ทัวร์ ดีที่สุดของ สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน TG

ทัวร์ ดีที่สุดของ สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน สายการบินไทย TG

 
กำหนดการเดินทาง 18 - 27 ตุลาคม 2562 ( เหลือ 6 ที่นั่งสุดท้าย !! )
 
ราคาท่านละ 124,900 บาท ลดเหลือ ท่านละ 114,900 บาท เท่านั้น !!

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ค่าวีซ่า ค่าทิปคนรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น อาหารครบทุกมื้อ โรงแรม 4 ดาวใจกลางเมือง ไกด์มือชีพชำนาญเส้นทาง)

 
โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 31 สิงหาคม นี้ !!


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

 

ไฮไลท์โปรแกรม

- บินตรงเข้า-ออก กรุงซูริค โดยสายการบินไทย TG สะสมไมล์ รอยัล ออคิต พลัส ROP

- โปรแกรมสวยมาก ๆ เที่ยวครบทุกเมืองไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เช่น เมืองชาฟฟ์เฮาเซ่น ที่ตั้งของน้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

- เมืองสไตน์ อัม ไรน์ - เมืองอัพเพนเซล - เมืองเซนต์ มอริทซ์

- ล่องเรือทะเลสาบโคโม่ - ชมเมืองแห่งปราสาทเบลลินโซน่า พักเซอร์แมท ขึ้นยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น

- มองเทรอซ์ - โลซานน์ - เจนีวา - เบิร์น - อินเทอลาเก้น - ลูเซิร์น

- นั่งรถไฟสายเบอร์นิน่า, รถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กซ์เพลส และ นั่งรถไฟขึ้นยอดเขาจุงเฟรา

- เที่ยวเมือง Unseen เมืองเล็กท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของสวิส เช่น เลาเทอบรุนเน่น หมู่บ้านเมอเรน หมู่บ้านกิมเมอวาลด์ ทะเลสาบเบลาเซ หมู่บ้านอีวัวร์ของฝรั่งเศส

 

 

แผนที่เส้นทางการเดินทาง

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง  (1)                       กรุงเทพ

22.00 น.       คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารโดยสาร ชั้น 4 ประตู 3แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)       กรุงซูริค (สวิตฯ) – ชาฟฟ์เฮาเซ่น – สไตน์อัมไรน์ - อัพเพนเซล – เซนต์ มอริทช์

01.05น.          ออกเดินทางสู่ กรุงซูริค (Zurich)โดยเที่ยวบินที่ TG 970(ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 45 นาที)

07.50น.         เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเคลอเตน (Kloten International Airport)  กรุงซูริค (Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเริ่มต้นทริปกันที่เมืองชาฟฟ์เฮาเซ่น (Schaffhausen) (ระยะทาง 51 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที) เมืองซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของสวิส แนวชายแดนติดกับประเทศเยอรมนีและประเทศลิกเตนสไตน์ เมืองสุดแสนโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของสวิส นำท่านชม น้ำตกไรน์  (Rhien Falls)น้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงาม และใหญ่ที่สุดของยุโรป ชุ่มฉ่ำกับละอองน้ำใสสะอาดยามที่น้ำไหลตกลงมาจากด้านบนกระแทกสู่เบื้องล่าง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสไตน์อัมไรน์ (Stein am Rhein)(ระยะทาง 18 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 20 นาที)เมืองเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโบราณยุคกลางอันสวยงามเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมืองสไตน์อัมไรน์ (Stein am Rhein)  ได้รับรางวัล The First Wakker Prize เมื่อปี 1972 ในฐานะที่อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมไว้ได้เป็นอย่างดีเมืองนี้มีประชากรเพียง 3,110 คน มีพื้นที่เพียง 6.06 ตารางกิโลเมตรเป็นมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมือง และมีถนน สายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณโดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้รับการยอมว่าเป็นหมู่ในตึกแถวที่สวยงามที่สุดในโลก   

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเดินทางสู่เมืองอัพเพนเซล (Appenzell)(ระยะทาง 82 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองการ์ตูนในนวนิยายของชาวสวิส ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา อีเบนนาลพ์ (Ebenalp) อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ ซึ่งไกล้กับประเทศลิคเทนสไตน์ (Liechtenstein ) เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์กับทุ่งหญ้าที่เขียวขจีผสมกับสีสันของดอกหญ้าหลากสี อาคารบ้านเรือนยังคงอนุรักษ์ไว้ในสไตล์ดั้งเดิมซึ่งมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยจั่วหน้าบ้านลักษณะโค้งมน และหลังคาที่ทำจากกระเบื้องที่มีชื่อเสียงของที่นี่ นำท่านเดินเล่นชมตัวเมืองอัพเพนเซล (Appenzell) ให้ท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง และย่านตึกเก่าของเมือง และให้ท่านอิสระถ่ายวิวทิวทัศน์รอบตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่  เมืองเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz)(ระยะทาง 161 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองรีสอร์ท ฤดูหนาวที่มีชื่อสียงมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองตากอากาศที่แพงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในหุบเขาเองกาดีน (Engadine Valley) รัฐเกราบึนเดน (Graubunden) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) บนระดับความสูงประมาณ 6,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาแอลป์ (The Alps) โดยใกล้ ๆ ทางทิศใต้มียอดเขาพิซ เบอร์นิน่า (Piz Bernina)  เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ฝั่งตะวันออก (The Eastern Alps)

นำท่านชม เมืองเซนต์ มอริทซ์ (St. Moritz)สัมผัสวิวทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาและตัวเมือง หรือ ช้อปปิ้งจับจ่ายซื้อของบนถนนย่านการค้าของเมืองเซนต์ มอริทซ์ (St. Moritz)  ก็ได้เช่นกัน อิสระท่านชมความงดงามของ ทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz Lake) ซึ่งหากท่านมาในช่วงนี้จะพบกับความงดงามของน้ำใสสีเขียวมรกต หรือ จะเดินทอดน่องชมเมืองกันที่ จัตุรัสใจกลางเมือง  (Plazza da Scoula) ซึ่งบริเวณใกล้จะเป็นห้องสมุดประจำเมืองเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz Library)และยังเป็นที่ตั้งของบรรดาร้านค้าต่างๆ ซึ่งท่านอาจมอง  หาร้านที่ถูกใจแล้วสั่งกาแฟอร่อยๆสักแก้วก็ได้เช่นกัน

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Europa Hotel

 

วันที่วันที่สามของการเดินทาง (3)             เซนต์ มอริทช์รถไฟสายเบอร์นิน่า– ทีราโน่ (อิตาลี) – โคโม่

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟของเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz Train Station) เพื่อนั่ง รถไฟสายเบอร์นิน่า (Bernina Express Train)  (เส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก) จากเมืองเซนต์มอริทซ์ สู่เมือง ทิราน่า (Tirano) ของประเทศอิตาลี รถไฟสายเบอร์นิน่า (Bernina Express Train) รถไฟสายเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดบริการตั้งแค่ปี ค.ศ.1910 เป็นรถไฟด่วนพิเศษ แบบตู้โดยสารชมวิวแบบพาโนราม่า ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว ลำธาร โตรกผา อุโมงค์ 55 แห่ง และสะพาน 196 แห่ง โดยเฉพาะสะพานโค้งวงกลมที่ Brusio มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เปิดวิ่งตลอดทั้ง ถือว่าเป็นเส้นสายรถไฟที่วิวทิวทัศน์สวยที่สุดในโลก และว่ากันว่าหากใครได้มานั่งรถไฟสายนี้ก็ไม่ต้องไปนั่งรถไฟท่องเที่ยวสายอื่นๆ ในโลกเลย   จากนั้นเดินทางถึงเมืองทิราน่า (Tirano) ประเทศอิตาลี (Italy)(ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) นำท่านเดินเล่นชมเมืองทิราโน่

 

12.30 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

หลังอาหาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ (Como) (ระยะทาง 142 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมผ้าไหมของอิตาลีที่มีชื่อเสียง และมีทะเลสาบโคโม่ (Lago di Como) ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของอิตาลี ทะเลสาบโคโม่ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ยังมีป่าไม้เขียวชอุ่ม หลายจุดบนชายฝั่งเป็นช่องเขาแคบ และหน้าผาที่สวยงาม ทางเหนือของทะเลสาบ คือเทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกำแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ เทือกเขาแอลป์นั้นมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปี นำท่านล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบโคโม่ท่านจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของภูเขาและหมู่บ้าน ที่พัก วิลล่าที่สวยงามระหว่างที่ท่านล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบโคโม่ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง

(หากเกิดเหตุสุดวิสัยไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทของดการให้บริการในการล่องเรือ)

19.00 น.      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Cruise หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)           โคโม่ – เบลลินโซน่า(สวิตฯ) - อันเดอร์มัท - เบททเมอร์แอล์ฟ – แทสซ์ - เซอร์แมท

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินกลับเข้าสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) โดยจุดหมายอยู่ที่เมืองเบลลินโซน่า (Bellinzona) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของ แคว้นทิชิโน (Ticino) เปรียบเหมือนประตูไปสู่ ประเทศอิตาลี (Italy) จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อิตาลีแห่งสวิตเซอร์แลนด์”  เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งปราสาท” นำท่านชม เมืองเบลลินโซน่า (Bellinzona) เมืองในหุบเขา มีถนนแคบๆ เมืองนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น “เมืองแห่งปราสาท” เพราะมีปราสาททั้งสามหลังกำแพงเมืองและเนินดินโดยรอบแห่ง เมืองเบลลินโซน่า (Bellinzona)  ซึ่งปัจจุบัน สถานที่ดังกล่าวได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกไป ในปีค.ศ.2000 นำท่านถ่ายรูปกับปราสาท ทั้งสามหลัง อันได้แก่ ปราสาทคาสเตลกรองด์ (Castelgrande)ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาหิน มองออกไปได้โดยรอบ หุบเขาทิชิโน (Ticino Valley) จากตัวปราสาทมีแนวปราการป้องกันเมืองโบราณและขวางช่องทางผ่านหุบเขาไว้ ปราสาทที่สอง ปราสาทมอนติเบลโล (Montebello)เป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการ โดยกำแพงเมืองที่ทอดยาวมาจาก ปราสาทคาสเตลกรองด์ (Castelgrande) นั่นเองขณะที่ปราสาทที่สามซึ่งแยกออกไปต่างหาก ปราสาทซาสโว คอร์บาโร (Sasso Corbaro) สร้างอยู่บนผาหินเดี่ยวที่ยื่นออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของป้อมปราการอื่น ๆ อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย


จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt)(ระยะทาง 82 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและเป็นชุมทางสายรถไฟกลาเซีย เอ็กซเพรส (Glacier Express) รถไฟสายโรแมนติคที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

จากนั้น นำท่านเข้าสู่บริเวณเขต อเล็ทซ์อรีน่า (Aletsch Arena)  สู่ สถานีกระเช้าเมืองเบทเท่น (Betten BAB Station) (ระยะทาง 66 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) นำท่านโดยสารกระเช้าขึ้นสู่เมืองเบททเมอร์แอล์ฟ (Bettmeralp)เมืองแสนสวยปลอดมลพิษ (ใช้รถไฟฟ้าทั้งเมือง) ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล นำท่านเดินเล่นชมเมือง ท่านสามารถมองเห็นยอดเขาที่มีระดับความสูงกว่า3,000 เมตร กว่า 30 ยอด ของเทือกเขาแอล์ฟได้จากจุดชมวิวของตัวเมือง ในตัวเมืองจะมีร้านค้าต่างๆมากมายคอยบริการนักท่องเที่ยว จากนั้นพาท่านเดินเท้ากันอีกชมวิวยอดเขา ณ จุดชมวิวยอดเบททเมอร์ฮอร์น (Bettmerhorn) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นความงามของธารน้ำแข็ง อเลิท์ซ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier)ที่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยมีความยาวถึง 22 กิโลเมตร ยาวที่สุดในบรรดาทุ่งน้ำแข็ง ของเทือกเขาแอลป์ทั้งยุโรป และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย (หากอากาศเปิดท่านจะสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน) อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของจุดชมวิว ยอดเบททเมอร์ฮอร์น (Bettmerhorn)  และ อเลิท์ซ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier) หลังจากชมวิวและเก็บภาพบรรยากาศกันเต็มที่ พาท่านลงจากเขาโดย Cable Car


แล้วนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองแทสซ์(Tasch)(ระยะทาง 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เพื่อต่อรถไฟเข้าสู่เมือง เมืองเซอร์แมท (Zermatt)หมู่บ้านในสกีรีสอร์ทยอดนิยมของชาวสวิส ซึ่งปลอดมลภาวะทั้งปวง เพราะ ไม่มีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ทั้งเมืองใช้รถแบตเตอร์รี่, จักรยาน และเมืองเดินเท่านั้น  อิสระทุกท่านเดินเล่นชมเมืองสูดบรรยากาศอันแสนบริสุทธิ์ สัมผัสบรรยากาศรอบข้างและบ้านเรือนก็แสนจะโรแมนติก ร้านอาหารและร้านรวงต่างๆตบแต่งได้อย่างสวยงาม ของที่ระลึกทั้งหลายก็น่ารัก  

19.00 น.      รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร    

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Ambassdor หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       เซอร์แมท – ไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น – มองเทรอซ์ – เวเว่ – โลซานน์ 

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้าให้คณะได้ตื่นตาตื่นใจกับการขึ้นสู่  ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น(Klein Matterhorn)ยอดเขาสวยสุดแห่งเทือกเขาแอลป์ (The Alps) ที่เป็นสัญลักษณ์ของ สวิตเซอร์แลนด์  (Switzerland)  ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตร เหนือระดับน้ำ ทะเล ตื่นตาตื่นใจกับยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ซึ่งท่าน สามารถเห็นอยู่แค่เอื่อม ชื่นชมกับทิวทัศน์เหนือม่านเมฆ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ อันงดงามของหิมะซึ่งปกคลุมยอดเขาตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้า นำท่านสู่ลานหิมะอันกว้างใหญ่ สนุกสนานกับการเล่นหิมะและชมบรรยากาศของ ยอดแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn Peak)ยอดเขาทรงปีรามิดที่มีปลายคุ้มงอเหมือนตะขอแปลกตาจนราชาการ์ตูนวอล์ทดีสนีย์นำไปเป็นแบบเครื่องเล่นบิ๊กธันเดอร์  (Big Thunder) ในสวนสนุกดีสนีย์แลนด์ ตลอดจนทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามยิ่งนัก

จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางกลับสุ่เมืองเซอร์แมท (Zermatt)

หมายเหตุ      หากกระเช้าขึ้นยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์นปิด บริษัทจะเปลี่ยนไปนั่ง รถไฟขึ้นยอดเขากอร์นเนอร์แกท ขึ้นไปเล่นหิมะ และชมวิวยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นแทน (ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นไม่มีกระเช้าหรือรถไฟขึ้นถึง ต้องขึ้นยอดเขาใกล้ๆ)

13.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

หลังอาหาร นำเดินทางสู่ เมืองมงเทรอซ์ (Montreux)(ระยะทาง 139 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบเจนีวาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของสวิส เทียบได้กับริเวียร่าของฝรั่งเศสทีเดียว เนื่องจากอยู่ติดกับชายแดนระหว่างสวิสและฝรั่งเศส (หากอากาศดีๆ จะสามารถมองเห็นฝั่งฝรั่งเศสอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบได้) จึงทำให้มงเทรอซ์เป็นเมืองสวิสที่มีกลิ่นอายของฝรั่งเศสฝังอยู่ค่อนข้างมาก แวะถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง (Chateau De Chillon)เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยงาม แต่ก่อนเคยเป็นปราสาทที่สวยงาม และได้ถูกดัดแปลงมเป็นคุกเพื่อขังนักโทษการเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์  (Lausanne)(ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

ชม เมืองโลซานน์  (Lausanne)  เมืองที่คนไทยรู้จักกันดีในสวิส นอกจากเป็นเมืองที่ประทับของสมเด็จย่าแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสำเร็จการศึกษาจากเมืองนี้อีกด้วย นำทุกท่านชื่นชมบรรยากาศของเมือง แวะถ่ายรูปที่ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Musee Olympique)แห่ง เมืองโลซานน์  (Lausanne) ไปถ่ายรูปด้านหน้าที่เป็นน้ำพุ มีสวนหย่อมเล็กๆ ที่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม มองเห็นธงโอลิมปิกและธงชาติ ประเทศต่างๆ โบกสะบัด และบริเวณพิพิธภัณฑ์จะมีประติมากรรมเก๋ๆ โชว์อยู่หลายชิ้น ที่สะดุดตา เห็นจะเป็นงานศิลป์ที่แสดงลำตัวของคนเรา มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แบ่งเป็น 6 ส่วน หมุนไปมาระหว่างกัน และขยับมาชนกัน ยังมีคบเพลิงโอลิมปิก และห่วงสัญลักษณ์โอลิมปิก

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก De la Paix Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)             โลซานน์ – อีวัวร์ (ฝรั่งเศส) – เจนีวา (สวิตฯ) – กรุงเบิร์น - อินเทอลาเก้น

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางเลียบทะเลสาบข้ามพรมแดนสู่ประเทศฝรั่งเศส (France)นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอีวัวร์ (Yvoire) (ระยะทาง 89 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี เป็นเมืองในยุคกลางของยุโรป ที่ยังมีการอนุรักษ์เก็บรักษาปราสาท ประตูเมือง และกําแพงเก่าแก่เอาไว้ ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน 18  ที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส โดยได้ฉลองอายุครบ 700 ปี ในปี 2006 และยังได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2006 ในการดูแลรักษาได้ดีที่สุด ตัวบ้านเรือนถูกประดับด้วยดอกไม้ไม่ว่า จะฤดูไหนก็ตามจนได้รับรางวัล Four Flowersระดับยุโรป จนได้รับการขนานนามว่า หมู่บ้านดอกไม้  และได้รับรางวัล InternationalTrophy for Landscape และพืชสวน อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของฝรั่งเศสใน ปี 2002 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนีวา (Geneva)(ระยะทาง 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนปลายแหลมของทะเลสาบเจนีวา (Geneva Lake)  ทะเลสาบที่มีรูปคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวยามข้างแรม

นำท่าน ชมกรุงเจนีวา (Geneva)อันงดงามที่รายล้อม ด้วยสวนสาธารณะ และองค์การนานาชาติต่างๆ อาทิ ตึกสหประชาชาติ สภาแรงงานโลก องค์การกาชาดสากล แวะถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ที่สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) และน้ำพุจรวดเจทโด (Jet d’eau)ที่สูงถึง140 เมตร สัญลักษณ์ที่งดงามริมทะเลสาบเจนีวา จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกของสวิสตามอัธยาศัย เช่น นาฬิกาชั้นนำ ผ้าลูกไม้สวิส ช็อคโกแลต มีดพับวิคทอเรีย

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern)(ระยะทาง 157 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง นาที) เมืองหลวงของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)เมืองโบราณเก่าแก่และโรแมนติก สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำอาเร่ (Aare) ล้อมรอบตัวเมือง เสมือนเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติไว้ 3 ด้าน คือ ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกชาวเมืองได้สร้างกำแพง และสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในกรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดก โลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010

นำท่านชม บ่อหมีสีน้ำตาล(Barengraben)สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น มีอยู่สองบ่อโดยแบ่งเป็น บ่อเล็กกับบ่อใหญ่ที่บ่อใหญ่จะมีพี่หมีชื่อ Pedro เป็นตัวผู้กับคุณน้อง Tana เป็นเพศเมีย อยู่ร่วมบ่อเดียวกัน ทั้งคู่เป็นหมีสีน้ำตาลEuropean Brown Bear ทั้งสองนี้ไม่ได้เกิดที่ กรุงเบิร์น(Bern) แต่บ้านเกิดเค้าทั้งสองอยู่ที่สเปน(Spain) สวนสัตว์บาร์เซโลน่า (Barcelona Zoo) เดินหามุมถ่ายพี่หมีหลายมุมจนเริ่มเหนื่อยก็พักรอบๆบริเวณบ่อหมีนี้ร่ม รื่นมากบรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบาย จึงไม่แปลกที่จะมี ผู้คนเข้ามาเที่ยวชมพี่หมีจุใจกับความน่ารักของพี่หมีจากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่า เบิร์น (Old City of Berne)ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ท่านจะสังเกตเห็นว่า กรุงเบิร์น(Bern) เป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุเยอะมากจริงๆ แทบจะทุกห้าสิบเมตรเห็นจะได้ ทั้งเมืองมีมากกว่า 100 แห่งบ่อน้ำพุที่นี่สะอาด สามารถดื่มน้ำกันได้เลย แล้วก็มีรูปปั้นสวยๆอายุราวๆสัก500 กว่าปี ประดับที่บ่อน้ำพุด้วยเต็มไปหมด และพลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปตัวท่านเองให้เห็นฉากหลังเป็น หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Clock Tower)สิ่งที่โดดเด่นของ กรุงเบิร์น(Bern) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1530 หอนาฬิกาที่มีหน้าปัดขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นประตูโบราณตั้งคร่อมอยู่ครึ่งถนนผ่าน และทุกๆชั่วโมง ก็จะมีตุ๊กตาสัตว์ออกมาเต้นระบำเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโบสถ์ใหญ่ประจำเมือง (Bern Münster) ซึ่งที่นี้ต้องแนะนำให้มาให้ได้ เพราะนอกจากโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมยุคโกธิคที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) แล้ว วิวทิวทัศน์ที่นี่สวยมากๆ เพราะมันตั้งอยู่ที่สูง ที่มองลงไปเห็นแม่น้ำอาเรย์ (Aare River) บ้านสมัยโบราณ วิวคลาสสิกมากเดินเล่นรอบโบสถ์ดื่มด่ำกับวิวให้จุใจที่เป็นเมืองผสมกับธรรมชาติ ที่ลงตัวจุดหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) จากนั้นอิสระท่านเดินสำรวจย่านเมืองเก่าเบิร์น (Old City of Berne) ที่มีร้านค้า เรียงรายมากมาย

ผ่านชมน้ำพุที่ตั้งอยู่กลางถนนเป็นระยะ วิถีชิวิตดูเรียบๆแต่แฝงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย รถ Tram ที่ทันสมัย นำผู้คนเข้าออกเมือง ดูสับสน แต่ไร้ควันพิษเพราะเป็นรถที่ใช้ไฟฟ้า สมควรแกเวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอลาเก้น (Interlaken)(ระยะทาง 58  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Tune lake) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienz lake) เมืองที่รวมกิจกรรมนักท่องเที่ยวภูเขาทั้งยังมีโรงแรมและรีสอร์ท มากมาย อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก City Oberland Hotel 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      อินเทอลาเก้น – พิชิตยอดเขาจุงเฟรา - อินเทอลาเก้น

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เริ่มต้นเช้านี้ ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอร์วาล (Grindelwald)(ระยะทาง 73 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองเล็กๆบนหุบเขาที่ไม่วุ่นวายเป็นเมืองเงียบๆในหุบเขาที่น่ารักเมืองหนึ่งจุดประสงค์ที่มา เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grindelwald Grund) คือ นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ของภูเขาสูงชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) ขึ้นพิชิตยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างทางก่อนถึงจุงเฟรานั้น ท่านสามารถพบเห็น บ้านสไตล์สวิสน่ารักๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด, สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านได้ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์ แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ก (Kleine Scheidegg)

 

รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็ง ขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001 เมื่อรถไฟพามาถึงจุดหมาย

มีจุดมากมายที่จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับบรรยากาศบนยอดเขาสูงกันอย่างเต็มที่ทั้ง ห้องน้ำแข็ง (Ice Palace)ซึ่งเป็นห้องที่สร้างจากน้ำแข็งและจัดแสดงน้ำแข็งแกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง30 เมตร สัมผัสกับภาพของ ธารน้ำแข็ง (Alestsch Glacier)ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ (The Alps)  ยาวถึง 22 กิโลเมตรและหนา 700 เมตร โดยไม่เคยละลายจากนั้นเดินต่อไปยังจุดชมวิวแห่งแรก อากาศภายนอกหนาวเย็น ลมหนาวที่พัดในบริเวณจุดชมวิวที่เปิดโล่งให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปสัมผัสกับหิมะขาวบริสุทธิ์จุดชมวิวอีกแห่งเป็นลานกว้างที่ทำจากเหล็กยื่นออกไปจากตัว อาคาร ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเมื่อก้าวออกจากตัวอาคาร คือยอดเขาน้อยใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สวยงามน่าประทับใจยิ่งนักแล้วให้ท่านอิสระสนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาหรือสำหรับท่านที่ชอบความมันส์ ก็มาเพิ่มประสบการณ์ความมันส์แบบสุดเหวี่ยงกับจานหิมะได้ และที่ไม่ควรพลาดอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การส่งโปสการ์ดภาพทิวทัศน์อันงดงามบนที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนยอดเขา

หลังอาหาร นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ (Sphinx) หรืออาคารสังเกตุการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางโดยรถไฟลงสู่แผนดินใหญ่ด้านล่าง โดยเปลี่ยนรถไฟกันที่ ไคล์เน่ ไชเดก์ก (Kleine Scheidegg) เพลิดเพลินกับวิวข้างทางไปเรื่อยๆกับธรรมชาติที่ยังรักษาไว้ยังดีเยี่ยม ทุ่งหิมะตัดกับบ้านเล็กๆ กลางหุบเขาสวิสแอลป์ (Swiss Alps) สุดยอดวิวจริงๆ ขอเน้นเลย จนกระทั่งถึง เลาเทอบรุนเน่น (Lauterbrunnen)แล้วออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองอินเทอลาเก้น (Interlaken)อิสระให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของ ตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารัก สร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมี อาคารคาสิโน คูซาล อายุ กว่า 100 ปีที่งดงามด้วย สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย หรือได้มีเวลาในการช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อดังหลากหลายที่ผลิตในสวิส ไม่ว่าจะเป็น ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES และอื่นๆ อีกมากมาย

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก City Oberland Hotel 

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    อินเทอลาเก้น – เลาน์เทอบรุนน์เน่น – เมอเรน – กิมเมอวาลด์ – ลูเซิร์น

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางเมือง เลาเทอบรุนเน่น (Lauterbrunnen)(ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)นำท่านเดินเล่นแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้าน เล็กๆในหุบเขาที่แยกเป็นสองแพร่ง เงียบสงบที่ไม่วุ่ยวาย โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านคือน้ำตกที่มีชื่เสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach)น้ำตกที่มีความสูง 300 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป

จากนั้นนำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์ สู่สถานี Grutschalp จากนั้นเปลี่ยนเป็นนั่งรถรางเพื่อไปยัง หมู่บ้านเมอเรน (Murren)  หมู่บ้านชาเลต์สวิสที่ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาเอลป์ ถือเป็นหมู่บ้านที่คนสวิสฯต่างบอกว่าที่นี้สวยยังกับสรวงสวรรค์ หากอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีหมอกบดบังท่านสามารถชม 3 ยอดขุนเขาที่ตั้งตระหง่านเหนือหมู่บ้านเมอเรน คือยอดเขา Eiger,Monch,Jungfrau  หากมาในช่วง ดอกไม้ผลิ เม.ย. – ส.ค. ท่านจะพบกับดอกไม้ ป่า และดอกไม้ที่ถูกปลูกประดับไว้ตามบ้านเรือนสวยงามยิ่งยิ่งนัก และหมู่บ้านเมอเรน ถือเป็นหมู่บ้านปลอดรถยนต์ จึงยังบริสุทธิ์ยิ่งนัก หรือท่านเดินสามารถเดินเล่นต่อไปตามทางเพื่อไปยัง หมู่บ้านกิมเมอวาลด์ (Gimmelwald)ซึ่งระยะทางเดิน เพียง 30 นาที แต่ด้วยธรรมชาติที่สวยงามยิ่งนัก ใช้เวลาเดินเล่นถ่ายรูปราวๆ 1 ชม.  (หรือหากท่านใดไม่อยากเดิน สามารถซื้อตั๋วนั่งกระเช้าไฟฟ้านั่งจากเมือง Murren ไปยังเมือง Gimmelwald ไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดติดต่อหัวหน้าทัวร์)

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบลาเซ (Blausee Lake)ทะเลสาบสีฟ้าแสนสวยกลางป่าของสวิตเซอร์แลนด์ทะเลสาบนี้น้ำเทอร์ควอยส์  เป็นทะเลสาบของเอกชน ที่อยู่ในเขต Bernese Oberland อยู่ระหว่างเมือง Frutigen และ Kandersteg เป็นที่ๆใช้ไว้สำหรับเพาะพันธุ์ ปลาเทราซ์ ด้วยความสวยงามของทะเลสาบโดยมีจุดเด่นของสีน้ำทะเลสาบมีสีน้ำเขียวมรกตและมีความใสจนมองเห็นพื้นดินด้านล่างและสามารถมองเห็นปลาเทราซ์แหวกว่ายในทะเลสาบอีกด้วยจนได้ขึ้นชื่อว่า Blausee Blue Trout  โดยยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถตกปลาเทราซ์ได้อีกด้วย  อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับทะเลสาบที่มีความสวยงามแห่งนี้

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern)(ระยะทาง 105 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของ ทะเลสาบลูเซิร์น (Luzern Lake) ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปาก แม่น้ำรอยซ์ (Reuss river) เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีต ลูเซิร์น  (Luzern) เป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง แต่ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) มาตั้งแต่ค.ศ.1332 นำท่านผ่าน ทะเลสาบลูเซิร์น (Luzern Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอก บานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป เป็นต้น อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง

19.00 น.     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Astoria Hotel

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ลูเซิร์น - ซูริค

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองลูเซิร์น (Luzern)เมืองพักตากอากาศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในสวิสฯ แต่ยังรักษาสภาพแวดล้อมไว้ได้เป็นอย่างดี นำท่าน ถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument)ซึ่งแกะสลักอยู่บนหน้าผาของภูเขาในเมืองเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงทหารรับจ้างชาวสวิส ซึ่งทำงานเป็นทหารรักษาพระองค์พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส

จากนั้นเยี่ยมชม สะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ (Reuss River) เป็นสะพานไม้ที่เก่าที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของสวิส สะพานวิหาร (Chapel bridge) เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีแล้วให้ท่านอิสระเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ บุคเคอเรอร์/กือเบอลิน/ เอ็มบาสซี่ ร้านขายของที่ระลึก, ร้านช็อคโกแล็ตและช้อปปิ้งสินค้าชั้นดี ที่มีชื่อเสียงตามอัธยาศัย 

สมควรแก่เวลา นำท่านมุ่งหน้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเคลอเตน (Kloten International Airport) กรุงซูริค (Zurich)  (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) มีเวลาให้ท่านได้ทำ แพคสัมภาระ พร้อม ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่ TG 971 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง)

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

05.30 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจตลอดการเดินทาง

 
฿114,900
จำนวน:
Visitors: 112,473