่านสู่จตุรัสใจกลางเมืองเป็นย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ชม โบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Mariacki Church)  ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำด้วยไม้แกะสลักมาตั้งแต่สมัยศรรษตวรรษที่14

อิสระให้ท่านมีเวลาเดินเล่นในย่าน จัตุรัสตลาดโบราณ (Market Square) เพื่อมีเวลาสัมผัสบรรยากาศอดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ และ เลือกซื้อหาของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Best Western Premier Krakow Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    คราคูฟ – เชสโตโชวา – ลอดซ์ – กรุงวอซอร์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองเชสโตโชวา (Czestochowa)(ระยะทางประมาณ 152 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองดังแห่งศาสนาคริสต์ของชาวโปแลนด์ ซึ่งส่วนใหญ่จะนับถือคริสต์ศาสนาในนิกายโรมันคาทอลิก นำท่านชมวิหารจัสนา โกรา (Jasna Gora)  ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูป นักบุญมาดอนนาสีดำ (Black Madonna)  ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วยปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา  ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ.1382 โดยการบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่ง โอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า (Black  Madonna)  ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อยปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์  ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา  วิหารจัสนา โกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย  ซึ่งคุณพ่อออกัสตีนนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ.1665  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาเสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลอดซ์ (Lodz)(ระยะทาง 128 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบชนบทของ ประเทศโปแลนด์ (Poland) ตลอดสองข้างทาง  นำท่านเยี่ยมชม เมืองลอดซ์ (Lodz) ชม พระราชวัง โพนานสกี้ (Poznanski Palace)  จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ถนนสายธุรกิจที่ยาวที่สุดในยุโรป ถนนพิโอตโกรวสก้า (Piotrkowska Street)ให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ และสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง อันได้แก่ งานศิลปะประเภทไม้แกะสลัก เครื่องประดับที่ทำด้วยเงินและอำพัน ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังชนิดต่างๆ  ชมย่านเมืองเก่าและย่านชาวยิวโบราณ

 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงวอซอร์ (Warsaw)(ระยะทาง 139 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  เมืองที่มีอายุเกือบ 700 ปี แต่ก็ยังถูกจัดว่าเป็นเหมืองใหม่สำหรับประวัติศาสตร์ของชาติโปแลนด์ กรุงวอซอร์ (Warsaw)ได้เกิดขึ้นมาจากเดิมที่เป็นป่ามาโซเวียน (Mazovian) เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นในปี 1939 ชาวเมืองได้ร่วมกันปกป้องประเทศไว้อย่างกล้าหาญ จนในที่ก็เกิดการจลาจล และการก่อความไม่สงบขึ้นในโปแลนด์ (Poland) การพยายามต่อต้านความไม่สงบ ถูกปราบปรามอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน กองกำลังทหารนาซีได้เผาทำลายล้างอาคารต่างๆ ในเมืองหลวงไปถึง 96 เปอร์เซ็นต์ หลังสงครามจบสิ้น ชาวโปลิชได้ช่วยกันบูรณะซ่อมแซมก่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจกับความเสียสละของประชาชน ทำให้ กรุงวอซอร์ (Warsaw)  กลับมาเป็นเมืองเก่าในประวัติศาสตร์ที่สวยงามดังเดิม ปัจจุบัน กรุงวอซอร์ (Warsaw)  มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Sobieski Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                    กรุงวอซอร์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

นำท่านเริ่มต้นชม กรุงวอซอร์ (Warsaw)ด้วยการนำท่านไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของเฟเดอริค โชแปง (Monument to Chopin)รูปปั้นของคีตกวีผู้มีชื่อเสียงระดับโลก  ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใน สวนสาธารณะลาเซียนกี้ (Lazienki Royal Park)  ซึ่งสวนสาธารณะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งใน พระราชวังลาเซียนกี้ (Lazienki Palace)พระราชวังแห่งนี้ได้เคยเป็นที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ของไทย เมื่อครั้งเสด็จประพาสกรุงวอซอร์ (Warsaw)  เมื่อปี ค.ศ. 1897 จากนั้น นำท่านผ่านชมย่านสำคัญ ผ่าน ถนน (Nowy Swiat Street)เพื่อ ชม (Krakowskie Przedmiescie streets)ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน กรุงวอร์ซอ (Warsaw)  สองข้างถนนประกอบไปด้วยพระราชวังต่างๆ ตึกของรัฐบาล   ร้านอาหาร ผับ บาร์ มีต้นไม้ร่มรื่นยืนต้นให้เห็นได้ทั่วไป ชม โบสถ์ เซนต์แอนนา (St. Anna Church)สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค ในช่วงศตวรรษที่ 16  ผ่านชม มหาวิทยาลัยวอร์ซอ (University of Warsaw)  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงวอร์ซอ

จนนำท่านเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าวอร์ซอ (Warsaw Old Town)ย่านประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง และ มีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศโปแลนด์ (Poland) อีกด้วย  นำท่านมุ่งหน้าไปยัง จัตุรัสปราสาท (Castle  Square) ซึ่งรูปร่างที่เราเห็นกันในปัจจุบันเกิดขึ้นหลังจากทุบกำแพงเมืองในศตวรรษที่ 19  ตรงกลางเป็นอนุสาวรีย์กษัตริย์ซิกมุนที่ 3 ที่ทรงย้ายเมืองหลวงจาก เมืองคราครูฟ  (Krakow) มาสู่ กรุงวอซอร์ (Warsaw)  แล้วเดินขึ้นมาที่จตุรัส ท่านจะมองเห็น พระราชวังหลวง (Royal Castle)  ปราสาทสีแดงสดที่ดูใหม่กว่าที่คิดไว้ ไหนบอกว่าเป็นเมืองเก่า ที่ปราสาทนี้ดูใหม่เป็นเพราะมันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมา เขตเมืองในแถบนี้ โดนบอมส์จนแทบไม่เหลืออะไร จะบอกว่าเหลือแต่ซากก็ไม่ผิด ในการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่นี้ ชาวโปลิชได้ใช้ภาพกรุงวอซอร์ (Warsaw)  22 มุมมองโดยจิตรกรเอกชาวอิตาเลียน เบอร์นาโด คานาเล็ตโต เป็นต้นแบบในการบูรณะ กรุงวอซอร์(Warsaw)  จนกลับมาเป็นเมืองหลวงที่สวยงาม ไม่ไกลกันนักจะเป็น วิหารเซนต์จอห์น (St. John's Cathedral)วิหารคาทอลิกที่ตั้งอยู่ใน ย่านเมืองเก่าวอซอร์ (Warsaw Old Town) และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงวอซอร์ (Warsaw) โดยวิหารถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 

12.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นอิสระท่านชื่นชมกับย่านเมืองเก่าวอซอร์  (Warsaw Old Town)ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความเก่าแก่ โดยอาคารส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ตรง ย่านตลาดเก่า (Old Town Market Place)จะมีจัตุรัสที่มีรูปปั้นนางเงือกถือโล่ห์กับดาบ (Statue of the Mermaid) ทำท่าทางขึงขังอยู่ ซึ่งนางเงือกตัวนี้มีตำนานว่า เดิมนางเงือกมี 2 ตัวเป็นพี่น้องกัน ทั้งสองว่ายน้ำเล่น ตัวหนึ่งว่ายมาที่ โปแลนด์ (Poland) ส่วนอีกตัวว่ายไปที่เดนมาร์ก (Denmark) ตัวที่ว่ายมาที่โปแลนด์ (Poland) โดนชาวประมงจับได้และถูกนำมาแสดงโชว์ จนมีชายคนหนึ่งมาช่วยไว้ นางเงือกต้องการตอบแทนบุญคุณจึงสัญญาว่าจะออกมาช่วยปกป้องเมืองเมื่อเมืองไม่ปลอดภัย รูปปั้นนางเงือกนี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกรุงวอซอร์ (Warsaw) ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกท่าอากาศยานนานาชาติ วอซอร์ เฟรเดริกโชแปง (Warsaw Frederic Chopin International Airport)มีเวลาให้ท่านได้ทำ Tax Refundภายในสนามบิน

19.50 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna)โดยเที่ยวบินที่ OS 632  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที)

21.05 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศ         ออสเตรีย (Austria)รอเปลี่ยนเครื่อง

23.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบิน OS 025 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                       กรุงเทพฯ

15.20 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ(Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

฿89,900
จำนวน:
Visitors: 117,993