ทัวร์ ดีที่สุดของ โครเอเชีย 9 วัน บิน OS

ทัวร์ ดีที่สุดของ โครเอเชีย 9 วัน สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ OS

กำหนดการเดินทาง 11 - 19 และ 18 - 26 ตุลาคม ราคาท่านละ 94900 บาท

 


โปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองและมัดจำภายใน 31 กรกฎาคม นี้ ลดทันทีท่านละ 3000 บาท !!


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

 

ไฮไลท์โปรแกรม

- บินเข้า ซาเกรบ ออกดูบรอฟนิค เที่ยวจากเหนือลงใต้ไม่ย้อนเส้นทาง

- ชมเมืองหลวงอันงดงามของโครเอเชีย กรุงซาเกรบ

- เที่ยวชมเมืองทางภาคตะวันตกของโครเอเชีย แคว้นอิสเตรีย โอพาเทีย / พูล่า / โรวินจ์ / โพเรช

- เดินชมความงดงามของ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ มรดกโลกจากยูเนสโก้

- ชมเมืองสวยของแคว้นดัลเมเชีย ซาดาร์ / ซีบีนิค / โทรเกียร์ / สปลิท

- เที่ยวชม เกาะฮาวาร์ หนึ่งในสิบหมู่เกาะที่สวยงามที่สุดในโลก

- ล่องเรือชมฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม พร้อมชิมหอยสด ที่อ่าวมาลี สตอน

- ชม เมืองดูบรอฟนิค หนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป

- ขึ้น กำแพงเมืองโบราณ / นั่งกระเช้าสู่ยอดเขา SRD ขึ้นจุดชมวิวของเมือง

- ปิดท้ายเดินเล่นที่เมืองคัฟถัต เมืองเล็กๆน่ารักริมชายฝั่งทะเล

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

20.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ G สายการบิน ออสเตรียนแอร์ไลน์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.45 น.         ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria) โดยเที่ยวบินที่ OS 026 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เวียนนา (ออสเตรีย) – ซาเกรบ (โครเอเชีย) – โอพาเทีย

05.35 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport)กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รอเปลี่ยนเครื่อง

06.50 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงซาเกรบ (Zagreb) ประเทศโครเอเชีย (Croatia)โดยเที่ยวบินที่ OS 681  (ใช้เวลาในการเดินทาง 50 นาที)

07.40 น.            เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติพลีโซ (Pleso International Airport)  กรุงซาเกร็บ (Zagreb) ประเทศโครเอเชีย (Croatia)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วรถโค้ชปรับอากาศรอรับเพื่อนำท่านเที่ยวชม กรุงซาเกรบ (Zagreb)เมืองหลวงของ  ประเทศโครเอเชีย(Croatia)เริ่มกันที่นำท่านเดินเท้าไปสัมผัสเสน่ห์ของความเป็นเมืองยุคกลางใน ย่านเมืองเก่า (Upper Town)  ซึ่งมีซุ้มประตูหินเป็นสัญลักษณ์บริเวณทางเข้า โดยย่านเก่าแก่แห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งจุดแรก นำท่านชม กำแพงเมืองเก่า (Old Town Gate)ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบบริเวณเมืองเก่าเอาไว้ ถัดมาท่านจะพบกับ  โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church)ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 13 ผสมผสานศิลปะหลากหลายเข้าด้วยกัน คือ แบบโรมาเนสก์ ที่บริเวณด้านทิศใต้ ต่อมาในศตวรรษที่ 14 โบสถ์ถูกสร้างใหม่ในรูปแบบศิลปะโกธิค ที่น่าสนใจมากก็คือ ส่วนหลังคาโบสถ์ ที่เรียงแผ่นปูหลังคาเป็นรูปสัญลักษณ์ของกองทัพซาเกร็บ (ปราสาทสีขาวบนพื้นหลังสีแดง)

ก่อนเดินทางนำลงจาก ย่านเมืองเก่า (Upper Town) แวะให้ท่านขึ้นไปยังจุดชมวิวที่จะทำให้ท่านสามารถมองเห็นเมืองซาเกรบ (Zagreb)ที่หลังคาอาคารเป็นสีแดงอิฐทั้งเมือง จากนั้นผ่านชมความงดงามของ โรงละครแห่งชาติโครเอเชีย  (Croatian National Theatre)โดยโรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า (Upper Town) ของ เมืองซาเกรบ (Zagreb)โดยสร้างขึ้นในปี 1895 โดยรูปแบบของอาคารนั้นสร้างขึ้นในสไตล์นีโอบาร็อค มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะ และปิดท้ายด้วยการนำท่านชมมหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral)ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ที่ปัจจุบันบูรณะซ่อมแซมใหม่ใน สไตล์ นีโอ-โกธิค งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญๆ ต่างๆ อาทิเช่น นักบุญ เซนต์ปีเตอร์ เซนต์ปอลล์ เป็นต้น

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร  นำท่านออกเดินทางสู่ภาคตะวันตกของประเทศโครเอเชีย (Croatia)  ซึ่งมีชื่อเรียกภูมิภาคนี้ว่า แคว้นอิสเตรีย(Istria)เมืองแรกที่นำท่านเยี่ยมชมคือ เมืองโอพาเทีย (Opatija)(ระยะทาง 175 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองที่มีสมญานามว่า ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติกชื่อเดิมของเมืองนี้ ในภาษาอิตาลี คือ “Abbazia”ด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ประกอบกับอยู่ริมทะเลอาเดรียติก ที่มีวิลล่าหรูหราสไตล์ออสเตรีย จึงทำให้โอพาเทีย เป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย นำท่านชมตัวเมือง แวะถ่ายรูปกับรูปปั้น นางแห่งนกนางนวล (Maiden with the Seagull) ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CARเป็นรูปสตรีงดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง มีเวลาอิสระตามอัธยาศัยให้ท่านได้เดินชมเมืองโอพาเทีย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Bristol Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     โอพาเทีย – พูล่า – โรวินจ์ – โพเรช - โอพาเทีย

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางเข้าสู่  เมืองพูล่า (Pula)(ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ระหว่างทางผ่านชมท้องทะเลสีครามสวยงามที่สุด โดยตรงข้ามจะมีเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะ KRK ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโครเอเชีย และ เกาะ CRES โดยเมืองพูล่า (Pula)หรือ โพล่า ใน ภาษาอิตาเลี่ยน เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางของคาบสมุทรอิตาเลียน  

เมืองพูล่า (Pula) เคยเป็นเมืองเป็นศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลีมาก่อน ทำให้มีผู้คนใช้ภาษาอิตาเลี่ยน กันอย่างแพร่หลายแม้กระทั่งตามป้ายจราจรยังคงมีภาษาอิตาเลี่ยนเขียนกำกับไว้ เข้าชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ยิ่งใหญ่ ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสำคัญที่สุดคือ สนามพูล่าอารีน่า (PULA Arena)หรือ AMPHITHEATERสนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียม ที่กรุงโรม นับเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่างเดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได้ถึง 22,000 คน โดยผ่านทางเข้าออก 20 ช่องทาง  อารีน่าที่เห็นในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพดั้งเดิม ในช่วง ค.ศ.15 มีเรื่องน่าประหลาดใน โดยชาวเวเนเชี่ยนพยายามจะมาขนย้ายหินของอารีน่าแห่งนี้ไปสร้างไว้ที่เมืองเวนิสแทน แต่โชคดีที่ทำไม่สำเร็จและได้รับการต่อต้านจากชาวเมืองท้องถิ่น อารีน่าแห่งนี้จึงรักษาสภาพสมบูรณ์เอาไว้ได้ จนมาถึงทุกวันนี้ ในปัจจุบันมักใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมกลางแจ้ง เทศกาลดนตรีต่างๆ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานภาพยนตร์ประจำปี (International Film Festival) อีกด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองโรวินจ์ (Rovinj)(ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที)  เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บนแหลมอีสเตรีย ด้วยความที่ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเวเนเชี่ยน และอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลีมาก่อน ทำให้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองนี้มีความคล้ายคลึงกับอิตาลีเป็นอย่างมาก

 12.00 น.      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินชม เมืองโรวินจ์ (Rovinj)ที่สวยงาม ชมอาคาร บ้านเรือนและตรอก ซอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้นปูด้วยหินก้อนเล็กก้อนน้อย โรวินจน์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของที่ระลึก ,ร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย เดินชม โบสถ์เซ็น อุฟเฟเมีย (St. Euphemia)ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ ทีสูงที่สุดของแคว้น ท่านชมเขตเมืองเก่า ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ซึ่งบริเวณเมืองเก่าแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะแยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่ได้มีการถมทะเลเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง จากนั้นมีเวลาให้อิสระเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

                  

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โพเรช (Porec)(ระยะทาง 44 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)หรือ PARENZOในภาษาอิตาเลี่ยน เมืองเก่าแก่อายุกว่า 2,000 ปีและศูนย์กลางของประวัติศาสตร์ นำท่านเข้าชม

ยูพาเซียบาซิลิก้า (Euphrasia Basilica) ที่สร้างขึ้นในสมัยของบิชอป EUPHRASIANA ในสมัยศตวรรษที่ 6 โดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะแบบโมเสค ตั้งแต่ในสมัยของไบแซนไทน์เข้ามามีอำนาจ และใน ปี ค.ศ. 1997 ได้รับเป็น มรดกโลกจากยูเนสโก้ อิสระให้ท่านชมเมืองตามอัธยาศัย

จนได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโอพาเทีย (Opatija)(ระยะทาง 83 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักBristol Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         โอพาเทีย - อุทยานแห่งชาติ พลิตวิเซ่ – ซาดาร์  

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติ พลิตวิเซ่ (Plitvice National Park) (ระยะทาง 164 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง) โดยระหว่างทาง ท่านจะได้เดินทางบนเส้นทางเลียบชายฝั่งริมทะเลอาเดรียติกที่สวยงาม เส้นทาง Unseen ที่มีวิวทิวทัศน์ของเกาะแก่งน้อยใหญ่ คล้ายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่กลางทะเล เนื่องจากความแรงของลมบริเวณนี้ทำให้ไม่มีต้นไม้ต่าง ๆ บนเกาะแก่งเหล่านี้ ไล่ตั้งแต่ช่วงบริเวณ เมืองโนวี่ วิโนโดลสกี้(Novi Vinodolski)ต่อเนื่องจนถึง เมืองเซนจ์ (Senj)  ชมวิวเพลิดเพลินจนเดินทางข้ามเขตผ่านป่าเขาและทุ่งหญ้าผ่านเมืองออกโตกัก (Octocac)และเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่(Plitvice Lakes National Park)  ซึ่งเป็นอุทยานแห่งสวรรค์ที่มีชื่อเสียงของประเทศโครเอเชีย อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ  ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 296 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน นำท่านเพลิดเพลินเดินชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วย หุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น (การเดินเที่ยวใน อุทยานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ)

จากนั้น นำท่านล่องเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAKซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานและเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนบนและอุทยานตอนล่าง เพลิดเพลินกับธรรมชาติบริสุทธิ์ ความสวยงามของอุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่จะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยแต่ละฤดูกาลจะมีความสวยงามของธรรมชาติโดดเด่นแตกต่างกันโดยยากที่จะตัดสินได้ว่าฤดูกาลใดสวยงามที่สุด

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (Zadar)(ระยะทาง 118 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองท่าสำคัญริม ทะเลเอเดรียติก(Adriatic Sea) ใน แคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุกว่า 3,000 ปีมาแล้ตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของเมืองท่านก็สามารถมองเห็นร่องรอยของอารยธรรมโรมันได้ทั่วไป

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Hotel Kolovare หรือเทียบเท่า

 

 

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       ซาดาร์ – ซีเบนิค – โทรเกียร์ – สปลิท

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองซาดาร์ (Zadar) โดยเริ่มกันที่โบสถ์ประจำเมืองซาดาร์ (Zadar Cathedral of Anastasia)สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ในแบบไบแซนไทน์ และ ได้รับการก่อสร้างเพิ่มเติมในศตวรรษที่ 12 และ 13 ในแบบโรมันเนสก์ ภายในประดับด้วยหน้าต่างทั้งแบบกอธิคและโรมันเนสก์ ผ่านชม โบสถ์เซนต์โดแนท  (The Church of St. Donat) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 และเป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) ถือว่าโบสถ์แห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองซาดาร์ (Zadar) อีกด้วย ผ่านชม โรมันฟอรัม (Roman Forum)ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 1 มีความยาวประมาณ 90 เมตร และกว้าง 45 เมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากสิ่งก่อสร้างในยุคโรมัน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองซีเบนิค (Sibinik)(ระยะทาง 88 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองเก่าริมฝั่ง ทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจากเวนิส (Venice)

นำท่านชมเมืองซีเบนิค (Sibinik) เมืองที่เป็นท่าเรือน้ำลึกบริเวณปากแม่น้ำครึกคา (Krka River) ได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากอิตาลี (Italy) และได้รับการพูดถึงในประวัติศาสตร์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1066 ในแผนผังราชวงศ์ของกษัตริย์พีทาร์เครสซิเมียร์ ที่ 4 (King Petar Kresimiriv) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 9 และ 10 โดยเจ้าชายชาวโครแเอท ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของของโครเอเชีย (Croatia) เมืองนี้องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1997 นำท่านชม ป้อมปราการสมัยกลาง (St. Anne Fort)ชมตัวเมืองเก่าที่หลังคาอาคารบ้านเรือนทำด้วยกระเบื้องสีแดงสไตล์เรอเนอซองส์ ที่ได้รับอิทธิพลจากทางอิตาลี (Italy) ชม สภาว่าการเมืองเก่า (The Old Loggia)ที่สร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเซ็นต์เจมส์ (Cathedral of St. James)ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมอิตาเลี่ยนดัลเมเชี่ยน ได้อย่างลงตัว งดงามด้วยยอดโดม และหลังคาที่ประดับแผ่นหิน

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir)(ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ที่เคยถูกปกครองโดยกรีกและโรมัน ทำให้เมืองโทรเกียร์ (Trogir) ได้รับอิทธิพลทาง ศิลปะและสถาปัตยกรรมจากกรีก-โรมันมากมาย ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนทำให้ได้รับการยกย่องจากองค์การ ยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997

นำท่านเดินชมภายในเขตเมืองเก่า (Old Town)ซึ่งจะได้ชมสถาปัตยกรรม สไตล์กรีกโรมัน โบราณ อาทิ เช่น ประตูเมือง (Kopnena Vrata)ที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อสมัยศตวรรษที่ 16 ชม หอนาฬิกา (Foggia and of Clock Tower)สร้างสมัยศตวรรษที่ 14 นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ลอว์เลนซ์ (Cathedral of St. Lawrence) ที่สร้างขึ้นในคริสศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี งดงามด้วย กรอบ และบานประตูหินแกะสลัก ในรูปแบบของโรมานเนสก์ ที่มีสิงโต, อดัม&อีฟ และรูปสลักนักบุญ องค์สำคัญ ๆ ต่างๆ

ผ่านชมตลาดปลา (Fish Market) , ปราสาทคาเมอร์เลนโก้และหอคอยเซ็นท์มาร์ค (Kamerlengo Castle & St. Mark’s Tower) ซึ่งเป็นปราสาท และหอคอย อยู่ริมฝั่งทะเลเอเดรียติก“Adriatic Sea”เป็นหอคอยที่คอยป้องกันภัย และจวน เป็นที่อยู่อาศัยของของผู้สำเร็จราชการ ชาวเวนิสสร้างเมื่อประมาณปี 1430 ตัวปราสาทคาเมอร์เลนโก้ (Kamerlengo Castle)เป็นฐานรูปทรง 6 เหลี่ยม หันหน้าสู่ ทะเล มีกำแพงสูงเชื่อมต่อด้วยคอหอย 3 ต้น และมีหอรบ เชื่อมต่อด้วยหอคอยเซ็นท์มาร์ค (St. Mark’s Tower)อันสง่างาม หลังจากสร้างตัวปราสาท และช่องสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ เพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเล ให้ท่านชื่น ชมความอลังการ และทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลที่ล้อมรอบ พร้อมเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย กระทั่งถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split)  (ระยะทาง 28 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที)  เมืองที่ใหญ่ที่สุดริมฝั่งทะเลเอเดรียติก  (Adriatic Sea)เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia)

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Katarina Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       สปลิท – เกาะฮาวาร์– สปลิท

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้  นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อโดยสารเรือเฟอร์รี่ เดินทางสู่ เกาะฮาวาร์ (Hvar Island)  หนึ่งในสิบหมู่เกาะที่

สวยที่สุดในโลก ขึ้นชื่อทั้งในเรื่องของความงดงามของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต เมื่อเดินทางถึง เกาะฮาวาร์ (Hvar Island)  แล้วนำท่านเดินเที่ยว ชมรอบเมือง ณ  จุดที่มีความสำคัญๆ ต่าง ๆ อาทิเช่น หอนาฬิกาประจำเมือง (Clock Tower)ซึ่งอยู่บริเวณด้านเหนือของ จัตุรัสของเมือง สร้างขึ้น ค.ศ.ที่ 15 ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นสถานที่ทำงานของผู้ว่าราชการประจำเมืองซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ตึก รอบจัตุรัส ด้านตะวันออกเป็นโบสถ์แห่งเมืองฮาวาร์ (The Cathedral of Hvar)พร้อมที่พำนึกของบิชอป

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารนำท่านเดินทางขึ้นสู่ ป้อมปราการ (Fortress Fortica)ป้อมปราการโบราณสมัยยุคกลางศตวรรษที่ 16 ล้อมรอบไปด้วยกำแพงเมืองที่สูงสง่า ซึ่งครั้งหนึ่งป้อมปราการแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดินโปเลียน หลังจากที่เราเดินทางเที่ยวชมเมืองกันจนทั่วแล้ว นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่กลับสู่ เมืองสปลิท (Split)นำท่าน เที่ยวชมเมืองสปลิท (Split) ที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์ เรเนซองค์ สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ

นำท่านเข้าชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (Diocletian Palace) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนแห่งโรมัน ซึ่งต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ หลังจากสละบัลลังก์ ภายในพระราชวังประกอบด้วย วิหารจูปิเตอร์ สุสานใต้ดินที่มีชื่อเสียง (Catacombas) และวิหารต่างๆ นำท่านชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้าง (Peristyle)ซึ่งล้อมด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตร สวยงาม ชมยอดระฆังแห่งวิหาร (The Cathedral Belfry)แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาดิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหาร ชมย่านพีเพิลสแควร์ (Narodni Square) ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหารเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 และสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงเช่น รูปภาพแกะสลักสมัย Venetian-Gothic Cambi Palace Renaissance Town Hall ที่สร้างขึ้นในช่วงแรกของศตวรรษที่ 15

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Katarina Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      สปลิท – นีอุม (บอสเนีย) – มาลี สตอน (โครเอเชีย) – ดูบรอฟนิค  

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

จากนั้น นำท่านโดยสารรถโค้ชลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติกสู่ ประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า (Bosnia and Herzegovina) (แวะถ่ายรูป) บริเวณเมืองที่มีชื่อว่า เมืองนีอุม (Neum)(ระยะทาง 164 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  เป็นประเทศเพื่อนบ้านของโครเอเชียโดยประชากรส่วนใหญ่ก็เป็นชาวโครเอเชีย เป็นทางออกสู่ทะเลอาเดรียติกทางเดียวของประเทศ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่ง แวะบันทึกภาพความสวยงามของทะเลสาบ Bacinskaที่สวยงามเกินคำบรรยาย  

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ อ่าวมาลี สตอน (Mali Ston) (ระยะทาง 22 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที)นำท่านล่องเรือเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงหอย(Oyster Farm)ชมขั้นตอนต่างๆ ของการเลี้ยงหอยแล้วให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆจากทะเลอาเดรียติก พร้อมด้วยเครื่องเคียง จิบไวน์ สดเติมเต็มรสชาติ ท่ามกลางบรรกาศที่สวยงามของอ่าวมาลี สตอน  

*** (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันที่เดินทาง) ***

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ดูบรอฟนิค (Dubrovnik) (ระยะทาง 55 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของ ประเทศโครเอเชีย (Croatia)มีพรมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า (Bosnia and Herzegovina) เมืองโบราณแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป มีฉายาว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก “Adriatic Sea” ซึ่งก็นับว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองโดยเฉพาะเรื่องของการวางผังเมืองที่สวยงาม  ในอดีตนั้น เมืองดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา มีอำนาจในการควบคุมการเดินเรือในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) และ เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean  Sea) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางธุรกิจเป็นอย่างมาก 

ด้วยเหตุนี้เอง เมืองดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) จึงเป็นเมืองที่ร่ำรวย มีเงินทองเหลือเฟือ ในการตกแต่พระราชวัง โบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ และ บ้านเรือนต่างๆ อย่างงดงามตามยุคสมัย เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมทั้งกอธิค เรเนซองค์ และ บาโรคเต็มไปทั้งเมือง และ ตัวเมืองโบราณ ดูบรอฟนิค  (Dubrovnik) องค์การยูเนสโก้ได้เข้าไปช่วยเหลือบูรณะ และรับให้เป็นหนึ่ง ในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979

นำท่านเที่ยวชม เมืองเก่าดูบรอฟนิค (Grad - Old City)  “ใข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” ในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิคได้ถูกโจมตีจองกองทัพยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหายพังทลายและทรุดโทรม และได้มีการบูรณะเมืองส่วนที่เสียหายหายขึ้นมาใหม่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว นำท่าน ชมทัศนียภาพของเมืองดูบรอฟนิค มีที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลเอเตรียติค โดยที่ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมกำแพงป้อมปราการ ที่มีขนาดใหญ่ สามารถเดินขึ้นไปชมความงดงามของตัวเมืองได้อย่างชัดเจน

 

จากนั้นให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ  บริเวณ จัตุรัสกลางเมือง (Stradun Street) บางที่ก็เรียกว่า(Placa) (เป็นภาษาลาติน) ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและทำกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษของผู้ที่กระทำความผิดอีกด้วย อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับ เสาหินอัศวิน (Orlando Column), หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock)ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลม ๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์ จะเป็นที่บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อน และ รูปปั้นของ นักบุญ (St. Blaise)ซึ้งมีโบสถ์ประจำเมืองสไตล์โรมาเนสก์แห่งแรกของเมืองเป็นฉากหลังสวยงามมาก นำท่านเยี่ยมชมพระราชวังเรคเตอร์ส (Rector’s Palace) (ภายนอก) ศูนย์กลางการบริหารของเมืองดูบรอฟนิคในอดีต เป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีก-โรมัน เชิญท่านเก็บบันทึกภาพด้านหน้าของพระราชวังสปอนซ่า (Sponza Palace)ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารโบราณที่สำคัญๆ รวมถึงคำจารึกเป็นภาษาละตินโบราณที่ใช้เตือนใจพ่อค้าวาณิชทางทะเล “ห้ามกระทำการโกงน้ำหนักในการซื้อขาย ขณะที่ท่านชั่ง หรือตวงสินค้า เพราะพระเจ้ากำลังจับตาและวัดความซื่อสัตย์ของท่านอยู่”

 

จากนั้นนำท่าน เดินขึ้นชมกำแพงเมืองโบราณ (City Walls)ชมความสวยงามของแนวหลังค่าที่เต็มไปด้วยสีส้มทอดยาวเป็นแนวตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า กำแพงแห่งนี้มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามที่ดูแปลกตากับกับความสวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก จนกล่าวได้ว่า ใครมาเยือนเมืองดูบรอฟนิคแล้ว ไม่ได้ขึ้นมาชมกำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ถือว่าท่านสูญเปล่าและมาไม่ถึงเมืองมรดกโลกดูบรอฟนิค หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ใข่มุกแห่งทะเลอเดรียติก”

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักLa Croma Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    ดูบรอฟนิค – คัฟถัต – เวียนนา(ออสเตรีย)

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินทางสู่เมืองคัฟถัต(Cavtat)(ระยะทาง 22 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองเล็กๆ น่ารักริมชายฝั่งทะเลมีชายหาดที่งดงามยาวถึง 15 กิโลเมตร เป็นอาณานิคมของกรีกในอดีต ต่อมาถูกปกครองโดยโรมัน ก่อนที่จะถูกชนชาติสลาฟรุกรานจนในที่สุดตกอยู่ภายใต้อาณัติการปกครองของสาธารณรัฐกูซา ที่ได้ซื้อ คัฟถัต (Cavtat) เป็นนี้จากดยุกพาฟโลวิก นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St.Nikolas Church)ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ในฐานะเป็นอารามแห่งฟรานเซสกัน ตั้งอยู่หน้าอ่าวลูก้า (Luka Bay) มีม้ายาวสำหรับนั่งฟังสวด สร้างขึ้นตามแบบสปาร์ตันด้านตรงข้ามแท่นบูชามีภาพวาด Our Lady of Cavtatอันมีค่า วาดโดยคาเมร่า เรคเกีย พาแรมิตาน่า ศิลปินชาวดูบรอฟนิค

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดูบรอฟนิค (Dubrovnik International Airport)   

14.55 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna)โดยเที่ยวบินที่ OS 732 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที)

16.25 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport)กรุงเวียนนา (Vienna)ประเทศออสเตรีย (Austria)รอเปลี่ยนเครื่อง

23.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบิน OS 025 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง)

 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       เวียนนา – กรุงเทพฯ

14.20 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ(Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดโปรแกรมคลิกด้านล่าง
ll
ll
ll
ll
ll
V

 

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 117,997