Christmas Markets in France Alsace Burgundy 10 Days TG

Christmas Markets in Alsace Bergundy 10 D TG

ทัวร์ ยุโรป ตลาดคริสมาสต์ ฝรั่งเศส อัลซาส เบอร์กันดี 10 วัน สายการบินไทย TG
 

พร้อมเดินทางวันหยุดยาวนี้ 4 - 13 ธันวาคม 2562 ราคาท่านละ 94,900 บาท
เดินทางช่วงปีใหม่ 25 ธันวาคม - 3 มกราคม 2563 ราคาท่านละ 99,900 บาท
 
โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 31 ตุลาคม นี้ ลดทันทีท่านละ 3,000 บาท
 
 
สอบถามโทร 02-538-3585 Line ID : @tdtravel
 
 
 
ท่องเที่ยวเส้นทางหมู่บ้านแสนสวยของฝรั่งเศส ชมตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในโลก
 
- ชมเมือง REIMS ในแคว้นช็องปาญ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นถิ่นกำเนิดของแชมเปญ
- ชมเมือง METZ หนึ่งในเมืองที่มีตลาดคริสต์มาสที่สวยอันดับต้นๆของโลก
- เดินเล่นเมือง NANCY เมืองมรดกโลกของฝรั่งเศส
- เดินเล่นตลาดคริสมาสต์ ที่สวยติดระดับโลก ที่ COLMAR, STRASBOURG
- ชมหมู่บ้าน OBERNAI, EQUISHEIM, RIQUEWIHR, RIBEAUVILLE, KAYSERBERG หมู่บ้านสุดสวยของฝรั่งเศส
- ชมปราสาทเทพนิยายแสนสวยของแคว้นอัลซาส CHATEAU HAUT-KOENIGSBOURG
- เดินชมตลาดคริสต์มาสสวยติดอันดับของฝรั่งเศสที่เมือง MULHOUSE, MONTBELIARD
- ชมเมือง BEAUNE เมืองศุนย์กลางแห่งการผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก
- ชมหมู่บ้าน SAMUE – EN – AUXOIS หมู่บ้านแห่งปราสาทสุดสวย
- ชมหมู่บ้าน VEZELAY สุดยอดหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส
- นั่งรถไฟด่วน TGV จาก DIJON สู่ PARIS
- เที่ยวชม PARIS ชม LOUVR MUSEUM และ EIFFEL TOWER ล่องเรือแม่น้ำ Seine
- ช้อปปิ้ง ส่งท้ายกันที่ ห้าง GALLERY LAFAYETTE และ OUTLET LA VALLEE VILLAGE
 
 
 รายละเอียดโปรแกรม
 

วันแรกของการเดินทาง (1)                                 กรุงเทพฯ                                        

22.00 น.       คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารโดยสาร ชั้น 4 ประตู 3แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย อินเตอร์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                              กรุงปารีส (ฝรั่งเศส) – แร็งส์ – แม็ส  

00.05น.         ออกเดินทางสู่กรุงปารีส (Paris)โดยเที่ยวบินที่ TG 930(ใช้เวลาในการเดินทาง12 ชั่วโมง 45 นาที)

06.50.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล เดอ โกลล์ (Charles De Gaulle Airport)  ณ กรุงปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (France) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วรถโค้ช นำท่านเริ่มต้นเที่ยวฝรั่งเศสกันที่เมืองแร็งส์ (Reims)(ระยะทาง 144 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นช็องปาญ-อาร์แดน แคว้นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นถิ่นกำเนิดของแชมเปญ นำท่านเข้าชมพระราชวังโต (Palace of Tau) พระราชวังที่มีความสำคัญต่อราชวงศ์ฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่องของพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากเป็นสถานที่ในการพำนักของกษัตริย์ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะจัดขึ้นในมหาวิหารแร็งส์อีกครั้ง พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1498 ถึง 1509 และได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในปี 1675 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในปี 1972 ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติ รูปปั้น และชุดพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ฝรั่งเศส

 จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแร็งส์ (Reims Cathedral) มหาวิหารนอร์ทเทอดามที่ถูกใช้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับการทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ฝรั่งเศส โดยมหาวิหารถูกตกแต่งด้วยประติมากรรมแบบโกธิค และได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991 ภายในมีหน้าต่างประดับกระจกสีที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 20 ประดับหน้าต่างกุหลาบที่ได้รับการประดับด้วยกระจกสี มหาวิหารแห่งนี้ยังเป็นมหาวิหารที่ประกอบพิธีราชาภิเษกสวมมงกุฎการขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยของพระเจ้าโคลวิสในปี ค.ศ. 496 และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่นี่ก็คือการที่โจนออฟอาร์คนำกำลังของฝรั่งเศส บุกเข้ายึดมหาวิหารคืนจากอังกฤษในช่วงสงครามร้อยปีเพื่อประกอบพิธีราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 ในปีค.ศ. 1429 ได้เวลานำท่านถ่ายรูปกับประตูชัยประจำเมืองแร็งส์ (Porte Mars) สิ่งก่อสร้างที่ถือได้ว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองแร็งส์ คนทั่วไปมักนิยมเรียกประตูแห่งนี้ว่า ประตูดาวอังคาร (Mars Gate)ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมืองแร็งส์ (City Hall)ที่มีความสวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่คงความสวยงามในเมืองนี้

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองแม็ส (Metz) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโมแซล (Moselle) แห่งแคว้นลอแรน (Lorraine) เมืองแม็ส ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำโมแซล (Moselle River) มาบรรจบกับแม่น้ำแซย์ (Seille River) และในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นนครหลวงโบราณของอาณาจักรออสเตรเซียของราชวงศ์กาโรแล็งเชียง โดยมีมรดกทางวัฒนธรรมเป็นโบราณสถานซึ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของเมืองย้อนไปกว่า 3,000 ปี  นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทสะพาน (Bridge Castle)ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างครอบสะพานข้ามแม่น้ำแซย์ และเป็นปราสาทสะพานแห่งสุดท้ายที่ค้นพบในฝรั่งเศส ให้ท่านได้เก็บภาพปราสาทหินโบราณที่สร้างเป็นสะพานทอดข้ามแม่น้ำ จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งแม็ส (Cathedral Saint-Etienne)มหาวิหารเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ในสไตล์โกธิค เป็นมหาวิหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหาวิหารที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส โดยตัวอาคารมีความสูงประมาณ 41.41 เมตร มหาวิหารมีความโดดเด่นในเรื่องหน้าต่างกระจกสีที่สวยงามและใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เพลซ ดาร์ แม็ส (Place d' Armes)อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์และสถานที่สำคัญที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1754-1788 เป็นที่ตั้งของเหล่าอาคารสำคัญๆของเมือง อาทิเช่น ศาลาว่าการสไตล์นีโอคลาสสิค โรงแรม ตึกรัฐสภา และอื่นๆ จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับอาร์เซนอล เดอ แม็ส (Arsenal de Metz) อดีตอาคารทางการทหารที่ปัจจุบันถูกใช้เป็นฮอลล์ คอนเสิร์ต (Concert halls)สร้างขึ้นในปี 1859 แล้วเสร็จในปี1864 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1989 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในฮอลล์ คอนเสิร์ตที่สวยที่สุดในยุโรป นำท่านแวะถ่ายรูปกับอาคารมิวสิคบอกซ์ (Music Box) อาคารร่วมสมัยที่ออกแบบตัวอาคารได้อย่างอ่อนช้อย เป็นอีกหนึ่งอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบได้สวยงามยิ่ง อิสระท่านเดินชมตลาดคริสมาสต์ (Christmas Market) หนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส เพลิดเพลินไปกับการต้อนรับอันอบอุ่น ในจัตุรัส 6 แห่งหลักของเมือง ค้นหาของขวัญที่เกิดจากงานฝีมือสุดพิถีพิถัน และลิ้มรสขนมปังผิงที่ดีที่สุด เดินดูประติมากรรมน้ำแข็งที่ Frozen Fairyland แล้วเติมความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยน้ำแอปเปิ้ล หรือไวน์ชั้นดี เพลิดเพลินไปกับอาหารดั้งเดิม


** ปีนี้ตลาดคริสมาสต์ที่ Metz เปิดให้ชมได้ตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2562 **

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Metz Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     แม็ส – น็องซี – โอแบร์เน่ – สตราสบูร์ก 

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินทางสู่เมืองน็องซี (Nancy)(ระยะทาง 59 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอแรน แห่งฝรั่งเศส และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 1983 เนื่องจากเมืองน็องซี (Nancy) แหล่งกำเนิดศิลปะแบบ อาร์ต นูโว อันอ่อนช้อยสวยงามจากฝีมือของศิลปินเด่น เช่น Gall, Duam หรือ Majorelle นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสหน้าพระราชวังสตานิลาส ซึ่งมีความสวยงามอ่อนช้อยในแบบศิลปะอาร์ตนูโว อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่แค้วนอัลซาส (Alsace)แวะชมหมู่บ้านโอแบร์เน่ (Obernai)(ระยะทาง 153 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) หนึ่งในหมู่บ้านแสนสวยของฝรั่งเศส

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเที่ยวชมความน่ารักของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์และยุคกลาง โดยปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตไวน์และเบียร์ของประเทศซึ่งมีชื่อเสียงจากไวน์ท้องถิ่นอย่าง Vin du Pistolet รวมทั้งยังมีบทบาทด้านการท่องเที่ยวจากทัศนียภาพอันงดงามตามแบบฉบับแคว้นอัลซาสนั่นเอง อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง

จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองสตารสบูร์ก (Strasbourg)(ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองหลวงอันงดงามของแคว้นอัลซาส และปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของแคว้น เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เสียงของโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ รวมถึงอาคารสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่สวยงามของเมืองแห่งนี้ นำท่านชม มหาวิหารโน้ตร์ ดาม แห่งกรุงสตราสบูร์ก  (Notre Dame of Strasbourg Cathedral)เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง เดิมสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ต่อมาถูกไฟไหม้เสียหายมากจึงมีการบูรณะใหม่และกลายเป็นศิลปะแบบกอธิคได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลัง เคยมีการบันทึกไว้ว่ามหาวิหารแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดในโลก ในช่วงปี ค.ศ.1647-1874 ซึ่งในปัจจุบันเป็นวิหารที่สูงที่สุดอันดับหกของโลก และยังถือเป็นวิหารที่สูงที่สุดที่สร้างในยุคกลางที่ยังคงสภาพอยู่จนถึงปัจจุบัน และด้วยความเก่าแก่งดงามนี้ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  จากนั้นอิสระท่านเดินชมเมืองย่านเมืองเก่า ที่เรียกว่า เปอตีต-ฟรองซ์  (La Petite France) เขตที่สวยงามและปราศจากการจราจร เป็นศูนย์รวมของบ้านเมืองเก่าแก่ ที่ได้รับการดูแลเอาไว้เป็นอย่างดี อิสระท่านเดินเที่ยวชมงานตลาดคริสมาสต์ (Christmas Market)ถือเป็นตลาดคริสมาสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป โดยจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1570 มีกว่า 300 ร้านค้า กระจายไปยังที่ต่างๆ 12 ที่ใจกลางเมือง ที่จะบอกเล่าถึงความอบอุ่นและเป็นกันเองของคนที่นี่ รวมไปถึงประเพณีอันเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาและยังคงอนุรักษ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังได้สนุกไปกับคอนเสิร์ตที่จะมาแสดงให้ชมกันสดๆ ได้กลิ่นอายของวัฒนธรรมแท้ๆ ถือเป็นโอกาสอันดีที่หาชมได้ยาก

** ปีนี้ตลาดคริสมาสต์ที่ Strasbourg เปิดให้ชมได้ตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2562 **

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         สตราสบูร์ก ปราสาทโอต์ เกอนิกส์บูร์ – กอลมาร์

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

เช้านี้ นำคณะไปชมปราสาทเทพนิยายแสนสวยของแคว้นอาลซาส ปราสาทโอต์-เกอนิกส์บูร์ (Chateau Haut-Koenigsbourg) (ระยะทาง 62 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมในยุคกลาง ตัวปราสาทตั้งอยู่บนความสูงกว่า 800 เมตรเหนือที่ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของทุ่งราบอัลซาค และป่า Vosges ในยามอากาศดีท่านสามารถชมความกว้างใหญ่ของผืนป่าแบล็คฟอเรสต์ เป็นเวลากว่า 9 ศตวรรษที่ปราสาทแห่งนี้สั่งสมเรื่องราวของการขัดแย้งในยุโรป และการขึ้นสู่อำนาจของศักดินาอาทิ ลอร์ด, กษัตริย์และจักรพรรดิ์ จนถึงวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าชม มากว่า 6 แสนคนต่อปี เป็น 1 ใน 80 ปราสาทหินยุคกลางของภูมิภาคแห่งนี้

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองกอลมาร์ (Colmar)(ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  เมืองเล็กๆอันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกร และช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกันด้วยบรรยากาศที่สวยงามสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝันของใครอีกหลายคนนำท่านชมเมืองกอลมาร์ (Colmar)ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกรามบ้านช่องสวยงามมีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติกจนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเวนิซ”ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน) อิสระท่านเดินเที่ยว

ตลาดคริสมาสต์ (Christmas Market)ที่สวยติดอันดับต้นๆของโลก ท่านสามารถเดินเล่นเพลินๆ ภายในเมืองที่เชื่อมต่อตลาดคริสมาสต์ถึง 5 แห่งด้วยกัน ผ่านถนนเล็กๆ ในเมืองเก่าแก่ที่มีบ้านรูปทรงกึ่งไม้สีสันสวยงามสะดุดตา เป็นสถาปัตยกรรมที่มีสเน่ห์ในตัวเอง โดยตลาดแต่ละแห่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่แสดงผลงานช่างของตัวเอง และได้รับคัดเลือกมาแล้วว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นอกจากจะเดินชมเมืองแล้ว กิจกรรมต่างๆ ก็มีการชิมไวน์ การแสดงแอนิเมชั่นสำหรับเด็ก ของเล่นพื้นเมือง และยังมีโชว์ต่างๆ และคอนเสิร์ตให้ชมอีกด้วย


** ปีนี้ตลาดคริสมาสต์ที่ Colmar เปิดให้ชมได้ตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน – 29 ธันวาคม 2562 **

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel  หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ: เมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กๆโรงแรมมีจํานวนจํากัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอย้ายไปนอนเมืองใกล้เคียง

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       กอลมาร์ริโบวิลล์ริควีร์ – เคเซอร์เบิร์ก – เอกิซไฮม์ – กอลมาร์      

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชมหมู่บ้านแสนสวยเหมือนอยู่ในเทพนิยายสุดแสนน่ารักของแคว้นอัลซาส (Alsace)สู่ เมืองริโบวิลล์ (Ribeauville)(ระยะทาง 18 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่รายล้อมไปด้วยหมู่อาคารสมัยยุคกลาง และยุคเรอเนสซองซ์ที่งดงามราวกับภาพวาดที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้มาเยือน อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย นำท่าน ลิ้มลองชิมไวน์รสเลิศของแคว้น และซื้อเป็นของฝากคนทางบ้านตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr)(ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆในชนบทตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส (Les plus beaux villages de France)  และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย  ลักษณะบ้านเรือนคล้ายๆกับกอลมาร์ แต่บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด นำท่านเดินเล่นหมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr)ท่านจะได้พบกับบ้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านได้เลือกนั่งจิบไวน์ หรือ กาแฟ หรือท่านจะเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง อิสระท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย  

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองเคเซอร์เบิร์ก (Kaysersberg) (ระยะทาง 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) อดีตเมืองจักรวรรดิโรมัน เป็นหมู่บ้านยุทธศาสตร์สำคัญในช่วงต่อต้านจักรวรรดิโรมัน หมู่บ้านในแคว้นอัลซาส ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ที่ได้คว้ารางวัล Village préféré des Français”หรือ “หมู่บ้านที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุด”ประจำปี 2017 โดยใช้การตัดสินจากคะแนนโหวตของชาวฝรั่งเศสเอง หมู่บ้านยุคกลางที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Alsace Wine Route’ แห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเรือนสไตล์ half-timbered ที่พบเห็นได้ทั่วไปในแถบแคว้นอัลซาสและทางตะวันตกของเยอรมนี โดยลัดเลาะไปมาในหมู่บ้านด้วยถนนหินขรุขระในบรรยากาศย้อนยุคที่ดูคลาสสิกทุกมุมมอง นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีป้อมปราการที่แข็งแกร่งทรงกลมที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นอัลซาส ให้ท่านเดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเอกิซไฮม์ (Eguisheim)(ระยะทาง 13 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านอองกีเชม นำท่านเดินชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดีชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส และเดินลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน ราวกับจะเชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าไปชื่นชมความงดงาม และชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน

กระทั่งสมควรเวลา นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่เมืองกอลมาร์ (Colmar)(ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercureHotel  หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ: เมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กๆโรงแรมมีจํานวนจํากัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอย้ายไปนอนเมืองใกล้เคียง

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       กอลมาร์มัลลูส มงเบลียาร์ – โบน  

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่เมืองมัลลูส (Mulhouse) (ระยะทาง 42 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)  เมืองทางฝั่งตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสเป็นเมืองตั้งในแคว้นฟร๊องซ์ กงเต เป็นเมืองเล็กๆที่น่ารักอีกเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส นำท่านเที่ยวชมและเดินเล่นภายในเมือง จากนั้น นำท่านชมโบสถ์เซนต์ อีเทนี (Temple of Saint Etienne Church)ซี่งเป็นโบสถ์โปรเตสเต้นท์ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 สำหรับเมืองมัลลูสเป็นเมืองที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 นำท่านเที่ยวชมอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในสมัยศตวรรษที่ 12 ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับอาคารโบราณซึ่งตั้งอยู่ภายในจัตุรัสใจกลางเมือง อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมตลาดคริสมาสต์ (Christmas Market)ที่สวยติดอันดับของฝรั่งเศส และเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองมงเบลียาร์(Montbeliard)(ระยะทาง 60 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เป็นเมืองในจังหวัดดู (Doubs) ในแคว้นฟร็องช์-กงเต ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ได้รับการเอ่ยถึงคร้ังแรกในปี ค.ศ. 985 ในชื่อ Mons Beliardae นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทมงเบลียาร์ (Chateau de Monbeliard)ปราสาทที่สร้างขึ้นบนเนินหินขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 ซึ่งภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนประวัติศาสตร์การต่อสู้และการเป็นป้อมปราการสำคัญ ที่ใช้เป็นฐานบัญชาการ เพื่อป้องกันการรุกรานของเยอรมัน จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมตลาดคริสมาสต์ (Christmas Market)หนึ่งในตลาดที่สวยที่สุดในโลกเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย

** ปีนี้ตลาดคริสมาสต์ที่ Montbeliard เปิดให้ชมได้ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน – 24 ธันวาคม 2562 **

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางบนเส้นทางสายไวน์ สู่เมืองโบน (Beaune) (ระยะทาง 178 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของแคว้นเบอร์กันดี เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าไวน์ที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็น Capital of Burgundy winesและถือเป็นเมืองเก่าแก่ และ สำคัญในประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่บนเนินเขาแห่งเขต Cote d’or ให้ท่านชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางท่านจะผ่านไร่องุ่นที่ถูกปลูกไว้ 2 ข้างทางยาวไกลสุดสายตา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercure Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      โบน - เซมูร์ ออง น๊อกซัวซ์ – เวเซเล่ - โบน

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเซมูร์ ออง น๊อกซัว(Semur-en-Auxoise) (ระยะทาง 78 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน มีป้อมปราการในศตวรรษที่ 13 บ้านเรือนสไตล์ยุคกลางโบราณมีแนวกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน มีมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Armancon อยู่ในจังหวัดโกต-ดอร์ (Cote-d’or) เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งปราสาทและป้อมปราการอันสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นหนึ่งในเส้นทางของการแข่งจักรยานทางไกลที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ชื่อว่า Tour de France สำหรับการท่องเที่ยวเมืองนี้นั้น นำท่านชมเมืองที่ท่านได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามของบรรยากาศเมืองเก่ายุคกลาง หอคอย ป้อมปราการ หรือแม้แต่ปราสาท อิสระให้คุณเดินเล่นชมเมือง เพลิดเพลินไปกับถนนคนเดิน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเวเซเล่ (Vezelay)(ระยะทาง 60 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) อีกหนึ่งหมู่บ้านที่เป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศสและยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย Unesco หมู่บ้านที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆของแคว้นเบอร์กันดีถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญใรยุคกลางและยังเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญเรียกว่าเนินเขาแห่งนิรันดร์ นำท่านชมมหาวิหารแซ็ง แมรี่ มาเดลีน (Basilique Sainte-Marie-Madelei)ที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 เป็นที่เก็บอัฐธาตุของนักบุญแมรี่ มาเดลีนให้ท่านได้ชื่นชมเดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าของฝากที่ระลึก

 สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่เมืองโบน (Beaune) (ระยะทาง 118 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) นำท่านเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าของเมืองโบน ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ โฮสปิคส์ เดอ โบน (Hospices de Beaune)หรือ โอเต็ล ดิเญอ เดอ โบน (Hotel-Dieu de Beaune)สมัยก่อนคือโรงพยาบาลสำหรับคนจน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยนิโคลัส โรแลงค์ นายกรัฐมนตรีแห่งเบอร์กันดี ถือว่าเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่สวยงามในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์และยังเป็นที่ประมูลไวน์ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยในช่วงเดือน พ.ย. ของทุกปีจะมีการประมูลไวน์


จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองโบน ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับโบสถ์ Collegiale Basilique Notre Dameโบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง จากนั้นอิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ตามอัธยาศัย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักMercure Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                     โบน – ดิจง - ปารีส  

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเดินทางเดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon) (ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม 

10.26 น.       นำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส  (Paris) นครหลวงแห่งแฟชั่นและสถาปัตยกรรมอันสวยงาม จนได้รับการขนานนามว่าพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต  โดย รถไฟ  TGV 2nd Classที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ( ใช้เวลา เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 37 นาที) 

 

12.03 น.       ถึง กรุงปารีส (Paris)เมืองหลวง ประเทศฝรั่งเศส (France)เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ และสุดแสนจะโรแมนติก อันนี้เป็นที่กล่าวขวัญ หรือกล่าวอ้างจากผู้คนทั้งหลาย  กรุงปารีส (Paris) มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน สถานที่สำคัญต่างๆ สถาปัตยกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือจะเป็นในเรื่องของ แฟชั่น อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็น่าสนใจน่าซื้อไปเสียหมด นอกจากจะเป็นเมืองแห่งแฟชั่น ศิลปะ และแสงสีแล้ว ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกที่นักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝันถึง สิ่งก่อสร้างที่เป็นดังสัญลักษณ์แห่ง กรุงปารีส (Paris) และ ฝรั่งเศส (France) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

 นำท่านแวะถ่ายรูปกับพิพิธภัณฑ์ลุฟว์ (Louvre Museum)อดีตพระราชวังหลวงแห่งฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้านหน้ามี ปิระของมิดแก้วช่วยกระจายแสงไปยังสนามที่รายล้อมอยู่รอบด้านกับห้องที่อยู่เบื้องล่าง และทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ เดิมที่นี่เป็นพระราชวังยุคศตวรรษที่ 13 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาจนถึงในปี 1793 จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมสิ่งมี ค่าหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะภาพเขียนผลงานชั้นยอดประมาณ 6,000 ภาพ นับได้ว่ามากที่สุดในโลก

นำท่านถ่ายรูปกับ หอไอเฟล (Eiffel Tower) สัญลักษณ์ของกรุงปารีส (Paris) ออกแบบโดยวิศวกรที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสชื่อ กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) เมื่อปี ค.ศ. 1887-1889 ทำขึ้นจากโลหะกว่า 15,000 ชิ้น หนักกว่า 7,000 ตัน ใช้เวลาสร้างถึง 1 ปี แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบ ว่าหอไอเฟลเป็นแท่งเหล็กน่าเกลียดที่บดบังความงดงามของ  กรุงปารีส (Paris) สุดท้ายหอไอเฟล (Eiffel Tower) กลับกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมที่ไม่ว่าใครมาเยือนกรุงปารีส (Paris) ต้องเดินทางมาชม หอไอเฟล (Eiffel Tower) เสมอ

 จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ (Seine River Cruise)เพื่อชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของ แม่น้ำแซนน์ (Seine River) มีโบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่ สร้างด้วยศิลปะแบบเรอแนสซองส์ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสร้างภาพให้ กรุงปารีส (Paris) โดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่นมหาวิหารโนทร์เทรอดาม (Notre-Dame Cathedral) , พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Louvre Museum) และ  หอไอเฟล (Eiffel Tower)

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ปารีส

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชมกรุงปารีส (Paris)เริ่มกันที่มหาวิหารนอร์เทอร์ดาม (Notre-Dame Cathedral) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอายุกว่า 800 ปี ตั้งอยู่บนเกาะ อิลเดอลาซิเต้ ซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำแซนต์ สร้างขึ้นในราวปลาย ค.ศ. 11 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 ของฝรั่งเศสเป็นมหาวิหารเด่นกลางแม่น้ำแซนต์ภายในวิหารหลังใหญ่ประดับด้วยความสวยงามของกระจกสี บ่งบอกเรื่องราวของพระคริสต์การแสวงหา และการต่อสู้เพื่อการไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์ จุดศูนย์กลางของมหา นครปารีส เป็นที่ที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการอธิษฐาน เพื่อจะได้กลับมาเยือนปารีสอีกครั้ง อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปและสัมผัสกับศิลปะสไตล์โกธิคในมหาวิหารแห่งนี้ ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้าสู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัย นโปเลียน  นำชมและถ่ายรูปคู่ กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe)สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

นำท่านเดินเล่นช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง แกลเลอรี่ ลาฟาแยตฯลฯ และ ช้อปปิ้ง สินค้าดิวตี้ฟรีคุณภาพเยี่ยมจากร้านค้าปลอดภาษี เบนลักซ์ ร้านชื่อดังของปารีส ซึ่งคนไทยสามารถซื้อ สินค้าได้ในราคาพิเศษ และสามารถทดลองซื้อหรือเลือกกลิ่นของน้ำหอมนานาชนิดดั้งเดิมของประเทศ ฝรั่งเศสที่มีอยุ่มากมาย  รวมทั้งให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมที่โด่งดังของฝรั่งเศส และยังมีย่านถนนออสแมนบูโลวาร์ด และสินค้าปลอดภาษีมากมายอื่นๆ

** อิสระตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้มีเวลาช็อปเต็มที่ **

จากนั้นเดินทางสู่ Outlet La Vallee Villageเพื่อช๊อปปิ้งที่ เอาท์เลตขนาดใหญ่ที่มีสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกมากมายอาทิ เช่น Coach, Calvin Klien, Amani, Burerry, Fred Perry, Versace, Diesel, Givenchy, Jimmy Choo, Longchamp, Michael Kors, Roberto Cavalli, Samsonite, Polo Ralph Lauren, Ted Baker, Superdry, Valentino, Salvator Ferragamo, Hugo Bossและอื่นๆ อีกมากมาย

                   นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล เดอ โกลล์ (Charles De Gaulle Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

21.30 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 933 (ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 30 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

15.00 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

 

 

 

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 92,984