ทัวร์ ดีที่สุดของ สแกนดิเนเวีย 10 วัน บิน TG

ทัวร์ ดีที่สุดของ สแกนดิเนเวีย 10 วัน สายการบินไทย TG

 

กำหนดการเดินทาง 9 - 18 เมษายน 2563

ราคาท่านละ 119,900 บาท

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)

 

** โปรโมชั่น จองและมัดจำ ภายใน 29 กุมภาพันธุ์ นี้ลดทันที ท่านละ 2,000 บาท **

 

สอบถามโทร 02 -538 -3585 Line ID : @tdtravel

 

 

ไฮไลท์สำคัญในโปรแกรมที่ไม่ควรพลาด

มีบินภายใน เฮลซิกิ ฟินแลนด์ - เบอร์เก้น นอร์เวย์ ประหยัดเวลานั่งรถ
นอนบนเรือสำราญล่องระหว่างประเทศ 2 คืน
 
ประเทศสวีเดน
-ชมกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของประเทศสวีเดน
-เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (Vasa Museum)
-ช้อปปิ้งบริเวณถนนฮามน์กาทาน (Hamngatan)
-พักบนเรือสำราญ Baltic Queen Cruise
 
ประเทศเอสโตเนีย
-ชมกรุงทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย
-ชมปราสาททูมเปีย (Toompea Castle)ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น อาคารรัฐสภาเอสโทเนีย (City Hall)
-เดินเล่นจตุรัสกลางเมือง (Town Hall Square)
 
ประเทศฟินแลนด์
-ชมกรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์
-ชมโบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church)
-ชมจัตุรัส เซเนท สแควร์ (Senate Square) ใจกลางเมือง
-ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (Sibelius Monument)
-อิสระกับการช้อปปิ้งย่าน มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square)
 
ประเทศนอร์เวย์
-ชมเมืองเบอร์เก้น (Bergen) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ฟยอร์ด
-นั่งรถไฟสาย ฟลอมส์บานา (Flamsbana)ซึ่งเป็นรถไฟสายที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดสายหนึ่งในทวีปยุโรป
-ล่องเรือชมความงามตามธรรมชาติของ ซองน์ฟยอร์ด (Sogne Fjord)
-ชมกรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ (Norway)
-เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (Viking Ship Museum)
-ชม สวนอุทยานฟร็อกเนอร์ (Vigeland Sculpture Park)
-พักบนเรือสำราญ DFDS Scandinavian Seaway
 
ประเทศเดนมาร์ค
-ชมกรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ค (Denmark)
-ถ่ายรูปบริเวณลานกว้างหน้าพระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)
-ชมย่านนูฮาวน์ (Nyhavn)แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง
-ชม รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid)และ น้ำพุเกฟิออน (The Gefion Fountain)
-ช้อปปิ้งสินค้าย่านวอล์คกิ้งสตรีท หรือ ถนนสตรอยก์ (Stroget Street)
 

รายละเอียดโปรแกรม
 
 

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 (1)                     กรุงเทพฯ 

21.30น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563 (2)                      สต๊อกโฮล์ม (สวีเดน) – ทาลลินน์ (เอสโตเนีย)

01.10น.         ออกเดินทางสู่ กรุงสต๊อกโฮล์ม (Stockholm) โดยเที่ยวบินที่ TG 960 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

07.00.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา  (Stockholm Arlanda International Airport) กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน (Sweden)(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)  นำคณะเดินทางเข้าสู่ กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm)เมืองหลวงของ ประเทศสวีเดน (Sweden)ซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลสาบเมลารัน (Malaren Lake) และมีที่ตั้งอยู่ริม ทะเลบอลติค (Baltic Sea) นำท่านนั่งรถเที่ยวชมเมืองหลวงแห่งนี้ ด้วยภูมิประเทศอันเป็นที่ตั้งของเมืองที่ประกอบไปด้วยเกาะมากมายหลายร้อยเกาะ แต่มีเกาะใหญ่ๆ เพียง 14 เกาะ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ความงามบนผิวน้ำ (Beauty on the Water) หรือ (ราชินีแห่งทะเลบอลติค) นำท่านเริ่มต้นกันที่ จุดชมวิว บนเนินเขาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นสภาพเมืองโดยรวมได้อย่างดีและสวยงามที่สุด แล้วเข้าสู่ เกาะแกมลา สแตน (Gamla Stan)ซึ่งเป็น เขตเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 700 ปี เป็นจุดกำเนิด กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) และเป็นที่ตั้งของ  พระราชวังหลวง  (Royal Palace)  ที่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค ส่วนภายในตกแต่งด้วยศิลปะแบบโรโกโก้  ปัจจุบันใช้พื้นที่บางส่วนเป็นที่รับรองแขกเมือง และราชอาคันตุกะ นอกจากนี้ยังมี  โบสถ์หลวง (Storkyrkan)โบสถ์คู่บ้านคู่เมือง

                 

นำท่าน เข้าชมศาลาว่าการเมืองประจำกรุงสต๊อกโฮล์ม (City Hall) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1911-1923 เป็นอาคารที่ค่อนข้างโดดเด่นเนื่องจากสร้างด้วยอิฐแดงมากกว่า 8 ล้านก้อนภายในห้องโถง (Blue Hall)ถูกประดับด้วยทองคำที่มีลวดลายฝังหินโมเสคกว่า 19 ล้านชิ้น ในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองแขกสำคัญของประเทศ และในเดือนธันวาคมของทุกปี จะใช้เป็นสถานที่ๆจัดงานเลี้ยงให้ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (Vasa Museum)เรือรบโบราณอายุร่วม 400 ปีที่กษัตริย์กุสตาฟที่ 2 รับสั่งให้สร้าง เป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในสมัยนั้น แต่เพียง 20 นาทีที่ลงน้ำ เรือวาซ่าที่ยิ่งใหญ่ก็จมลงอยู่ใต้ทะเล มากกว่า 300 ปี ถึงสามารถกู้ขึ้นมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยต้องนำชิ้นส่วนหลายล้านชิ้นที่กระจายไปทั่วท้องน้ำแถบนั้นมาปะติดปะต่อเหมือนต่อโมเดลขนาดยักษ์ แต่ก็สามารถสร้างขึ้นมาจนกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดในกรุงสต็อคโฮล์มจวบจนถึงปัจจุบัน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนนฮามน์กาทาน  (Hamngatan) ถนนสายช้อปปิ้งของเมือง มี ห้างสรรพสินค้า NKซึ่งจัดเป็นห้างสรรพสินค้า ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ ให้ท่านอิสระกับการช้อปปิ้ง กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ

17.45 น.       นำท่านเดินทางโดยเรือสำราญ Baltic Queen Cruiseเพื่อเดินทางสู่ กรุงทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย (Estonia)เมืองที่ได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในทะเลบอลติค (Baltic Sea) โดยเฉพาะเสน่ห์ของเมืองเก่าช่างยั่วยวนใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนจะค่อยๆเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เมืองเก่าทาลลินน์เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 อิสระท่านพักผ่อนบนเรือสำราญอันหรูหราและสง่างาม ที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ภัตตาคาร, บาร์ศูนย์สันทนาการสำหรับเด็ก, ร้านค้าปลอดภาษี ฯลฯ

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในเรือ               

พักค้างคืนในเรือสำราญ Baltic Queen Cruise

**กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน**

 

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2563 (3)                 ทาลลินน์

08.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

10.00 น.       เรือเข้าเทียบท่า ณ กรุงทาลลินน์ (Tallinn) (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศสวีเดน 1 ชั่วโมง) หลังรับสัมภาระเรียบร้อย นำท่านชม กรุงทาลลินน์ (Tallinn) ด้วยเสน่ห์ของเมืองท่าที่เก่าแก่และโดดเด่นโดยเฉพาะบริเวณ เขตเมืองเก่า (Old Town Tallinn)ย่านสำคัญที่เต็มไปด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาวเอสโตเนีย

เริ่มต้นชมเมืองกันที่ ย่านทูมพี (Toompea) เป็นที่ตั้งของปราสาทและป้อมปราการ อันเป็นที่พักของเจ้าเมือง และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมือง เขตนี้เป็นที่พักอาศัยของขุนนางและคนที่มีฐานะดี ชม ปราสาททูมเปีย (Toompea Castle)ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น อาคารรัฐสภาเอสโทเนีย (City Hall) สร้างอยู่บนป้อมปราการเก่าซึ่งเคยเป็นฐานบัญชาการของกองกำลังต่างชาติในช่วงที่ผลัดกันเป็นเจ้าผู้ปกครองแผ่นดิน เอสโตเนีย (Estonia) อาคารด้านหน้าเป็นอาคารศิลปะแบบบาร็อกสีชมพูพาสเทลสดใสดูไม่เหมือนเป็นหน่วยงานราชการ ตรงข้ามกับ ปราสาททูมเปีย (Toompea Castle) เป็น โบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ (Alexander Nevsky Cathedral)โบสถ์ใหญ่ที่สุดในกรุงทาลลินน์ (Tallinn) ประกอบด้วยโดมหัวหอม 5 โดม เด่นสง่า และโมเสกทองด้านหน้าอันงดงาม โบสถ์หลังนี้สร้างขึ้นโดยคำบัญชาของพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 3 โดยใช้ศิลปะแบบรัสเซีย ในระหว่างปีค.ศ. 1894-1900 ซึ่งในขณะนั้น เอสโตเนีย (Estonia) ยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของ รัสเซีย (Russia) ด้านบนของโบสถ์มีหอระฆังใหญ่ที่มีระฆังอยู่ 11 ใบ รวมทั้งระฆังใบใหญ่ที่สุดใน กรุงทาลลินน์ (Tallinn) ซึ่งมีน้ำหนักถึง 15 ตัน จากโบสถ์เราเดินต่อไปอีกราว 50 เมตร ก็ถึงอีกโบสถ์เซ็นท์แมรี่ (St.Mary Cathedral or Toomkirik)เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เอสโตเนีย (Estonia) อุทิศแด่พระแม่มารี ตัวโบสถ์เริ่มจากการสร้างด้วยไม้ก่อนในยุคที่ เดนมาร์ก (Denmark)  ปกครองที่นี่ในปี 1219

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเข้าสู่ จตุรัสกลางเมือง (Town Hall Square)ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางการค้าขายที่เต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายซื้อของและนั่งรับประทานอาหาร รวมถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเยี่ยมชมสถานที่นี้ จตุรัสกลางเมือง (Town Hall Square) นี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ Unesco เมื่อปีค.ศ. 1997 จัตุรัสแห่งนี้คงจะอารมณ์เดียวกับ จตุรัสแดง (Red Square) ของ รัสเซีย (Russia) เทียนอันเหมิน (Tiananmen Square) ของ จีน (China) และสนามหลวง (Sanamluang Square) ของ ไทย (Thailand) ที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน บริเวณจัตุรัสเต็มไปด้วยอาคารเก่าสไตล์อาร์ตนูโวและโกธิค

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักRadisson Blu Hotel Olimpia หรือเทียบเท่า

 

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 (4)                    ทาลลินน์ – เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำคณะเดินทางสู่ท่าเรือ นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจาก กรุงทาลลินน์ (Tallinn)สู่ เมืองเฮลซิงกิ (Helsinki)(ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ (Finland) เพลิดเพลินไปกับการท่องทะเลบอลติค (Baltic Sea) และทิวทัศน์ 2 ฝั่ง ของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) และ ประเทศฟินแลนด์ (Finland) ที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเที่ยวชม กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวฟินแลนด์ (Finland Gulf) และบริเวณรอบๆ อ่าวนี้เองที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามและคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้

                   จุดแรกนำท่านไปชม โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church)หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม โบสถ์หิน (Rock Church)แต่เดิมเป็นภูหินแกรนิตใหญ่ที่ตั้งเกะกะอยู่กลางเมือง เกือบจะถูกระเบิดทิ้งอยู่รอมร่อ โชคดีที่มีการระดมความเห็นเสนอให้ก่อสร้างเป็นโบสถ์ จนกลายเป็นสถานที่ขึ้นชื่อมาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มักจะเดินทางมาประกอบพิธีสมรสกันที่นี่ อาจจะเป็นเพราะลักษณะโบสถ์แห่งนี้เก๋ไก๋ด้วยดีไซน์ ผนังเป็นหินแกรนิต ด้านบนระบายโปร่งให้แสงเข้า หลังคาประดับด้วยลวดทองแดงหนา 1 นิ้ว นำมาขดเป็นวงกลมใหญ่ดูแปลกตา แต่ชวนให้หวาดเสียวไม่ได้สำหรับพวกที่ชอบสาบานให้ฟ้าผ่า  และต่อด้วย เซเนท สแควร์ (Senate Square)จตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ กลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 (Alexander II Monument) ประดิษฐานอยู่ ถัดไปด้านบนเป็น วิหารอุสเพนสกี้ (Uspensy Cathedral)เด่นตระหง่านตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมรัสเซีย เนื่องจากถูกปกครองด้วยรัสเซีย (Russia)มานานถึง 100 ปี

                  

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (Sibelius Monument)ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียเพลง ปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย ตั้งอยู่กลางแจ้งอย่างโดดเด่นเป็นสง่า

12.30 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สุดท้ายนำท่าน อิสระกับการช้อปปิ้งย่าน มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ตลาดสินค้าบริเวณท่าเรือ อีกแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปชมวิว และให้ท่านอิสระกับการเลือกช้อปปิ้งบน ถนนเอสปลานาดิ (Esplanadi Street)แหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งสินค้าพื้นเมือง และ ห้างสรรพสินค้า สต๊อกแมนน์ (Stockmann)ห้างใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย (Scandinavia)

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scandic Grand Marina Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 (5)          เฮลซิงกิ – เบอร์เก้น (นอร์เวย์)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านเดินทางไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติวานตา (Vantaa International Airport) กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)  

.........น.         ออกเดินทางสู่ เมืองเบอร์เก้น (Bergen)โดยเที่ยวบินภายในประเทศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

.........น.         ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์เก้น – เฟลสแลนด์ (Bergen Airport Flesland) เมืองเบอร์เก้น (Bergen)  เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ฟยอร์ด อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของนอร์เวย์ (Norway) มาตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 13 เมืองนี้ ล้อมรอบด้วยภูเขาถึงเจ็ดลูก มีท่าเรือที่ยาวถึง 10 กิโลเมตร หลังรับกระเป๋าเดินทาง รถโค้ชปรับอากาศรอรับนำท่านสู่ตัวเมือง เมืองเบอร์เก้น (Bergen) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศฟินแลนด์ 1 ชั่วโมง) 

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองเบอร์เก้น (Bergen)  โดยจุดแรกนำท่านขึ้นรถรางไฟฟ้า Floybanen Funicularสู่ ยอดเขา Floyenซึ่งมีความสูง 320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชมความสวยงามของ เมืองเบอร์เก้น (Bergen) 

                 

ไม่ไกลจากจุดขึ้นรถรางไฟฟ้าจะเป็นย่าน เมืองเก่าของเบอร์เก้น (Bryggen)ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว ด้วยห้องแถวสูง 3 ชั้น ที่สร้างด้วยไม้ทาสีขาว แดง เหลือง เขียว จั่วหน้าสามเหลี่ยม มีเสน่ห์น่ารักตรงที่ด้านหน้ามักจะตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง ตัวแคปริคอน หรือ ม้ามังกร และรูปตุ๊กตาต่างๆ อาคารเก่าของเบอร์เกน (Bryggen)ถึง 61 หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม และยังใช้สอยเป็นร้านค้า แกลเลอรี ร้านขายสินค้าที่ระลึก งานศิลปะ ร้านอาหารตลอดจนพิพิธภัณฑ์ทำให้ อาคารเก่าของเบอร์เกน (Bryggen) เป็นเรือแถวที่งดงามที่สุดในโลกก็ว่าได้ ยิ่งกว่านั้นในความเก่าแก่ของเมืองที่ก่อตั้งมากว่า 900 ปีแล้ว จึงทำให้ เมืองเบอร์เก้น (Bergen) เป็นเมืองท่าที่แสนคลาสสิกงดงามที่สุดเมืองหนึ่งทีเดียว อิสระให้ท่านเดินชม แวะถ่ายรูป อาคารบ้านเรือนต่างๆ ใน เมืองเบอร์เก้น (Bergen) จากนั้นก็ถึงคิว บริเวณแหล่งช้อปปิ้งถนนคนเดิน ทอร์กาลเมนนิ่งเก้น  (Troldgamlehaugen)ที่ถูกสร้างให้เดินได้อย่างสะดวก และร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกสรร

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักScandic Grand Marina Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 (6)                   เบอร์เก้น – โวส – ฟลอม – กู๊ดเวงเกอร์ – เกโล

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

เช้านี้ นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโวส (Voss)(ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเล็กน่ารัก ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามและเป็นเมืองที่สงบ มีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์  ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชนบทกลิ่นอายท้องถิ่นของชาว เมืองโวส (Voss) และทุ่งหญ้าเขียวขจี นำท่านเดินเท้าสู่สถานีรถไฟ เมืองโวส (Voss) เพื่อขึ้นรถไฟสาย ฟลอมส์บานา (Flamsbana)ซึ่งเป็นรถไฟสายที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดสายหนึ่งในทวีปยุโรป ซึ่งรถไฟแล่นตัดผ่านไปตามช่องเขาไต่ไปตามหน้าผา หรือเจาะอุโมงค์เพื่อทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งของภูเขาผ่านหุบเหวและน้ำตกมากมายโดยเฉพาะ น้ำตกคีออสฟอสเซน (Kjosfossen)ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความงดงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ (Norway)โดยท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับธรรมชาติอันงดงามตลอดเส้นทางและทัศนียภาพที่สุดแสนจะวิเศษโรแมนติค ให้ท่านสำราญใจจนกระทั่งสุดสถานีที่ เมืองฟลอม (Flam)

14.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำคณะเดินเท้าสู่ท่าเรือ เมืองฟลอม (Flam)เพื่อนำท่านล่องเรือชมความงามตามธรรมชาติของ ซองน์ฟยอร์ด (Sogne Fjord)ที่มีความยาวและความลึกที่สุดในโลก ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับความงดงามของทิวทัศน์ต่าง ๆ สายน้ำ หุบเขา หน้าผา ซึ่งธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นด้วยกาลเวลาพันล้านปี

จนมาถึง เมืองกู๊ดเวงเกน (Gudvangen)แล้วเดินทางต่อโดยรถโค้ชไปสู่ เมืองเกโล (Geilo)(ระยะทาง 132 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ในเขตภูมิภาคฟยอร์ดของ นอร์เวย์ (Norway) ชมวิวทิวทัศน์ของลำธารที่กัดเซาะหุบเขาจนเป็นเหวขนาดใหญ่ ผ่านหมู่บ้านชนบทสู่เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 2,000 คน แต่มีทรัพยากรทางธรรมชาติ อาทิ เหล็ก โลหะ อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความสำคัญในด้านศูนย์กีฬาฤดูหนาวของยุโรปเหนืออีกด้วย

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Dr.Holms Hotel หรือเทียบเท่า

 

 

วันพุธที่ 15 เมษายน 2563 (7)                  เกโล – ออสโล – โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ค)

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำคณะออกเดินทางเข้าสู่ กรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ (Norway) (ระยะทาง 219 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) จากนั้นเริ่มต้นชม กรุงออสโล (Oslo) ซึ่งสมัยก่อนนั้นเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองออสโล (Oslo) เป็นเมืองใกล้น้ำ ใกล้ธรรมชาติ และสนิทชิดเชื้อกับศิลปะเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเมืองหลวงที่สำคัญในด้านวัฒนธรรมของยุโรป นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (Viking Ship Museum) จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากอาหารกลางวัน นำท่านชม สวนอุทยานฟร็อกเนอร์  (Vigeland Sculpture Park)สวนสาธารณะอันเป็นผลงานของปฏิมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนอร์เวย์ (Norway) กุสตาฟ วิกกลันด์ ซึ่งแสดงเกี่ยวกับวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะเสาหิน โมโนลิธ (Monolith)กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมในหมู่ปฎิมากรรมทั้งหมด

สมควรแก่เวลานำท่าน เดินทางสู่ท่าเรือ

16.45 น.       ออกเดินทางโดย เรือสำราญ  DFDS Scandinavian Seaway เรือเดินสมุทรลำใหญ่ โอ่โถง มีห้องพักมากมายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเสมือนโรงแรมระดับ 4 ดาวพร้อมไปด้วย ร้านค้าปลอดภาษี ห้องอาหาร ไนต์คลับ ดิสโก้เธค ห้องสปาและซาวน่า

18.30 น.       อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในเรือ

พักค้างคืนในเรือสำราญ  DFDS Scandinavian Seaway

**กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน**

 

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2563 (8)              โคเปนเฮเก้น

08.00 น.            อาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือ

09.30 น.            เรือสำราญ (DFDS Scandinavian Seaway)เทียบท่าเรือ ณ กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)เมืองหลวง และเมืองชายฝั่งทะเลของประเทศเดนมาร์ก ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะซีแลนด์ และเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ เนื่องจากมีการทำประมง และเป็นเมืองท่าของการขนส่งสินค้าการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สวยงาม และน่าสนใจด้วยมีลักษณะของการผสมผสานวิถีชีวิตหลากหลาย นำท่าน ชม กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen)เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจ ถ่ายรูปบริเวณลานกว้างหน้าพระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)ซึ่งเป็นสถานที่ประทับของบรรดาเหล่าพระราชวงศ์แห่งเดนมาร์ก พระราชวังแห่งนี้ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ด้านหน้าของพระราชวังจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวัน เหมือนกับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมในอังกฤษ อาคารของพระราชวังตั้งต่อกันคล้ายเป็นวงกลม บริเวณตรงกลางเป็นลานกว้างซึ่งรถสามารถแล่นผ่านไปมาได้อย่างสบาย เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น จัตุรัสด้านหน้าของพระราชวัง ท่านจะพบกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์เดนมาร์กทรงม้า ดูสง่างามยิ่งนัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นูฮาวน์ (Nyhavn)แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง เพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกที่สวยงาม ทันสมัยประกอบกับมีเรือใบ และเรือสินค้าโบราณที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีถูกนำมาจอดทอดสมออยู่ริมสองข้างฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้ย่านนูฮาวน์เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องไปเยี่ยมชมกันให้ได้

12.00 น.            อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น ชม รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid)แอเรียล เจ้าหญิงเงือกน้อยแห่งท้องทะเล ที่แสนดื้อรั้น ช่างฝัน มักฝันถึงชีวิตบนโลกมนุษย์จากเทพนิยายอันลือชื่อของ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน Hans Christian Andersen ที่อาจทำให้หลายๆ คนเคยใฝ่ฝันอยากเป็นเงือกน้อยมาบ้างแล้ว...

จากนั้น เดินทางต่อสู่ น้ำพุเกฟิออน (The Gefion Fountain)มีตำนานเล่าขานอย่างย่อๆว่า “เทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ โดยพระราชินีเกฟิออนได้แปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ ให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์ค (Denmark) ในทุกวันนี้” ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่ารูปปั้นนั้นมีหญิงคนหนึ่ง ซึ่งก็คือพระราชินีกำลังถือแส้ไล่วัวทั้ง 4 ตัวอยู่

ต่อจากนั้นผ่านชม ปราสาทโรเซนบอร์ก (Rosenborg Castle)เป็นเพียงปราสาทเดียวที่สร้างโดยกษัตริย์คริสเตียนที่ 4 และเป็นที่ประทับจวบจนสิ้นรัชกาล

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าย่านวอล์คกิ้งสตรีท หรือ ถนนสตรอยก์ (Stroget Street)ถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลกเริ่มจากศาลาว่าการเมือง (City Hall) ไปสิ้นสุดที่ Kongens Nytorv ที่มีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง อาทิ หลุยส์วิตตอง ชาแนล ร้านนาฬิกาหรูแบรนด์ดังจาก สวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) เป็นต้น

19.00 น.            อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Imperial Copenhagen Hotel หรือเทียบเท่า

 

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 (9)               โคเปนเฮเก้น

08.00 น.            อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน – คาสตรัพ  (Copenhagen Kastrup Airport) กรุงโคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ค (Denmark)เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน

14.25 น.            ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)โดยเที่ยวบินที่

                         TG 951 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 35 นาที)

 

 

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 (10)             กรุงเทพฯ

06.00 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 
 
รายละเอียดโปรแกรมเต็ม คลิกด้านล่าง
V
V
V
V
V
V
 

 

฿119,900
จำนวน:
Visitors: 109,017