ทัวร์ ยุโรป บอลติก เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวร์เนีย 8 วัน บิน AY

ทัวร์ ยุโรป บอลติก เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย 8 วัน สายการบินฟินแอร์ AY

 
กำหนดการเดินทาง 20 - 27 ตุลาคม 2562 ( เหลือ 6 ที่นั่งสุดท้าย !!)
 
ราคาท่านละ 69,900 บาท
 
 
 

โปรโมชั่น จองและมัดจำภายใน 31 สิงหาคม นี้ ลดทันทีท่านละ 2,000 บาท

สอบถามโทร 02-538-3585
Line ID : @tdtravel

 

เยือนสามประเทศของยุโรปในแถบคาบสมุทรบอลติก ที่องค์การยูเนสโก้ได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลกอันล้ำค่า ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี ความมั่งคั่งแห่งวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมต่างๆอันที่สวยงาม จึงเป็นอีกเส้นทางที่ชวนให้น่าไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง

ไฮไลท์โปรแกรมที่ไม่ควรพลาด

 

-กรุงทาลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงแห่งเอสโตเนีย (Estonia) ประเทศที่มั่งคั่งด้วยแหล่งท่องเที่ยวของยุโรปตอนเหนือ
-เมืองแปร์นู (Parnu) เมืองพักผ่อนตากอากาศในช่วงฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝั่งตะวันตกชายฝั่งทะเล

-กรุงริก้า (Riga) เมืองหลวงแห่งลัตเวีย(Latvia) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองที่อยู่ใน กลุ่มบอลติก

-อุทยานแห่งชาติเกาจา (Gauja National Park) ซึ่งอุทยานดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์ แห่ง ลัตเวีย

-พระราชวังรูนดาเล (Rundale Palace) พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของ ลัตเวีย

-กรุงวิลนิอุส (Vilnius) เมืองหลวงแห่งลิทัวเนีย (Lithuania) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุด

-เนินแห่งไม้กางเขน (The Hill of Crosses) ที่เต็มไปด้วยไม้กางเขนน้อยใหญ่นับร้อยนับพันที่นำมาปักวาง

-เมืองเคานัส (Kaunas) อดีตเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศลิทัวเนีย

-ปราสาทกลางทะเลสาบ (Trakai Castle)จุดหมายปลายทางยอดนิยมของท่องเที่ยว



 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) – ทาลลินน์ (เอสโตเนีย)

06.00 น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Sสายการบินฟินแอร์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

08.55 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)โดยเที่ยวบินที่ AY142(ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 20นาที)

15.15 น.        ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ (Finland)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

16.25 น.       นำท่านเดินทางต่อ สู่ เมืองทาลลินน์ (Tallinn) ประเทศเอสโตเนีย (Estonia)เที่ยวบินที่ AY 1023 (ใช้เวลาเดินทาง 35 นาที)

17.00 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์นาร์ด แมรี่ (Lennart Meri International Airport) เมืองทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงและเมืองท่าหลักของ ประเทศเอสโตเนีย (Estonia)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย  6 ชั่วโมง) ประเทศที่มั่งคั่งด้วยแหล่งท่องเที่ยวของยุโรปตอนเหนือ หลังผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับนำท่าน เดินทางเข้าสู่ กรุงทาลลินน์ (Tallinn) เมืองที่ได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในทะเลบอลติค (Baltic Sea) โดยเฉพาะเสน่ห์ของเมืองเก่าช่างยั่วยวนใจให้ นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนจะค่อยๆเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เมืองเก่าทาลลินน์เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 นำท่านเข้าสู่ที่พัก หลังจากเดินทางไกล

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          ทาลลินน์

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านเริ่มต้นเที่ยวชมเมือง โดยเลียบเขตชายฝั่งทะเลสู่ชายหาดพิริต้า (Pirita Beach)แหล่งพักผ่อนตากอากาศในฤดูร้อนเป็นที่ชื่นชอบของชาวเมือง ที่มีทั้งบ้านพักตากอากาศ, ท่าเรือยอร์ช, ป่าสน, สวนพฤกษศาสตร์ และศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ตลอดจนสถานที่จัดงานดนตรีกลางแจ้งขนาดใหญ่ ชายหาดแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่แข่งขันเรือใบรีกัตต้าในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1980 มาแล้ว แวะชมคอนแวนต์ของนักบุญ บริกิตต้า (Convent of St.Bridget)ถูกสร้างขึ้นในปี 1436 แม้ในปัจจุบันจะไม่สามารถบูรณะซากปรักหักพังให้ได้คงเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย แล้วนำท่านไปถ่ายรูปสวยกับพระราชวังแคทเดอริกพาเลซ & ปาร์ค (Kadriorg Palace & Park)  เคยเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระเจ้าซาร์มาตั้งแต่ปี 1714 ตัวพระราชวังแบบบาร็อกโอบล้อมไปด้วยสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นโอ๊คและต้นเชสนัทอายุหลายร้อยปี มีบึงน้ำเป็นที่อาศัยของฝูงหงส์, น้ำพุ, รูปปั้นแกะสลัก และแปลงดอกไม้หลากสีสันที่ท่านไม่ควรพลาดชม

12.00 น.        อาหารกลางวันภัตตาคาร                       

นำท่านเข้าสู่เขตเมืองเก่าของเมืองทาลลินน์ ที่มีกำแพงเมืองและป้อมปราการในยุคกลางโอบล้อมชวนให้นึกไปถึงยุคอัศวิน ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกและได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี

นำท่านเที่ยวชมเมืองเริ่มจากเขตเมืองเก่าทูมเปีย (Toompea)ในเขตอัพเพอร์ทาวน์ เพื่อให้ท่านได้ชมพระราชวังทูมเปีย (The Palace of Toompea) ซึ่งในปัจจุบันคือรัฐสภาแห่งเอสโทเนียแล้วไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามาที่มีสีสันสดใสราวกับภาพวาดมีโบสถ์เซนต์โอลาฟโดดเด่นเป็นสง่า แล้วพาท่านไปชมงานสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์โธดอกซ์ที่โบสถ์อเล็กซานเดอร์เนฟสเก้ (Alexander Nevsky Cathedral)ที่สร้างขึ้นตามพระบัญชาของชาร์ล อเล็กซานเดอร์ที่ 3 โดยช่างฝีมือจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถ่ายรูปกับ โบสถ์เซ็นท์แมรี่ (St.Mary Cathedral or Toomkirik) โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นแห่งแรกในสถาปัตยกรรมแบบกอธิคในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ผ่านไปชม Tall Herman Towerป้อมปราการเมืองเก่าในยุคกลาง

จากนั้นเข้าสู่จตุรัสกลางเมือง (Town Hall Square) ในเขตโลเวอร์ทาวน์ งดงามด้วยศิลปะแบบกอธิคสร้างก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนทั้งแบบอาร์ตนูโว, กอธิค ล้วนได้รับการบูรณะไว้อย่างน่าชม ใกล้กันจะเป็น แหล่งผลิตและขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Town Hall Pharmacy)ร้านขายยาที่ถูกบันทึกว่าเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1422 และยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน The Great Guild Hallอาคารที่ถูกจัดอันดับให้ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากศาลาเทศบาลเมืองทาลลินน์ โดยสมาคมพ่อค้าได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1407 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเอสโทเนีย จากนั้นไปชมลัคกี้เฮาส์ (Lucky House) บ้านที่โชคดีรอดพ้นจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ของเมือง แล้วอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองบนถนนคนเดินที่เริ่มจาก ถนนววีรู (Viru Gate) ที่มีสินค้าพื้นเมืองอาทิ อำพัน, ผ้าลินิน เป็นต้น

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     ทาลลินน์ – แปร์นู – ซิกุลดา (ลัตเวีย) – ริก้า

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

 

นำคณะเดินทางสู่เมืองแปร์นู (Parnu) (ระยะทาง 127 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  เมืองพักผ่อนตากอากาศในช่วงฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝั่งตะวันตกชายฝั่งทะเล ตลอดฤดูร้อนเมืองนี้จะคึกคักไปด้วยผู้คนมาพักผ่อนตากอากาศ และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆริมชายหาด บันทึกภาพสวยของเมือง บ้านไม้แบบ Wooden Houseเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเอสโทเนียน

12.00 น.        อาหารกลางวันภัตตาคาร                       

จากนั้นเดินทางข้ามพรมแดนสู่ ประเทศลัตเวีย (Latvia) นำคณะเข้าสู่ เมืองซิกุลดา (Sigulda)(ระยะทาง 175  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)

 

ซึ่งเป็นที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติเกาจา (Gauja National Park)ซึ่งอุทยานดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) แห่ง ลัตเวีย (Latvia) นำท่านเข้าชม ปราสาทบิชอบ แห่ง ทูไรดา (Turaida Castle)หนึ่งในปราสาทเก่าแก่ที่สุดในลัตเวีย (Latvia) ซึ่งมีความหมายว่า สวนของพระเจ้า  จากนั้น แวะชม ปราสาทอัศวิน (Knights of the Sword Castle)ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ซึ่งมีทางลับใต้ดินเชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆ ชม สวนรูปปั้น (Sculture Park)ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อศิลปะลัตเวีย และ ถ้ำกุทมานน์ (Gutmann Cave)

                  

จากนั้นเดินทาง เข้าสู่ เมืองริก้า (Riga) (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองหลวงของ ประเทศลัตเวีย (Latvia)เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองที่อยู่ใน กลุ่มบอลติค (Baltic States) ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เมืองเก่ากรุงริก้าเป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         ริก้าเบาสเก้ ริก้า

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำคณะออกเดินทางสู่ เมืองเบาสเก้ (Bauska) (ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ เมืองริก้า (Riga) นำคณะเข้าชม พระราชวังรูนดาเล (Rundale Palace)ซึ่งเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของ ลัตเวีย (Latvia) ก่อสร้างสไตล์บาร็อคและร็อคโคโค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน เป็นคนเดียวกันกับผู้สร้าง พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace) ใน นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก (St Petersburg) ของรัสเซีย (Russia) พระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อนของท่านดุ๊คแห่งคอร์แลนด์ เอิรน์ โจฮันน์ ไบรอน บริเวณของพระราชวังแวดล้อมไปด้วยสวนสวยในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

จากนั้นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองริก้า (Riga)

12.00 น.       อาหารกลางวันภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองริก้า (Riga) ที่ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำดวินา (Daugava River) เมืองหลวงที่ว่ากันว่าเมืองแห่ง Art Nuveau บ้างก็ว่า เป็น Paris of the North เริ่มจาก จัตุรัสทาวน์ฮออล์ (Town Hall Square)เป็นสถานที่กำเนิดต้นคริสต์มาส มา 500 ปีแล้ว ที่นิยมประดับประดาตอน 25 ธันวา ตรงกลางจัตุรัสมี อนุสาวรีย์นักรบโรแลนด์ (Statue of St.Roland)ผู้เข้ามาก่อตั้งเมืองริก้ายุคเริ่มแรก และเป็นนักบุญในเวลาต่อมา ตรงข้าม ศาลาว่าการ (Town Hall)คือ บ้านแบล็กเฮดส์ (House of Blackheads)จัดเป็นอาคารที่สวยที่สุดในนี้ เป็นที่พบปะของสมาคมพ่อค้าชาวเยอรมันที่ยังโสด และมาอาศัยอยู่ที่ เมืองริก้า (Riga) เมื่อปี 1416 สำหรับ บ้านแบล็กเฮดส์ (House of Blackheads)ที่ถึงแม้ว่าจะเคยถูกทำลายเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ได้รับการบูรณะใหม่จนสวยสดจัดเป็นอาคารที่สวยที่สุดในนี้ นอกจากนั้น ยังมีร้านขายของที่ระลึกหลายๆ ร้าน รอบๆ จัตุรัสแห่งนี้ โดยเฉพาะหนังสือท่องเที่ยวของเมืองหากซื้อในนี้จะมีราคาถูกกว่าร้านขายของที่ระลึก

ถัดมาจะเป็น โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peters Church)จุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของ เมืองริก้า (Riga) สร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 13 ยอดโบสถ์ที่ทำจากไม้ได้รับการติดตั้งในปี 1690 ซึ่งสูงที่สุดในโลกในขณะนั้น โบสถ์เคยถูกไฟไหม้ไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในปี 1973 โดยที่ยอดเปลี่ยนเป็นทำจากโลหะแทน ที่นี่มีลิฟต์ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปจุดชมวิว ดู ริก้า (Riga) ในมุมพาโนรามา ด้านหลัง โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peters Church)จะเป็น โบสถ์เซนต์จอห์น  (St.John Church)สร้างขึ้นในปี 1234 เพื่อใช้เป็นโรงสวดของวัดนิกายโดมินิกันต่อมาในศตวรรษที่ 13 กลายเป็นโบสถ์ และในปี 1582 ก็กลายเป็นโบสถ์แบบลัตเวียนโบสถ์แรกใน เมืองริก้า (Riga) เดินถัดไปอีกนิดเป็นย่านใจกลางเมืองเก่าที่เรียกว่า โดมสแควร์ (Dome Square)มี โบสถ์ประจำเมืองริก้า (Riga Dome Cathedral)อยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี 1211 ข้างในมีออร์แกนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์แห่งนี้มาปรับปรุงซ่อมแซมอีกครั้ง แล้วเสร็จตอนปี 1999 เพื่อให้ทันฉลองพร้อมกับ รัสเซีย (Russia)ที่ครบรอบก่อตั้ง กรุงมอสโก (Moscow) มา 850 ปี นอกจากนี้บริเวณ จัตุรัสยังมีอาคารอื่นๆ รายล้อมอาทิเช่น ตลาดหุ้น  (Stock Exchange)1852 – 1855 , สถานีวิทยุลัตเวีย (Latvijas Radio)และมีร้านอาหารร้านกาแฟอีกหลายร้านด้วยกัน ใกล้ๆ กันเป็น บ้านสามพี่น้อง (Three Brothers)สร้างขึ้นเมื่อปี 1646 ที่พวกพ่อค้าวาณิชมาสร้างเอาไว้ ชั้น 2 เป็นที่เก็บของ ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักอาศัย  จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       ริก้าซูเล (ลิธัวเนีย) – วิลเนียสอุส

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดน ลัตเวีย (Latvia) – ลิธัวเนีย (Lithuania)โดยนำท่านแวะเที่ยวชม เมืองซูเล (Siauliai)(ระยะทาง 132 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองโบราณยุคอัศวินทยูทอนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 เมืองซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้นของผู้แสวงบุญ  นำท่านเดินทางมาเยือนเพื่อสักการะ เนินแห่งไม้กางเขน (The Hill of Crosses)ที่เต็มไปด้วยไม้กางเขนน้อยใหญ่นับร้อยนับพันที่นำมาปักวาง ณ เนินแห่งไม้กางเขน (The Hill of Crosses)เพื่อเป็นตัวแทนของการแสดงออกของชาวคาธอลิกในลิธัวเนียที่ต่อสู้เพื่อสันติความสงบสุข โดยเริ่มต้นจากการปักไม้กางเขนจำนวนหนึ่ง ณ สถานที่นี้หลังจากเกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านของชาวนาในปี ค.ศ. 1831 – 1863

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนาท่านเดินทางสู่เมืองเคานัส (Kaunas)(ระยะทาง 178 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  อดีตเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศลิทัวเนีย ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตั้งอยู่ตรงที่บรรจบกันของแม่น้าเนริส และแม่น้าเนมาน นำท่านชมเมืองเคานัส เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศลิทัวเนีย รองจากวินิอุส ซึ่งยังเป็นเมืองที่งดงามอีกเมืองหนึ่งของลิทัวเนีย


ให้ท่านถ่ายภาพและชมอาคารศาลาว่าการ (City Hall)ที่ทำการศาลาว่าการ ปราสาทเคานัส (Kaunas Castle)ปราสาทหินที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อป้องการกันการโจมทางด้านศาสนา แรกเริ่มอาคารปราสาทนี้ได้รับการบันทึกไว้ ในปี 1361 แต่ถูกทาลายด้วยผู้ก่อสงครามทางด้านศาสนา และได้มีการก่อสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี 1408 จากที่นี่สามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้าทั้งสองสายที่มาบรรจบกันที่เมืองนี้คือแม่น้าเนริสและแม่น้ำเนมานอีกด้วย และชมHoly Cross Churchที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบเรอแนสซองส์ และ วิหารเคานัส (Kaunas Cathdral Basilica)ที่มีการสร้างแบบผสมผสานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15           

 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยัง กรุงวิลเนียสอุส (Vilnius)เมืองหลวงของ ประเทศลิธัวเนีย (Lithuania)(ระยะทาง 102 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใหญ่ และสวยงามที่สุดของ ประเทศลิธัวเนีย (Lithuania) ค้นพบในปี ค.ศ. 1323 ที่ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของ แม่น้ำเนริส (Neris River) และ แม่น้ำวิลเนีย (Vilnia River) และล้อมรอบไปด้วยเนินเขาที่มีต้นไม้เขียวขจี ทำให้ ยูเนสโก้ประกาศให้เมืองเก่าวิลเนียอุสเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994

19.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel Lietuva หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       วิลเนียสอุส – ทราไก – วิลเนียสอุส

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองทราไก (Trakai) (ระยะทาง 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ กรุงวิลเนียสอุส (Vilnius)ปัจจุบันเมืองเล็กๆที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของท่องเที่ยวไปแล้ว  ตัวเมืองนั้นถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบ ซึ่งสามารถมารถประมาณได้อย่างคร่าวๆ ว่าอยู่ที่ 200 แห่ง โดยมีทะเลสาบกาลเว (Galve Lake) เป็นทะเลสาบ ที่มีความลึกมากที่สุด และเป็นที่ตั้งของ ปราสาทกลางทะเลสาบ (Trakai Castle)ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆใน ทะเลสาบกาลเว (Galve Lake) ซึ่งหลายคนที่เคยมาเยือนต่างก็เรียกขานปราสาทแห่งนี้ว่า Little Marienburgอีกด้วย นำท่านชม ปราสาททราไก (Trakai Castle)ปราสาทหินที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยดยุควีเตาตาส เจ้าผู้ครอง เมืองทราไก (Trakai) ในสมัยอดีต ปัจจุบันเป็นปราสาทแห่งนี้ถือ ว่าเป็นปราสาทที่มีความสำคัญทางด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ดีมากแห่งหนึ่งใน ลิธัวเนีย (Lithuania) ก็ว่าได้

 

จากนั้นเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงวิลเนียสอุส (Vilnius)

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านชม กรุงวิลเนียสอุส (Vilnius)เริ่มกันที่ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล (Church of St.Peter and Paul)นอกเมืองเก่านิดเดียว เป็นโบสถ์แบบศิลปะบารอคที่สวยที่สุดของเมือง มีงานปูนปั้นถึง 2 พันชิ้นด้วยกัน จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าของเมืองวิลเนียสอุส (Vilnius Old Town)ได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง มีตึกอาคารเก่าแก่งดงามที่ย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15 – 16   ชม โบสถ์เซนต์แอน (St.Anne's Chruch)โบสถ์แบบโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า เดิมในช่วงศตวรรษที่ 14 เคยเป็นโบสถ์ไม้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1495 – 1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหินขึ้นมาแทนที่ และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1581 จตุรัสกลางเมือง (Town Hall Square) ชมลานน้ำพุขนาดใหญ่ อาคารบ้านเรือนในแบบลิทัวเนีย บางครั้งจัตุรัสแห่งนี้มักถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงสำคัญๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คอนเสิร์ต หรือ การฉายโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่อีกด้วย แล้วอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าเขตจตุรัสทาวน์ฮอลล์ หรือ เลือกเดินช้อปปิ้งบนถนนเยดิมิโน ถนนช้อปปิ้งขนาดใหญ่และทันสมัยของเมือง


19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Radisson Blu Hotel Lietuva หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      วิลเนียสอุส – เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) – กรุงเทพฯ

08.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงวิลเนียสอุส (Vilnius International Airport)มีเวลาให้ท่านได้ทำ Tax Refund พร้อมช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

14.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)โดยเที่ยวบินที่  AY 1108  (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที)

15.30 น.       เดินทางถึง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทฟินแลนด์ (Finland)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว  รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

17.30 น.       ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบิน  AY 141 (ใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง 45 นาที)

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    กรุงเทพฯ

07.15 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ “Suvarnabhumi International Airport” กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 
฿69,900
จำนวน:
Visitors: 109,019