ICELAND NORTHERNLIGHT 9 DAYS (AY)

ทัวร์ ดีที่สุดของ ไอซ์แลนด์ แสงเหนือ 9 วัน บิน AY
 
กำหนดการเดินทาง 8 - 16 กุมภาพันธุ์ และ 21 - 29 มีนาคม 2563
ราคาท่านละ 134,900 บาท
 
 
** โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 30 พฤศจิกายน นี้ลดทันที ท่านละ 5,000 บาท **
 
 
ไฮไลท์โปรแกรม 
 
  • ปฏิบัติการล่าแสงเหนือ เมืองสตอร์คเสย์ริ
  • เที่ยวชมกรุงเรคยาวิก
  • ล่องเรือชมวาฬ
  • เส้นทางคาบสมุทรสเนลเฟลเนส
  • เคิร์คจูเฟล วิวพันล้านแห่งไอซ์แลนด์
  • เส้นทางวงกลมทองคำ
    -- ซิงเควลลีร์
    -- น้ำตกกูลล์ฟอสส์
    -- น้ำพุร้อนธรรมชาติ
  • หาดทรายสีดำ หมู่บ้านวิก
  • ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน Jökulsárlón
  • ขับรถสโนว์โมบิลตะลุยทุ่งน้ำแข็ง Mýrdalsjökull Glacier
  • ถ้ำคริสตัล
  • โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา
  • บลูลากูน หรือทะเลสาบสีฟ้า
 
 
 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ(ฟินแลนด์)

20.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Sสายการบิน สายการบินฟินแอร์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.05น.         ออกเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) โดยเที่ยวบินที่ AY 144(ใช้เวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 15นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          เฮลซิงกิ เรคยาวิค (ไอซ์แลนด์) – คาบมหาสมุทรสเนลเฟลเนส -  กรุนดาร์ฟยอรด์เดอร์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล  

05.20 น.        ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์ (Finland)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

07.40น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) โดยเที่ยวบินที่ AY 991(ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง 50นาที)

09.30.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจศุลกากรแล้ว

 

(โปรแกรมและเมืองที่พัก อาจมีเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับเวลาและสภาพอากาศ)

 

นำคณะเริ่มต้นเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์กันที่ คาบมหาสมุทรสเนลเฟลเนส (Snaefellsnes) ที่บางครั้งถูกเรียกว่าประเทศไอซ์แลนด์แบบย่อส่วน เพราะความหลากหลายของพื้นที่นี้ ระหว่างทางท่าจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของท้องทุ่งและเทือกเขาอันยาวไกลไปยังภูเขาไฟน้ำแข็งสไนล์เฟลส์โจกุล (Snæfellsjökull)หรือที่มักจะถูกเรียกว่ายอดมงกุฏของคาบสมุทรสไนล์เฟลส์โจกุลมีความงดงามมาก มีรูปร่างเป็นเหมือนภูเขาไฟที่ถูกประดับด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี ความงดงามนี้ถูกบรรยายโดยนักเขียน และนักศิลปะมานับหลายทศวรรษ แต่ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือนวนิยายของ จูลส์ เวิร์น (Jules Verne) ในเรื่องดิ่งทะลุสะดือโลก (A Journey to the Centre of the Earth) ที่ถูกถ่ายทำที่นี่ จุดแรกแวะชมฝูงแมวน้ำที่ วายตริ-ทุงกา (Ytri-Tunga) (ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)

 

 จากนั้น แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ดำ (Buðir black church)(ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)หรือโบสถ์แม่มดที่คนไทยเรียกกัน

 

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชาวประมงอาร์นาร์สตาปิ (Arnarstapi)(ระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ หน้าตาน่ารักในเขต West Iceland บนคาบสมุทร Snæfellsnes peninsula เดิมเคยเป็นสถานีการค้าที่สำคัญในอดีต เพราะมีอ่าวที่เป็นท่าเรือธรรมชาติ และเคยมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนที่มากกว่าในปัจจุบัน หมู่บ้านแห่งนี้มีทัศนียภาพแปลกตาของธารลาวาที่ถูกบีบอัดเป็นหินบะซอลต์ที่ถูกกัดกร่อนด้วยน้ำทะเล เกิดเป็นหินโค้งมีชื่อเรียกว่า แกทเคล็ตเตอร์ (Gatklettur – Arch Rock) ซึ่งแตกออกเป็นสามส่วนรียกว่า คันดักย่า (Hundagja) มิดย่า (Midgia) และมูซากย่า (Mussagia) ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อตัวขึ้นจากพลังของธรรมชาติ

 
 
13.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นชมสิ่งที่ถูกพูดถีงมากที่สุดในภูมิประเทศแห่งนี้คือแนวหินบะซอลต์ที่เรียกว่า ลอนดราการ์ (Lóndrangar)ที่สูงและน่าทึ่งจนหลายคนเปรียบแนวหินเหล่านี้ว่าเป็นปราสาท ที่ตรงใกล้ๆแนวหินเหล่านี้คุณจะได้พบกับหาดทรายดำที่งดงามที่ชื่อว่าดูจปาลอนซานดูร (Djúpalónssandu)รวมถึงหน้าผาที่มีมากมายที่เต็มไปด้วยรังนกทะเล

นำท่านเดินทางสู่เมืองกรุนดาร์ฟยอรด์เดอร์ (Grundarfjordur) (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)ตั้งอยู่บริเวณ แหลมสเนลเฟลเนส (Snaefellsnes)และตั้งอยู่ระหว่างภูเขาเรียบมหาสมุทร มีทัศนียภาพและธรรมชาติที่สวยงามยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญที่ตากล้อง มืออาชีพมักมาเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ และยังเป็นเมืองที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Little Lift of Walter Mitty อีกด้วยนำท่านชมความงดงาม Landmark ของเกาะ Iceland นั่นคือ ภูเขาคีร์กจูเฟล (Kirkjufell)ภูเขาที่มีความสูงประมาณ 463 เมตร เป็นภูเขาที่มีทรงสวยงามและถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์อีกด้วย ภูเขายังมีนํ้าตกขนาดเล็กที่สวยงามมากแห่งหนึ่งอีกด้วยชื่อว่า นํ้าตก Kirkjufellsfossไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอด

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

* หากบริษัทเช็คสภาพอากาศว่าสามารถเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ ทางบริษัทจะนำท่านออกล่าแสงเหนือ *

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Kirkjufell หรือเทียบเท่า   

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                  กรุนดาร์ฟยอรด์เดอร์ – อุทยานแห่งชาติธิงเวย์ลีร์ - น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ น้ำตกกูลฟอสส์ - เซลฟอสส์  

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเรย์คอล์ท (Reykholt)(ระยะทาง 142 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) นำท่านชม น้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar Waterfalls)ซึ่งเป็นน้ำตกสาขาหนึ่งของน้ำตกใหญ่ที่ก่อกำเนิดจากเหล่าลำธารและแม่น้ำสายเล็กสายน้อยเป็นระยะทางกว่า 900 เมตรของทุ่งลาวาที่เกิดจากหนึ่งในภูเขาไฟที่อยู่ภายใต้ ธารน้ำแข็งแลงค์โจคูล (Langjokull)


จากนั้นนำท่านชมน้ำพุร้อนเดลดาทุงกูเวล (Deildartunguhver Hot Spring)บ่อน้ำพุร้อนใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ อุณหภูมิน้ำสูงสุด 97 องศาเซลเซียส และเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำไหลเร็วที่สุดในยุโรป เร็วถึง 180 ลิตร/วินาที

 

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park)(ระยะทาง 85 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) อยู่ทางด้านตะวันออกของเรคยาวิค เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไอซ์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1928 ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลกในปี ค.ศ. 2004 นอกจาก Thingvellir จะมีรอยแตกแยกของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (The Mid-Atlantic Rift) แล้ว ยังมีภูเขา ทุ่งลาวา หุบผา ถ้ำ ลำธาร น้ำตกและทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านชมรอยแตกของเปลือกโลกที่กว้างขึ้นในแต่ละปี เนื่องจากมีการเคลื่อนตัวแยกออก จากกันอยู่ตลอดเวลา พร้อมชมร่องรอยอาคารรัฐสภาอันเก่าแก่ตั้งแต่ปี 930  อิสระให้ท่านถ่ายภาพกับน้ำตก Oxarafoss  และชมความงดงามตามอัธยาศัย

 

 จากนั้นนำท่านชม น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ (Geysir) (ระยะทาง 61 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) น้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ มีความร้อนประมาณ 400 องศาเซลเซียส พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในอดีตน้ำพุร้อน สามารถพุ่งได้สูงถึง 200 ฟุตทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว แต่ก็ยังสามารถพุ่งได้มากสุดที่ประมาณ 60 – 100 ฟุต ทุกๆ 5 นาที นับเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่ท่านไม่ควรพลาดชมเช่นเดียวกัน

 

 จากนั้นชม น้ำตกกูลฟอสส์ (Gullfoss) (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)  น้ำตกที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ และอาจจะกล่าวได้ว่าสวยงามกว่าน้ำตกไนแองการ่าอีกด้วย ถือว่าเป็นน้ำตกมีชื่อแห่งหนึ่งในจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวๆ หลายแห่งของประเทศนี้ และยังจัดว่าเป็นหนึ่งใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ใน “วงกลมทองคำ” (Golden Circle) ที่เมื่อผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ต้องไม่พลาดที่จะมาท่องเที่ยว ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มีความหมายว่า น้ำตกทองคำ เนื่องจากเมื่อละอองน้ำปะทะกับแสงแดดแล้วจะสะท้อนแวววาวออกมาเป็นสีทองอร่าม และปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำให้พบเห็นแก่ผู้มาท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นภาพที่อลังการสวยงามสมคำเล่าลือ

 

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองเซสฟอส (Selfoss)(ระยะทาง 72 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองศูนย์กลางทางการค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

**Aurora Hunting Outside Resort** ด้วยข้อจำกัดด้วยมีแสงไฟภายในเมืองมาก ดังนั้นเราจะนำท่านออกไปนอกเมืองสู่เมืองสตอร์คเสย์ริ (Stokkseyri) เป็นเมืองแห่งแรกที่เริ่มล่าแสงเหนือ และเป็นจุดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในการล่าแสงเหนือ

** แสงออโรร่า (Aurora Borealis)เป็น ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยบางครั้งจะเรียกว่า แสงเหนือ หรือแสงใต้ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดปรากฏการณ์แสงออโรร่าเป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ ที่น่าทึ่งที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก อาจปรากฏเป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาทีบางครั้งจะปรากฏเหมือนจะแตะกับพื้นหรือในเวลาอื่นอาจพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก (Altitudes) ประมาณ 100 ถึง 200 กิโลเมตร

(หมายเหตุ :  ปรากฏการณ์แสงออโรร่า เป็นไปตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ)

พักค้างคืน ณ  Selfoss Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                  เซสฟอสน้ำตกสโคค้าฟอสส์ – น้ำตกเซลยาแลนด์ฟอสส - เมียร์ดาลส์โจกูล - ขับรถ Snowmobile – เคิร์กยูแบยาร์กเลาสเทอร์ 

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

 นำท่านท่องเที่ยวเส้นทางแสนสวย South Shoreประเทศไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงในเรื่อง ของการค้นพบพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นพลังงานที่ถูกนํามาใช้ทดแทน เชื้อเพลิง ทําให้ประเทศแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ไร้มลพิษ นอกจากนี้ พลังงานดังกล่าวยังถูกนํามาใช้ในด้านสาธารณูปโภคอีกด้วย ทัศนียภาพสองข้างทาง เว้นระยะไปด้วย ฟาร์มปศุสัตว์ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ที่มีความสูงถึง 1,491 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ จนกระทั่งถึง น้ำตกเซลยาแลนด์ฟอสส์ (Seljaland Foss) (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งท่านสามารถเดินลอดน้ำตกแห่งนี้ได้ 

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านสโคค้า (Skogar Village) (ระยะทาง 29 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) นำท่านเข้าชม น้ำตกสโคค้าฟอสส์ (Skogarfoss) ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) มีความสูงประมาณ 62 เมตร ซึ่งไหลมาจาก แม่น้ำสโคการ์ (Skaga River) เป็นน้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งความใหญ่โตของน้ำตกทำให้ต้องยืนอยู่ห่างพอสมควรเพื่อที่จะได้ถ่ายภาพ น้ำตกได้ทั้งหมด และความที่เปลือกโลกส่วนนี้มีอายุน้อย ทำให้การยุบตัวของพื้นดินมีให้เห็นอย่างชัดเจน 

               

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมียร์ดาลส์โจกูล (Myrdalsjokull) บนดินแดนที่อยู่สูงที่สุดของโลก มี ความกว้างใหญ่เป็นอันดับ 4 ของธารน้ำแข็งทั้งหมดในไอซ์แลนด์ พื้นที่กว่า 596 ตารางกิโลเมตร นำท่านเปิดประสบการณ์ตะลุยหิมะรถซุปเปอร์จิ๊บขนาดใหญ่ขับพาท่านตะลุยไปในธารน้ำแข็ง นำท่านเปิดประสบการณ์ด้วยการ ขับรถสโนว์โมบิล (Snowmobile)(1 ชั่วโมง) ไปบนธารน้ำแข็งด้วยตัวท่านเอง (คันละ 2 ท่าน พร้อมชุดอุปกรณ์กันหนาว) ***แต่ท่านก็ควรติดเครื่องกันหนาวส่วนตัวไปด้วย เช่น หมวกไหมพรมสำหรับใส่ก่อนใส่หมวกกันน็อค หรือจะเป็นแบบสวมทั้งศีรษะและใบหน้าเพื่อกันลมก็ได้, ถุงมือหนา ฯลฯ         

 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติสกาฟทาเฟล (Skaftafell National Park)แวะพักเมืองเคิร์กยูแบยาร์กเลาสเทอร์ (Kirkjubaejarklaustur) (ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Icelandair Klaustur Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)           เคิร์กยูแบยาร์กเลาสเทอร์ - ทะเลสาบธารน้ำแข็ง โจกุลซาลอนถ้ำคริสตัล - วิค

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางเลาะเลียบขนาบไปกับ ธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุล (Glacier Vatnajökull)  โดยจุดหมายอยู่ที่ทะสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ที่ชื่อว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็ง โจกุลซาลอน (Jökulsárlón Glacier Lake) ที่ปรากฏเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วง ค.ศ.1934-1935และค่อย ๆ ขยายตัวเพิ่มพื้นที่ขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏว่าในปี 1975 มีพื้นที่ 7.9 ตารางกิโลเมตร เมื่อธารน้ำ แข็งละลายม ากขึ้น มากขึ้น ๆ ในทุก ๆ ปี ในปัจจุบันมีกินพื้นที่กว้างถึง  18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำถึง 200 เมตร ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนจึงได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบมีลึกเป็นอันดับสองของประเทศไอซ์แลนด์ นำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของทุ่งน้ำแข็งก้อนใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า Diamond Beachที่ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบนและไหลลงมาสู่ทะเล ท่านอาจได้พบกับนกทะเลสีดำที่ริมฝั่งทะเลตอนปลายที่เชื่อมระหว่างทะเลกับโจกุลซาลอน ที่มีชื่อเรียกว่า Skúasและสีขาวตระกูลนกนางนวล ที่เรียกว่า Big seagullหรือหากโชคดีท่านอาจจะได้เห็นสิงโตทะเลที่ดำผุดดำว่าย หรือหาอาหารอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นสถานที่นี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง JAMES BOND และBATMAN อีกด้วย

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมถ้ำคริสตัล (Crystal Cave)เป็นถ้ำในทะเลสาบแช่แข็งที่เกิดจากธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์โจกุล (Svinafellsjokull Glacier)โดยถ้ำแห่งนี้มีปากถ้ำที่เป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 22 ฟุต แต่เนื่องจากสภาพอุณหภูมิที่ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย รูปแบบของถ้ำน้ำแข็งจึงไม่ค่อยแน่นอน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าไปชมความงดงามของถ้ำน้ำแข็ง จึงสามารถทำได้แค่ในช่วงฤดูหนาว ความความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ก็คือ ผนังน้ำแข็งคือก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนเหมือนกับก้อนคริสตัล ที่สามารถมองเห็นได้ภายใต้ผนังถ้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเราท่องไปในดินแดนพิศวง และไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงในโลกนี้

 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิค (Vik) (ระยะทาง 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ซึ่งมีประชากรเพียง 300 คน เป็นเมืองเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงปกคลุมด้วยกลาเซียร์ มีทิวทัศน์ที่งดงาม พร้อมทั้งยังมีอากาศ สดชื่นเย็นสบาย

 

ชมความสวยงามที่แปลกตาของหาดทรายสีดำ (Reynisfjara Black Sand Beach) อันมีเทือกเขาที่เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา และแนวหินบะซอลต์ เป็นหินอัคนีที่พบได้โดยทั่วไป ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพตามอัธยาศัย

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Dyrholaey Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                วิค –บลูลากูน –กรุงเรคยาวิค

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 นำท่านไปเดินเล่น บริเวณหน้าผา เดียร์โฮไล (Dyrholaey) อีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากถนนเส้นหลักลักษณะเด่นคือ เป็นหินที่ก่อตัวเป็นรูปโค้ง มีทางลอดตรงกลางซึ่งการโค้งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตจากนั้นเดินทางต่อขึ้นสู่พื้นที่ระดับสูงประมาณ 3,000 ฟุต บน ธารน้ำแข็งเมียร์ดาลโจกุล (Myrdalsjokull Glacier) อันกว้างใหญ่ ที่ท่านสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับธารน้ำแข็งใน อลาสก้า (Alaska) ที่เพียงแค่มองเห็นในระยะไกลเท่านั้น

 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกรินดาวิก (Grindavik)(ระยะทาง 213  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านไปอาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่นกันที่ บลูลากูน (The Blue Lagoon) สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลกและโด่งดังที่สุดของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) น้ำแร่ธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดของ ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) บ่อน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งมีชื่อเสียงในการรักษาโรคมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส เป็นความเชื่อกันว่า น้ำแร่ที่นี้ช่วยรักษาโรคบางโรคได้อย่างดีเยี่ยม ว่ากันว่าจะเหมาะมากกับคุณสุภาพสตรีเพราะผู้หญิงจะมีอาการปวดท้องก่อนมาประจำเดือน ผมร่วง และ อีกอย่างจะช่วยทำให้ผิวเนียนใสด้วย บริเวณที่แช่น้ำแร่จะมีโคลนขาว สำหรับพอกหน้าให้ใช้บริการฟรีบ่อน้ำแร่จะมีความอุ่นมาก เหมาะสำหรับการใช้บริการในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดีภายในมีแช่ นวดสปาห้องซาวน่ามากมายหลายห้องรวมไปถึงน้ำตกนวดตัว

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)ได้รับสมญานามว่า (อ่าวแห่งควัน) เนื่องจากควันไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน นอกจากนี้ยังมีตำนานไวกิ้งโบราณที่มีหลักฐานแสดงถึงการปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อน

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Hotel Reykjavik หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      กรุงเรคยาวิค

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเรคยาวิคเพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความน่ารักของปลาวาฬ (Whale Watching)ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ชมเหล่าปลาวาฬที่มีอยู่มากมายตามธรรมชาติ โดยนั่งเรือกู๊ดโบ๊ตหรือเรือไม้ซึ่งออกแบบให้โต้คลื่นลมได้อย่างนิ่มนวล ปลางวาฬที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำแถบนี้จะมี 3 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ วาฬมิงค์ หรือในสำเนียงภาษาไอซ์แลนด์เรียกว่ามิงค์ (Minke), วาฬหลังค่อม (Humpback)และวาฬเพชฌฆาต (Killer Whale)ให้ท่านได้ใกล้ชิด เพลิดเพลิน และประทับใจในความน่ารักของปลาวาฬที่จะมาว่ายวนอยู่ใกล้ชิดกับท่านตลอดการเดินทาง(ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) สำหรับใน ไอซ์แลนด์ (Iceland) จุดชมปลาวาฬมีอยู่ 2 จุดใหญ่แห่งแรกที่ กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) และอีกจุดคือ เมืองฮูซาฟิค (Husavik)

 

*** ทั้งนี้การล่องเรือออกไปชมปลาวาฬนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในแต่ละวันเป็นหลัก บริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์

 ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โดยจะหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นมาทดแทนให้ท่าน ***

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านชม กรุงเรคยาวิค (Reykjavik)เริ่มกันที่ โบสถ์ประจำกรุงเรคยาวิค (Reykjavik Church)กันที่มีชื่อว่า โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja Cathedral)โบสถ์สูงของ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) ตัวโบสถ์มีความสูงถึง 74.5 ม. รวมถึงยังเป็นจุดชมวิวที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมืองเรคยาวิค (Reykjavik) ที่เมื่อขึ้นไปด้านบนจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) อันสวยงามได้ โดยรอบ และด้านหน้าของโบสถ์ยังมี อนุสาวรีย์เลฟร์ อีริกสัน (Leifr Eiriksson Monument)ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์ (Iceland) ถือว่าเลฟร์ อีริกสันเป็นชาวนอสร์ ชาติยุโรป คนแรกที่ไปเหยียบดินแดนแถบอเมริกาเหนือ (North America)  ซึ่งรวมถึงกรีนแลนด์ (Greenland) ด้วยโดยอนุสาวรีย์นี้สหรัฐอเมริกา (USA) มอบให้แก่ไอซ์แลนด์ (Iceland) เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปี 

 

จากนั้น นำท่านชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculpture ตั้งอยู่ริมอ่าวเรคยาวิก เป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของเรคยาวิก และต่อด้วย Harpaอาคารสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยกระจก เป็นทั้งหอแสดงคอนเสิร์ต และ

 

ศูนย์การประชุม มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าสามแสนตารางฟุต จุดเด่นอีกอีกของ Harpa คือกระจกประดับอาคารที่เปลี่ยนสีสันจากแสงไฟราวกับอาคารมีชีวิตเต้นระบำได้ และมีสระน้ำอยู่หน้าอาคาร ถ่ายภาพในมุมมองเงาสะท้อนน้ำได้อย่างสวยงาม

จากนั้น นำท่านไปชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ Hofdi Houseบ้านที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชาติอันน่าสนใจ เคยใช้เป็นที่รับรองและจัดเลี้ยง ผู้นำ 2 ประเทศมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ในการยุติสงครามเย็น นำท่าน ผ่านชมรัฐสภาของชาวไอซ์แลนด์ และศาลาเทศบาลเมือง ไอซ์แลนด์ (Iceland)

 

จากนั้นนำท่าน ชมเพอร์แลน (Perlan) สถานที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเรคยาวิก เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขา มีความสูงเท่ากับอาคาร 5 ชั้น จากพื้นดิน 25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นรูปทรงคล้ายลูกโลกครึ่งวง ตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำขนาดใหญ่ 4 ฐาน ที่มองเห็นได้ในระยะไกลโดดเด่น Perlan ในภาษาไอซ์แลนด์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า The Pearl ที่แปลว่า อ่าวซึ่งการสร้างสถานที่แห่งนี้จะให้หมายถึงว่าเป็นสัญลักษณ์ของอ่าวเรคจาวิก

 

อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง และช้อปปิ้งสินค้าของฝาก ของที่ระลึกบริเวณถนนคนเดิน Laugavegurถนนคนเดินที่มีชื่อเสียง และเก่าแก่ที่สุดของเมือง Laugavegur มีความหมายว่า “wash road” เนื่องจากอดีตเคยเป็นเส้นทางเดินสู่ บ่อน้ำพุร้อน โดยหญิงสาวในสมัยก่อนของกรุงเรคยาวิคจะเดินทางไปซักล้างเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มโดยใช้เส้นทางสายนี้ ปัจจุบันเป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งรวมของห้างสรรพสินค้า และ ร้านเสื้อผ้าบูติคมากมาย 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Hotel Reykjavik หรือเทียบเท่า

* หากบริษัทเช็คสภาพอากาศว่าสามารถเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ ทางบริษัทจะนำท่านออกล่าแสงเหนือ *

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เรคยาวิค – กรุงเฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) – กรุงเทพฯ

 

06.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) เมืองเคฟลาวิก (Keflavik) (ระยะทาง 50  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

10.20 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)โดยเที่ยวบินที่  AY 992  (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที)

15.50 น.       เดินทางถึง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทฟินแลนด์ (Finland)หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว  รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

16.50 น.       ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบิน  AY 141 (ใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง 35 นาที)

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                 กรุงเทพฯ

07.25 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ “Suvarnabhumi International Airport” กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 

 

฿134,900
จำนวน:
Visitors: 92,984