Christmas Markets in Germany Benelux 10 Days TG

 

Christmas Markets in Germany Benelux 10 D TG

ทัวร์ ยุโรป ตลาดคริสมาสต์ มาร์เก็ต เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก 10 วัน สายการบินไทย
 
 
พร้อมเดินทางวันหยุดยาวนี้ 4 - 13 ธันวาคม 2562 ราคาท่านละ 94,900 บาท

เดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 24 ธันนวาคม - 2 มกราคม 2563 ราคาท่านละ 99,900 บาท
 
 

โปรโมชั่น จองภายใน 31 ตุลาคมนี้ ลดทันทีท่านละ 3,000 บาท

 

สอบถามโทร 02-538-3585 Line ID : @tdtravel

 

เบเนลักซ์เส้นทางแสนสวยเส้นหนึ่งของยุโรป ที่ไม่ควรพลาด

- เที่ยวเมือง Cologne เมืองแห่งวิหารอันยิ่งใหญ่

- เดินเล่นเมือง Monschau เมืองแสนน่ารักที่มีบรรยากาศบ้านเรือนเก่าผสมอารยธรรมฝรั่งเศสและเยอรมัน

- เดินเล่นเมือง Aachen เมืองที่มีงานเทศกาลตลาดคริสมาสต์ ที่สวยงามอันดับต้นๆของโลก

- ชมเมือง Utrecht สุดยอดเมืองสวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์

- ชมหมู่บ้านกังหัน Zaanse Schans หมู่บ้านอนุรักษ์กังหันสุดสวย ชมหมู่บ้านชาวประมง Volendam

- ชมหมู่บ้าน Giethoorn หมู่บ้านไร้ถนน สุดสวยของเนเธอร์แลนด์

- ล่องเรือหลังคากระจก ชมเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ Amsterdam  ชมโรงงานเจียรไนเพชร ชื่อดัง

- เที่ยว The Hague นครแห่งสันติภาพโลก / Delft อีกหนึ่งเมืองสวยไม่ควรพลาด

- ชมเมืองมรดกโลก Bruges / Gent สวยระดับโลก ของประเทศเบลเยี่ยม

- เที่ยวเมืองหลวงของเบลเยี่ยม Brussel ชมจตุรัส Grand Place มรดกโลก ที่จัดงานตลาดคริสมาสต์แสนสวย

- เดินเล่นเมือง Durbuy เมืองที่ได้รับการขนาดนามว่าเล็กที่สุดในโลก

- เดินเล่น Dinant เมืองเล็กๆ สุดน่าเที่ยวของเบลเยี่ยม

- เที่ยว Luxembourg ประเทศเล็กๆที่สวยกว่าที่คิด

- ชมเมือง Vianden เมืองเล็กน่ารักสุด Unseen อันเป็นที่ตั้งของปราสาทเทพนิยายเวียนเดน

- ชมหมู่บ้าน Cochem  หมู่บ้านริมแม่น้ำ สวยระดับโลก

- เดินชมตลาดคริสมาสต์ ที่เมือง Mainz ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

- เดินชมตลาดคริสต์มาสแสนสวยของเยอรมันที่เมือง Heidelberg Castle

- ปิดท้าย ชมตลาดคริสมาสต์ ที่ Frankfurt

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                                 กรุงเทพฯ

20.30 น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ Dสายการบินไทย อินเตอร์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.40 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt)โดยเที่ยวบินที่ TG920 (ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 15 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                              แฟรงค์เฟิร์ต (เยอรมัน) – โคโลญจน์ – มอนเชาว์อาเค่น 

06.00น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Flughafen Frankfurt Am Main International)

เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมัน (Germany)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยว ประเทศเยอรมัน (Germany) เริ่มกันที่ นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญจน์ (Cologne)(ระยะทาง 177 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองที่ตั้งอยู่ฝั่ง แม่น้ำไรน์ (Rhine River) และเป็นเมืองเก่าแก่ที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของพวกโรมันนำท่านชม เมืองโคโลญจน์ (Cologne) เริ่มกันที่ มหาวิหารโคโลญจน์ (Cologne Cathedral)  ศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิกนับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกของสมัยนั้น (แม้ปัจจุบันก็ยังติดอันดับต้น ๆ) ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร สร้างเพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี ปัจจุบัน มหาวิหารโคโลญจน์ (Cologne Cathedral) นับจุดหมายสำคัญของ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) และ ประเทศเยอรมัน (Germany)  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2536 

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองมอนเชาว์ (Monschau) (ระยะทาง 99 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเล็กน่ารัก สุด Unseen เอกลักษณ์คือบ้านเรือนสไตล์บ้านครึ่งไม้ (half-timbered) ที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำรูร์ (Rur River) ใจกลางเขตเมืองมอนเชาว์ เมืองในเขตการปกครองอาเค่น (Aachen District) ทางตะวันตกของประเทศ ติดพรมแดนประเทศเบลเยี่ยม เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขานอร์ทไอเฟล (North Eifel) ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ Hohes Venn – Eifel เมืองนี้รู้จักในฐานะเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมีเสน่ห์จากบรรยากาศของบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างเยอรมันและฝรั่งเศสอายุกว่า 300 ปี ซึ่งยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บวกกับถนนหินแคบๆที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา รวมทั้งเทศกาลดนตรีคลาสสิกกลางแจ้งที่จัดขึ้นประจำทุกปีและเมืองนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 15 เมืองสวยของประเทศเยอรมันอีกด้วย นำท่านเดินชมเมืองและเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอาเค่น (Aachen) (ระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองพรมแดนตะวันตกสุดของเยอรมัน ติดพรมแดนประเทศเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองแห่งมหาวิทยาลัยแห่งการแพทย์ และเมืองนี้ยังมีการจัดงานตลาดคริสมาสต์ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของโลก ทุกๆ ปีช่วงเวลาก่อนคริสมาสต์ ตรงจัตุรัสและถนนรอบๆ โบสถ์บริเวณตัวเมือง Aachen จะกลายเป็นสถานที่ ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง ได้กลิ่นอายอันทรงสเน่ห์ของการเฉลิมฉลองอยู่ทั่วทั้งเมือง เราจะได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าระหว่างแบบดั้งเดิม และสินค้าแบบสไตล์เฉพาะที่มีเพียงที่นี่เท่านั้น...

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Aachen Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   อาเค่น – ยูเทรกต์ (เนเธอร์แลนด์)ซานส์คันส์ – โวเลนดัม - อัมสเตอร์ดัม

07.00 น.           บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศเนเธอแลนด์ (Netherland) กันที่เมืองยูเทรกต์ (Utrecht) (ระยะทาง 197 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันซีนของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าอัมสเตอร์ดัมและเดอะเฮก เมืองยูเทรกต์ตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศเนเธอร์แลนด์ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยอีกด้วย ภายในเมืองเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องอันเก่าแก่ ซึ่งบางหลังมีมาตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ส่วนใหญ่ได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านเดินชมความงามของตัวเมืองเก่าตลอดสองข้างคลองเก่าที่ทอดยาวผ่านใจกลางของตัวเมือง

       

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางสู่ เมืองซานส์คันส์ (Zaanse Schans)(ระยะทาง 66 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่อนุรักษ์บรรยากาศเก่าแก่ให้คงอยู่ไว้ได้อย่างครบถ้วน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดท่านสามารถเข้าชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวดัชต์ที่ใช้ กังหันลม (Wind  Mill)กว่า 800 ตัว ปัจจุบันนี้ยังมี กังหันลม (Wind  Mill) หลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะน้อยลงแต่เสน่ห์อันหอมหวนของเมืองนี้มิเคยหายไป นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอาทิ ชีสฟาร์ม (Cheesefarm De Catharina Hoeve)และ โรงงานทำรองเท้าไม้ (Wooden Shoe Workshop De Zaanse Schans)ที่อยู่คู่กับชาวดัชต์มาแต่โบราณกาล

จากนั้นไปเยือน หมู่บ้านประมงโวเลนดัม (Volendam)(ระยะทาง 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ให้มาเยี่ยมชมทัศนียภาพริมฝั่งทะเล และวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นเมืองของชาวดัตช์ ซึ่งชาว เมืองโวเลนดัม ยังคงพร้อมใจ กันอนุรักษ์ประเพณีการแต่งกายชนิดนี้ไว้ให้ได้พบเห็นกันอยู่ โดยเฉพาะสตรีสูงวัยซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ถึง 50 ท่าน ที่ยังคงแต่งกายชุดพื้นเมืองเป็นปกติทุกวัน และตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่แต่ละบ้านตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด เพื่อดึงดูดตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ได้หยุดชื่นชม และไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจ และยกย่องในความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งออกมาได้อย่างน่ารักลงตัว เหมือนเดินอยู่ในเมืองตุ๊กตา 

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)(ระยะทาง 22 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 30 นาที)  เมืองหลวงของ ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherland)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Van Der Valk A4 Schiphol Amsterdam Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         อัมสเตอร์ดัม – หมู่บ้านกีธูร์น – อัมสเตอร์ดัม  

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn Village)(ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เยือนเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านเล็กๆน่ารักที่ไม่มีถนนแม้แต่สายเดียวในหมู่บ้าน ดูสวยงามมากราวกับว่าสร้างขึ้นเพื่อถ่ายหนังแนวนิยายแฟนตาซี หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นโดยแบ่งเขตบ้านด้วยลำธารและใช้เป็นถนนเดินทางไปมาหาสู่กันด้วยเรือ ด้วยประชากรเพียง 2600 คน และมีนักท่องเที่ยวเพียงน้อยนิ ทำให้หมู่บ้านกีธูร์น เป็นเมืองที่สงบร่มเย็นและสวยงามไม่วุ่นวาย เป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน

 

นำท่าน ล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูร์นท่านจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ เอกลักษณะของที่นี่คือไม่มีถนนแม้แต่สาย เดียวในหมู่บ้าน แต่จะมีลำคลองล้อมรอบ และการคมนาคมทั้งหมดยังใช้การสัญจรทางน้ำ โดยยานพาหนะหลักที่ใช้จะเป็นเรือทั้งแบบเรือพายและเรือมีเครื่องยนต์ บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกมีความโดดเด่นสวยงาม อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านตากอากาศอันเงียบสงบแห่งนี้ พร้อมเก็บภาพความประทับใจ

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)(ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  นำท่านชม โรงงานเจียระไนเพชร (Diamond Factory)อุตสาหกรรมการเจียระไนเพชรของเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมขั้นตอนการคัดเลือกเพชรโดยละเอียดจากวิทยากรผู้ชำนาญตลอดจนขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้ เป็นอัญมณีที่ค่าที่สุดสำหรับท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของอัญมณีล้ำค่า เลือกซื้อเพชรที่มีใบ Certificate จากบริษัทฯ เป็นประกัน จากนั้น นำท่านเข้าสู่ จตุรัสดัมสแควส์ (Dam Square) ย่านช้อปปิ้งสำคัญมี พระราชวังหลวง (Royal Palace)และ อนุสาวรีย์วีรชนตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสและยังติดกับย่าน เรดไลท์ (Red Light) หรือย่านโคมแดงของกรุงอัมสเตอร์ดัม อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งหรือเดินเล่นตามอัธยาศัย

 

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเข้าสู่บรรยากาศแห่งการ ล่องเรือ Leidseplein ท่านจะได้ชมคูคลองที่ถูกขุดไม่ว่าจะเป็น คลองไกเซอร์กร้านซ์ (Keizergracht)หรือ คลองเฮเลนกร้านซ์ (Herengracht)รูปแบบผังของคลองนั้นสามารถจัดได้อย่างมีระเบียบ และขนานกันไปรอบเมือง ซึ่งมีระบบป้องกันน้ำที่แข็งแรงและดีเยี่ยมเมืองจึงไม่จมอยู่ใต้ท้องทะเล ระหว่างเส้นทางล่องเรือท่านจะได้เห็นบ้านเรือนแบบชาวดัชต์ที่สร้างอยู่ริมคลองซึ่งสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบสเปนผสมกับเรอเนสซองส์  ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีเอกลักษณ์พิเศษจะเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ชมAmsterdam Light Festival ให้ท่านได้ชมความสวยงามตามคูคลองที่มีการตกแต่งประดับไฟช่วงคริสต์มาส ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. – 19 มกราคม 2019ใจกลางกรุงอัมเตอร์ดัม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Van Der Valk A4 Schiphol Amsterdam Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       อัมสเตอร์ดัม– กรุงเฮก เดลฟท์ เกนต์ (เบลเยี่ยม) – บรูจส์ 

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กรุงเฮก (The Hague) (ระยะทาง 66  กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเนเธอร์แลนด์ รองจากกรุงอัมสเตอร์ดัมและรอตเตอร์ดัม ปัจจุบันกรุงเฮก เป็นที่ตั้งของรัฐบาลดัตช์ อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา และสภาแห่งรัฐ รวมไปถึงเป็นเมืองที่ประทับของพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์อีกด้วย

 

นำท่าน ชมเมือง ผ่านชม อาคารรัฐสภาสมัยโบราณ (Binnenhof)ที่กษัตริย์ในอดีตใช้เป็นที่ว่าราชการกับข้าราชสำนัก ภายในเป็นลานกว้างล้อมรอบด้วยอาคาร  ตรงกลางมีน้ำพุสีทองสวยงาม ซึ่งเป็นที่ประชุมของอัศวินในสมัยก่อน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ศาลโลกหรือพระราชวังแห่งสันติภาพ (Peace Palace) เป็นที่เก็บรักษากฎหมายระหว่างประเทศ (Seat of International Law) ที่ตั้งกองบัญชาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร และเนติบัณฑิตยสถานแห่งกรุงเฮกและหอสมุดอันล้ำค่า จากนั้น นำท่านเดินต่อสู่ เมืองเดลฟท์ (Delft)(ระยะทาง 12 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)อีกเมืองหนึ่งที่มีความสวยงาม และสำคัญทางประวัติศาสตร์จนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเส้นทางนี้ไม่ควรพลาด เนื่องจากเมืองนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1572 – 1584 เป็นที่พำนักของเจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งออเรนจ์ พระบิดาแห่ง ประเทศฮอลแลนด์ (Holland) พระองค์ใช้เมืองนี้เป็นที่บัญชาการการต่อสู้กับสเปน

 

นำท่านเดินเข้าสู่  ย่านจัตุรัสกลางเมือง (Old Town)ของ เมืองเดลฟท์ (Delft)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์อากาทาโคลสเตอร์หรือโบสถ์เก่า (Old Church)ซึ่งพระศพของเจ้าชายวิลเลียมถูกฝังอยู่โบสถ์นี้ และจุดเด่นของ เมืองเดลฟท์ (Delft) อยู่ที่ โบสถ์นิวเชิร์ช (New Church)ซึ่งมีความสูงถึง 108 เมตร ออกแบบโดย เกาเปอร์ส เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลายโบสถ์แห่งนี้มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นที่ฝั่งพระบรมศพของกษัตริย์ ประเทศฮอลแลนด์ (Holland) ที่สำคัญทุกพระองค์ และบริเวณไม่ไกลมากนั้นท่านจะพบ ศาลาว่าการเมืองเดลฟ์ (City Hall)ซึ่งเป็นศาลาว่าการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ  จากนั้นอิสระท่านเดินชมย่านการค้า ซึ่ง เมืองเดลฟท์ (Delft) มีชื่อเสียงมากในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศเบลเยี่ยม (Belgium)ที่ เมืองเกนต์ (Ghent)(ระยะทาง 165 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของ เบลเยี่ยม (Belgium) เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่แพ้ เมืองบรูจส์ (Bruges) ถนนหนทางทั่งเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลาง เมืองเกนต์ (Ghent) ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีส (Paris)  เพียงแห่งเดียว นำท่านชม เมืองเกนต์ (Ghent) ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่ แม่น้ำสเกลต์ (Scheldt River) มาบรรจบกับ แม่น้ำไลส์ (Lys River) แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบันก็ว่าได้

 

เริ่มต้นที่ ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts)ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace และถึงแม้ว่า เบลเยี่ยม (Belgium) จะผ่านการรบและสงครามมามากมาย แต่ ปราสาทท่านเคานต์  (Castle of the Counts) ยังคงผ่านกาลเวลามาได้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดใน เมืองเกนต์ (Ghent) เดินต่อไปเรื่อยๆ เลียบฝั่งน้ำของท่าเรือเก่า ชม อาคารบ้านเรือนทรงขั้นบันไดเลียบ ถนนสมุนไพร (The Graslei)และถนนข้าวสาลี (The Korenkei)ดูชื่อถนนทำให้เดาได้ว่าสินค้าหลักที่ค้าขายกันที่นี่ในสมัยก่อนนั้นคืออะไรบริเวณ ถนนสมุนไพร (The Graslei) มีบ้านเก่าที่สุด คือ Spijkerสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 12 เป็นที่เก็บข้าวสาลีก่อนการขนส่งทางเรือและเก็บสำรองไว้ในยามขาดแคลน ส่วนบ้านที่เขาว่าน่าจะสวยที่สุดเป็นที่ตั้งของสมาคมพ่อค้าในสมัยนั้นชื่อ Free Sailorsหน้ามุขเป็นศิลปะโกธิคตอนปลายที่ยังอยู่เชิดหน้าชูตาจนปัจจุบัน บ้านสวย ๆ อีกหลายบ้านที่ท่านเห็นก็ล้วนแต่เคยเป็นอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับการค้าทางเรือทั้งนั้น ให้ท่านถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน

 

จากนั้นนำท่านชม หอระฆังประจำเมือง (The Belfry)ที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น หอประชุมสงฆ์ (Cloth Hall)ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น Unessco World Heritage Siteและไม่ไกลนักท่านจะพบ ศาลาว่าการเมือง (Stadhuis)และ โบสถ์เซ็นท์บราโว้ (St Bavo's Cathedral)โดยพื้นที่เดิมตรงนี้นั้นเคยเป็น Chapel มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 942 และต่อมาก็ได้มีการสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 14-16 และเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (Bruges)(ระยะทาง 51 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  เมืองสวยอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยมและติดอันดับเมืองสวยอันดับต้นๆของโลก ที่ ถูกกล่าวขานว่าเป็น เวนิซแห่งตอนเหนือเป็นเมืองที่สงบเงียบและมีมนต์เสน่ห์ ของอารยธรรมในยุคสมัยกลางและสมัยใหม่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักNH Brugge Hotel  หรือเทียบเท่า

 


วันที่หกของการเดินทาง (6)                       บรูจส์ – บรัสเซลส์

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านชม เมืองบรูจส์ (Bruges) เมืองที่มีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ท่านจะสามารถสัมผัสได้ถึง บรรยากาศแบบเมืองเก่าที่แฝงไว้ด้วยความสมัยใหม่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเดอะมาร์ก (The Markt)หรือ มาร์เก็ตสแคว์ ของ เมืองบรูจส์ (Bruges) ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดค้าขายและที่จัดงานต่างๆ และบริเวณใกล้ๆ กันยังมี จัตุรัสเดอะเบิร์ก (Burg) เป็นลานกว้างหน้าบริเวณวังเก่าซึ่งกลายเป็นศาลาว่าการเมืองในปัจจุบันชมหอประจำเมืองและโบสถ์ที่สวยงามในบริเวณใกล้เคียง ชม หอระฆัง (The Belfort)ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ มีความสูงถึง 83 เมตรและเคยถูกเผาทำลายเมื่อปี  ค.ศ. 1280 หากท่านใดต้องการทดสอบพลังของตัวเอง พร้อมกับการชมบรรยากาศของ เมือง แบบพาโนราม่า  ท่านสามารถเดินขึ้นบันได 366 ขั้นไปยังยอดหอระฆังแห่งนี้ได้ 

 

 

แถมฟรี !! นำท่านนั่งเรือชมวิวเมืองบรูจน์ ท่านจะได้ชื่นชมความสวยงามของเมืองผ่านการนั่งเรือ ซึ่งเรือจะนำท่านลัดเลาะคลองต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรเวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels)(ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม (Belgium)เมืองเก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 1,000 ปี ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงามมาก เป็นเมืองศูนย์กลางอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพยุโรป และยังเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง อาทิเช่น หน่วยงานสำคัญของสหภาพยุโรป 2 หน่วยงานคือคณะกรรมาธิการยุโรป  และเป็นที่ตั้งของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) นอกจากนี้ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ยังเป็นที่ตั้งของ องค์กรนาโต้ (NATO) อีกด้วย นำท่านชม กรุงบรัสเซลส์ (Brussels)นครหลวงที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรป ซึ่งเป็นศูนย์กลางอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพยุโรป ผ่านชมอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าสถาปัตยกรรมผสมระหว่างแบบกอธิค และ นีโอกอธิค นำท่านชม อะตอมเมี่ยม (Atomium)ที่มีอะตอมสูง 310 ฟุตหรือ 102 เมตรก่อสร้างใน รูปทรงที่เป็นโมเลกุลเหล็กใสจากงานยูนิเวอร์แซล เอ็กซิบิชั่น ในปี ค.ศ.1958 ผ่านชม จัตุรัสแกรนด์ (Grand Place)หัวใจสำคัญ ของกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ซึ่งชาวเบลเยี่ยม มักเรียกว่าจัตุรัสที่งดงามที่สุดในโลก นำท่านชมรูปปั้นเด็กน้อยยืนปัสสาวะ มาเนคินปิส (Manneken Pis)สัญลักษณ์ของเมืองนี้ และน้ำปัสสาวะนี้คือน้ำพุที่ชาวเมืองและชาวต่างชาตินิยมดื่มกันเมื่อมาถึงกรุงบรัสเซลส์ (Brussels)

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Brussel Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      บรัสเซลส์ – ดุรบุย – ดิแนนท์ – ลักเซมเบิร์ก (ลักเซมเบิร์ก)  

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองดุรบุย (Durbuy)(ระยะทาง 123 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองเล็กๆสุดแสนน่ารัก ทางภาคตะวันออกของประเทศเบลเยี่ยม ได้รับการขนาดว่าเป็นเมืองที่เล็กที่สุดในโลกโดยมีขนาดพื้นที่เพียง 156 ตารางกิโลเมตร เมืองในยุคกลางช่วง คตวรรษที่ 17 ที่คงความสมบูรณ์ มีแม่น้ำดุรบุย (Durbuy River) ไหลผ่านกลางเมือง และมีปราสาทดุรบุย (Castle of Durbuy) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ปัจจุบันได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศสมัยศตวรรษที่ 17 ของเมืองชนบทขนาดเล็ก อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองดิแนนท์ (Dinant)(ระยะทาง 49 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)  เมืองท่องเที่ยวเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่เขต เมืองนามูร์ (Namur) จังหวัดตอนใต้ของ ประเทศเบลเยี่ยม (Belgium) โดยตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ซึ่งขนาบข้างไปกับแม่น้ำและหน้าผาสูงชัน มี มหาวิหารนอเทร ดาม  (Notre Dame of Dinant)สร้างขึ้นแบบสไตส์โกธิค มีบันไดหินขึ้นสู่ด้านบน มหาวิหารรวม 408 ขั้น และยังมีหน้าผาสูงชันกว่า 100 เมตรอยู่ด้านหลังมหาวิหารทำให้หมาวิหารดูสวยและมั่นคงยิ่งนัก แม้มหาวิหารจะได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ก็ได้รับการบุรณะซ่อมแซมให้กลับมางามสง่าเช่นเดิม เดินเล่นชมเมืองโดยข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ที่ประดับเต็มไปด้วยรูปปั้น แซกโซโฟนมากมาย 2 ข้างทาง เนื่องจาก เมืองดิแนนท์ (Dinant) เป็นบ้านเกิดของนักประดิษฐ์เครื่องดนตรีชาวเบลเยียมที่มีชื่อเสียง อย่าง มิเตอร์อลอล์ฟ แซกซ์ (Mr. Adolphe Sex) และแซกโซโฟนก็ถูกประดิษฐ์ครั้งแรกที่ประเทศเบลเยี่ยม

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)(ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ประเทศเล็กๆในยุโรป อาจถือได้ว่าเป็นประเทศที่เล็กเกือบที่สุดในยุโรป แต่เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญในทวีปยุโรป ว่ากันว่าเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนประเทศนี้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆอีกหลายประเทศ  นำท่านชม กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เมืองในหุบเขาที่มีจุดชมวิวและทิวทัศน์ เมื่อไม่มีทะเลธรรมชาติก็ชดเชยด้วยแม่น้ำในหุบเขาที่สวยงาม

 

เริ่มจากจุดชมวิว บริเวณ  สะพานอดอล์เฟ (Adolphe Bridge)ซึ่งเป็นสะพานข้ามหุบเขาที่อยู่เหนือเมือง จากจุดนี้ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างเต็มตาเลยทีเดียว  จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่บริเวณ จัตุรัสกิลโลมที่ 2  (Place Guillaume II) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก สะพานอดอล์เฟ (Adolphe Bridge) มากนัก ตรงจัตุรัสนี้จะมี รูปปั้นของแกรนด์ดยุกวิลเล็มที่ 2 (Grand Duke William II Monument)กษัตริย์แห่งฮอลแลนด์ (Holland)  ดยุคองค์แรกตั้งตระหง่านอยู่ด้วยกลางจตุรัส  และบริเวณ จัตุรัสกิลโลมที่ 2  (Place Guillaume II) ยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg City Hall)เป็นศาลากลางของกรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างแบบสไตล์นีโอคลาสิก ถือเป็นศูนย์รวมของรัฐบาล รวมทั้งใช้เป็นสำนักงานส่วนตัวของนายกเทศมนตรีเมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และใช้รับรองแขกต่างชาติด้วย  รวมถึง โบสถ์นอร์ธเทอดามแห่งลักเซมเบิร์ก (Notre Dame Cathedral)โบสถ์หลวงประจำ เมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับอาคารรัฐสภา (Chamber of Deputies)จากนั้นอิสระท่านบริเวณ  จตุรัสดาร์เมซ์ (Place d’Armes)  ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมแน่นพรึ่บ

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Luxembourg Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    ลักเซมเบิร์ก –  เวียนเดน - โคคเฮม (เยอรมัน) - ไมนซ์ 

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่เมืองเวียนเดน (Vianden) เมืองท่องเที่ยวสำคัญในหุบเขาริมแม่น้ำ Our ในเขต Diekirchทางตอนบนของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ใกล้กับพรหมแดนประเทศเยอรมัน (Germany) นำท่านเดินชมเมืองเก่าที่นับว่าเป็นพื้นที่ทรงคุณค่าของลักเซมเบิร์กเพราะรายล้อมด้วยอาคารและตรอกซอกซอยสมัยยุคกลางมากมาย ภายในเขตเมืองเก่านี้มีพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่สำหรับผู้มีใจรักศิลปะ นำท่านชมปราสาทเวียนเดน (Chateau de Vianden) ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของลักเซมเบิร์ก สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ปราสาทเวียนเดนตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเต็มไปด้วยเทือกเขาและหุบเขาคล้ายกับสวิตเซอร์แลนด์ ตัวปราสาทสวยงามโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ชั้นบนของปราสาทยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองเวียนเดนได้ด้วย ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการย้อนยุคกลาง เช่น นักแสดงใส่ชุดอัศวินโบราณต่อสู้กัน รวมถึงนิทรรศกาลอื่นๆ เช่น นิทรรศกาลดนตรี เป็นต้น

 

จากนั้นไปต่อกันที่เมืองโคคเฮม (Cochem)(ระยะทาง 115กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆสุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งในหุบเขามลรัฐไรน์ แลนด์ ฟาลซ์

13.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินเล่นชมเมืองโคคเฮม (Cochem) ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกัน การปลูกบ้านเรือนและอาคารต่างๆตามแนวสันเขา โดยจุดเด่นของเมืองคือบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของปราสาท Reichsburg Castle ปราสาทที่มีอายุเกือบ 1000 ปี เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นที่มีพื้นที่มากถึง 80000 ไร่ และมีแม่น้ำโมแซล (Mosselle River) ไหลผ่านใจกลางเมือง ให้ท่านอิสระเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศหรือเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองไมนซ์ (Mainz) (ระยะทาง 111 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองหลวงของรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ (Rheinland-Pfalz) หรือ ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต (Rhineland-Palatinate) และยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าสองพันปี ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ปัจจุบันไมนซ์ถือว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยและศูนย์กลางการค้าเหล้าไวน์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเยอรมนี  นำท่าน ถ่ายภาพกับมหาวิหารไมนซ์ (Mainz Cathedral)สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองไมนซ์ โดยมหาวิหารตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางประวัติศาสตร์ และจัตุรัสหลักของเมือง ปัจจุบันมหาวิหารไมนซ์เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ของยุคที่รุ่งเรืองที่สุดบนฝั่งแม่น้ำไรน์ในประเทศเยอรมนี

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Mainz Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ไมนซ์ – ไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) (ระยะทาง 98 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่ง แม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้แล้ว นำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการ ท่องเที่ยวมากที่สุดของเมือง โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1300 ในสไตล์โกธิค & เรอเนสซองซ์ ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาและโดยรอบมีป่าละเมาะแสนสวยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้บริเวณปาร์คของปราสาท นำท่านชมเก็บ ถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดความจุราว 222,000ลิตร จากนั้นนำท่านลงสู่ตัวเมืองเก่าของไฮเดลเบิร์ก นำท่านชมสะพานเก่าอัลเทอบรุคเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ชมจตุรัสมาร์คพลัทซ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถไฮลิก ไกสท์เคียร์เค่อ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปะแบบโกธิคอิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกของฝากมากมายตามอัธยาศัย

 

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt)  (ระยะทาง 74 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่ได้รับการพัฒนาจนกลายมาเป็นชั้นแนวหน้าเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็นเสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนี รวมไปถึงสถาบันทางการเงินมากมาย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว  นำท่าน ชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ท บริเวณจัตุรัสรือเมอร์ (Romerberg) ย่านใจกลางเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (The Romer) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า ออสไซเล่อ (Ostzeile)ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงคารมโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด

 

ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (Gerechtigkeitsbrunnen)ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน นำท่าน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (Zeil)ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Flughafen Frankfurt Am Main International) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ(Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

20.55 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 923 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 40 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

13.35 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

 

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 92,984