ทัวร์ ดีที่สุดของ เยอรมัน 10 วัน TG

 

ทัวร์ ดีที่สุดของ เยอรมัน 10 วัน สายการบินไทย TG

 

กำหนดการเดินทาง 24 พฤษภาคม / 7, 21 มิถุนายน / 12, 26 กรกฎาคม / 9, 23 สิงหาคม / 13, 27 กันยายน 2562 


ราคาท่านละ 94,900 บาท

 

** เดินทาง 10 - 19 และ 17 - 26 ตุลาคม ราคาท่านละ 99,900 บาท **

 

 (ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)


โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 30 เมษายนนี้ ลดทันทีท่านละ 2000 บาท !!

 

สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

 

เที่ยวครบทุกเมืองไฮไลท์สำคัญของประเทศเยอรมัน

 

- ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก ปราสาทแสนสวยริมแม่น้ำเน็กคาร์

- เข้าชม พิพิธภัณฑ์เมอร์เซเดซเบนซ์ ที่เมืองสตุทการ์ด

- เข้าชม ปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์น ปราสาทแสนสวยอันดับต้นๆของเยอรมัน

- พิชิตยอดเขาซุกสปิตเซ่ สูงสุดของเยอรมัน

- เข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ ปราสาทแห่งเทพนิยายของเยอรมัน

- ช้อปปิ้งใจกลางกรุงมิวนิค

- โรเทนบวร์ก เมืองสุดแสนน่ารัก เทพนิยายแห่งเยอรมัน

- แบมเบิร์ก เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อีกหนึ่งมรดกโลกของเยอรมัน

- เดรสเดน ฉายา ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์ เข้าชมพระราชวังสวิงเกอร์

- เบอร์ลิน ชมเมืองหลวงของเยอรมัน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เพอร์กาม่อน

- พอสดัม พระราชวังซองซัวซี

- เควดลินบวร์ก เมืองยุคกลางแสนสวย

- แวร์นิเกโรเด หนึ่งในหมู่บ้านไม้โบราณที่สวยที่สุดของเยอรมัน

- เกิร์ทธิงเก้น เมืองแห่งการศึกษาระดับโลก

 

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

20.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.45 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt)โดยเที่ยวบินที่ TG920(ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 15 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                           แฟรงค์เฟิร์ต (เยอรมนี)– ไฮเดลเบิร์ก – สตุ๊ดการ์ท

06.00น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Flughafen Frankfurt Am Main International)

 เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมัน (Germany)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยว ประเทศเยอรมัน (Germany) เริ่มกันที่เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) (ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่ง แม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้แล้ว นำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการ ท่องเที่ยวมากที่สุดของเมือง โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1300 ในสไตล์โกธิค & เรอเนสซองซ์ ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาและโดยรอบมีป่าละเมาะแสนสวยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้บริเวณปาร์คของปราสาท

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตุ๊ตการ์ท (Stuttgart)(ระยะทาง 126 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของรัฐบาเดน -วูร์ตเทมแบร์ก (Baden-Wurttemberg) เมืองเก่าแก่ที่มีศิลปวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โบราณสถานต่างๆ ยังสมบูรณ์เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 น้อยกว่าเมืองอื่น บ้านของคนที่นี่มักตั้งอยู่ตามไหล่เขาลดหลั่นกันไป และมีสีสันสวยงามตัดกับสีเขียวของทุ่งหญ้าป่าไม้ รายล้อมด้วยไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี นับเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม เนื่องจากมีทั้งคณะบัลเล่ต์ อุปรากร และคณะประสานเสียงที่ได้รับการยอมรับ ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็น เมืองต้นกำเนิดรถยนต์เมอร์ซิเดส นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์รถยนต์เมอร์เซเดซ-เบนซ์ (Mercedes-Benz Museum)นำท่านศึกษาข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รถยนต์ที่พิพิธภัณฑ์เมอร์เซเดซ-เบนซ์ ที่นี่มียานพาหนะกว่า 160 คัน และการจัดแสดงกว่า 1,500 จุดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ 9 ชั้น นิทรรศการเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเวลาสำคัญในวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปลายศตวรรษที่ 19 มาจนถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ชมรถติดมอเตอร์คันแรก Benz Patent-Motorwagen ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในปี 1886 โดย Karl Benz จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่น เดินชมรถยนต์ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกของเมอร์เซเดสได้ตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านเดินเล่นเมืองเก่าบริเวณ ชลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz) จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองสตุทการ์ท ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1746 - 1807 และมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในปี 1977 เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆมากมายไม่ว่าจะเป็น ปราสาทใหม่ (New Castle) , พิพิธภัณฑ์ศิลปะ , ลานน้ำพุ , สถานีรถไฟหลัก และอื่นๆ เชิญท่านอิสระตามอัธยาศัย

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)      สตุ๊ดการ์ท – ปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์น – ซิกมาริงเง็น - การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านเข้าชมปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์น (Hohenzollern Castle)(ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ปราสาทในยุคกลางที่สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของ ประเทศเยอรมนี (Germany) บางคนถึงกับบอกว่าสวยเป็นอันดับหนึ่งเพราะตั้งอยู่บนยอดเขา มีท้องฟ้าเป็นฉากหลังจึงมองเห็นได้เด่นชัดกว่าปราสาทอื่น ๆ ปราสาทสไตล์นีโอโกธิกหลังนี้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ รัฐบาเดน -วูร์ตเทมแบร์ก (Baden-Wurttemberg) รัฐที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยปราสาทแห่งนี้เป็นที่พำนักอันแสนโอ่อ่าของราชวงศ์ปรัสเซีย ทว่าถูกทำลายในปี ค.ศ.1423 และสร้างขึ้นใหม่ถึงสองครั้ง โดยรูปแบบปัจจุบันเป็นผลงานจากสมัยศตวรรษที่ 19 ตอนปลาย ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้มีผู้คนไปเยี่ยมชมมากกว่า 300,000 คนต่อปี นั่นจึงทำให้เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศเยอรมนี (Germany) อีกด้วย

   

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองซิกมาริงเง็น (Sigmaringen) (ระยะทาง 56 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของประเทศ เป็นเมืองในเขตปกครองของรัฐรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg) รัฐที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศตัวเมืองซิกมาริงเง็น นั้นตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำดานูบ (Danube River) ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร ชมความงดงามของหมู่บ้านยุคกลางอันเงียบสงบบนฝั่ง แม่น้ำดานูบ จากนั้นนำท่านชม ปราสาทซิกมาริงเง็น (Sigmaringen Castle)ปราสาทที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่มีชื่อเสียงของเมือง และมีบทบาทสำคัญทางการปกครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกสร้างขึ้นในช่วงยุคกลางตอนต้น และถูกกล่าวถึงครั้งแรกใน 1077 และต่อมาปราสาทถูกสร้างใหม่อีกครั้งเนื่องจากเกิดไฟไหม้ในปี 1893 ตัว ปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงและป้อมปราการอันแข็งแกร่ง ภายในมีการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับการจัดแสดงชุดสะสมพอร์ซเลน เสื้อเกราะ รถม้าและอุปกรณ์ สำหรับทรมาน และอื่นๆอีกจำนวนมากในอดีตนั้นปราสาทเคยมีการเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง แต่ในปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ ถูกครอบครองโดยทายาทของตระกูลโฮเฮนโซลเลิร์น (Hohenzollern family)

 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น (Garmisch-Partenkirchen)(ระยะทาง  215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองในหุบเขาทางใต้ของเยอรมัน หนึ่งในเมืองสวยงามอันดับต้นๆของเยอรมัน ตัวเมืองมีภาพวาดบนกำแพงบ้านสไตน์บาวาเรียน มีภาพเขียนสีตกแต่งตามบ้านเรือนและถือว่าเป็นประตูสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ยอดเขาสูงสุดของเยอรมัน อีกด้วย นำท่านเดินชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของเมือง ที่เราสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น -  ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ปราสาทนอยชวานสไตน์ – มิวนิค

07.30 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ (Garmisch-Partenkirchen’s Bahnhof) นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์โดยจุดประสงค์หลักเพื่อนำท่านพิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน(Germany) ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่างที่เกิดจากหิมะบนเขาละลาย และจากกระเช้ามองลงไปข้างล่างจะเห็นธารน้ำแข็งยังหลงเหลืออยู่เมื่อขึ้นมาถึงนำท่านชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน(Germany) คือ 2,962 เมตร ถ้าบรรยากาศอำนวยจากยอดเขาสามารถมองจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือเยอรมัน(Germany) ออสเตรีย (Austria)อิตาลี(Italy) และ สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) และ

ชมซุกสปิตซ์ปลาต (Zugspitzblatt)ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมัน (Germany) ที่ยามหิมะตกหนาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน จะกลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ ใกล้เคียงยังมีภัตตาคารพร้อมบาร์กลางหิมะ ให้คุณนั่งพักอย่างสบายๆ ในวิวมหัศจรรย์รอบตัว นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการที่สถานีบนเขา ซึ่งเป็นนิทรรศการตั้งแสดงสูงสุด ในเยอรมัน(Germany) เล่าเรื่องราวในอดีตของ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) จากครั้งแรกที่ถูกพิชิตเมื่อ 185 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน โดยมีภาพยนตร์ ภาพถ่าย และบันทึกแห่งความสำเร็จต่างๆ ที่น่าสนใจ ประกอบนิทรรศการ  สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา (Schwangau Village) (ระยะทาง 46 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) อันเป็นที่ตั้งของปราสาทอันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด อันได้แก่ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein  Castle) สร้างในสมัยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Bavaria)ในช่วง ค.ศ. 1845 – 1886 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลก จนได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมถึงแดนเนรมิตของบ้านเราด้วย  ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพของ 2 ปราสาทที่งดงาม คือ ปราสาทนอยชวานสไตน์(Neuschwanstein Castle) และ ปราสาทโฮเฮนชวานสเกา (HohensSchwangau)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชมภายในตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรตระการตาด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปการ และ ห้องทรงงาน (Throne Hall), ห้องบรรทม (Bedroom) รวมไปถึงห้องโถงใหญ่  (Lower Hall) ที่หาคำบรรยายใดมาเปรียบไม่ได้ หากคุณไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองมิวนิค (Munich)(ระยะทาง 126 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนีและเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป และยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุด ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ร่ำรวยศิลปะและสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรค เมืองที่รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายแบบบาวาเรียนแท้ๆ

นำท่านเข้าสู่ จุดไฮไลท์ของการท่องเที่ยวใน เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ที่ จัตุรัสมาเรียนพลาสต์ (Marienplatz)   ถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเริ่มต้นชมเมือง อย่างแรกเลยที่ท่านจะเห็นและสะดุดตาก็คือ รูปปั้นพระแม่มารีทองคำ (Mariensaule) บนเสาสูง ถัดไปอีกนิดก็คือ น้ำพุปลา (Fishbrunnen)คนที่นี่เค้าเชื่อกันว่า การเอากระเป๋าสตางค์เก่ามาล้างในบ่อน้ำพุนี้ จะทำให้กระเป๋ามีเงินเต็มอยู่เสมอ จากนั้นเดินไปชม ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus)ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ หอระฆัง (Glockenspiel)ที่มีตุ๊กตาเต้นระบำในหน้าร้อน เดินถัดไปอีกเล็กน้อย ชม โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ชเชอ (Frauenkirche)สร้างด้วยอิฐสีแดงสูง 99 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของ เมืองมิวนิค (Munich) เป็นแหล่งรวม ร้านช้อปปิ้ง ร้านอาหารและแหล่งนัดพบ มาเยือนบริเวณนี้ สำหรับท่านที่ต้องการชมวิวที่ดีที่สุดแบบพาโนรามาของเมือง สามารถที่จะเข้าโบสถ์ เพื่อขึ้นบันไดไปชมวิวด้านบน ความสูงของบันไดนับได้ประมาณ 200-300 ขั้นชมย่านการค้าโดยรอบมาเรียนพลัส ทั้งร้านค้าพื้นเมือง และตลาดสินค้าการเกษตร เช่น ดอกไม้ พืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมืองต่างๆ รวมทั้งไส้กรอกเยอรมัน อันเลื่องชื่อ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือจะเลือกนั่งจิบกาแฟ หรือเบียร์ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกซึ่งมีมากมาย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       มิวนิค  โรเทนบวร์ก –  แบมเบิร์ก

07.30 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรเทนบวร์กออบเดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) (ระยะทาง 232 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองสวยขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรีย เป็นเมืองในยุคกลางที่ยังคงสภาพความสวยงามแบบเดิมๆ คือ บ้านเป็นแบบก่ออิฐ มีหลังยอดแหลม สีแดงสด

นำท่านชม เมืองโรเทนบวร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) หรือ เรียกสั้นๆว่า เมืองโรเทนบวร์ก เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิ์ฟรังค์ ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ประเทศเยอรมนี ปัจจุบันเมืองโรเทนบวร์ก ได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เมืองโรเทนบวร์ก เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเมือง ถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติก ของเยอรมนีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้าไวน์, โค, กระบือ และขนสัตว์ ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1274 จากนั้น นำท่านเดินชมเมืองเก่าที่สวยงาม เหมือนเดินย้อนไปเมืองแห่งเทพนิยาย จัตุรัสกลางเมือง (Plönlein)  ในชุมชน มีซอยเล็กซอยน้อย มี ศาลาว่าการเมือง (Rathaus)ศาลากลางจังหวัด รูปทรงเก่า ที่ยังคงไว และอาคารบ้านเรือนสร้างแบบผนังปูนประกอบบนคานไม้ Fachwerk Haus ทางเดินเท้าแคบๆ เล็กๆ เป็นถนนเก่าอัดด้วยก้อนหินตัดเหลี่ยม COBBLE STONE กันล้อรถม้าลื่นในตอนหิมะตก อิสระให้ท่านเดินชมเมืองสวยแห่งนี้ ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ของเล่น หอนาฬิกา โดยเฉพาะตามร้านค้าต่างๆ ของเมืองจะมีป้ายร้านค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองนี้

 

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองแบมเบิร์ก (Bamberg) (ระยะทาง 137 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ แคว้นบาวาเรีย (Bavaria) ประเทศเยอรมัน(Germany)โดยองค์การยูเนสโก Unescoได้บรรจุให้เมืองแบมเบิร์ก(Bamberg) เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1993 นำท่านชม เมืองแบมเบิร์ก (Bamberg)ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศเยอรมัน(Germany) เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนั้นถือว่าเป็นศูนย์รวมทางประวัติศาสตร์ที่มีความโดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีอีกด้วย  นำท่านไปชม อดีตศาลากลางเก่า (Altes Rathaus) ซึ่งตั้งอยู่ในกลางของสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำเร็กนิทซ์ (Regnitz River) โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 จากนั้นชมมหาวิหารแบมเบิร์ก (Bamberg Cathedra)หรือชื่อเป็นทางการว่า มหาวิหารแบมแบร์กเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (Bamberger Dom St. Peter und St. Georg) มีความสำคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่งเมืองแบมเบิร์ก (Bamberg) โดยมหาวิหารถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่ 2 (Henry II) ซึ่งแล้วเสร็จในปี 1012

18.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Welcome Hotel Bamberg หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       แบมเบิร์ก – เดรสเดน – เบอร์ลิน

07.30 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden)(ระยะทาง 281 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้ชื่อว่าเป็น “ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์” พื้นที่โดยรอบนั้นเรียงรายไปด้วยเมืองเก่าและพระราชวังหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถชิมไวน์รสเลิศที่ผลิต ณ ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอร์แถบนี้ได้

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมเมืองเดรสเดน (Dresden)ฉายา กรุงฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้ที่ชาวเมืองต่างภูมิใจว่าในอดีตที่นี่คือเมืองที่สวยที่สุดในเยอรมนีปัจจุบันได้รับการบรูณะให้งดงามเหมือนก่อนถูกระเบิดทางอากาศทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านชมบริเวณศาลาว่าการ และKREUZKIRCHEโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่13 ที่เชื่อกันว่ามีชิ้นส่วนของไม้กางเขนศักดิ์สิทธิที่ใช้ตรึงพระคริสต์ถ่ายภาพกับเซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ (Semper Opera House)สถานที่อันโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม และดนตรี ตั้งอยู่ ณบริเวณจตุรัสโรงละคร (TheaterPlatz)ใกล้กับพระราชวังสวิงเกอร์เป็นโรงโอเปร่าที่ออกแบบในสไตล์บารอคบริเวณอาคารหลังใหม่ด้านหน้าโรงโอเปร่าจะมีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ โยฮันนส์ แห่ง แซคโซนี่ (Statue of The Saxon King Johann)และอนุสาวรีย์ที่สร้างอุทิศให้แก่นักแต่งเพลง คาร์ล มาเรีย เวเบอร์แห่งเมืองเดรสเดนอีกด้วย

จากนั้น นำท่านเข้าชมความสวยงามของพระราชวังสวิงเกอร์ (Zwinger Palace)ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคที่สวยงามเกินคำบรรยายชมมหาวิหารคาทอลิกที่สร้างขึ้นในยุคทองของเดรสเดนแต่ถูกระเบิดถล่มแล้วซ่อมแซมเสร็จในปัจจุบันชมกำแพงกระเบื้องเคลือบไมเซ่น The Fürstenzug (Procession of Princes) ที่เล่าเรื่องราวของขบวนเสด็จของเจ้าแห่งแซกโซนีที่ยาว 102 เมตร นับรวม 35 พระองค์ ตั้งแต่องค์แห่งในศตวรรษที่ 12 จนถึงองค์สุดท้ายในศตวรรษที่ 20 อิสระให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมือง สมควรแก่เวลาอำลา เมืองเดรสเดน (Dresden) มุ่งหน้าสู่กรุงเบอร์ลิน (Berlin)(ระยะทาง 193 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงอันงามสง่าของเยอรมัน(Germany) หลังจากการรวมประเทศ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความพร้อมสำหรับเมืองหลวงใหม่

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn  Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      เบอร์ลิน

 

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

 เช้านี้นำท่านเที่ยวชมกรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงอันงามสง่าของเยอรมนี หลังจากการรวมประเทศแล้ว เมืองเบอร์ลิน ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความพร้อมสำหรับเมืองหลวงใหม่ เที่ยวชมร่องรอยในประวัติศาสตร์แห่งการปกครอง ที่แยกเยอรมนีออกเป็นสองฝั่งระหว่างตะวันตกและออก เข้าสู่ อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของ กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall)  ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่าน บนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี (Charlie Check point)ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมมหาวิหารเบอร์ลินโดม (Berliner Dome) มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับ ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburger Tor)ประตูสัญลักษณ์ของเมือง ด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารรัฐสภาเยอรมัน (Bundestag) อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วย ศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์ จนหลังสงครามโลกได้มีการสร้างโดมแก้วครอบตัวอาคารโดยสถาปนิกชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ เซอร์นอร์แมน-ฟอสเตอร์ หากมีเวลาให้ท่านเดินขึ้นชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเบอร์ลินบนโดมแก้วที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวทุกวัน ผ่านชมจัตุรัสโพสต์แดมเมอร์ (Potsdamer Platz)เมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งในยุโรป ใช้เงินทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญยูโร ภายในประกอบไปด้วย ตึกที่ทำการของ Sony, A&T, ABB       

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ เพอร์กามอน (Pergamum Museum) หรือเรียกตามภาษาเยอรมันว่า มูเซอุม อินเซล (Museuminsel)  ตั้งอยู่บนเกาะน้อย ๆ บนแม่น้ำสปรี (Spree River) ที่ไหลทอดผ่านกลาง กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เกาะแห่งนี้ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ย่อย (ที่มีขนาดใหญ่) ถึง 5 แห่ง แต่ละแห่งล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป พาท่านเข้าชมภายใน พิพิธภัณฑ์ เพอร์กามอน(Pergamum Museum)ถือเป็น 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ก็จะไม่ให้เป็นที่สุดของโลกได้ยังไง ก็ในเมื่อเค้าเล่นเอาข้าวของจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกันไว้ และทำการจัดแสดงไว้ได้อย่างดีเยี่ยมจนน่าทึ่ง  เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในพิพิธภัณฑ์สิ่งแรกที่ท่านจะได้พบคือ แท่นบูชาเทพซุสหรือซีอุส (Altar of Zeus) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยทำจากหินอ่อนแกะสลักเป็นภาพที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามระหว่างเทพและยักษ์ ถือว่าเป็นงานศิลปะชิ้นโบว์แดงเลยก็ว่าได้ แท่นบูชาเทพซุสหรือซีอุส (Altar of Zeus)นี้ได้มาจากเมืองเพอร์กามอน(Pergamum) ประเทศตุรกี (Turkey)จึงนำมาและตั้งเป็นชื่อของพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ประเทศที่เป็นถิ่นกำเนิดต่อด้วยชมประตูตลาดเมืองมีเลตัส(Market Gate of Miletus) ซึ่งอยู่ในห้องใกล้ ๆ กัน เป็นประตูใหญ่สลักจากหินเป็นลวดลายโรมันซึ่งครอบคลุมเต็มผนังห้องด้านหนึ่งทั้งด้านซึ่งยาวประมาณ 20 เมตรเลย ทีเดียวและสถาปัตยกรรมอันมีค่าอีกชิ้นหนึ่งก็คือประตูอิชตาร์แห่งบาบิลอน (Ishtar Gate) เป็นภาพโมเสก ที่ทำด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงิน มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นผนังด้านนอกพระราชวังของพระเจ้ากาหลิบอัลวาลิกที่2 อายุนับพันปี ซึ่งเป็นกำแพงที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในกลางทำสงคราม จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินช้อปปิ้งบนถนนช้อปปิ้งชื่อดัง คูดัม (Ku’damm) หรือ เดอะคัวฟัวซเตนดัม (The  Kurfurstendamm)  ย่านธุรกิจอันดับหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน (Berlin)ใกล้กันเป็นโบสถ์ไกร์เซอร์วิลแฮลม์ (Kaiser-Wilhelm-Gedachtniskirche)  จักรพรรดิผู้เกรียงไกร  อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าอันทันสมัย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Hotel  หรือเทียบเท่า

             

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เบอร์ลิน – พอสดัม – เควดลินบวร์ก

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเดินทางสู่ นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพอสดัม (Potsdam)(ระยะทาง 38 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เป็นเมืองหลวงของ สหพันธรัฐแบรนเดนเบิร์ก (Brandenburg) ในเยอรมัน (Germany) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเบอร์ลิน(Berlin) เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของพระราชวังปรัสเซียนหลายพระองค์ อีกทั้งเมืองนี้ยังได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมเพราะความมีคุณค่าในความกลมกลืนของภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ พาทุกท่านเข้าชม พระราชวังซองซูซี (Sanssouci Palace)แปลว่า ไกลกังวล เป็นภาษาฝรั่งเศส ในสมัยก่อนภาษาฝรั่งเศสเป็นที่นิยมพูดในราชสำนักปรัสเซียร์ เพราะเค้าถือว่าเป็นภาษาของคนที่มีการศึกษา เพราะว่างานเขียนส่วนใหญ่ มักจะเป็นภาษาฝรั่งเศส ส่วนภาษาเยอรมันถือว่าเป็นภาษาชาวบ้าน ลักษณะของตัวปราสาท เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคมีจุดเด่นก็คือ สร้างอยู่บนยอดเนิน ด้านหน้าเป็นขึ้นบันไดที่ปลูกต้นองุ่น ทำคล้ายกับว่า ปราสาทปลูกอยู่บนไร่องุ่น พระเจ้าเฟดเดอริคที่ 2  แห่งราชวงศ์ปรัสเซีย ตั้งใจสร้าง ปราสาทซองซูซี (Sanssouci Castle) เป็นปราสาทมาพักผ่อนในหน้าร้อน จากเดิมที่มีเพียงแค่กระท่อมที่พักยามออกล่าสัตว์ จากเรื่องราวของประวัติศาสตร์มีการเล่ากันว่าพระเจ้าเฟดเดอริคที่ 2 ไม่อยากเป็นกษัตริย์ อยากเป็นศิลปิน นักดนตรี เลยคิดที่จะหนีพระบิดาเพื่อไปอยู่ที่อังกฤษกับพระสหายของพระองค์ แต่ถูกโดนจับได้ก่อนการหนีจะสำเร็จ พระองค์จึงถึงกักบริเวณ จึงต้องถูกพระบิดา แต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ปกครองปรัสเซีย แต่พระองค์ก็สามารถปกครองเมืองได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ปรัสเซีย ชนะในการรบในสงครามหลาย ต่อหลายครั้ง จนได้รับการยกย่องให้เป็นมหาราช นอกจากตัวพระราชวังซองซูซี (Sanssouci Palace)  แล้วโดยรอบๆ ยังมีสวนและอาคารอื่นๆ อีกมากมาย

12.00 น .      อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวันนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเควดลินบวร์ก (Quedlinburg) (ระยะทาง 212  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองหลวงแห่งแรกของชนชาติเยอรมันตั้งแต่ ค.ศ. 919 บริเวณย่านเมืองเก่ายังคงไว้ซึ่งความสวยงามของเมืองในยุคกลาง เรียงรายไปด้วยบ้านเรือนในแบบHalf – timbered กว่า 1,300 หลัง ลวดลายของไม้ประดับสามารถจัดแบ่งยุคสมัยได้ถึง 5 สมัย แวะชมความงามของย่านจัตุรัสกลางเมือง (Market Square) อาคารศาลากลางเมือง (Rathaus) ซึ่งสร้าง  มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1320 นอกจากนี้ เมืองเควดลินบวร์ก (Quedlinburg) ยังได้รับการแต่งตั้งจากยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกมีชื่อเสียงในเรื่องความเก่าแก่ของตัวเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันรวมถึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจอีกด้วย

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Wyndham Garden Quedlinburg StadtschlossHotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       เควดลินบวร์กแวร์นิเกโรเดเกิร์ทธิงเก้น แฟรงค์เฟิร์ต

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองแวร์นิเกโรเด (Wernigerode) (ระยะทาง 30  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) หนึ่งในหมู่บ้านไม้โบราณที่สวยที่สุดในเยอรมันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในตอนเหนือของเทือกเขาฮาร์ช (Harz Mountains) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนถนนเครื่องไม้แบบโบราณของเยอรมัน(German Timber –Frame Road) และถือว่าเป็นแหล่งกสิกรรมอันอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมันอาคารบานเรือนไดัรับการตกแต่งด้วยเครื่องไม้แบบโบราณที่มี ความประณีตสวยงามเป็นเอกลักษณ์ FACHWERKHAUS ซึ่งยังคงรักษาสภาพไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมเมืองโบสถ์เซนต์จอหน์ (St. John's Church) โบสถท์ เก่แก่ที่สุดในเมือง สร้างขึ้นในสไตล์โรมัน ชมจัตุรัสเมืองเก่า เป้นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าRATHAUS ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1498 ทั้งยังสามารถมองเห็นปราสาทแวร์นิเกโรเด ปราสาทยุคกลางที่มีความโดดเด่นอยู่บนเทือกเขาฮาร์ช นำท่านถ่ายรูปกับบ้านที่เล็กที่สุดในแวร์นิเกโรเด (Wernigerode’s Smallest house) มีความสูงจากพื้นเพียง 4.20 เมตร กว้าง 2.95 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 10 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ จากนั้น อิสระท่านเดินชมเมืองเก่า เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของฝากตามอัธยาศัย

 

นำท่านส่งท้ายโปรแกรมกันที่เมือง เมืองเกิร์ทธิงเก้น (Gottingen) (ระยะทาง 113  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนกลางของประเทศเยอรมัน (Germany) แทรกตัวอยู่ระหว่างหุบเขาแต่เป็นเมืองการศึกษาระดับโลกด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชั้นหนึ่งต่างพากันมาพำนักและทำงานในเมืองแห่งนี้ เช่น เก๊าส์ ปรมาจารย์ด้านคณิตศาสตร์และรีมันน์ นักคณิตศาสตร์หนุ่มที่ตั้งคำถามโลกแตกซึ่งในที่สุดจอห์นแนชนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลก็หาคำตอบได้ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful Mind และเป็นเมืองต้นกำเนิดนิยายเรื่อง Brother Grimm นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยเกิร์ทธิงเก้น(Georg-August-Universitaet) ยังมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลทั้งด้านฟิสิกส์และเคมีอีกกว่า 50 ท่าน

12.30 น .      อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน เข้าสู่ย่านเมืองเก่า (Inner City)ของ เมืองเกิร์ทธิงเก้น(Gottingen) ตรงกลางเป็นถนนคนเดินที่ไม่สามารถนำรถยนต์เข้ามาได้มีเพียงจักรยานจอดเรียงรายมีร้านของของเล็กๆมากมายและตึกเก่าน่ารักๆเต็มสองข้างทางเดินเรื่อยๆจนมาถึงจัตุรัสกลางเมือง (Plaza)ด้านซ้ายมือเป็นศาลากลางเมืองเก่า (Old Town Hall)ด้านหน้าศาลากลางเมืองเก่า (Old town hall) มี รูปปั้นสาวน้อยอุ้มห่าน (Gaenseliesel)หรือ (Goose girl) ซึ่งเป็นประเพณีของเมืองนี้ที่ปฏิบัติกันมานมนานแล้วว่าถ้าใครสำเร็จปริญญาเอกในเมืองนี้แล้วจะต้องปีนขึ้นไปจูบสาวน้อยผู้นี้จึงจะถือว่าจบครบถ้วนกระบวนความแต่ถ้าใครยังไม่จบแล้วทะลึ่งไปจูบละก็อาจจะโชคร้าย (ไม่จบ)จึงอาจกล่าวได้ว่ารูปปั้นสาวน้อยอุ้มห่าน (Gaenseliesel) นี้เป็นสาวที่ฮอตที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะโดนรุมจูบมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 โน่นเลย  กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านมุ่งหน้าเข้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต  (Frankfurt International Airport) เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) (ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

20.55 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 923 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 40 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

13.35 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 
฿94,900
จำนวน:
Visitors: 117,993