Christmas Markets in Germany 10 Days TG

Christmas Markets in Germany 10 D TG

ทัวร์ ยุโรป ตลาดคริสมาสต์ เยอรมัน 10 วัน สายการบินไทย TG
 
 
พร้อมเดินทางวันหยุดยาว 4 - 13 ธันวาคม 2562 ราคาท่านละ 94,900 บาท
เดินทางช่วงปีใหม่ 24 ธันวาคม - 2 มกราคม 2562 ราคาท่านละ 99,900 บาท
 
 
โปรโมชั่น จองและมัดจำภายใน 31 ตุลาคมนี้ ลดทันทีท่านละ 3,000 บาท
 
 
สอบถามโทร 02-538-3585 Line ID : @tdtravel
 
 

เที่ยวครบทุกเมืองไฮไลท์สำคัญของประเทศเยอรมัน

- พิชิตยอดเขาซุกสปิตเซ่ สูงสุดของเยอรมัน

- เข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ ปราสาทแห่งเทพนิยายของเยอรมัน

- เดินเล่นตลาดคริสมาสต์ ใจกลางกรุงมิวนิค

- ชมตลาดคริสมาสต์ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเยอรมัน ที่เมืองนูเรมเบิร์ก

- เดรสเดน ฉายา ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์ เข้าชมพระราชวังสวิงเกอร์

- เบอร์ลิน ชมเมืองหลวงของเยอรมัน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เพอร์กาม่อน

- ไลป์ซิก อีกหนึ่งเมืองสวยที่ไม่ควรพลาดของเยอรมัน และมีตลาดคริสมาสต์ที่สวยไม่แพ้เมืองอื่น

- เออร์ฟอร์ท ชมวิหารมาเรียนดอม อันเป็นสถานที่จัดงานตลาดคริสมาสต์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง

- ชมเมืองวูร์ซบวร์ก เมืองแรกแห่งเส้นทางสายโรแมนติกของเยอรมัน

- โรเทนบวร์ก เมืองสุดแสนน่ารัก เทพนิยายแห่งเยอรมัน

- เดินเล่นตลาดคริสมาสต์ ที่เมืองสตุ๊ดการ์ท

- ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก และตลาดคริสมาสต์ ณ จตุรัสกลางเมือง

- เดินเล่นตลาดคริสมาสต์ ที่เมืองแฟรงเฟริต

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ 

22.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                           กรุงมิวนิค (เยอรมัน) – ฟุสเซ่น – การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น

00.50น.         ออกเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich)โดยเที่ยวบินที่ TG 924(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 15นาที)

07.05.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค (Munich International Airport) ณ เมืองมิวนิค (Munich)อันทันสมัยของประเทศเยอรมัน (Germany)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen)(ระยะทาง 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  เมืองสุดท้าย บนถนนสายโรแมนติก เมืองนี้เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งของปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย และยังแวดล้อมไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ และห่างจากชายแดนประเทศออสเตรีย (Austria) เพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้นเมืองนี้มีชื่อเสียงตอนที่ริชาร์ด วากเนอร์ นักประพันธ์  นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เข้าเฝ้าพระเจ้าลุควิกที่ 2 และเมืองนี้ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape อันโด่งดังที่พระเอกสตีฟ แมคควีน ขี่มอเตอร์ไซด์ไปทั่วเมืองนี้ด้วย เมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองใน อดีตตั้งแต่ยุคโรมัน ที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ ชมเมืองที่แสนจะน่ารัก มีร้านอาหาร, โรงแรมที่พักตลอดจนร้านขายของที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา (Schwangau Village) (ระยะทาง 5 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที) อันเป็นที่ตั้งของปราสาทอันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด อันได้แก่ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein  Castle) สร้างในสมัยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Bavaria)ในช่วง ค.ศ. 1845 – 1886 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลก จนได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมถึงแดนเนรมิตของบ้านเราด้วย  ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพของ 2 ปราสาทที่งดงาม คือ ปราสาทนอยชวานสไตน์(Neuschwanstein Castle) และ ปราสาทโฮเฮนชวานสเกา (HohensSchwangau)

นำท่านเข้า  ชมภายในตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรตระการตาด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปการ และ ห้องทรงงาน (Throne Hall), ห้องบรรทม (Bedroom) รวมไปถึงห้องโถงใหญ่  (Lower Hall) ที่หาคำบรรยายใดมาเปรียบไม่ได้ หากคุณไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง จากนั้นนำท่านเดินทาง จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น (Garmisch-Partenkirchen)(ระยะทาง  62 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองในหุบเขาทางใต้ของเยอรมัน ตัวเมืองมีภาพวาดบนกำแพงบ้านที่เราสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Koenigshof  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เซ่น – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ - มิวนิค

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ (Garmisch-Partenkirchen’s Bahnhof) นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์โดยจุดประสงค์หลักเพื่อนำท่านพิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน(Germany) ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่างที่เกิดจากหิมะบนเขาละลาย และจากกระเช้ามองลงไปข้างล่างจะเห็นธารน้ำแข็งยังหลงเหลืออยู่เมื่อขึ้นมาถึงนำท่านชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน(Germany) คือ 2,962 เมตร ถ้าบรรยากาศอำนวยจากยอดเขาสามารถมองจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือเยอรมัน(Germany) ออสเตรีย (Austria)อิตาลี(Italy) และ สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

ชมซุกสปิตซ์ปลาต (Zugspitzblatt)ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมัน (Germany) ที่ยามหิมะตกหนาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน จะกลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ ใกล้เคียงยังมีภัตตาคารพร้อมบาร์กลางหิมะ ให้คุณนั่งพักอย่างสบายๆ ในวิวมหัศจรรย์รอบตัว นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการที่สถานีบนเขา ซึ่งเป็นนิทรรศการตั้งแสดงสูงสุด ในเยอรมัน(Germany) เล่าเรื่องราวในอดีตของ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze Peak) จากครั้งแรกที่ถูกพิชิตเมื่อ 185 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน โดยมีภาพยนตร์ ภาพถ่าย และบันทึกแห่งความสำเร็จต่างๆ ที่น่าสนใจ ประกอบนิทรรศการ

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองมิวนิค (Munich) (ระยะทาง  117 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของบาวาเรีย (Bavaria)  และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเยอรมัน (Germany) เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ อีกทั้งเมืองมิวนิค (Munich) นี้ ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทอินเตอร์หลายแห่ง เช่น บริษัท บีเอ็มดับบลิว และยังเป็นที่ตั้งของอาร์ตแกลเลอรี่ที่ดีที่สุดสองแห่งของโลกด้วย นำท่านชมเมืองมิวนิค (Munich) มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศ รื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาคและเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกหลายแห่ง นำท่านชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ Wittelsbach 

ชมบริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (Marienplatz)ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง (Mariensaule) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้ ศาลาว่าการ เมืองใหม่ (Neuse Rathaus)ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspielหอระฆัง ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นในหน้าร้อน บริเวณดังกล่าวยังแวดล้อมไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมายที่ท่านสามารถเดินเล่นและช้อปปิ้งได้อย่างเพลิดเพลิน

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Park Inn by Radisson BluOst  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         มิวนิค – นูเรมเบิร์ก - เดรสเดน

07.30 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg)(ระยะทาง 169 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)    เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งเทพนิยายของเยอรมัน หากใครเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติ ขุนเขาสลับซับซ้อน ปราสาทราชวังแบบในการ์ตูน ทางเดินโรยกรวด ปูหินแบบยุคกลาง โบสถ์สวยเก่าแก่ หิมะที่ปกคลุมขาวโพลนไปทั่วทั้งเมือง ต้องที่นี่เลยเพราะนูเรมเบิร์กนั้นเสมือนดังเมืองแห่งเทพนิยายที่ได้รับการรักษาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ นำท่าน เดินชมเมืองโบราณที่มีอายุกว่า 900 ปี ผ่านชม เม้าท์ฮาล์(Mauthalle)โรงเก็บส่วยภาษีอากรในอดีตที่ถือเป็นอาคารประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของเมืองนูเรมเบิร์ก  บ้านนัสเซา (Nassau House)หนึ่งตัวอย่างบ้านขุนนางชั้นสูงสมัยยุคกลาง ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีที่สุดหลังหนึ่งการก่อสร้างภายนอกตกแต่งให้ดูเป็นป้อมปราการซึ่งคาดว่าเป็นที่พำนักของขุนนางชนชั้นปกครอง แต่ไม่มีบันทึกหลักฐานใดๆว่าเกี่ยวข้องในราชวงศ์นัสเซา ถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของโบสถ์เซนต์ลอร์เรนซ์ (St.Lorenzkirche)  จากนั้นนำท่านชมบริเวณ จัตุรัสกลางใจเมือง (Hauptmarkt)ซึ่งมีตลาดนัดขนาดใหญ่ประจำเมือง อันถือเป็นตลาดนัดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี 

ด้านตะวันออกของตลาดมี โบสถ์พระแม่มาเรีย (Fraenkirche)จุดเด่นคือ มีนาฬิกาตุ๊กตาไขลานที่หน้าจั่วของโบสถ์พระแม่มาเรีย ตัวนาฬิกาและตุ๊กตาประดับนี้ถูกสร้างเพิ่มเติมภายหลังในปี ค.ศ. 1509 เพื่อเป็นการรำลึกถึง พระราชกฤษฎีกาทองคำปี 1356 ที่ตราขึ้นตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอัน ศักดิ์สิทธิ์

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden)(ระยะทาง 315 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้ชื่อว่าเป็น “ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์” พื้นที่โดยรอบนั้นเรียงรายไปด้วยเมืองเก่าและพระราชวังหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถชิมไวน์รสเลิศที่ผลิต ณ ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอร์แถบนี้ได้ อิสระท่านเดินชมตลาดคริสมาสต์ ถ้าคุณชอบคริสมาสต์แล้วล่ะก็ คุณต้องรักเดรสเดนแน่ๆ เพราะถือเป็นงานยิ่งใหญ่ที่รวมเอาความแตกต่างของตลาดคริสมาสต์ถึง 11 อย่างเข้าไว้ด้วยกัน มีเสียงแห่งการเฉลิมฉลองอยู่เต็มไปหมด ทั้งเสียงเพลงและคอนเสิร์ต เรื่องราวของคริสมาสต์ถูกทำให้มีชีวิตขึ้นมาผ่านเรื่องราวบนภาพยนต์ และนิทรรศกาลต่างๆ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Wyndham Garden Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       เดรสเดน

07.30 น.        อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชมเมืองเดรสเดน (Dresden)ฉายา กรุงฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้ที่ชาวเมืองต่างภูมิใจว่าในอดีตที่นี่คือเมืองที่สวยที่สุดในเยอรมนีปัจจุบันได้รับการบรูณะให้งดงามเหมือนก่อนถูกระเบิดทางอากาศทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านชมบริเวณศาลาว่าการ และKREUZKIRCHEโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่13 ที่เชื่อกันว่ามีชิ้นส่วนของไม้กางเขนศักดิ์สิทธิที่ใช้ตรึงพระคริสต์ถ่ายภาพกับเซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ (Semper Opera House)สถานที่อันโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม และดนตรี ตั้งอยู่ ณบริเวณจตุรัสโรงละคร (TheaterPlatz)ใกล้กับพระราชวังสวิงเกอร์เป็นโรงโอเปร่าที่ออกแบบในสไตล์บารอคบริเวณอาคารหลังใหม่ด้านหน้าโรงโอเปร่าจะมีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ โยฮันนส์ แห่ง แซคโซนี่ (Statue of The Saxon King Johann)และอนุสาวรีย์ที่สร้างอุทิศให้แก่นักแต่งเพลง คาร์ล มาเรีย เวเบอร์แห่งเมืองเดรสเดนอีกด้วย

           

นำท่านเข้าชมความสวยงามของพระราชวังสวิงเกอร์ (Zwinger Palace)ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคที่สวยงามเกินคำบรรยายชมมหาวิหารคาทอลิกที่สร้างขึ้นในยุคทองของเดรสเดนแต่ถูกระเบิดถล่มแล้วซ่อมแซมเสร็จในปัจจุบันชมกำแพงกระเบื้องเคลือบไมเซ่น The Fürstenzug (Procession of Princes) ที่เล่าเรื่องราวของขบวนเสด็จของเจ้าแห่งแซกโซนีที่ยาว 102 เมตร นับรวม 35 พระองค์ ตั้งแต่องค์แห่งในศตวรรษที่ 12 จนถึงองค์สุดท้ายในศตวรรษที่ 20

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลาอำลา เมืองเดรสเดน (Dresden) มุ่งหน้าสู่กรุงเบอร์ลิน (Berlin)(ระยะทาง 193 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองหลวงอันงามสง่าของเยอรมัน(Germany) หลังจากการรวมประเทศ กรุงเบอร์ลิน (Berlin)ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความพร้อมสำหรับเมืองหลวงใหม่


นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ เพอร์กามอน (Pergamum Museum) หรือเรียกตามภาษาเยอรมันว่า มูเซอุม อินเซล (Museuminsel)  ตั้งอยู่บนเกาะน้อย ๆ บนแม่น้ำสปรี (Spree River) ที่ไหลทอดผ่านกลาง กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เกาะแห่งนี้ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ย่อย (ที่มีขนาดใหญ่) ถึง 5 แห่ง แต่ละแห่งล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป พาท่านเข้าชมภายใน พิพิธภัณฑ์ เพอร์กามอน(Pergamum Museum)ถือเป็น 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ก็จะไม่ให้เป็นที่สุดของโลกได้ยังไง ก็ในเมื่อเค้าเล่นเอาข้าวของจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกันไว้ และทำการจัดแสดงไว้ได้อย่างดีเยี่ยมจนน่าทึ่ง  เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในพิพิธภัณฑ์สิ่งแรกที่ท่านจะได้พบคือ แท่นบูชาเทพซุสหรือซีอุส (Altar of Zeus) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยทำจากหินอ่อนแกะสลักเป็นภาพที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามระหว่างเทพและยักษ์ ถือว่าเป็นงานศิลปะชิ้นโบว์แดงเลยก็ว่าได้ แท่นบูชาเทพซุสหรือซีอุส (Altar of Zeus)นี้ได้มาจากเมืองเพอร์กามอน (Pergamum) ประเทศตุรกี (Turkey)จึงนำมาและตั้งเป็นชื่อของพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ประเทศที่เป็นถิ่นกำเนิดต่อด้วยชมประตูตลาดเมืองมีเลตัส (Market Gate of Miletus) ซึ่งอยู่ในห้องใกล้ ๆ กัน เป็นประตูใหญ่สลักจากหินเป็นลวดลายโรมันซึ่งครอบคลุมเต็มผนังห้องด้านหนึ่งทั้งด้านซึ่งยาวประมาณ 20 เมตรเลย ทีเดียวและสถาปัตยกรรมอันมีค่าอีกชิ้นหนึ่งก็คือประตูอิชตาร์แห่งบาบิลอน (Ishtar Gate) เป็นภาพโมเสก ที่ทำด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงิน มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นผนังด้านนอกพระราชวังของพระเจ้ากาหลิบอัลวาลิกที่2 อายุนับพันปี ซึ่งเป็นกำแพงที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในกลางทำสงคราม

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Hotel  หรือเทียบเท่า

 

                      

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       เบอร์ลิน – ไลป์ซิก

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้นำท่านเที่ยวชมกรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงอันงามสง่าของเยอรมนี หลังจากการรวมประเทศแล้ว เมืองเบอร์ลิน ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความพร้อมสำหรับเมืองหลวงใหม่ เที่ยวชมร่องรอยในประวัติศาสตร์แห่งการปกครอง ที่แยกเยอรมนีออกเป็นสองฝั่งระหว่างตะวันตกและออก เข้าสู่ อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของ กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall)  ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่าน บนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี (Charlie Check point)ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมมหาวิหารเบอร์ลินโดม (Berliner Dome) มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับ ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburger Tor)ประตูสัญลักษณ์ของเมือง ด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารรัฐสภาเยอรมัน (Bundestag) อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วย ศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์ จนหลังสงครามโลกได้มีการสร้างโดมแก้วครอบตัวอาคารโดยสถาปนิกชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ เซอร์นอร์แมน-ฟอสเตอร์ หากมีเวลาให้ท่านเดินขึ้นชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเบอร์ลินบนโดมแก้วที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวทุกวัน ผ่านชมจัตุรัสโพสต์แดมเมอร์ (Potsdamer Platz)เมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งในยุโรป ใช้เงินทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญยูโร ภายในประกอบไปด้วย ตึกที่ทำการของ Sony, A&T, ABB      

 12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองไลป์ซิก  (Leipzig) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเก่าที่มีอายุมากว่า 800 ปีและเป็นอีกหนึ่งเมืองในเขตเยอรมันตะวันออกในอดีตที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วหลังการเปิดม่านเหล็กเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการศึกษา เมืองแห่งการจัดงานนิทรรศการนานาชาติ เมืองแห่งการดนตรี เมืองแห่งการจัดการแข่งขันกีฬา-งานเทศกาลต่างๆ มากมาย นับว่าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากๆที่สุดเมืองหนึ่งของเยอรมัน

 นำท่านชม เมืองไลป์ซิก  (Leipzig)  เมืองที่ตื่นขึ้นมาจากการล่มสลายของการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ จากปี1990 เป็นเมืองที่มีความเจริญอย่างรวดเร็ว ไม่แพ้นครหลวงเบอร์ลิน ผ่านชม มหาวิหารเซนต์นิโคลัสโบสถ์ใหญ่ที่สร้างในสไตล์โกธิคที่งดงามและนับเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนี้ นำท่านเดินชมบริเวณย่านเมืองเก่าของไลฟ์ซิก บริเวณ มาร์เก็ตสแควร์ สถานที่แลกเปลี่ยน-ค้าขายสินค้าในอดีต รวมถึงเป็นลานจัดงานเทศกาลต่างๆ ชม ศาลาว่าการเมืองเก่า ที่มีอายุร่วม 500 ปี ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับประวัติของไลฟ์ซิก ให้เวลาท่านเดินเล่นในแมดเอร์ พาสซาดอาเขต ที่เป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยงามมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Hotel  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      ไลป์ซิก – เออร์ฟอร์ท – วูร์ซบวร์ก

07.30 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองเออร์ฟอร์ท (Erfurt)(ระยะทาง 146 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองที่พระเซนต์โบนิเฟสได้พยายามเปลี่ยนแปลงชาวเยอรมันให้หันมาเป็นชาวคริสเตียน และได้ก่อตั้งเขตปกครองโดยบาทหลวงที่เป็นอิสระขึ้นในปี ค.ศ. 742 ถึงแม้ไม่นานก็ถูกรวมเข้ากับแคว้นไมนซ์ในยุคกลางเมืองเออร์ฟอร์ท (Erfurt) นั้นร่ำรวยจากการส่งต้นโวดขายซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับย้อมผ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม อีกทั้งตลาด สวนไม้ประดับได้ พัฒนาขึ้นมา จนก่อให้เกิดการจัดนิทรรศการสวนดอกไม้เป็นการถาวร นำชมวิหารมาเรียนดอม (Mariendom) ตั้งขึ้นเมื่อปี 742 ชมกลอริโอซา (GLORIOSA) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระฆังโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และวอล์ฟราม (Wolfram)เชิงเทียนที่มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 นำท่านชมเมือง ผ่านชมโบสถ์เซนต์เซฟริน (Severikirche) ศตวรรษที่ 12 เป็นสถานที่เก็บหลุมฝังศพของเซนต์เซฟรินที่เสียชีวิตเมื่อประมาณปี 1365 ,ศาลาว่าการทรงนีโอคลาสสิค, รูปปั้นโรแลนด์ ฯลฯ

 

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองวูร์ซบวร์ก (Wurzburg) (ระยะทาง 194 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองแรกในการเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายโรแมนติคอย่างเป็นทางการ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำเมน (MAIN) เป็นอีกแหล่งของการเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน ซึ่งบรรดาสถาปัตยกรรมในเมืองนี้ล้วนเป็นสไตล์บาร็อค จึงได้รับสมญานามว่าเป็น Baroque City นอกจากนั้นยังถือเป็นเมืองแห่งบิชอบ (Bishop) เพราะในอดีตนั้นได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝ่ายศาสนามาโดยตลอด ดั้งเดิมถูกค้นพบโดยคณะมิชันนารีชาวไอริชตั้งแต่ปี 868 ต่อมาในปี 742 ก็มาถึงสมัยของเซนต์บอนนิเฟซ (St. Boniface) จนกระทั่งในปี 1030 เมืองนี้ก็ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งบิชอปออฟวูซ์บวร์ก (Bishops of Würzburg) จนกระทั่งในปี 1631 ก็ตกอยู่ในอำนาจกษัตริย์กุสตาฟ อดอล์ฟ แห่งสวีเดน (Gustav Adolf of Sweden) และในปี 1814 ก็ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นบาวาเรีย นำท่าน เข้าชมพระราชวังวูร์ซบวร์ก (Würzburg Residenz)ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้ และยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก เป็นวังสไตล์บาร็อคของปริ๊นซ์ บิชอป โดยเป็นผลงานของออกแบบของสถาปนิกโนเนมนามว่า Blthasar Neumann ในปี 1720 – 1744 เพื่อสร้างให้กับสมเด็จพระสังฆราช โจฮันน์ ฟิลิปป์ ฟรานซ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับใช้เวลาในการก่อสร้างโดยรวมจนเสร็จสมบูรณ์กว่า 60 ปี จุดเด่นอยู่ที่ภาพเขียนเฟรสโก ภาพเขียนบนปูนปลาสเตอร์เปียกที่เต็มไปด้วยมิติที่งดงามยามแหงนมอง ซึ่งถ่ายทอดโดยศิลปินชื่อดังหลายท่าน และหนึ่งในนั้นคือ เวเนเชียน จิโอวานนี แบททิสตา ทีโปโล ผู้รังสรรค์ภาพเขียนเฟรส โกในห้องการ์เด้นฮอลล์ซึ่งเชื่อมต่อไปยังบันได ไวท์ฮอลล์ และอิมพีเรียลฮอลล์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในภาพเขียนที่สวยที่สุดในยุโรป

 จากนั้น นำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์มาเรียนคาเปลลา (Marienkapelle)เป็นโบสถ์โกธิคตอนปลายที่ใช้สีแปลกตากว่าที่เคยเห็น เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1377 มาเสร็จสิ้นเอาเมื่อปี ค.ศ.1480 เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2ถูกไฟไหม้จนภายในเสียหายอย่างหนัก ตรงประตูทางเข้าจะมีรูปสลักที่ตกแต่งไว้ที่จั่วเป็นรูปสาวกของพระเยซูผู้เผยแพร่ศาสนาจำนวน 12 คน และรูปสลักของอดัม และอีฟ (Adam and Eve) สรรค์สร้างโดยทิลมัน ไรน์มันชไนเดอร์ ศิลปินและช่างฝีมือเอกในยุคกลาง จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำไมน์ที่ชื่อว่า อัลเทอไมน์บรุค (Alte Mainbrücke)ที่มีจุดเด่นที่สะดุดตาเมื่อแรกเจอก็คงเป็นรูปปั้นนักบุญที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง สะพานหินแห่งนี้สร้างในปี ค.ศ. 1473 – 1543 ซึ่งเป็นการสร้างทดแทนของเดิมที่เป็นศิลปะโรมาเนสก์เมื่อปี ค.ศ.1133 รูปปั้นที่เรียงรายอยู่รวม 12 องค์นั้นเป็นการตกแต่งเพิ่มเติมตั้งแต่ปี ค.ศ.1730 เป็นทั้งรูปปั้นนักบุญและบุคคลที่มีชื่อเสียง สะพานนี้ยังใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่า ป้อมมาเรียนแบร์ก และย่านชานเมืองอีกฝั่งแม่น้ำอีกด้วย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Wurzburg Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                     วูร์ซบวร์กโรเทนบวร์กสตุ๊ตการ์ท

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรเทนบวร์ก ออบเดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองสวยขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรีย เป็นเมืองในยุคกลางที่ยังคงสภาพความสวยงามแบบเดิมๆ คือ บ้านเป็นแบบก่ออิฐ มีหลังยอดแหลม สีแดงสด

นำท่านชม เมืองโรเทนบวร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) หรือ เรียกสั้นๆว่า เมืองโรเทนบวร์ก เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิ์ฟรังค์ ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ประเทศเยอรมนี ปัจจุบันเมืองโรเทนบวร์ก ได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เมืองโรเทนบวร์ก เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเมือง ถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติก ของเยอรมนีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้าไวน์, โค, กระบือ และขนสัตว์ ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1274 จากนั้น นำท่านเดินชมเมืองเก่าที่สวยงาม เหมือนเดินย้อนไปเมืองแห่งเทพนิยาย จัตุรัสกลางเมือง (Plönlein)  ในชุมชน มีซอยเล็กซอยน้อย มี ศาลาว่าการเมือง (Rathaus)ศาลากลางจังหวัด รูปทรงเก่า ที่ยังคงไว และอาคารบ้านเรือนสร้างแบบผนังปูนประกอบบนคานไม้ Fachwerk Haus ทางเดินเท้าแคบๆ เล็กๆ เป็นถนนเก่าอัดด้วยก้อนหินตัดเหลี่ยม COBBLE STONE กันล้อรถม้าลื่นในตอนหิมะตก อิสระให้ท่านเดินชมเมืองสวยแห่งนี้ ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ของเล่น หอนาฬิกา โดยเฉพาะตามร้านค้าต่างๆ ของเมืองจะมีป้ายร้านค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองนี้

 12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองสตุ๊ตการ์ท (Stuttgart)(ระยะทาง 148 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของรัฐบาเดน -วูร์ตเทมแบร์ก (Baden-Wurttemberg) เมืองเก่าแก่ที่มีศิลปวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โบราณสถานต่างๆ ยังสมบูรณ์เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 น้อยกว่าเมืองอื่น บ้านของคนที่นี่มักตั้งอยู่ตามไหล่เขาลดหลั่นกันไป และมีสีสันสวยงามตัดกับสีเขียวของทุ่งหญ้าป่าไม้ รายล้อมด้วยไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี นับเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม เนื่องจากมีทั้งคณะบัลเล่ต์ อุปรากร และคณะประสานเสียงที่ได้รับการยอมรับ ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็น เมืองต้นกำเนิดรถยนต์เมอร์ซิเดส นำท่านเข้าสู่ จตุรัสลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz)จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1746 - 1807 และมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในปี 1977 เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆมากมายไม่ว่าจะเป็น, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ , ลานน้ำพุ, สถานีรถไฟหลัก และอื่นๆ

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure An Der Messe Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       สตุ๊ตการ์ท – ไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต   

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) (ระยะทาง 118 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่ง แม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้แล้ว นำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการ ท่องเที่ยวมากที่สุดของเมือง โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1300 ในสไตล์โกธิค & เรอเนสซองซ์ ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาและโดยรอบมีป่าละเมาะแสนสวยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้บริเวณปาร์คของปราสาท

 12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) (ระยะทาง 94 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองที่ได้รับการพัฒนาจ กลายมาเป็นชั้นแนวหน้าเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็น เสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนี รวมไปถึงสถาบันทางการเงินมากมาย นำท่าน ชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ท บริเวณจัตุรัสรือเมอร์ (Romerberg) ย่านใจกลางเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (The Romer) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ” (Ostzeile)ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงคารมโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด

ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (Gerechtigkeitsbrunnen)ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน นำท่าน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (Zeil)ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย สมควรแก่เวลา นำท่านมุ่งหน้าเข้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต  (Frankfurt International Airport) เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt)  มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

20.55 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 923 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 40 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

13.35 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 115,723