NORWAY LOFOTEN SENJA TROMSO NORTHERN LIGHT 10 D (TG)

ชม

ดีที่สุดของ นอร์เวย์ แสงเหนือ เกาะโลโฟเทน เซนย่า ทรอมโซ่ 10 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง 7 - 16 กุมภาพันธุ์ / 20 - 29 มีนาคม / 7 - 16 เมษายน 2563

 
ราคาท่านละ 159,900 บาท
ทุกโรงแรมคอนเฟริมตามรายการ !! จองด่วนรับแค่ 20 ที่นั่งเท่านั้น !!


** โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 30 พฤศจิกายน นี้ลดทันที ท่านละ 5,000 บาท **

 
ไฮไลท์โปรแกรม ล่าแสงเหนือ ทรอมโซ โลโฟเทน เซนย่า

- ชมเมืองทรอมโซ่เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของยอร์เวย์ สมยานาม นครแห่งแสงเหนือ
- ชมมหาวิหารอาร์คติก นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่เขาสโตสไตเนิน ชมจุดชมวิวที่สวยที่สุดของทรอมโซ
- สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการ นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์
- ชมเกาะเซนย่า เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของนอร์เวย์
- ล่องเรือชมฟยอร์ดที่เกาะเซนย่า
- ชมหมู่บ้านชาวประมงแสนสวยที่โดดเด่นด้วยกระท่อมสีแดงแบบดั่งเดิม ที่เกาะโลโฟเทน
- ชมโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของเกาะโลโฟเทน
- ชมหมู่บ้าน Å หมู่บ้านที่สวยที่สุดในเกาะโลโฟเทน
- ชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฎอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน
- ชมเมืองนาร์วิค เมืองที่รัชกาลที่ 5 เสร็จประพาส
- ช้อปปิ้งส่งท้ายที่ ออสโล

 

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ 

22.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงเทพฯ ออสโล (นอร์เวย์) ทรอมโซ

00.20น.         ออกเดินทางสู่กรุงออสโล (Oslo) โดยเที่ยวบินที่ TG 954(ใช้เวลาในการเดินทาง 12 ชั่วโมง 30นาที)

06.50.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) กรุงออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ (Norway) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) แวะพักเปลี่ยนเครื่อง

10.25.       ออกเดินทางสู่เมืองทรอมโซ (Tromso) โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์เที่ยวบินที่ SK 4412  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 50นาที)

12.15.       เดินทางถึง เมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์อยู่ในเขตมณฑลทรอมทางตอนเหนือของนอร์เวย์และทางตอนเหนือของคาบสมุทรสแกนดิเนเวียน อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) อีกด้วย

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมเมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ดินแดนอาร์กติก โดยมันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ถือว่าเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงดงามของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญทั้ง แสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืนในดินแดนแถบนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว

นำท่านเข้าชม มหาวิหารอาร์คติก (Arctic Cathedral) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการ สร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง หนึ่งของเมืองทรอมโซ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้อย่างชัดเจน

นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกันโดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง


19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel Tromso

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   ทรอมโซ - เซนญ่า

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นให้ท่านได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ท่านจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมด้วยการ นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์ (Reindeer-Sledding) ยานพาหนะของซานตาครอส เพื่อไปยังหมู่บ้านชาวซามิ (Sami Village)ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองทรอมโซ ระหว่างทางไกด์ท้องถิ่นที่เป็นชาวซามิจะบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติและการตั้งถิ่นฐานของชาวซามิในเขตแลปแลนด์ (Lapland) เมื่อเดินทางถึง ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวซามิ โดยต้อนรับท่านอย่างอบอุ่นเข้าสู่กระโจมของชาวซามิ (Lavvo) บริการท่านด้วยซุปร้อนๆ ที่เรียกว่า Bidus ทำจากเนื้อสัตว์ มันฝรั่งและแครอท ใช้สำหรับในการแต่งงาน เสริฟพร้อมกับขนมปัง และพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวซามิ

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เกาะเซนย่า (Senja Island) ซึ่งเป็นเกาะทีมีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของประเทศนอร์เวย์ นำท่านเดินแวะชม หมู่บ้านชาวประมงกริลล์ฟยอร์ด (Gryllefjord Fishing Village)(ระยะทาง 219 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) มีประชากรราว 400 คน ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้านชาวประมงริมฟยอร์ดพร้อมเก็บภาพความประทับใจ

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ อ่าวแฮมน์ ไอ เซนย่า (Hamn I Senja)(ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะเซนญ่า เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนเพื่อชมความงามของธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

** นำท่านเดินทางโดยการนั่งรถโค้ช เพื่อล่าแสงเหนือ ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hamn I Senja

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                  เซนญ่า – ล่องเรือชมฟยอร์ด – ฮาร์สตัด 

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

เช้านี้ นำท่าน ล่องเรือชมฟยอร์ดลัดเลาะไปตามชายฝั่งฟยอร์ดของเมืองทรอมโซ ในช่วงฤดูหนาว ชมเหยี่ยวทะเล (Sea Eagles)ที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ในฤดูหนาว เมื่อฝูงปลาเฮอร์ริ่ง (Herring) ซึ่งเป็นอาหารของวาฬนานาชนิด มารวมตัวกันอยู่ที่ชายฝั่งของเมืองทรอมโซเป็นโอกาสเหมาะของการล่องเรือชมวาฬ โดยท่านจะสามารถพบเห็น วาฬหลังค่อม (Humpback Whale) วาฬเพชฌฆาต (Killer Whale) และวาฬฟิน (Fin Whale) ตามธรรมชาติ เริงร่าอยู่ในทะเล กำลังกินปลาตัวเล็กตัวน้อยเป็นอาหารบ้างก็ว่ายเล่นกับคลื่นลม บ้างก็ว่ายเล่นกับแสงเหนือ ในวันท้องฟ้าสีดำสนิทหรือสีฟ้าเข้ม ในช่วง Polar Night ของเมืองทรอมโซ ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าของนักท่องเที่ยวที่พบเห็น เรือจะนำท่านล่องไปบริเวณต่างๆที่ได้รับแจ้งว่ามีวาฬ ให้ท่านได้ถ่ายรูป และชื่นชมกับบรรยากาศโดยรอบ

(ขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่บริษัทเรือยกเลิกให้บริการ อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยทาง บริษัทจะจัดหากิจกรรมอย่างอื่น เพื่อเป็นการทดแทน)

หมายเหตุ : เนื่องจากการล่องเรือชมวาฬสามารถชมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม การเดินทางช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จึงเปลี่ยนจากกิจกรรมล่องเรือชมวาฬ เป็นการล่องเรือชมฟยอร์ดแทน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน ชมเกาะเซนย่า (Senja Island) เพื่อชมความงามที่ภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาสลับกับฟยอร์ด พร้อมเก็บภาพความประทับใจไม่รู้ลืม นำท่านไปยังจุดชมวิวเมดฟยอร์ดโบทน์ (Mefjordbotn)ของเส้นทางธรรมชาติอันรายล้อมไปด้วย ขุนเขากับฟยอร์ด

จากนั้นชม จุดชมวิวตุงเกอเนสเซท (Tungeneset)จุดชมวิวริมทะเลเป็นทางเดินเลียบชายทะเลพร้อมวิวเทือกเขา Okshornan

จากนั้นเดินทางสู่ เบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) เป็นสะพานไม้มีความยาวถึง 44 เมตร ให้ท่านได้มีเวลาเดินชมวิวเบิร์กฟยอร์ด (Bergsfjord) แบบพาโนรามาเบื้องล่าง

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่เมืองฮาร์สตัด (Harstad)ดยเมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทศมณฑลทรุมส์ โดยมีใจกลางเมืองทีเล็กกะทัดรัดทีหันหน้าออกไปรับกับทะเลนอร์เวย์

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Thon Hotel Harstad

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       ฮาร์สตัด – เฮนนิ่งสวาร์ – คาเบลวัก – สโววาร์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม     

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮนนิ่งสวาร์ (Henningsvaer) (ระยะทาง 193 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (Rorbuer) ตั้งอยู่ริมทะเลมีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

                  

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ คาเบลวัก (Kabelvag)(ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)เป็นหมู่บ้านชุมชนชาวประมงเก่าแก่แห่งแรกๆในหมู่เกาะโลโฟเทน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสโววาร์ นำท่านชมหมู่บ้านน่ารักตามสไตล์นอร์เวย์แท้ๆ แวะชม โบสถ์วาแกน (Vagan Church)โบสถ์ไม้ ที่ใหญ่ที่สุดบนหมู่เกาะโลโฟเทน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (Svolvaer) หมู่เกาะลอฟโฟเทน (Lofoten Island)  (ระยะทาง 169 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)ตั้งอยู่ที่เมือง Nordland ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียง  โด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (Rorbuer)ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านสัมผัสประสบการแบบขั้วโลกเหนือใน Magic Ice Barบาร์น้ำแข็งที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ – 5 อาศาตลอดทั้งปี โดยสิ่งของภายในนี้จัดทำขึ้นจากน้ำแข็ง และได้มีการติดตั้งที่มีแสงไฟ LED เพื่อเพิ่มความงดงาม ท่านจะได้ชมสีสันผสมผสานกับเสียงดนตรีสร้างบรรยากาศที่มีเสน่ห์เฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันไม่ธรรมดาของดินแดนแห่งน้ำแข็งแห่งนี้อย่างแท้จริง

พักค้างคืน ณ Thon Hotel Lofoten

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       สโววาร์ นัสฟยอร์ด – Å – รีนน์ 

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ นัสฟยอร์ด (Nusfjord)(ระยะทาง 92 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) อีกหนึ่ง เมืองเล็กๆน่ารักๆแห่งหมู่เกาะโลโฟเทน ให้ท่านได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันแปลกตา ภูเขาสลับแม่น้ำ และทะเลสาบที่ สะท้อนภาพเทือกเขาบนผืนน้ำ นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมงนัสฟยอร์ด (Nusfjord Fisherman Village)ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดียิ่งอีกแห่งของ นอร์เวย์ หมู่บ้านแห่งนี้มีการรังสรรค์หมู่บ้านหลากสีสัน ทั้งแดง เหลือง เขียว และยังคงอนุรักษ์บ้านเมืองเก่าไว้ อย่างดียิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย หรือจะนั่งเล่น จิบกาแฟ ชื่นชมกับธรรมชาติของเมืองนี้ นอกจากนี้ เมืองนัสฟยอร์ดยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน Å(ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ Lofoten อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (Norwegian Fishing Village Museum)ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะโลโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิโรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (Cod Liver Oil Factory) ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ อิสระท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านเดินทางไปยัง เมืองรีนน์ (Reine)(ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองรีนน์ (Reine)ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Reine Rorbur - Fisherman Cabin

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                        รีนน์ - แฮมนอยด์ – บอลสตาด – เลกเนส – นาร์วิค

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnoy)(ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้บ่อยตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภาพหมู่บ้านชาวประมงหลากสี พร้อมวิวของเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังนับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหมู่บ้านแฮมนอยด์ตามอัธยาศัย

                 

 

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านบอลสตาด (Ballstad) (ระยะทาง 56 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ถือว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และยังเป็นอีกมุมหนึ่งที่ท่านสามารถถ่ายภาพกระท่อมชาวประมงหลังสีแดง ตัดกับพื้นน้ำทะเลและท้องฟ้าอันสวยงามได้ ถือเป็นวิวจุดขายแห่งหนึ่งของหมู่เกาะลอฟโฟเทน

 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเลกเนส (Leknes)(ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ Lofoten นำท่านเดินเล่นชมเมือง และเก็บภาพความประทับใจ นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (Lofoten Viking Museum)เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  นำท่านเดินทางสู่ผ่านถนนเส้นทาง E10 เส้นทางสายธรรมชาติให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตลอดสองข้างทางสู่ เมืองนาร์วิค (Narvik)(ระยะทาง 288 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสง  เหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ด  และวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองนาร์วิคจากนั้นนำท่าน ขึ้นสู่ยอดเขา Northern Light Lodge เพื่อชมวิวเมืองนาร์วิคจากมุมสูงยามค่ำคืน นำท่านชม ปรากฏการณ์แสงเหนือและดวงดาวนับร้อยที่ปรากฏเหนือเมืองนาร์วิค เป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจ อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ  Quality Hotel Grand Royal

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    นาร์วิค– กรุงออสโล

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่สนามบินนาร์วิค

10.30 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล (Oslo)โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์เที่ยวบินที่ SK 4083  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 40นาที)

12.20 น.       เดินทางถึง กรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ในปี 2006 ออสโลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด” ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะๆใหญ่ที่สุดชื่อ Malmoya นอกจากนี้ ยังมีทะเลสาบกว่า 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ

13.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านชม กรุงออสโล (Oslo)ซึ่งสมัยก่อนนั้นเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองออสโล (Oslo) เป็นเมืองใกล้น้ำ ใกล้ธรรมชาติ และสนิทชิดเชื้อกับศิลปะเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเมืองหลวงที่สำคัญในด้านวัฒนธรรมของยุโรป

ผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง ทำเนียบรัฐบาล, พระบรมมหาราชวัง อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคารรัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประดับไปด้วยน้ำพุ สวนและประติมากรรมเติมแต่งให้ดูกลมกลืน ใกล้กันเป็น The Nobel Peace Centre สถานที่ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและไกลออกไปคือ โรงโอเปร่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแนวคิด

 จากนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งบริเวณย่านคาร์ลโจฮันเกท (Karl Johans Gate)เป็นแหล่ง

ช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล สินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Scandinavia Hotel Oslo 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ออสโล - กรุงเทพฯ

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) กรุงออสโล (Oslo) เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน 

13.30 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่  TG 955 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)              กรุงเทพฯ

06.20 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 

 

 

฿159,900
จำนวน:
Visitors: 92,992