ทัวร์ ดีที่สุดของ สเปน และ โปรตุเกส 10 วัน บิน QR

ทัวร์ ดีที่สุดของ สเปน และ โปรตุเกส 10 วัน สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ (QR)

 

กำหนดการเดินทาง 12, 26 กันยายน / 10, 24 ตุลาคม 2562

ราคาท่านละ 99,900 บาท

 

** โปรโมชั่น จองภายใน 31 กรกฎาคม นี้ ลดทันทีท่านละ 3,000 บาท **

 

เที่ยวครบทุกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดของประเทศโปรตุเกส และ สเปน

- เที่ยวกรุงลิสบอน เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส
- เข้าชมพระราชวังเปนา หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส 
- เยือนแหลมโรกาจุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป
- เที่ยวเมืองเซบีย่า เมืองที่เต็มไปด้วยมรดกแห่งวัฒนธรรม และมีชีวิตชีวา
- เข้าชม
พระราชวังอะลัมบรา พระราชวังสไตล์แขกมัวร์ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาแล้ว ที่เมืองกรานาด้า
- ชม
เมืองคอร์โดบ้า เข้าชมสุเหร่าเมซกีต้า
- มหาวิหารแห่งโตเลโด้เมืองแห่งประวัติศาสตร์
- ตื่นตากับรางส่งน้ำโรมัน สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ที่เมืองเซอโกเบีย
- เข้าชม ปราสาทเทพนิยายแห่งเซอโกเบีย
- เที่ยวมาดริดดินแดนแห่งกระทิงดุ
- เข้าชม พระราชวังหลวง ของกษัตริย์ฮวนคาลอส โอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆ
- นั่งรถไฟความเร็วสูง AVE จาก มาดริด สู่ บาร์เซโลน่า
- เข้าชมสนามฟุตบอลคัมนู ที่ใหญ่ที่สุด เอาใจคอบอลสุดๆสำหรับแฟนคลับทีมบาร์เซโลน่า
- เที่ยวบาเซโลน่า และชมเมืองบาร์เซโลน่า เป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดของสเปน มีศิลปวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ

 

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง  (1)                       กรุงเทพกรุงโดฮา (กาต้าร์)

23.00 น.       คณะเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตู 8 แถว  Q สายการบิน กาตาร์แอร์เวย์ เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน  

19.40 น.         ออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 981  (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 10 นาที)

22.50 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport)กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์(Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                     กรุงโดฮา – กรุงลิสบอน (โปรตุเกส) – ซินทรา  

00.30 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงลิสบอน (Lisbon)โดยเที่ยวบินที่ QR 343(ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง)

06.30 น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงลิสบอน (Lisbon International Airport) กรุงลิสบอน (Lisbon) ประเทศโปรตุเกส (Portugal)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยว กันที่เมืองซินทรา (Sintra) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)เมืองแห่งประวัติศาสตร์เมืองหนึ่ง และเป็นเมืองอันสุดแสนโรแมนติก ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่สวยที่เมืองหนึ่งของโปรตุเกส (Portugal)  เขตเมืองเก่าที่มีถนนปูลาดด้วยอิฐ และหินแกรนิต เป็นที่ตั้งของ ปราสาทเพน่า (Pena Castle)  

ปราสาทยุคอัศวินซ่อนตัวอยู่ในหมู่แมกไม้กลางอุทยานแห่งชาติ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995 เมืองนี้เป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งชาติ (National Palace) พระราชวังเคลุซ (Queluz) นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองนี้เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรป นำท่านชมตัวเมืองเก่าซินทราที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ถ่ายรูปกับพระราชวังหลวง The Royal Palace (The Palacio Nacional da Vila) อดีตพระราชวังหลวงที่ประทับแห่งราชวงศ์มาตั้งแต่ศตวรรษที่16 จากนั้นต่อกันที่ แหลมโรก้า (Capo Da Roca)จุดตะวันตกสุดของยุโรป

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงลิสบอน (Lisbon)เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส (Portugal)ซึ่งตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้บนคาบสมุทรไอบีเรีย (Iberian Peninsula)นำท่านเที่ยวชม กรุงลิสบอน (Lisbon)เมืองหลวงอันเก่าแก่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปีของโปรตุเกส (Portugal) เมืองได้รับการ บูรณะขึ้นมาใหม่ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ลิสบอน (Lisbon) มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเจอโรนิมอส(Mosteiro dos Jeronimos) อีกหนึ่งมรดกโลกที่สำคัญ อยู่ใน เขตเบเล็ง (Belem)เป็นสถานที่ฝังร่างของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือคนสำคัญที่มือชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ใกล้ๆกันเป็นที่ตั้งของ  พระราชวังเบเล็ง (Palacio de Belem)ที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี และพิพิธภัณฑ์รถม้าซึ่งในอดีตเคยเป็นโรงเรียนสอนขี่ม้าของพระราชวงศ์ จากนั้นแวะไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ หรือ อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ (Monument to the Discoveries)  สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อเฉลิมพระชนมายุครบ 500 ปี ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ และยกย่องนักเดินเรือสำรวจรอบโลก และ หอคอยเบเล็ง (Torre de Belem)หอคอยที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงลิสบอน (Lisbon)  สร้างขึ้นในปี 1515 เดิมสร้างไว้กลางน้ำ เพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ ดูแลการเดินเรือเข้าออก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา และนักเดินเรือชาวโปรตุเกส จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ย่านไบร์โร อัลโต (Bairro Alto)เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อค้ามากว่า 400 ปีที่เข้ามาค้าขายกับโปรตุเกส (Portugal) อิสระท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ร้านกาแฟ แหล่งนัดพบของศิลปิน และนักเขียน

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Lisbon Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     กรุงลิสบอน – เซวิลล์ (สเปน)

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม               

เช้านี้ รถโค้ชออกเดินทางสู่พรมแดนสเปน - โปรตุเกส เดินทาง ต่อสู่ เมืองเซวิลล์ หรือเซบียา (Seville)ประเทศสเปน (Spain)(ระยะทาง 460 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) เมืองใหญ่อันดับ 4 ของ ประเทศสเปน (Spain)ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นอันดาลูเซีย เป็นเมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี สวนสาธารณะและสวนดอกไม้ งานเทศกาลที่จัดขึ้นในเมืองเซบีย่าได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในแคว้นอัลดาลูซีย เมืองนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของแขกมัวร์มานานกว่า 800 ปี จึงได้รับอิทธิพลศิลปะแบบแขกมัวร์ค่อนข้างมาก

13.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม วิหารแห่งเมืองเซบียา (Seville Cathedral)มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St Peter Cathedral) ที่ กรุงโรม (Rome) และ เซนต์ปอล (St Paul) ที่ ลอนดอน (London) และ  ใหญ่ที่สุดในสเปน (Spain) สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้  อย่างงามวิจิตร สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน,เครื่องใช้ในพิธีของศาสนาที่ทำมา จากทองคำและเงินล้วนแต่ประเมินค่ามิได้  อีกทั้งยังเป็นที่เก็บศพของโคลัมบัสอีกด้วยจากนั้น ขึ้นชม หอคอย ฆีรัลดา (La Giralda)  ตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร (ไม่แนะนำสำหรับท่านที่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย ) ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของอิสลาม ด้านหน้าเป็นลานกว้างมี ปราสาทอัลคาซาร์ (Alcazar  Castle)สถาปัตยกรรมที่ยังคงมีคราบเงาความบรรเจิด และความคิดสร้างสรรค์ของชาวมัวร์ ในอดีตเคยเป็นพระราชวัง ของกษัตริย์สเปนมาก่อน และ จากนั้นนำท่านชมสิ่งก่อสร้างที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบของ ชมกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมเรียงต่อกันเป็นแนวยาว แต่ละโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียง ตามตัวอักษร

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Melia Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         เซวิลล์ - กรานาด้า

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม               

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกรานาด้า (Granada)(ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองนี้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ บรรยากาศ สถาปัตยกรรมเรียกได้ว่า สวยเอาเรื่อง! เมืองนี้ถือว่าเป็น A MUST ที่ต้องมาดูของประเทศสเปน (Spain) อีกเมืองนึงที่ต้องมาชม โดยเฉพาะการมาเยี่ยมชม พระราชวังอะลัมบรา (La Alhambra Palace) พระราชวังสไตล์แขกมัวร์ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาแล้ว (แต่ดันชวดไม่ได้ซะง้าน)

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ท่านชม เมืองกรานาด้า (Granada)เมืองภายใต้อิทธิพลอิสลามเมืองสุดท้ายที่ถูกกษัตริย์สเปนยึดกลับคืนมาได้ในปีค.ศ. 1492 เข้าชม พระราชวังอะลัมบรา (La Alhambra Palace)  เป็นพระราชวัง ป้อมปราการและเป็นศูนย์กลางการปกครองในสมัยนั้น ซึ่งบริเวณเขต พระราชวังอะลัมบรา (La Alhambra Palace) ทั้งหมด รวมถึง สวนเฆเนรัลลิเฟ่ (Generalife Garden) และ สวนอัลไบซิน (Albaicín Garden)  ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก Unesco ในปี ค.ศ. 1984 เขต พระราชวังอะลัมบรา (La Alhambra Palace) ประกอบขึ้นด้วยส่วนที่เป็นป้อมปราการ มีกำแพงและหอรบที่สร้างด้วยหินสีแดง ทำให้ได้ชื่อในภาษาอาหรับว่า กาลัตอัลฮามบรา ซึ่งแปลว่า ป้อมแดง ภายในกำแพงเป็นเชิงเทิน จากนั้นนำท่านแวะกันที่ จัตุรัสซานต้า อานา (Plaza Santa Ana)และ พลาซ่า นูวา (Plaza Nueva)ซึ่งอยู่บริเวณ เชิงเขาอะลัมบรา (Alhambra Hill)ที่นี่ท่านจะได้ช้อปปิ้งและอิ่มท้องไปกับร้านค้าที่มีอาหารไว้ให้ท่านได้เลือกซื้อมากมาย

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Catalonia Granada Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       กรานาด้า – คอร์โดบ้า – โตเลโด้

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคอร์โดบ้า (Cordoba) (ระยะทาง 201  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  ชมเมืองในระบบกาหลิบที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 10 มีการสร้างมหาวิทยาลัย เน้นการเรียนรู้ด้านวรรณกรรมและวิทยาศาสตร์ ปรัชญาและการแพทย์

นำท่านชม เมืองคอร์โดบ้า (Cordoba)ค่อยๆเลาะเลียบผ่านเขต กำแพงเมืองโบราณ City Wallที่ด้านหลังเป็นชุมชนชาวยิว ปราสาทอัลคาซาร์ (Alcazar Castle)และสะพานแบบโรมัน ปูเอเต โรมาโน (The Puente Romano)  ทอดตัวข้าม แม่น้ำกวาดัลกีบีร์ (Guadalquivir River) มีกังหันวิดน้ำสมัยโบราณบ่งบอกถึงวิถีชีวิต และการใช้พลังงานน้ำ แล้ว

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

พาท่านเข้าชมสุเหร่าเมซกีต้า (Mezquita)สุเหร่าที่มีขนาดใหญ่ ของบรรดากาหลิบแห่งอูมัยยาด หากจะเปรียบเทียบความใหญ่โตคงจะไม่สร้างความประหลาดใจ แต่ ณ ที่แห่งนี้คือบทสรุปของ การ ปลูกฝังคริสต์ศาสนาลงบนอาณาเขตอันยิ่งใหญ่ ของมุสลิมเดิม ซึ่งท่านจะได้เห็นศิลปะการสร้างโบสถ์ของชาวคริสต์อันยิ่งใหญ่และศิลปะหลายแบบถูกบรรจงเติมแต่งให้สมบูรณ์ จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่เปรียบเป็นความหฤหรรษ์อย่างลึกซึ้งแห่งงานศิลปะ และความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนา แต่ในขณะเดียวกันศิลปะแบบมุสลิมซึ่งก็คือ มีห์รับ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกบนกระเบื้องเซรามิคของศิลปินชาวมัวร์แท้ๆ ได้รับการอนุรักษ์เก็บรักษาให้ทรงคุณค่าความงามจนแทบจะหาชมไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้

พาท่านไปถ่ายรูปกับอัลกาซาร์ เด โลส เรเยส กริสเตียโนส (Alcazar de los Reyes Cristianos)เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าเฟร์นานโด สร้างในปี 1328 และ สะพานแบบโรมัน ที่เรียกว่า ปูเอเต โรมาโน (The Puente Romano)ได้รับการบูรณะและ ทอดตัวข้าม แม่น้ำกวาดัลกีบีร์ (Guadalquivir River) มีหอคอยป้องกันข้าศึก ทำให้นึกถึงการปกครองในยุคก่อนสมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโตเลโด้ (Toledo)(ระยะทาง 343 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) อดีตเมืองหลวงเก่าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ศูนย์กลางประวัติ  ศาสตร์และวัฒนธรรมของสเปน (Spain) ชื่อเมืองหมายถึงการผสมผสานของ 3 วัฒนธรรม คริสเตียน, อิสลาม และฮีบบรู ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเบื้องล่างเป็นล้อมรอบไปด้วย แม่น้ำตากุส (Tagus River)  เหมาะแก่การป้องกันการรุกรานจากข้าศึก และเป็นเมืองที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ว่าเป็นเมืองมรดกโลก นำท่านผ่านชม สถานีรถไฟ (Train Station)  ที่เป็นงานสถาปัตยกรรม มูเดฆาร์ (Mudejar) แล้วข้าม สะพานอัลกันตารา (Puente de San Martin)สะพานเก่าแก่ที่สุด ทอดผ่าน แม่น้ำตากุส (Tagus River) เข้าสู่เมืองชั้นในของ เมืองโตเลโด้ (Toledo)

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sercotel Pintor El GrecoHotelหรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       โตเลโด้ – เซโกเวีย – กรุงมาดริด

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเริ่มต้นชมเมือง จุดแรก นำท่านชมประตูเมืองบีซากรา (Gate of Bisagra)เป็นประตูทางเข้าเขตเมืองเก่าสร้างโดยThe Emperor CarlosVแรกๆ สร้างในสไตล์อาหรับ แต่ต่อมามีการ Modified ด้วยสไตล์ Renaissance โดยสถาปนิกชื่อ Alongso ในปี 1550 จากนั้นนำท่านเข้าชมความงามของ มหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก ใช้เวลาสร้างยาวนาน แต่เดิมชาวมุสลิมใช้เป็นสุเหร่า ต่อมาได้ก่อสร้างรูปทรงแบบโกธิคในปี 1226 และเพิ่มศิลปะแบบมูเดฆาร์ บาร็อค และนีโอคลาสสิค จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในอีก 300 ปีถัดมา ภายในมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน มุมด้านในเป็นอัลคาซาร์ ผลงานของสถาปนิกระดับสุดยอดในสมัยศตวรรษที่ 16 เที่ยวชมเมือง ผ่านชม โบสถ์ซานโต-โตเม่  (Iglesia de Santo Tome)ที่เก็บภาพเขียนผลงานของ เอล เกรโก ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 และย่านชุมชนชาวยิวรวมทั้ง โบสถ์ยิวซินาก็อก (Sinagoga de Santa María La Blanca)จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิวเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองโทเลโด ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่จิตรกรชื่อดังของสเปน เอล เกรโก (Ei Greco) ได้เคยจำลองลงบนแผ่นภาพอย่างสวยงามอิสระให้ท่านหาซื้อของที่ระลึกในย่านกลางเมือง เป็นงานฝีมือที่รู้จักกันดี มีชื่อเสียงของ เมืองโตเลโด้ (Toledo) คือ ดามัสเซเน (Damascene)ภาชนะโลหะลงดำ แล้วขึ้นลายด้วยใยทองเงิน และทองแดง จากนั้นเดินช้อปปิ้งไปตาม ถนนเล็กๆแคบๆ ที่ขาช้อปไม่ต้องกลัว กันดารแค่ไหน แบรนด์เนมทั้งหลายก็ตามมาหลอกหลอนท่านอยู่ดี

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเซโกเวีย (Segovia) (ระยะทาง 159  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  เป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเวีย ในแคว้นคาสตีลและเลออนของประเทศสเปน ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา (Eresma) กับแม่น้ำกลาโมเรส (Clamores) ณ เชิงเขากวาดาร์รามา นำท่านชมเมืองเซโกเวีย (Segovia)  เริ่มกันที่ นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเวีย (Segovia Cathedral)และสะพานส่งน้ำโรมัน  (Roman Aquaduct)ที่มีชื่อเสียงนำท่านชมเขตเมืองเก่าซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 และได้รับการบูรณะในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15

จากนั้น นำท่านเข้าชมปราสาทแห่งเซโกเวียหรือปราสาทอัลกาซาร์ (Alcazar of Segovia) หลายคนเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทแห่งเทพนิยาย เพราะความสวยสง่างามที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 แล้วได้รับการต่อเติมในศตวรรษที่ 15 - 16 มีลักษณะเหมาะแก่การตั้งรับข้าศึกในอดีต เพราะมีทั้งช่องเชิงเทินขนาดใหญ่ ใช้สำหรับติดตั้งอาวุธ และมีช่องสำหรับเทน้ำเดือดและกรวดร้อน เพื่อทำลายกองทัพข้าศึกที่เข้าประชิดกำแพงเมือง ภายในปราสาทได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงของมีค่าทางประวัติศาสตร์ ห้องใต้หลังคาเป็นที่แสดงแสนยานุภาพของอาวุธในสมัยกลาง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต และในปี ค.ศ. 1975 ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเซโกเวียเป็นเมืองมรดกโลกทางศิลปะวัฒนธรรม


จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ กรุงมาดริด (Madrid)(ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองหลวงของสเปน (Spain)  มหานครอันทันสมัยล้ำยุคที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโตเลโด้ (Toledo) มาไว้ที่นี่และประกาศให้กรุงมาดริด (Madrid) ขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ยกเว้นช่วงสั้นๆระหว่างปี ค.ศ. 1601-1607 เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปอยู่ที่วัลลาโดลิด (Valladolid) ทำให้ กรุงมาดริด (Madrid) ก็ได้ความเป็นเมืองหลวงสืบมาจนถึงบัดนี้

19.00 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Collection Madrid Eurobuilding Hotelหรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      มาดริด

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชม สัญลักษณ์ที่สำคัญของ กรุงมาดริด (Madrid) อาทิเช่น น้ำพุไซเบเลส (Cibeles Fountain) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางจัตุรัส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ ของเมือง ถัดไป

ชม อนุสาวรีย์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus Monument)นักเดินเรือชาวอิตาลี ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา  จากนั้นชม อนุสาวรีย์ ดอน กีโฮเต้ (Don Quixote Monument)วีรบุรุษของชาวสเปน จากภาพยนตร์เรื่อง แมน ออฟ ลามันช่า หรือที่คนไทยรู้จักกันดีจากละครสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ชม รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (Bear and the Madrono Tree)สัญลักษณ์ของกรุงมาดริด (Madrid) บริเวณใกล้ๆกัน เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง คือ ปัวร์ต้า เดล โซล (Puerta del Sol)จัดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของถนนทุกสาย หรือหมายความว่ามี กิโลเมตรที่ศูนย์ อยู่ตรงนี้ ซึ่งตั้งอยู่หน้าตึก ที่ทำการไปรษณีย์ (Real Casa de Correos)ใกล้กับ สถานีรถไฟใต้ดิน (Puerta del sol Metro) อันเป็นที่เดียวกันกับย่านที่ขายสินค้ามากมายเป็นสถานที่ที่ไม่เคยหลับใหลมี ผู้คนมากมายที่วนเวียนเดินเล่นกันอยู่ที่นี่ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการจัดงานสำคัญๆประจำปีต่างๆอย่างงาน คริสต์มาสและงานปีใหม่ ของชาวสเปน และชาวมาดริด ใกล้ๆกันยังมี ปลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor)  จัตุรัสหินซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ในกรุงมาดริด (Madrid) ในอดีตเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีราชาภิเษก และสนามสู้วัวกระทิง ปัจจุบันนี้ยังเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่ รอบๆ บริเวณจะมีร้านกาแฟตั้งอยู่มากมาย สามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เช้านี้ นำท่านเข้าชม พระบรมมหาราชวังแห่งกษัตริย์ฮวนคาลอสของสเปน (Royal Palace)สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังในสไตล์บาโร้ก ใช้เวลาสร้างนานกว่า 25 ปี เมื่อท่านเดินเข้ามาด้านในอาคารจะเห็นห้องต่างๆ มากกว่า 2,000 ห้อง ถูกตกแต่งไว้อย่างวิจิตรตระการตาหรูหรา ด้วยพรหมถัก ภาพศิลป์ เครื่องลายคราม ทองและเงิน อาวุธที่ใช้ทำสงครามหลายร้อยปีก่อน ชุดเกราะโบราณ และเครื่องประดับอันสวยงามที่ประมาณค่าไม่ได้ เดินชมความหรูหรามาได้สักพัก ท่านจะพบห้องบางห้องถูกตกแต่งไว้ในสไตล์เอเชีย ทั้งจีนและญี่ปุ่น ทำให้ในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พักรับรองแขกต่างเมืองคนสำคัญของประเทศสเปน (Spain) นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ได้เดินชมกันจนเมื่อย จากนั้นเดินออกมาชมทางด้านหลังของพระราชวัง จะเห็นลานหินอ่อนกว้างยาวไปจนสุดรั้วของวัง ด้านข้างของรั้วประดับไปด้วยเสาหลอดไฟสวยๆ ให้ท่านได้ถ่ายรูปแนวติสๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ถัดไปทางประตูรั้วด้านหลังของพระราชวังจะมีสวนต้นไม้เขียวสดที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายตัดกับสีของพระราชวังที่เป็นสีขาวหินอ่อน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Collection Madrid Eurobuilding Hotelหรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    มาดริด – บาร์เซโลน่า

07.00 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น.       นำท่านนั่งรถไฟความเร็วสูง AVE จากมาดริด – บาร์เซโลน่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที

                   ** ระยะทางจาก มาดริด – บาร์เซโลน่า ระยะทาง 630 กิโลเมตร **  หากเดินทางด้วยรถบัสท่านจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน (ต้องแวะข้างคืนที่เมือง ซาราโกซ่า 1 คืน) การนั่งรถไฟจึงประหยัดเวลาและสะดวกสบายมาก

11.45 น.       เดินทางถึงเมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) ตั้งอยู่บนชายฝั่งของแหลมไอบีเรีย ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของสเปนและได้รับการขนานนามให้เป็นนครหลวงในเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามเจริญรุ่งเรืองด้วยธุรกิจท่าเรือ และการค้า อีกทั้งยังผสมผสานประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ และความทันสมัยให้สมกับเป็นเมืองโอลิมปิกเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน

12.30 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เขามอนต์จูอิก (Montjuic)เป็นที่ตั้งของสถานที่จัดงานกีฬาโอลิมปิกในปี 1992 เพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพโดยรวมของเมืองบาร์เซโลนา และส่วนของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

จากนั้น นำท่านเลือกซื้อสินค้านานาชนิดบน ถนนราลัมบรา (La Ramblas Street)ถนนสายธุรกิจการค้าที่สำคัญของเมืองบาร์เซโลน่า ณ จุดนี้จะให้เวลาท่านได้อิสระเดินเล่น หรือช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย ซึ่งในแต่ละตรอกซอกซอย มีร้านรวงให้ท่านได้เลือกซื้อ เสื้อผ้า ของฝาก ท่ามกลางตึกสวยๆ สมัยโรมัน

                 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก H10 Marina Barcelona Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       บาร์เซโลน่า - โดฮา (กาต้าร์) 

07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  

เช้านี้ นำท่านชม โบสถ์ซากราดา ฟามีเลีย (La Sagrada Familia)หรือ มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลีย สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งมีความสูงถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา สร้างตั้งแต่ปี คศ.1882 โดย สถาปนิก “อันโตนิโอ เกาดี้” ใช้เวลาทำงานอยู่นานถึง 43 ปี ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี1926 ปัจจุบันยังคงดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2026 วิหารนี้มีความพิเศษ คือการรวบรวมรูปทรงและพื้นผิวต่างๆในธรรมชาติมาใช้ และสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของยอดเขาและความสูงของ มองต์เซร์ราตที่สวยงามแปลกตา

จากนั้นนำท่านชม City of Gaudiผลงานของเกาดี้ ที่ชาวบาร์เซโลน่าภาคภูมิใจ ตั้งอยู่บนถนนกราเซีย ท่านจะได้พบกับงานสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า กาซ่า บัตโย ที่เกาดี้ออกแบบให้กับเศรษฐีสิ่งทอในบาร์เซโลน่า โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดเพิ่มไป 1 ชั้น แล้วทำหลังคาให้สวยงามสะดุดตา ระเบียงของเกาดี้เป็น รูปกะโหลกที่สวยงามไร้ที่ติ อีกหนึ่งแห่งที่น่าชมคือ กาซา มิลา เกาดี้ออกแบบให้กับนักธุรกิจผู้มั่งคั่งในปี 1906 แสดงถึงฐานะความมั่งคั่งความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นแฟชั่นในยุคนั้น จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะเกล (Park Guell) เป็นหนึ่งในงานสุดรักสุดหวงที่เกาดี้อุทิศให้กับชาวเมือง ออกแบบตั้งแต่ปี 1900–1914 มีตลาดในร่ม จัตุรัสกลางมีทางเดินข้ามหุบเขา บ้านที่สร้างเสร็จเพียงสองหลัง และกำแพงรอบอุทยานเป็นกระเบื้องหลากสี ล้วนตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกทั้งสิ้น สถานที่สุดท้ายของเกาดี้ คือ โบสถ์ซากราด้า แฟมิเลีย ที่ยังคงสร้างไม่เสร็จจนถึงปัจจุบัน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเข้าชม สนามคัมป์นู (Camp Nou)ของ สโมสรบาร์เซโลน่า สำหรับ “คัมป์นู” หรือจะเรียกว่า “นู คัมป์” เป็นภาษาคาตาลัน แปลว่า “สนามแห่งใหม่” โดยมีชื่อสนามเต็มๆว่า เลสตาดิ คัมป์ นู (L’Estadi Camp Nou) ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1954 และแล้วเสร็จในปี 1957 ในสนามมีความจุมากมายมหาศาลถึง 98,787 คน (ถ้าเป็นในเกมส์แชมเปี้ยนลีกจะลดลงเหลือ 96,636 ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย) สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยยุโรปและสเปน  ปัจจุบันเป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภายในประเทศและทุกถ้วย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากในยุโรป

หมายเหตุ : หากวันนั้นมีการแข่งขัน หรือกรณีที่สนามปิดงดให้บริการเข้าชม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ให้ถ่ายรูปด้านนอกและ เลือกซื้อสินค้าใน Mega Store ของสโมสรแทน

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ย่าน Casa Batllo ย่านช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแห่งของกรุงบาร์เซโลน่า ให้ท่านได้ถ่ายรูปด้านนอกกับอาคาร Casa Milàถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1906 เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของอันตอนี เกาดี อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งสินค้าหรือของที่ระลึกตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติบาร์เซโลน่า เอล ปรัต (Barcelona El Prat International Airport) มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

22.25 น.       นำท่านออกเดินทางสู่กรุงโดฮา (Doha)โดยเที่ยวบินที่ QR 142(ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 20 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)               โดฮา – กรุงเทพฯ

05.45 น.       ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (Doha International Airport) กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาต้าร์ (Qatar)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

08.35 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่ QR 838 (ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง 45 นาที)

19.20 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจตลอดการเดินทาง

 

 

฿99,900
จำนวน:
Visitors: 117,993