NEW YEAR IN CZECH REPUBLIC 9 DAYS TG

New Year In Czech Republic 9 D TG

ทัวร์ ยุโรปปีใหม่ สาธารณรัฐเชค 9 วัน สายการบินไทย TG
 
 
พร้อมเดินทาง 25 ธันวาคม - 2 มกราคม 2563 ราคาท่านละ 84,900 บาท


โปรโมชั่น จองภายในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ลดทันทีท่านละ 3,000 บาท !!

 

ราคาโปรดสอบถาม 02-538-3585 Line ID : @tdtravel

 

สาธารณรัฐเช็ก (The Czech Republic) ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป และเป็นประเทศที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ไปเที่ยวเชคเพื่อสัมผัสกับความงามเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีอารยธรรมความเป็นมาที่ยาวนาน โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย จึงมีอยู่หลายเมือง หลายสถานที่เที่ยวเชคซึ่งหากไปเที่ยวแล้วไม่ควรพลาด

 

โปรแกรมคัดเมืองสวยไฮไลท์ของประเทศเชค ที่ไม่ควรพลาด ในราคาสบายกระเป๋า

- บินตรงด้วยสายการบินไทย กรุงเทพ - เวียนนา - กรุงเทพ
- เทลค์ เมืองที่ได้ฉายาว่าเวนิชแห่งโมราเวีย ชมบ้านเรือนสีพาสเทล

- ปราสาทฮลูโบกา หนึ่งในปราสาทที่งดงามที่สุดของเชค

- เชสกี้ ครุมลอฟ เมืองยุคกลาง มรดกโลก เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย
- พิวเซน เมืองบ้านเกิดของเบียร์ชื่อดัง ยี่ห้อพิลส์เนอร์ อูร์เควลล์
- โลเก็ต เมืองเล็กๆสุดแสนน่ารัก มีชื่อเสียงจากปราสาทโลเก็ต นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก
- คาร์โลวี วารี เมืองน้ำแร่แสนสวยอีกแห่งหนึ่งของยุโรป
- ปราสาทคาร์ลสเตน ปราสาทเทพนิยายของเชค
- กรุงปร๊าก เมืองหลวงอันงดงาม เข้าชมปราสาทปร๊าก สะพานชาร์ล จตุรัสเมืองเก่า จัตุรัสเวนเซสลาส
- คุทนา โฮร่า ชมโบสถ์กระดูก และ โบสถ์เซ็นต์บาร์บารา
- โอโลมุก เมืองใหญ่ที่มีประวัติอันเลื่องลือ รองจากรุงปร๊าก
- อุทยานแห่งชาติมอเรเวียนคาร์ส เป็นคาร์สที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในยุโรป

- เบอร์โน เมืองแห่งสถาปัตยกรรมสุดวิจิตร
- ปราสาทเลดนิสซ่า และ ปราสาทวาลติซ่า ปราสาทมรดกโลกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของเชค
- มิโคลอฟ  เมืองที่มีชื่อเสียงจาการเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญของประเทศ

- เวียนนา ออสเตรีย ช๊อปปิ้งปิดท้าย

 

รายละเอียดโปรแกรม

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                       เวียนนา(ออสเตรีย) – เทลค์(เชค) - ปราสาทฮลูโบกา - เชสกี้ ครุมลอฟ

01.30น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา(Vienna)โดยเที่ยวบินที่ TG 936(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 30นาที)

07.00.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศสาธารณรัฐเชค (Czech Republic)เริ่มต้นเที่ยวกันที่ เมืองเทลค์ (Telc)(ระยะทาง 151 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองเล็ก ได้ชื่อว่าเป็น Venice of Moravia เป็นเมืองที่งดงามในโมราเวียนตอนใต้ ถูกก่อตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นการนำชั้นหนึ่งของถนนที่ตัดกันของเส้นทางการค้าขายระหว่างโบฮีเมีย โมราเวีย และออสเตรีย นอกจากอนุสรณ์สถานปราสาทยุคเรเนศองส์ในศตวรรษที่ 17 พร้อมด้วยสวนรูปแบบอังกฤษ วิวที่สวยงามที่สุดคือจัตุรัสของเมือง บ้านเรือนสีพาสเทลเรียงรายไปด้วยตลาดพร้อมบ้านแบบเรเนซองส์และบาร็อกที่ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี รวมถึงหลังคาหน้าจั่วและอาร์เขตตั้งแต่ปี 1992 และทั้งหมดนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1992 ให้ท่านได้เดินชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทฮลูโบกา (The State Chateau of Hluboka) (ระยะทาง 96 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) สร้างใน ทศวรรษที่ 13 by Wenceslas I เป็นศิลปะแบบ Gothic และใน ทศวรรษที่ 16 ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยศิลปะแบบ Renaissance และในทศวรรษที่ 18 ตระกูล Schwarzenbergs ก็ได้เข้ามาครอบครองปราสาทแห่งนี้ และตกแต่งด้วยศิลปะแบบ Baroque แล้วในช่วงปี 1839-1871 ก็ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมแบบ English Neo-Gothic 

จนได้เวลามุ่งหน้าสู่ เมืองมรดกโลกเพชรน้ำงามแห่ง โบฮีเมีย (Bohemia) ที่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) (ระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ซึ่งเมืองนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เมืองที่ยังคงเก็บรักษาธรรมชาติแบบยุคกลางของตนเองไว้ เมืองนี้ถูกเรียกว่าไข่มุกแห่ง โบฮีเมีย (Bohemia) นำท่านเที่ยวชม เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ  (Cesky Krumlov) เมืองแห่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ได้ถูกนำไปลงไว้ในรายการมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติขององค์การยูเนสโก้ในปี 1992เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของ แม่น้ำวัลตาวา (Vltava River)

นำท่านชม ปราสาทครุมลอฟ (Krumlov Castle)และ โบสถ์โกธิกเซนต์ไวตัส (St.Vitus) ปราสาทที่มีส่วนหนึ่งเป็นป้อมปราการยุคกลางและอีกส่วนเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาอย่างโดนเด่นและสามารถมองเห็นวิวเมืองโดยรอบซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1250 และถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยศิลปะ 3 ยุค 3 สมัยผสมผสานกันอย่างลงตัวตั้งแต่กอธิคเรอเนสซองส์-บาร็อค จากนั้นอิสระท่านชมเมือง โดยจุดศูนย์กลางของเมืองอยู่ที่ จตุรัสทาวน์ฮอลล์ (Town  Hall Square) ให้ท่านได้ชมความโดดเด่นของ เมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง และได้รับการอนุรักษ์จนได้ขึ้นทะเบียนไว้ ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างมาก  มันเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของเมืองเล็กๆยุคกลางของยุโรปกลาง มรดกทางสถาปัตยกรรมของเมืองนี้ยังคงอยู่ในสภาพเดิม 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Old InnHotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     เชสกี้ ครุมลอฟ – พิวเซน – โลเก็ต – คาร์โลวี วารี  

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองพิวเซน(Plzen) (ระยะทาง 155  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากแห่งหนึ่งของภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวสต์โบฮีเมียอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองพิวเซนยังเป็นเมืองบ้านเกิดของเบียร์ยี่ห้อพิลส์เนอร์ อูร์เควลล์ (Pilsener Urquell) เบียร์ชื่อดังอีกหนึ่งย่อห้อ ที่ปัจจุบันค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในหมู่นักดื่มเบียร์ ชมโรงกลั่นเบียร์ พิลส์เนอร์ เออร์เกล (Pilsner UrquellFactory) เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลคลั่งไคล้เบียร์ ที่นี่มีเบียร์มากมายหลายรูปแบบให้เลือกชิม นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังเมืองโบฮีเมียซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเพื่อเยี่ยมชมอนุสาวรีย์และโบสถ์ต่าง ๆ แต่ก็สามารถพูดได้ว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเมืองนี้เพื่อเข้าชมโรงกลั่นเบียร์ ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อยแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่สังเกตเห็นประตูทางเข้าอันโด่งดังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฉลากเบียร์ Plzensky Prazdroj’s ซึ่งทำให้เบียร์เออร์เกลกลายเป็นตราสินค้าจากสาธารณรัฐเช็ก

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางแวะเยี่ยมชม เมืองโลเก็ต (Loket)(ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองเล็กๆแสนน่ารัก เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond Casino Royal เมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสเตรียระหว่างศตวรรษที่ 17-18 แห่งนี้มีชื่อเสียงจาก ปราสาทโลเก็ต(Loket Castle) ปราสาทสไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 บริเวณเนินเขาใจกลางเมือง โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเดินทางมาในช่วงเทศกาลโอเปร่าประจำปีซึ่งจัดขึ้นโดยมีปราสาทเป็นฉากหลัง ชื่อของเมืองดังกล่าวมีความหมายว่า “ข้อศอก” เนื่องจากเขตเมืองตั้งอยู่ภายใต้การโอบล้อมของแม่น้ำ Ohre ทั้ง 3 ด้านซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการทำงานของข้อศอก ให้ท่านได้ชื่นชมกับบ้านเรือนหลากสีสัน เพลิตเพลินกับการถ่ายภาพภายในหมู่บ้าน

 

จนได้เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary)(ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เมืองคาร์ลส์บาด (Carlsbad) เป็นเมืองที่มีการค้นพบน้ำแร่โดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ที่ดำรงตำแหน่งเป็นพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก นำท่านชม เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) หรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองน้ำแร่” แสนสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโบฮีเมียลักษณะเมืองอยู่ในหุบเขาสองฝั่ง แม่น้ำเทปล้า (Tepla River) ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ค้นพบแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ และมีบ่อน้ำพุร้อนถึง 12 แห่ง ที่ร้อนที่สุดอยู่ในศูนย์นิทรรศการที่มีความร้อนถึง72 องศาเซลเซียสภายในจัดแสดงสายน้ำแร่ นักท่องเที่ยวสามารถชิมน้ำแร่ด้วยถ้วยชิมเฉพาะพิเศษ ที่ทำจากพอร์ซเลนในเมืองนี้เท่านั้น เมืองนี้เป็นที่นิยมในการเข้าคอร์สสปา เพื่อรักษาสุขภาพ และยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม เหมาะแก่การเดินเที่ยวชม เมืองเป็นอย่างยิ่ง อาทิ ชาโตว์ฮิลล์ (Chateau Hill)ได้รับการพัฒนาและรวมเข้ากับ อาคารคอมเพล็กซ์ชาว์โตว์บาท (Complex Chateau Bath) ได้รับการออกแบบโครงสร้างโดยสถาปนิกโอมานน์ สถาปัตยกรรมของตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากคตินิยมสรรผสานซึ่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบและของตกแต่งแบบอาร์ทนูโวจำนวนมาก, โบสถ์ของแมรี่ เมดิลีน (Church of St.Mary Magdalene) และ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์ปอลนิกายออร์โธดอกซ์รัสเซีย (Russian Orthodox Church of St. Peter and St. Paul)สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกับมหาวิหารในออสตานคิโน ใน กรุงมอสโก (Moscow)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักResort Poppy Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         คาร์โลวี วารี - ปราสาทคาร์ลสเตน - กรุงปร๊าก    

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

                   เช้านี้นำท่านเดินทางสู่  ปราสาทคาร์ลสเตน (Karlstejn Castle)(ระยะทาง 139 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) สร้างขึ้น ในปี 1348 โดยกษัตริย์แห่งอาณาจักร์เช็ก และ จักรพรรดิโรมัน ชาร์ลที่ 4 ปราสาทแห่งนี้ ไม่เพียงมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมแตกต่างจากปราสาทอื่นๆในแคว้นแล้วนั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นปราสาทที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของกษัติรย์และทรัพย์สมบัติอันมีค่ามหาศาลสืบทอดมาจากอาณาจักรโรมัน ช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ปราสาทถูกบูรณะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค จากนั้นถูกบูรณะใหม่สู่สไตล์เรเนซองส์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ลักษณะที่ปรากฏในปัจจุบันของปราสาทมาจากการฟื้นฟูบูรณะครั้งล่าสุดในตอนปลายศตวรรษที่ 19 ทำให้ปราสาทมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามสไตร์นีโอโกธิคซึ่งพิถีพิถัน โดยผลงานของ สถาปนิกโจเซฟ โมคโกร์ ที่น่าประทับใจที่สุดคงหนีไม่พ้นลักษณะของตัวอาคารที่สร้างเป็นเหมือนขั้นบันได และตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา เมือง และแม่น้ำ เมือง และแม่น้ำที่เคลื่อนตัวไปอย่างสวยงามเบื้องหน้า

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงปร๊าก (Prague)(ระยะทาง 34กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองเก่าที่มีความสวยงาม กรุงปร๊าก (Prague) ดินแดนแห่ง สาธารณรัฐเชค (Czech)เมืองที่มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองที่มีประวัติศาตร์ย้อนหลังราว 2,000 ปีและองค์การยูเนสโกได้เลือกเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมนำท่านชม สะพานชาร์ล(Charles Bridge) สะพานเก่าแก่สัญลักษณ์ของเมืองสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ในสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญ 28 องค์ 

นำท่านเที่ยวชมจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) อันเป็นที่ตั้งของ วิหารทีน (Church of Our Lady Before Tyn)ด้านหน้าจะมีรูปปั้นของJan Hus  ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาได้ถูกเผาที่นี่ยังมี โบสถ์เซนต์นิโคลาส (Church of St. Nicolas)อีกด้านหนึ่งที่ไม่ควรพลาดชมคือนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ (Astronomical Clock)ที่ทุกๆ ต้นชั่วโมงนาฬิกาจะตีบอกเวลา และจะมีหุ่นสาวกของพระคริสต์ออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  ให้ท่านได้เลือกซื้อเครื่องแก้วโบฮีเมียโมเซอร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอิสระให้เดินชมจัตุรัสเวนเซสลาส (Wenceslas Square) ที่อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถนนสายนี้เป็นถนนช้อปปิ้งสตรีทแหล่งร้านค้าที่รวบรวมเอาเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย รองเท้า เครื่องประดับสวยงามและเครื่องสำอางยี่ห้อดัง

** เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันมีค่าของท่านในการเดินชมเมืองอิสระท่านรับประทานอาหารค่ำ ตามอัธยาศัย **

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Panorama Hotel  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       กรุงปร๊าก - คุทนา โฮร่า  - โอโลมุก

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

 

เช้านี้ นำท่านเข้าชม ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก (Prague Castle)ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบกอธิค และแม้ว่าขณะนี้ปราสาทแห่งนี้จะกลายเป็นทำเนียบของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แต่ปราสาทกรุงปร๊ากยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลายภายในปราสาทมี มหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral)ที่เด่นเป็นสง่า มหาวิหารสไตล์โกธิคใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊ากเข้าชมการตกแต่งภายใน มหาวิหารด้วยกระจกสีเป็นภาพนักบุญและเรื่องราวทางศาสนาคริสต์และถนนสายช่างทอง Golden Laneบ้านเล็กน่ารักสีสันต่างๆ เรียงกัน ในอดีตเคยเป็นบ้าน ของช่างทองและช่างเหล็กในสมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก แกลอรี่ และพิพิธภัณฑ์

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่  เมืองคุทนา โฮร่า  (Kutna Hora)(ระยะทาง 82 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐเชค(Czech) ที่รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมมรดกโลก ที่ร่ำรวยด้วยเศรษฐกิจ สังคม ตั้งแต่ยุคกลาง เริ่มต้นกันที่ โบสถ์คอสนิสยะ (Kostnice Ossuary)หรือ โบสถ์กระดูก (Bone Chapel)โบสถ์สุสานเล็กๆ ตั้งแต่ตอนปลายของศตวรรษที่ 14 และได้ถูกสร้างใหม่ในสไตล์บารอก โดยเจบี ซาน ตินี่ ปรับเปลี่ยนให้เป็นงานศิลปะแห่งความตายอันน่ากลัว ประดับตกแต่งด้วยกระดูกมนุษย์ ทำเป็นฝ้า เพดาน โคมไฟระย้า แท่นบูชา โดยกระดูกที่ใช้นี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มาจากสุสานที่อยู่ติดกันจากนั้นนำท่านชมโบสถ์เซ็นต์บาร์บารา (Church of Saint Barbara)หนึ่งในสิ่งก่อสร้างสไตล์โกธิกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก  ว่ากันว่าสวยงามยิ่งกว่ามหาวิหารเซนต์วิตัส(St.Vitus’s Cathedral) แห่งกรุงปร๊าก(Prague)ด้วยซ้ำ

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองโอโลมุก (Olomouc)(ระยะทาง 174 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที) หนึ่งในเมืองอันเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์เลื่องลือ รองจากกรุงปราก (Prague) เมืองนี้ถือเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ มีประชากรราว 102,000 คน หากรวมประชากรชานเมือง มีประชากร 480,000 คน คาดกันว่าเมืองนี้ถือกำเนิดมาจากป้อมของชาวโรมัน ตกเป็นของฮังการีใน ค.ศ. 1478 และเป็นเมืองหลวงของโมราเวียน (Moravian) จนถึง ค.ศ. 1640 สวีเดนเข้าทำลายใน ค.ศ. 1642 ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นที่มั่นของออสเตรีย (Austria)

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ NH Olomouc Congress Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       โอโลมุก - อุทยานแห่งชาติมอเรเวียนคาร์ส  - เบอร์โน   

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชม เสาพระตรีเอกภาพแห่งโอโลมูซ (Holy Trinity Column in Olomouc)คือ สถานที่ประดิษฐานเสาศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวเชกมานานกว่าสามร้อยปี ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลาง เมืองโอโลมุก (Olomouc) เป็นเสาสัญลักษณ์แห่งความเทิดทูนต่อ พระบารมีแห่งพระแม่มารีอา หรือ แม่พระผู้นิรมล (Virgin Mary) สร้างเพื่อแสดงถึงความสำนึกในพระมหาการุณย์ของแม่พระ และความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ที่ช่วยให้เมืองโอโลมุก (Olomouc) และชาวเชกทั้งปวง รอดพ้นจากกาฬโรค ที่ระบาดและคร่าชีวิตชาวเชกไปมากมายในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18  เป็นเสาแห่งความกตัญญูต่อพระผู้เป็นเจ้า และแม่พระผู้นิรมล ที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันระหว่าง ศิลปิน ประติมากร วิศวกร และช่างผู้มีฝีมือชาว เมืองโอโลมุก (Olomouc) มากมาย มาช่วยกันหลอมสร้าง และแกะสลักเสาพระตรีเอกภาพแห่งนี้จนสำเร็จลุล่วงลงได้ โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเสาตั้งแต่ปี ค.ศ.1716 ถึง ค.ศ.1754 นานถึง 38 ปี จึงแล้วเสร็จ ผลที่ตามนั้นก็คือ ความภาคภูมิใจในเสาสัญลักษณ์แห่งความภักดีต่อพระคริสต์ศาสนา และเฉลิมฉลองการรอดพ้นภัยจากโรคระบาด สำหรับชาวเชกแล้ว เสาแห่งนี้คือเครื่องหมายแห่งความรักความสามัคคี ที่พวกเขาพากเพียรกันสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาอย่างแท้จริง และทุ่มเทให้อย่างเต็มกำลัง จนกระทั่งเสาพระตรีเอกภาพกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง เมืองโอโลมุก (Olomouc)  และ สาธารณรัฐเชก (Czech Republic)  ด้วยเหตุนี้ เมื่อปี ค.ศ.2000 องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ “เสาพระตรีเอกภาพ” เป็นมรดกโลก (World Heritage Site) ในฐานะที่เป็นตัวอย่างของการแสดงออกทางสุนทรียศิลป์แบบบาโรกที่งดงาม และยิ่งใหญ่ของทวีปยุโรป จากนั้นอิสระท่านเดินเล่นกลางจัสตุรัสกลางเมือง

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติมอเรเวียนคาร์ส (Moravian Karst)(ระยะทาง 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) (คาสต์ คือเป็นลักษณะของหินปูนที่ถูกน้ำ ละลายหินออกไปจนเหลือหินเป็นลักษณะตะปุ่มตะป่ำ เต็มไปด้วยหลุมบ่อ,ถ้ำและทางน้ำใต้ดินที่ละลายเอาเนื้อหินปูนแทรกซึมหายลงไป พื้นที่แบบนี้มักเป็นที่แห้งแล้งและมีธารน้ำที่น้ำไหลลงที่ต่ำในหน้าฝน แต่ตอนปลายธารน้ำมุดดินหายไปหมด คำนี้แต่เดิมใช้แก้ที่ราบสูงคาสต์อันเป็นที่ราบสูงหินปูนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ในเขตประเทศยูโกสลาเวียในปัจจุบัน) คาสต์โมราเวียน (Moravian Karst)  เป็นคาสต์ที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในยุโรปกลาง ซึ่งที่นี่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของสาธารณรัฐเช็ก เมื่อถึงที่ทำการอุทยานฯ นำท่านขึ้นรถรางเข้าสู่ถ้ำ ซึ่งมีถ้ำและหุบเขากว่า 1,100 แห่ง แต่ถ้ำที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม มีเพียง 4 ถ้ำเท่านั้น และถ้ำที่โดดเด่นที่สุดคือถ้ำพุงค์วา (Punkva Caves)ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจำนวนมาก มาเยือนถ้ำแห่งนี้ หลังจากเดินชมหินงอก หินย้อยจนหมดบริเวณโซนแห้ง ก็ถึงบริเวณโซนเปียก ก็ต้อง ล่องเรือถ้ำพุงค์วา (Punkva Caves) ระหว่างล่องเรือเหนือธารน้ำใต้ดินสีเขียวมรกต ในถ้ำมีหินงอก หินย้อยมากมาย ที่มีรูปร่างสวยงามตระการ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบอร์โน (Brno) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  ถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ก็จัดเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีหลายสิ่งโดดเด่นทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรมและอาหารการกิน อาทิ  ไวน์ เบอร์โน โดดเด่นเรื่องผลิตไวน์ คอไวน์จากทั่วสารทิศมาที่นี่เพื่อชิมไวน์ ที่หาซื้อง่ายมาก ที่พิเศษคือมีร้านชื่อ Vinarna ที่กดไวน์ออกจากถังไวน์กันสด ๆ คอสุราคงได้กรึ่มกันทั้งวัน นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แอนด์พอล (St. Peter and Paul Cathedral)ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Petrov ที่สามารถมองเห็นวิวสุดสวยของเมือง เป็นจุดชมวิวที่โรแมนติกมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะหลายครั้งในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1794 – 1746 และได้ปรับเปลี่ยน ให้เป็นไสตล์บาร็อค แต่พอถึงช่วงศตวรรษที่ 19 – 20 มหาวิหาร ได้รับอิทธิพลของศิลปะแบบนีโอ-โกธิค แต่ถึงจะบูรณะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรความสวยงามสงาและความขลังยังคงอยู่ตราบจนทุกวันนี้

จากนั้น นำท่านชม เมืองเก่าเบอร์โน (Old town)ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก เป็นเมืองหลวงของแคว้นโมราเวีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1641 อาคารในเมืองเก่าย่านคนเดินเท้า มีเสน่ห์ในสไตล์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิมและถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Courtyard Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      เบอร์โน - มิโคลอฟ – เวียนนา (ออสเตรีย)

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่แคว้นโมราเวีย (Moravia)ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เหมาะแก่การทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกองุ่นทำไวน์ จนกระทั่งถึงเขตพื้นที่วัฒนธรรมเลดนิสซ่า (Lednice – Valtice Culture Landscape) ครอบคลุมพื้นที่ 283.09 ตารางกิโลเมตร อยู่ในแคว้นโมราเวียใต้แวะชมปราสาทเลดนิสซ่า (Lednice Castle) (ระยะทาง56กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที)ปราสาทเก่าแก่ที่สวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศบนพื้นที่กว่า 200 ตารางกิโลเมตร สร้างโดยราชวงศ์ลิคเตนสไตน์ช่วงกลางศตวรรษที่ 13 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ โกธิค ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ได้ปรับปรุงให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าชายแห่งลิคเตนสไตน์ โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบบารอค ชมบริเวณสวนของปราสาท

ไม่ไกลกันเป็น ปราสาทวาลติซ่า (Valtice Castle)(ระยะทาง8กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)สร้างโดยราชวงศ์ลิคเตนสไตน์ เช่นกัน สถาปัตยกรรมแบบบาร็อคผสมกับนีโอ โกธิค รอบๆบริเวณปราสาทตกแต่งด้วยสวน สนามหญ้า รูปปั้น และ น้ำพุดูสวยงามองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนให้ ปราสาทเลดนิสซ่าและปราสาทวาลติซ่ารวมทั้งบริเวณสวนรอบปราสาท เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1996

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองมิโคลอฟ (Mikulov)(ระยะทาง12กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)เมืองตั้งแต่ศตวรรตที่ 13 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโมราเวีย ใกล้กับพรมแดนประเทศออสเตรีย (Austria) เมืองที่เป็นชุมชนใหญ่ของชาวยิวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 แห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งผลิตไวน์สำคัญของประเทศเพราะด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมผสานกับความสามารถของชาวเมืองที่มีมาตั้งแต่อดีตทำให้นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมเดินทางมาเพื่อชมไร่องุ่นและชิมไวน์รสเยี่ยม ในเขตเมืองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นคือปราสาทมิโคลอฟ (Mikulov Castle)ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่บนเนินเขาจุดสูงสุดของเมือง นำท่านชมเมืองที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมต่างๆ เช่นปราสาทมิโคลอฟ โบสถ์ประจำเมืองและย่านเมืองเก่า ให้ท่านได้ชิมไวน์ที่มีชื่อเสียงของแคว้นโมราเวีย เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านออกเดินทางเข้าสู่กรุงเวียนนา(Vienna)เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (Austria) (ระยะทาง95กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองหลวงแสนสวยที่ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ดูชีวิตคนเมืองที่ศูนย์กลางของกรุงเวียนนาซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งกลางกรุง ที่มีทั้งร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร คาเฟ่ แกลลอรี่ โบสถ์ มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น และท่านยังจะได้เห็นศิลปินเปิดหมวกตามถนนคนเดินที่ขนความสามารถมาแสดงกันอย่างหลากหลายอีกด้วย นำคณะชม ถนนสายวงแหวน (Ringstrasse)ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace)ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephens Cathedral)สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช๊อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท หรือแวะชิมของหวานที่ร้าน THE DEMEL ร้านเบเกอร์รี่ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe)ใจกลางกรุงเวียนนา

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ KavalierHotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เวียนนา

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา (Vienna International Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ(Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

13.30 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 937 (ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง)

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       กรุงเทพฯ

05.20 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

฿84,900
จำนวน:
Visitors: 92,984