FINLAND AURORA IGLOOS ICE BREAKER 8 DAYS (AY)

ทัวร์ ฟินแลนด์ แสงเหนือ ไอซ์เบรคเกอร์ 8 วัน บินฟินแอร์ (AY)

กำหนดการเดินทาง 6 - 13 กุมภาพันธุ์ และ 23 - 30 มีนาคม 2563 

ราคาท่านละ 139,900 บาท (รับเพียงคณะละ 20 ท่านเท่านั้น)

** โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 30 พฤศจิกายน นี้ลดทันที ท่านละ 5,000 บาท **

 

**พิเศษสุดๆ คอนเฟิร์มพัก โรงแรม Seaside Glass Village 1 คืน พัก Igloo Village Kakslauttanen 1 คืน จองยากมาก !!**


เฮลซิงกิ – เคมิ – ปราสาทหิมะ เรือตัดน้ำแข็งไอซ์เบรกเกอร์ – โรวาเนียมิ – หมู่บ้านซานตาคลอส

ขับสโนว์โมบิล – ไอซ์ฟิชชิ่ง – ซาลิเซก้า – ฟาร์มไซบีเรียนฮัสกี้ พร้อมนั่งรถลากเลื่อน ฟาร์มกวางเรนเดียร์พร้อมนั่งรถลากเลื่อน

พิเศษ นั่งรถตามล่าหาแสงเหนือ (ออโรร่า ฮันติ้ง) – อิวาโล


 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ – กรุงเฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)

20.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ S สายการบิน สายการบินฟินแอร์ (AY)พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.05น.         ออกเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) โดยเที่ยวบินที่ AY 144(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 15นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงเฮลซิงกิ เคมิ– ปราสาทหิมะ

05.20.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ (Finland) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วรอเปลี่ยนเที่ยวบิน(กระเป๋าเชคทรูไปยังสนามบินเคมิ)

10.45 น.       ออกเดินทางต่อสู่ เมืองเคมิ (Kemi)โดยเที่ยวบินที่ AY 632 (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาที)

12.25 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานเคมิ (Kemi Airport) เมืองเคมิ (Kemi)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว รถโค้ชปรับอากาศนำท่านเดินทางสู่ เมืองเคมิ (Kemi) เมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ริมอ่าวบอธเนีย (Gulf of Bothnia) บริเวณทางตอนเหนือของทะเลบอลติค (Baltic Sea) มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 22,000 คน แต่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่มีความสำคัญของแลปแลนด์ เนื่องจากเป็นที่ประจำการของเรือตัดน้ำแข็ง (Sampo Icebreaker) และมีการจัดเทศกาลปราสาทในทุกๆปี นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่โครเมี่ยมแห่งเดียวในทวีปยุโรปอีกด้วย

13.45น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าชมปราสาทหิมะ (Snow Castle) ปราสาทขนาดใหญ่ที่สร้งขึ้นจากหิมะและน้ำแข็งบนพื้นรวมกว่า 20,000 ตารางเมตรภายในประกอบด้วยห้องสวยงามมากมาย อาทิเช่น สโนว์เรสเตอรอง (Snow Restaurant)ซึ่งเฟอร์นิเจอต่างๆทำขึ้นจากน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเก้าอี้ / สโนว์โฮเทล (Snow Hotel)ห้องพักสีขาวโพลนซึ่งเตียงทำขึ้นจากน้ำแข็ง และตามผนังมีการแกะสลักลายน้ำแข็งไว้อย่างลงตัว / สโนว์แชปเพล (Snow Chapel)หรือโบสถ์น้ำแข็ง ซึ่งมีรองรับคู่บ่าวสาวที่ต้องการจัดงานแต่งงานในดินแดนหิมะ และ ห้องอื่นๆอีกมากมายให้ท่านได้เลือกชม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย

(หากปราสาทหิมะ ไม่เปิดบริการ) นำท่านชม SNOW EXPERIENCE 365 ซึ่งเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ภายในจะมีกำแพงที่มีหิมะปกคลุม ทางเดินที่ทำจากน้ำแข็งเหมือนฉากในเทพนิยาย เพลิดเพลินไปกับศิลปะแกะสลักน้ำแข็งที่น่าตื่นตาตื่นใจและทดลองกับกิจกรรม ice slide)

 

19.00 น.      อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารในโรงแรม

 

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ซีไซด์ กลาส วิลล่า” (Seaside Glass Villas)ที่พักรูปทรงสี่เหลี่ยม สไตล์กลาสวิลล่า ที่จะเปลี่ยนมุมมองใหม่ของการชมแสงเหนือผ่านกระจกบานใหม่ พร้อมวิวทิวทัศน์ติดริมชายหาด และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน





พัก Seaside Glass Villas

(หมายเหตุ : Seaside Glass Villas มีลักษณะเป็นห้องพักรูปสี่เหลี่ยม หันหน้าออกริมทะเลและรูปแบบการจัดวางห้องพัก

 เป็น 2 แถว การจองห้องพักจะมีทั้งแถวหน้า และแถวหลังคละกันในแต่ละกรุ้ป ทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการจัดห้องพักตามลำดับการจอง)

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   เคมิ – ล่องเรือตัดน้ำแข็ง – โรวาเนียมิ

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย นำท่านชมเมืองเคมิ (Kemi) นำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์แห่งเคมิ(Kemi Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนท์ ที่ถูกสร้างและออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิคโดยสถาปนิกชื่อดังชาวฟินแลนด์นาม Josef Stenback

 

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น.       จากนั้นนำท่าน ล่องเรือตัดน้ำแข็ง(Sampo Icebreaker) เรือตัดน้ำแข็ง หรือไอซ์เบรกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดในโลก ปลดประจำการแล้ว และนำมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความหฤหรรษ์ ประสบการณ์ใหม่ๆจากเรือทลายน้ำแข็งที่บดทลายมากว่า 30 ปีในเขตอาร์กติก นำท่านสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ที่ยากจะลืมเลือนจากการทลายทุ่งน้ำแข็ง ที่จับตัวหนากว่า 1 เมตรในแต่ละวัน

จากนั้น ลงว่ายน้ำทะเล Ice Swimming ลงว่ายน้ำในบ่อน้ำกลางทะเลที่หนาวเย็น และล้อมรอบไปด้วยน้ำแข็งหนา อุณหภูมิที่ติดลบกว่า 20 องศาเซลเซียสโดยชุดพิเศษ A Water Right Themal Suit สมควรแก่เวลา

** โปรแกรมวันนี้อาจมีปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมหาก Sampo Icebreaker เต็ม

เราจะนำท่านล่องเรือ Polar Icebreaker แทน ซึ่งกิจกรรมเหมือนกัน **

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) (ระยะทาง  117 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองหลวงของดินแดนแลปแลนด์ (Lapland) อยู่ใจกลางพื้นที่ป่าของแลปแลนด์ (Lapland) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองได้ถูกทำลายไป แต่ต่อมาได้มีการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ อาคารที่สร้างใหม่แห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของอัลวาร์ออลโต ที่มีแนวคิดแบบเน้นประโยชน์ใช้สอย สวยงามและทันสมัย เมืองโรวาเนมิ(Rovanemi) นี้มีแม่น้ำ 2 สายที่ไหลผ่านใจกลางเมืองมีพื้นที่ 8,017.19ตร.กม.และประชากร 59,000 คน เนื่องจากแลปแลนด์ (Lapland) ได้ชื่อว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของซานตาครอสชายแก่หนวดขาวที่แสนใจดี นั่งรถเลื่อนที่ลากด้วยกวางเรนเดียร์มาแจกของขวัญวันคริสต์มาสแก่เด็กๆ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมนี้จึงมีความเกี่ยวเนื่องถึงซานตาคลอส

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Lapland Hotel Sky Ounasvaara หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                   โรวาเนียมิ – หมู่บ้านซานตาครอส ฟาร์มกวางเรนเดียร์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเยี่ยมชม หมู่บ้านซานตาครอส (Santa Claus Village) ดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านถ่ายรูปกับเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล (Arctic Circle)เส้นแบ่งเขตแดนตามเส้นรุ้งและเส้นแวงเพื่อกำหนดขอบเขตของบริเวณซีกโลกเหนือ โดยเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลจะอยู่ที่ 66 องศา 33 ลิปดา 44 ฟิลิปดาเหนือ เป็นตัวบ่งบอกจุดเหนือสุดที่ในเวลา 1 ปี คนที่อยู่แถบนี้ มีโอกาสไม่พบกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง นำท่านแวะชม ซานตาคลอสออฟฟิศ (Santa Claus Office)หรือที่ทำการของซานตาครอส ภายในตกแต่งด้วยสีสันสดใสมากมาย พร้อมทั้งให้ท่านได้พบกับลุงซานต้าคลอสตัวโตในชุดคริสมาสต์สีแดงที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม นำท่านแวะชมที่ทำการไปรษณีย์ซานตาครอส (Santa Claus Main Post Office)ท่านสามารถเลือกซื้อไปรษณียบัตรหลากหลายสีสันเพื่อเขียนอวยพรครอบครัวและมิตรสหาย พร้อมทั้งฝากซานต้าคลอสส่งกลับมายังประเทศไทยได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์นี้ อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปในบริเวณหมู่บ้านซานตาครอสที่ประดับประดาด้วยธีมคริสต์มาสอันสวยงามตามอัธยาศัย หรือจะเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกภายในหมู่บ้านซานตาครอสแห่งนี้

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มกวางเรนเดียร์ (Reindeer Farm)หรือฟาร์มกวางคารีบู พร้อมสัมผัสประสบการ์ณนั่งรถเลื่อนลากวางเรนเดียร์ (Reindeer-Sledding) ข้ามผ่านเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล (การนั่งรถลากเลื่อนขึ้นกับสภาพอากาศในวันนั้นๆ) ให้ท่านได้สัมผัสกับความน่ารักของกวางเรนเดียร์ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่ ขนาดโตเต็มที่น้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม และ สูงประมาณ 214 เซนติเมตร ขนตามลำตัวยามปกติจะมีสีน้ำตาล แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีอ่อนขึ้น หรือสีขาว ชาวแลปแลนด์นิยมเลี้ยงไว้เพื่อใช้งานสำหรับรถลากเลื่อน อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับกวางเรนเดียร์แห่งแลปแลนด์อย่างใกล้ชิด

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารค่ำ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการ์ณ นั่งรถออกตามล่าแสงเหนือ (Aurora Hunting) โดยรถจะนำท่านสู่ทุ่งกว้าง เพื่อหาพื้นที่ที่สามารถเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ท่องเที่ยว และ กิจกรรมที่ไม่น่าพลาด หากมีโอกาสได้มาเยือนช่วงฤดูกาลที่เห็นแสงเหนือได้ง่ายที่สุด

** แสงออโรร่า (Aurora Borealis)เป็น ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยบางครั้งจะเรียกว่า แสงเหนือ หรือแสงใต้ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดปรากฏการณ์แสงออโรร่าเป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ ที่น่าทึ่งที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก อาจปรากฏเป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาทีบางครั้งจะปรากฏเหมือนจะแตะกับพื้นหรือในเวลาอื่นอาจพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก (Altitudes) ประมาณ 100 ถึง 200 กิโลเมตร นำท่าน ตามล่าหาแสงเหนือเป็น เวลา 2 ชั่วโมง พร้อมบริการน้ำเบอร์รี่อุ่นๆ ระหว่างการท่องเที่ยว

(หมายเหตุ :  ปรากฏการณ์แสงออโรร่า เป็นไปตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ)

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Lapland Hotel Sky Ounasvaara หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)       โรวาเนียมิซาลิสเซก้า – ขับสโนว์โมบิล – ตามล่าแสงเหนือ

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาริสเซก้า (Saariselka)(ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางเหนือของฟินแลนด์มีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านที่พักและรีสอร์ท และเป็นพื้นที่ทางเหนือของแลปแลนด์ที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากที่สุด ท่านจะได้สัมผัสธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาของป่าสนเขตยุโรปเหนือ (Northern Europe) และพันธุ์ไม้ต่างๆ บางครั้งอาจได้เห็นความน่ารักของเหล่ากวางเรนเดียร์ซึ่งเป็นสัตว์ท้องถิ่นในพื้นที่แถบนี้นำท่านสู่ หมู่บ้าน อิกลูแคคสลอตทาเนน (Igloo Village Kakslauttanen) ตั้งอยู่เหนือเส้นเขตขั้วโลกเหนือ เขตแลปแลนด์ (LAPLAND) ของประเทศฟินแลนด์ โดยสถานที่แห่งนี้อยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ และยังมีวิวทิวทัศน์ให้ชื่นชมความสวยงามของป่าเขา ท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่ท่านจะต้องประทับใจไม่มีวันลืม สำหรับหมู่บ้านเรือนกระจกแห่งนี้สร้างด้วยกระจกนำความร้อนแบบพิเศษ ซึ่งจะทำให้ระดับอุณหภูมิภายในห้องอบอุ่นตลอด อีกทั้งยังป้องกันกระจกไม่ให้ถูกน้ำแข็งเกาะเพื่อให้ท่านได้ชมวิวภายนอกอย่างชัดเจน แม้ว่าอุณหภูมิภายนอกจะลดต่ำลงมากกว่า -30 องศาเซลเซียสก็ตามอีกทั้งห้องพักแสนสบายนี้ยังมีห้องน้ำห้องอาบน้ำ นอกจากนี้ยังมีโบสถ์เล็ก ๆ และบาร์น้ำแข็ง ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้จะถูกสร้างขึ้นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านสัมผัสกิจกรรมอันดับหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบตะลุยหิมะ ด้วยการขับขี่สโนว์โมบิล (Snowmobile)พาหนะที่คล่องตัวที่สุดในการเดินทางบนหิมะหรือน้ำแข็ง โดยท่านจะได้รับคำแนะนำในการขับขี่ที่ถูกต้อง สนุกสนานและปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญเส้นทางในการเดินทางท่อง เที่ยวแบบสโนว์โมบิลซาฟารี โดยทางบริษัท ฯ จะมีการจัดเตรียมเครื่องกันหนาวให้ท่านอย่างครบถ้วนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นำท่าน ขับขี่สโนว์โมบิล

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Igloo Village Kakslauttanen หรือเทียบเท่า

**Aurora Hunting Inside resort** ภายในบริเวณรีสอร์ท ยามคํ่าคืนปลอดแสงไฟ

ท่านสามารถชมปรากฏการณ์แสงเหนือได้

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       ซาลิสเซก้าฮัสกี้ซาฟารีฟาร์ม –นั่งรถลากเลื่อน - ไอซ์ฟิซชิ่ง - เฮลซิงกิ

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านมุ่งหน้าสู่ ฮัสกี้ซาฟารีฟาร์ม (Husky Safari Farm)ชมความน่ารักของสุนัขหิมะที่แสนเชื่องและเป็นกันเองของชาวแลปป์ที่มักเลี้ยงไว้ใช้ในเขตหนาวสุนัขฮัสกี้ (Husky Dog) เป็นสุนัขที่มีมายาวนานกว่า 3,000 ปีมาแล้วเพื่อใช้ในการลากเลื่อนบรรทุกสิ่งของหรือเป็นพาหนะในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะสุนัขฮัสกี้ (Husky Dog)ได้กลายมาเป็นสุนัขลากเลื่อนพันธุ์แท้ที่มีประสิทธิภาพในการลากเลื่อนสูงสุดในบรรดาสุนัขลากเลื่อนทั้งหมดเนื่องจากสุนัขมีน้ำหนักเบาคล่องตัวว่องไวแข็งแรงและอดทนต่อความหนาวเย็นและความอดอยากในฤดูหนาวได้ดีรวมทั้งมีความอดทนต่อความเหนื่อยล้าเป็นที่หนึ่งจึงทำให้สามารถลากเลื่อนด้วยความเร็วเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์ การนั่งรถสุนัขลากเลื่อนโดยสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ พร้อมจิบชา กาแฟ เพื่อคลายหนาว

 

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสัมผัสประสบการณ์ ตกปลาจากหลุมน้ำแข็ง (Snow Fishing) ให้ท่านได้ลองตกปลาในแถบอาร์คติกโซน กับการลองขุดหลุมและวางเหยื่อตกปลาด้วยตัวเอง อิสระให้ท่านได้ลองทำกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่ บริการชา, กาแฟ เพื่อผ่อนคลายความหนาวเย็น ทั้งนี้ทางทัวร์บริการชุด Thermal สำหรับลูกค้าทุกท่าน

17.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

 นำท่านเดินทางสู่สนามบินอิวาโล (Ivalo Airport)เพื่อเชคอิน

19.00 น.       ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)โดยเที่ยวบินที่ AY 606 (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที)

20.30 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ (Finland) นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Royal Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                กรุงเฮลซิงกิ

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมกรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ (Finland) เพลิดเพลินไปกับการท่องทะเลบอลติค (Baltic Sea) และทิวทัศน์ 2 ฝั่ง ของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) และ ประเทศฟินแลนด์ (Finland) ที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเที่ยวชม กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวฟินแลนด์ (Finland Gulf) และบริเวณรอบๆ อ่าวนี้เองที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามและคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้

จุดแรกนำท่านไปชม โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church)หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม โบสถ์หิน (Rock Church)แต่เดิมเป็นภูหินแกรนิตใหญ่ที่ตั้งเกะกะอยู่กลางเมือง เกือบจะถูกระเบิดทิ้งอยู่รอมร่อ โชคดีที่มีการระดมความเห็นเสนอให้ก่อสร้างเป็นโบสถ์ จนกลายเป็นสถานที่ขึ้นชื่อมาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มักจะเดินทางมาประกอบพิธีสมรสกันที่นี่ อาจจะเป็นเพราะลักษณะโบสถ์แห่งนี้เก๋ไก๋ด้วยดีไซน์ ผนังเป็นหินแกรนิต ด้านบนระบายโปร่งให้แสงเข้า หลังคาประดับด้วยลวดทองแดงหนา 1 นิ้ว นำมาขดเป็นวงกลมใหญ่ดูแปลกตา แต่ชวนให้หวาดเสียวไม่ได้สำหรับพวกที่ชอบสาบานให้ฟ้าผ่า  และต่อด้วย เซเนท สแควร์ (Senate Square)จตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ กลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 (Alexander II Monument) ประดิษฐานอยู่ ถัดไปด้านบนเป็น วิหารอุสเพนสกี้ (Uspensy Cathedral)เด่นตระหง่านตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมรัสเซีย เนื่องจากถูกปกครองด้วยรัสเซีย (Russia)มานานถึง 100 ปี


จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (Sibelius Monument)ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียเพลง ปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย ตั้งอยู่กลางแจ้งอย่างโดดเด่นเป็นสง่า

12.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 สุดท้ายนำท่าน อิสระกับการช้อปปิ้งย่าน มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ตลาดสินค้าบริเวณท่าเรือ อีกแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปชมวิว และให้ท่านอิสระกับการเลือกช้อปปิ้งบน ถนนเอสปลานาดิ (Esplanadi Street)แหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งสินค้าพื้นเมือง และ ห้างสรรพสินค้า สต๊อกแมนน์ (Stockmann)ห้างใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย (Scandinavia)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

20.00 น.       สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    กรุงเฮลซิงกิ - กรุงเทพ

00.45 น.        ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบิน AY 143  (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 10 ชั่วโมง 00 นาที)

15.45 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

฿139,900
จำนวน:
Visitors: 92,984