ทัวร์ เยอรมัน เบเนลักซ์ เทศกาลดอกทิวลิป 10 วัน บิน TG

ทัวร์ เยอรมัน เบเนลักซ์ เทศกาลดอกทิวลิป 10 วัน บิน TG

เดินทาง 25 มีนาคม - 3 เมษายน 2563         ราคาท่านละ 92,900 บาท ( เต็มแล้ว)


เดินทาง 6 - 15 เมษายน 2563                     ราคาท่านละ 99,900 บาท  ( เหลือ 10 ที่สุดท้าย)
เดินทาง 12 - 21 เมษายน 2563                   ราคาท่านละ 99,900 บาท  ( เหลือ 4 ที่สุดท้าย)


เดินทาง 26 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2563   ราคาท่านละ 94,900 บาท ( เต็มแล้ว )

เดินทาง 30 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2563   ราคาท่านละ 94,900 บาท
( เหลือ 4 ที่สุดท้าย)


เดินทาง 2 - 11 พฤษภาคม 2563                ราคาท่านละ 94,900 บาท ( เต็มแล้ว )

 

เปิดคณะใหม่เพิ่ม 4 คณะ !!
เดินทาง 27 เมษายน - 6 พฤษภาคม 2563   ราคาท่านละ 94,900 บาท
เดินทาง 28 เมษายน - 7 พฤษภาคม 2563   ราคาท่านละ 94,900 บาท
เดินทาง 29 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2563   ราคาท่านละ 94,900 บาท
เดินทาง 3 - 12 พฤษภาคม 2563                ราคาท่านละ 94,900 บาท 

 

** โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 29 กุมภาพันธุ์ นี้ลดทันที ท่านละ 2,000 บาท **

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)

 


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

 

เบเนลักซ์เส้นทางแสนสวยเส้นหนึ่งของยุโรป ที่ไม่ควรพลาด

- ชมหมู่บ้าน Freudenberg หมู่บ้านครึ่งไม้ Fairy tale ของเยอรมัน

- เที่ยวเมือง Cologne เมืองแห่งวิหารอันยิ่งใหญ่

- ชมหมู่บ้าน Giethoorn หมู่บ้านไร้ถนน สุดสวยของเนเธอร์แลนด์

- ชมหมู่บ้านกังหัน Zaanse Schans หมู่บ้านอนุรักษ์กังหันสุดสวย

- ชมหมู่บ้านชาวประมง Volendam

- ล่องเรือหลังคากระจก ชมเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ Amsterdam 

- ชมโรงงานเจียรไนเพชร ชื่อดัง

- เดินเล่นสวน Keukenhof สวนดอกไม้ ดินแดนในฝันของทิวลิป

- เที่ยวเมืองสวยของเนเธอร์แลนด์ The Hague นครแห่งสันติภาพโลก / Delft อีกหนึ่งเมืองสวย/ Rotterdam ชมบ้านลูกเต๋าไคก์คูมูส / Kinderdijk เมืองกังหันมรดกโลก

- ชมเมืองมรดกโลก Bruges / Gent สวยระดับโลก ของประเทศเบลเยี่ยม

- เที่ยวเมืองหลวงของเบลเยี่ยม Brussel ชมจตุรัส Grand Place มรดกโลก

- เดินเล่น Dinant เมืองเล็กๆ สุดน่าเที่ยวของเบลเยี่ยม

- เที่ยว Luxembourg ประเทศเล็กๆที่สวยกว่าที่คิด

- ชมปราสาท Elz Castle ปราสาทแสนสวยของเยอรมัน

 

 แผนที่การเดินทาง

 

 

รายละเอียดโปรแกรม

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                                 กรุงเทพฯ

20.30 น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ Dสายการบินไทย อินเตอร์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.40 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt)โดยเที่ยวบินที่ TG920(ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 15 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                              แฟรงค์เฟิร์ต (เยอรมัน) – ฟรอยเดนเบิร์ก – ดุสเซลดอร์ฟ

06.00น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Flughafen Frankfurt Am Main International) 

เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมัน (Germany)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยว ประเทศเยอรมัน (Germany) เริ่มกันที่ นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟรอยเดนเบิร์ก (Freudenberg(ระยะทาง 142กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และน่ามาเยือนมากเมืองหนึ่งของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ในเขต รัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน (North Rhine-Westphalia) หรือ นอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) รัฐที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เป็นเมืองที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดย เฉพาะความโดดเด่นในเรื่องของบ้านครึ่งไม้(Half – Timbered) ที่มีความงดงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ และ ยังติด 1 ใน 15 เมืองสวยของเยอรมันอีกด้วย นำท่านเดินเล่นชมเมือง บ้านเรือนครึ่งไม้ที่ถูกทาสีขาวเกือบทั้งหมู่บ้าน ที่ถูกเรียกว่ากลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ (Alter Flecken) ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์หลักๆของเมืองเป็นกลุ่มบ้านครึ่งไม้ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วง ศตวรรษที่ 17 ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ยังคงความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่ปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อของตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) (ระยะทาง 84 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่ตั้งอยู่ฝั่ง แม่น้ำไรน์ (Rhine River) และเป็นเมืองเก่าแก่ที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของพวกโรมัน

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองโคโลญจน์ (Cologne) เริ่มกันที่ มหาวิหารโคโลญจน์  (Cologne Cathedral)  ศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิกนับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกของสมัยนั้น (แม้ปัจจุบันก็ยังติดอันดับต้น ๆ) ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร สร้างเพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี ปัจจุบัน มหาวิหารโคโลญจน์ (Cologne Cathedral) นับจุดหมายสำคัญของ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) และ ประเทศเยอรมัน (Germany)  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2536 

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองดุสเซลดอร์ฟ (Dusseldorf) (ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 40 นาที)  เมืองสมัยใหม่ของประเทศเยอรมนี แต่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมและเทศกาลต่างๆมากมายที่ยังคงรักษาไว้ในภูมิภาคดุสเซลดอร์ฟ นอกเหนือจากประวัติศาสตร์นับแต่ยุคสมัยปี1100,เมืองหลวงแห่ง North Rhine-Westphalia แห่งนี้ ยังเป็นศูนย์รวมการค้า และเมืองแฟชั่นของเยอรมัน เมืองดุสเซลดอร์ฟยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศเยอรมนี นำท่านสู่ถนน Konigsalleeหรือที่ชาวเยอรมันเรียกว่า Koถนนสุดหรูที่มีร้านค้าแบรนด์เนมเรียงรายยาวกว่า 2 กิโลเมตร ริมแม่น้ำ ซึ่งถือว่าปัจจุบันเป็นแหล่งช๊อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอิสระให้ท่านได้เดินเล่นช๊อปปิ้งตามอัธยาศัย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักNH Dusseldorf City  Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     ดุสเซลดอร์ฟ - หมู่บ้านกีธูร์น (เนเธอร์แลนด์) - อัมสเตอร์ดัม

07.30 น.     บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่ประเทศเนเธอแลนด์ (Netherland)เริ่มต้นเที่ยวกันที่ หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn Village)(ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที)  เยือนเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านเล็กๆน่ารักที่ไม่มีถนนแม้แต่สายเดียวในหมู่บ้าน ดูสวยงามมากราวกับว่าสร้างขึ้นเพื่อถ่ายหนังแนวนิยายแฟนตาซี หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นโดยแบ่งเขตบ้านด้วยลำธารและใช้เป็นถนนเดินทางไปมาหาสู่กันด้วยเรือ ด้วยประชากรเพียง 2600 คน และมีนักท่องเที่ยวเพียงน้อยนิ ทำให้หมู่บ้านกีธูร์น เป็นเมืองที่สงบร่มเย็นและสวยงามไม่วุ่นวาย เป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน

 12.00 น.      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน ล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูร์นท่านจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ เอกลักษณะของที่นี่คือไม่มีถนนแม้แต่สาย เดียวในหมู่บ้าน แต่จะมีลำคลองล้อมรอบ และการคมนาคมทั้งหมดยังใช้การสัญจรทางน้ำ โดยยานพาหนะหลักที่ใช้จะเป็นเรือทั้งแบบเรือพายและเรือมีเครื่องยนต์ บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกมีความโดดเด่นสวยงาม อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านตากอากาศอันเงียบสงบแห่งนี้ พร้อมเก็บภาพความประทับใจ

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)(ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที)  เมืองหลวงของและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของ เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)นำท่านเข้าสู่ จตุรัสดัมสแควส์ (Dam Square) ย่านช้อปปิ้งสำคัญมี พระราชวังหลวง (Royal Palace)และ อนุสาวรีย์วีรชนตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสและยังติดกับย่าน เรดไลท์ (Red Light) หรือย่านโคมแดงของกรุงอัมสเตอร์ดัม อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งหรือเดินเล่นตามอัธยาศัย

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel Schiphol  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         อัมสเตอร์ดัม – ซานส์คันส์ – โวเลนดัม – อัมสเตอร์ดัม

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเข้าสู่บรรยากาศแห่งการ ล่องเรือหลังคากระจก (Lover Boat)ท่านจะได้ชมคูคลองที่ถูกขุดไม่ว่าจะเป็น คลองไกเซอร์กร้านซ์ (Keizergracht)หรือ คลองเฮเลนกร้านซ์ (Herengracht)รูปแบบผังของคลองนั้นสามารถจัดได้อย่างมีระเบียบ และขนานกันไปรอบเมือง ซึ่งมีระบบป้องกันน้ำที่แข็งแรงและดีเยี่ยมเมืองจึงไม่จมอยู่ใต้ท้องทะเล ระหว่างเส้นทางล่องเรือท่านจะได้เห็นบ้านเรือนแบบชาวดัชต์ที่สร้างอยู่ริมคลองซึ่งสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบสเปนผสมกับเรอเนสซองส์  ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีเอกลักษณ์พิเศษจะเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน

จากนั้นเรือจอดส่งท่านที่ โรงงานเจียระไนเพชร (Diamond Factory)อุตสาหกรรมการเจียระไนเพชรของเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมขั้นตอนการคัดเลือกเพชรโดยละเอียดจากวิทยากรผู้ชำนาญตลอดจนขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้ เป็นอัญมณีที่ค่าที่สุดสำหรับท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของอัญมณีล้ำค่า เลือกซื้อเพชรที่มีใบ Certificate จากบริษัทฯ เป็นประกัน

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ เมืองซานส์คันส์ (Zaanse Schans)(ระยะทาง 28 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่อนุรักษ์บรรยากาศเก่าแก่ให้คงอยู่ไว้ได้อย่างครบถ้วน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดท่านสามารถเข้าชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวดัชต์ที่ใช้ กังหันลม (Wind  Mill)กว่า 800 ตัว ปัจจุบันนี้ยังมี กังหันลม (Wind  Mill) หลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะน้อยลงแต่เสน่ห์อันหอมหวนของเมืองนี้มิเคยหายไป นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอาทิ ชีสฟาร์ม (Cheesefarm De Catharina Hoeve)และ โรงงานทำรองเท้าไม้ (Wooden Shoe Workshop De Zaanse Schans) ที่อยู่คู่กับชาวดัชต์มาแต่โบราณกาล

จากนั้นไปเยือน หมู่บ้านประมงโวเลนดัม (Volendam)(ระยะทาง 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ให้มาเยี่ยมชมทัศนียภาพริมฝั่งทะเล และวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นเมืองของชาวดัตช์ ซึ่งชาว เมืองโวเลนดัม ยังคงพร้อมใจ กันอนุรักษ์ประเพณีการแต่งกายชนิดนี้ไว้ให้ได้พบเห็นกันอยู่ โดยเฉพาะสตรีสูงวัยซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ถึง 50 ท่าน ที่ยังคงแต่งกายชุดพื้นเมืองเป็นปกติทุกวัน และตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่แต่ละบ้านตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด เพื่อดึงดูดตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ได้หยุดชื่นชม และไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจ และยกย่องในความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งออกมาได้อย่างน่ารักลงตัว เหมือนเดินอยู่ในเมืองตุ๊กตา 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)(ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที)  

18.30 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Hotel Schiphol  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       อัมสเตอร์ดัมลิซเซ่ – สวนเคอเคนฮอฟ – กรุงเฮก – เดลฟท์

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองลิซเซ่ (Lisse)(ระยะทาง 57  กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่สองข้างทาง ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้หัวขึ้นแซมทุ่งหญ้าเป็นระยะๆ ยิ่งออกห่างจากตัวเมืองไปเท่าใด ก็จะได้เห็นทุ่งดอกทิวลิป ไฮยาซินต์ และนาซิสซัสหลากสี สลับกับบ้านฟาร์มและโกดังบริษัทส่งออกไม้หัวเหล่านี้อยู่เป็นระยะๆ จนถึง สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof)แหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของฮอลแลนด์ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นทุกปี ผู้ซื้อทิวลิปจากทั่วโลกจะมาชมและคัดเลือกทิวลิปที่ต้องการจากแปลงสาธิต ในสวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้ นับเป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี รวมทั้งไม้หัวอื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ไฮยาซินธ์ ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีทางเดินร่มรื่น บางตอนก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระน้ำและน้ำพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ รวมทั้งคอฟฟี่ช็อปและร้านขายอาหาร เปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี อิสระให้ท่านเดินชมสวนดอกไม้ตามอัธยาศัย

 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ กรุงเฮก (The Hague) (ระยะทาง 33  กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเนเธอร์แลนด์ รองจากกรุงอัมสเตอร์ดัมและรอตเตอร์ดัม ปัจจุบันกรุงเฮก เป็นที่ตั้งของรัฐบาลดัตช์ อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา และสภาแห่งรัฐ รวมไปถึงเป็นเมืองที่ประทับของพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์อีกด้วย นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลโลกหรือ พระราชวังแห่งสันติภาพ (Peace Palace) เป็นที่เก็บรักษากฎหมายระหว่างประเทศ (Seat of International Law) ที่ตั้งกองบัญชาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร และเนติบัณฑิตยสถานแห่งกรุงเฮกและหอสมุดอันล้ำค่า

 

จากนั้นนำท่านเดินต่อสู่ เมืองเดลฟท์ (Delft) (ระยะทาง 12  กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) อีกเมืองหนึ่งที่มีความสวยงาม และสำคัญทางประวัติศาสตร์จนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเส้นทางนี้ไม่ควรพลาด เนื่องจากเมืองนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1572 – 1584 เป็นที่พำนักของเจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งออเรนจ์ พระบิดาแห่ง ประเทศฮอลแลนด์ (Holland) พระองค์ใช้เมืองนี้เป็นที่บัญชาการการต่อสู้กับสเปน นำท่านเดินเข้าสู่  ย่านจัตุรัสกลางเมือง (Old Town)ของ เมืองเดลฟท์ (Delft)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์อากาทาโคลสเตอร์หรือโบสถ์เก่า (Old Church)ซึ่งพระศพของเจ้าชายวิลเลียมถูกฝังอยู่โบสถ์นี้ และจุดเด่นของ เมืองเดลฟท์ (Delft) อยู่ที่ โบสถ์นิวเชิร์ช (New Church)ซึ่งมีความสูงถึง 108 เมตร ออกแบบโดย เกาเปอร์ส เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลายโบสถ์แห่งนี้มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นที่ฝั่งพระบรมศพของกษัตริย์ ประเทศฮอลแลนด์ (Holland) ที่สำคัญทุกพระองค์ และบริเวณไม่ไกลมากนั้นท่านจะพบ ศาลาว่าการเมืองเดลฟ์ (City Hall)ซึ่งเป็นศาลาว่าการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ  จากนั้นอิสระท่านเดินชมย่านการค้า ซึ่ง เมืองเดลฟท์ (Delft) มีชื่อเสียงมากในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel  Wescord Delft หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       เดลฟท์  - รอตเตอร์ดัม -  หมู่บ้านคินเดอร์เด็ก – อันท์เวิร์บ (เบลเยี่ยม) – บรูจส์

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้  นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตเตอร์ดัม (Rotterdam) (ระยะทาง 16  กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองท่าหลัก และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมาส (MassRiver) และยังเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่าน ชมเมืองรอตเตอร์ดัม ที่มีลักษณะต่างจากเมืองอื่นๆ ในเนเธอร์แลนด์ คือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมยุคใหม่ นำท่านเข้าชม บ้านลูกเต๋าไคก์คูมูส (The Kijk Kubus Cubic Houses)กลุ่มอาคารเหลืองขาวทรงลูกเต๋า 39 หลัง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบสาขาประหยัดพลังงาน

แวะถ่ายรูปกับ สะพานขาวอีราสมูส (Erasmus Bridge)และสะพานแดงวิลเลมส์บรูก์ (Willems Bridge)2 ใน 3 สะพานซึ่งเชื่อมเมืองสองฝั่งที่ถูก คั่นกลางด้วยแม่น้ำมาสเข้าด้วยกัน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองรอตเตอร์ดัม (City Hall of Rotterdam)อาคารซึ่งรอดพ้นจากการโดนถล่มเมืองโดยกองทัพของฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านคินเดอร์เด็ก (Kinderdijk)(ระยะทาง 24 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เอกลักษณ์ของ หมู่บ้านคินเดอร์เด็ก (Kinderdijk)  ก็คือกังหันลม กับวิวแม่น้ำสวยๆ ที่คุณๆ อาจจะคุ้นตาในตาม โปสการ์ด สื่อ สิ่งพิมพ์ ที่ใช้โปรโมทประเทศนี้กันบ้างแล้วในปี ค.ศ. 1997 และที่ หมู่บ้านคินเดอร์เด็ก (Kinderdijk) ก็ถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลก ที่มีความโดดเด่นด้วยกังหันลม 19 ตัว  เรียงรายทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเล็กๆ ที่เห็นเรียงรายแบบนี้ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ละตัวจะมีหน้าที่ของมัน กังหันลมทรงกลม ที่เรียงในแนวเดียวกันใช้วิดน้ำให้พื้นที่ Nederwaard ส่วนกังหันลมฝั่งตรงข้ามดูแลไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ Overwaard

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ประเทศเบลเยี่ยม (Belgium)ที่ เมืองอันท์เวิร์บ (Antwerp) (ระยะทาง 108 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) นำท่านเดินไปตามถนน Cogels-Osyleiท่านจะได้พบกับอาคารที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว ชม โบสถ์ (Notre -Dame)และ จัตุรัสกลางเมือง (Grote markt)และยังเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (Town hall)อาคารเกาแก่อายุหลายร้อยปี และถือว่าเป็นอาคารที่สวยที่สุดในบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ก็ว่าได้ ชื่นชมในความงดงามของกลุ่มอาคารที่สร้างขึ้นแบบเรเนสซองส์ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในจัตุรัส แวะถ่ายรูปกับ ปราสาทหิน (Het Steen)ซึ่งเป็นปราสาทยุคกลางขนาดเล็ก เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเยือนทุกครั้งเมื่อมาเมืองอันท์เวิร์บ โดยตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำสเกลท์ และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งในย่าน ถนนแมร์ที่มีชื่อเสียง 


นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (Bruges)(ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองสวยอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยมและติดอันดับเมืองสวยอันดับต้นๆของโลก ที่ ถูกกล่าวขานว่าเป็น “เวนิซแห่งตอนเหนือ” เป็นเมืองที่สงบเงียบและมีมนต์เสน่ห์ ของอารยธรรมในยุคสมัยกลางและสมัยใหม่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักHotel Academie  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                       บรูจส์ – เกนต์ – บรัสเซลส์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม    

นำท่านชม เมืองบรูจส์ (Bruges) เมืองที่มีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ท่านจะสามารถสัมผัสได้ถึง บรรยากาศแบบเมืองเก่าที่แฝงไว้ด้วยความสมัยใหม่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเดอะมาร์ก (The Markt)หรือ มาร์เก็ตสแคว์ ของ เมืองบรูจส์ (Bruges) ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดค้าขายและที่จัดงานต่างๆ และบริเวณใกล้ๆ กันยังมี จัตุรัสเดอะเบิร์ก (Burg) เป็นลานกว้างหน้าบริเวณวังเก่าซึ่งกลายเป็นศาลาว่าการเมืองในปัจจุบันชมหอประจำเมืองและโบสถ์ที่สวยงามในบริเวณใกล้เคียง ชม หอระฆัง (The Belfort)ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ มีความสูงถึง 83 เมตรและเคยถูกเผาทำลายเมื่อปี  ค.ศ. 1280 หากท่านใดต้องการทดสอบพลังของตัวเอง พร้อมกับการชมบรรยากาศของ เมือง แบบพาโนราม่า  ท่านสามารถเดินขึ้นบันได 366 ขั้นไปยังยอดหอระฆังแห่งนี้ได้

นำท่านนั่งเรือชมวิวเมืองบรูจน์ ท่านจะได้ชื่นชมความสวยงามของเมืองผ่านการนั่งเรือ ซึ่งเรือจะนำท่านลัดเลาะคลองต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเกนต์ (Ghent)(ระยะทาง 50 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของ เบลเยี่ยม (Belgium) เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่แพ้ เมืองบรูจส์ (Bruges) ถนนหนทางทั่งเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลาง เมืองเกนต์ (Ghent) ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีส (Paris)  เพียงแห่งเดียว นำท่านชม เมืองเกนต์ (Ghent) ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่ แม่น้ำสเกลต์ (Scheldt River) มาบรรจบกับ แม่น้ำไลส์ (Lys River) แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบันก็ว่าได้

เริ่มต้นที่ ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts)ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace และถึงแม้ว่า เบลเยี่ยม (Belgium) จะผ่านการรบและสงครามมามากมาย แต่ ปราสาทท่านเคานต์  (Castle of the Counts) ยังคงผ่านกาลเวลามาได้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดใน เมืองเกนต์ (Ghent) เดินต่อไปเรื่อยๆ เลียบฝั่งน้ำของท่าเรือเก่า ชม อาคารบ้านเรือนทรงขั้นบันไดเลียบ ถนนสมุนไพร (The Graslei)และถนนข้าวสาลี (The Korenkei)ดูชื่อถนนทำให้เดาได้ว่าสินค้าหลักที่ค้าขายกันที่นี่ในสมัยก่อนนั้นคืออะไรบริเวณ ถนนสมุนไพร (The Graslei) มีบ้านเก่าที่สุด คือ Spijkerสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 12 เป็นที่เก็บข้าวสาลีก่อนการขนส่งทางเรือและเก็บสำรองไว้ในยามขาดแคลน ส่วนบ้านที่เขาว่าน่าจะสวยที่สุดเป็นที่ตั้งของสมาคมพ่อค้าในสมัยนั้นชื่อ Free Sailors หน้ามุขเป็นศิลปะโกธิคตอนปลายที่ยังอยู่เชิดหน้าชูตาจนปัจจุบัน บ้านสวย ๆ อีกหลายบ้านที่ท่านเห็นก็ล้วนแต่เคยเป็นอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับการค้าทางเรือทั้งนั้น ให้ท่านถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน

จากนั้นนำท่านชม หอระฆังประจำเมือง (The Belfry)ที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น หอประชุมสงฆ์ (Cloth Hall)ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น Unessco World Heritage Site และไม่ไกลนักท่านจะพบ ศาลาว่าการเมือง (Stadhuis)และ โบสถ์เซ็นท์บราโว้ (St Bavo's Cathedral)โดยพื้นที่เดิมตรงนี้นั้นเคยเป็น Chapel มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 942 และต่อมาก็ได้มีการสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 14-16 และเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง สมควรเวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels)(ระยะทาง 58 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม (Belgium)เมืองเก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 1,000 ปี ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงามมาก เป็นเมืองศูนย์กลางอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพยุโรป และยังเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง อาทิเช่น หน่วยงานสำคัญของสหภาพยุโรป 2 หน่วยงานคือคณะกรรมาธิการยุโรป  และเป็นที่ตั้งของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) นอกจากนี้ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ยังเป็นที่ตั้งของ องค์กรนาโต้ (NATO) อีกด้วย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel NH Collection Brussel Centre  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    บรัสเซลส์ – ดิแนนท์ – ลักเซมเบิร์ก (ลักเซมเบิร์ก)   

07.30 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม กรุงบรัสเซลส์ (Brussels)นครหลวงที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรป ซึ่งเป็นศูนย์กลางอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพยุโรป ผ่านชมอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าสถาปัตยกรรมผสมระหว่างแบบกอธิค และ นีโอกอธิค นำท่านชม อะตอมเมี่ยม (Atomium)ที่มีอะตอมสูง 310 ฟุตหรือ 102 เมตรก่อสร้างใน รูปทรงที่เป็นโมเลกุลเหล็กใสจากงานยูนิเวอร์แซล เอ็กซิบิชั่น ในปี ค.ศ.1958 ผ่านชม จัตุรัสแกรนด์ (Grand Place)หัวใจสำคัญ ของกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ซึ่งชาวเบลเยี่ยม มักเรียกว่าจัตุรัสที่งดงามที่สุดในโลก นำท่านชมรูปปั้นเด็กน้อยยืนปัสสาวะ มาเนคินปิส (Manneken Pis)สัญลักษณ์ของเมืองนี้ และน้ำปัสสาวะนี้คือน้ำพุที่ชาวเมืองและชาวต่างชาตินิยมดื่มกันเมื่อมาถึงกรุงบรัสเซลส์ (Brussels)

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านเดินทางสู่ เมืองดิแนนท์ (Dinant)(ระยะทาง 105 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)  เมืองท่องเที่ยวเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่เขต เมืองนามูร์ (Namur) จังหวัดตอนใต้ของ ประเทศเบลเยี่ยม (Belgium) โดยตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ซึ่งขนาบข้างไปกับแม่น้ำและหน้าผาสูงชัน มี มหาวิหารนอเทรอดาม  (Notre Dame of Dinant)สร้างขึ้นแบบสไตส์โกธิค มีบันไดหินขึ้นสู่ด้านบน มหาวิหารรวม 408 ขั้น และยังมีหน้าผาสูงชันกว่า 100 เมตรอยู่ด้านหลังมหาวิหารทำให้หมาวิหารดูสวยและมั่นคงยิ่งนัก แม้มหาวิหารจะได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ก็ได้รับการบุรณะซ่อมแซมให้กลับมางามสง่าเช่นเดิม เดินเล่นชมเมืองโดยข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ที่ประดับเต็มไปด้วยรูปปั้น แซกโซโฟนมากมาย 2 ข้างทาง เนื่องจาก เมืองดิแนนท์ (Dinant) เป็นบ้านเกิดของนักประดิษฐ์เครื่องดนตรีชาวเบลเยียมที่มีชื่อเสียง อย่าง มิเตอร์อลอล์ฟ แซกซ์ (Mr. Adolphe Sex) และแซกโซโฟนก็ถูกประดิษฐ์ครั้งแรกที่ประเทศเบลเยี่ยม

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ประเทศเล็กๆในยุโรป อาจถือได้ว่าเป็นประเทศที่เล็กเกือบที่สุดในยุโรป แต่เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญในทวีปยุโรป ว่ากันว่าเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนประเทศนี้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆอีกหลายประเทศ 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Luxembourg Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ลักเซมเบิร์ก – มุสเตอร์มายเฟลด (เยอรมัน) – ปราสาทเอลทส์ – แฟรงค์เฟิร์ต

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านชม กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เมืองในหุบเขาที่มีจุดชมวิวและทิวทัศน์ เมื่อไม่มีทะเลธรรมชาติก็ชดเชยด้วยแม่น้ำในหุบเขาที่สวยงาม

เริ่มจากจุดชมวิว บริเวณ  สะพานอดอล์เฟ (Adolphe Bridge)ซึ่งเป็นสะพานข้ามหุบเขาที่อยู่เหนือเมือง จากจุดนี้ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างเต็มตาเลยทีเดียว  จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่บริเวณ จัตุรัสกิลโลมที่ 2  (Place Guillaume II) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก สะพานอดอล์เฟ (Adolphe Bridge) มากนัก ตรงจัตุรัสนี้จะมี รูปปั้นของแกรนด์ดยุกวิลเล็มที่ 2 (Grand Duke William II Monument)กษัตริย์แห่งฮอลแลนด์ (Holland)  ดยุคองค์แรกตั้งตระหง่านอยู่ด้วยกลางจตุรัส  และบริเวณ จัตุรัสกิลโลมที่ 2  (Place Guillaume II) ยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg City Hall)เป็นศาลากลางของกรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างแบบสไตล์นีโอคลาสิก ถือเป็นศูนย์รวมของรัฐบาล รวมทั้งใช้เป็นสำนักงานส่วนตัวของนายกเทศมนตรีเมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และใช้รับรองแขกต่างชาติด้วย  รวมถึง โบสถ์นอร์ธเทอดามแห่งลักเซมเบิร์ก (Notre Dame Cathedral)โบสถ์หลวงประจำ เมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับอาคารรัฐสภา (Chamber of Deputies)จากนั้นอิสระท่านบริเวณ  จตุรัสดาร์เมซ์ (Place d’Armes)  ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมแน่นพรึ่บ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ประเทศเยอรมัน (Germany)กันที่ เมืองมุสเตอร์มายเฟลด (Münstermaifeld)(ระยะทาง 146 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ  2 ชั่วโมง)เมืองเล็กๆ ในพื้นที่ปลูกไวน์ลุ่ม แม่น้ำโมเซล (Moselle River) และ เป็นที่ตั้งของ ปราสาทเอลทส์ (Eltz Castle) ปราสาทที่ปรากฏอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปยาวนานถึงปี 1157  เริ่มต้นจากการเป็นคฤหาสน์ของ Rudolf zu Eltz จากนั้นจึงมีการเสริมป้อมปราการและต่อเติมเพิ่มปีกและหอคอยเพื่อเป็นที่พักอาศัยของทายาทรุ่นใหม่ของตระกูล Eltz และอาศัยอยู่ในปราสาทเอลทส์ (Eltz Castle) มาตลอด 33 รุ่น ปัจจุบันตัวปราสาทก็ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม ปราสาทเอลทส์ (Eltz Castle)ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงประมาณ 70 เมตร เหนือ แม่น้ำโมเซล (Moselle River) ตัวปราสาทนั้นมียอดแหลมและประดับด้วยงานไม้แบบทิวดอร์ ชมภายในที่ได้รับการตกแต่งด้วยเครื่องตกแต่งดั้งเดิมจำนวนมาก รวมถึงชุดสะสมโบราณวัตถุอันน่าประทับใจ เช่น ภาพเขียน ข้าวของเครื่องใช้ประดับทองและ  เงิน สิ่งทอ พอร์ซเลน เวียนนา (Vienna)  และอาวุธสมัยยุคกลาง สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Flughafen Frankfurt Am Main International)  ณ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ(Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

20.55 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok) โดยเที่ยวบินที่ TG 923 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 40 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)                     กรุงเทพฯ

13.35 น.            คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

 

 

รายละเอียดโปรแกรมคลิกด้านล่าง

 

V

V

V
V

 

฿94,900
จำนวน:
Visitors: 115,727