ทัวร์ อเมซิ่ง นอร์เวย์ โลโฟเทน เซนย่า ทรอมโซ่ 10 วัน บิน TG

ทัวร์ อเมซิ่ง นอร์เวย์ โลโฟเทน เซนย่า ทรอมโซ่ 10 วัน บิน TG

 
กำหนดการเดินทาง ตุลาคม 2563 - มีนาคม 2564 ราคาโปรดสอบถาม
 

(ราคารวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ ทิปไกด์ท้องถิ่น และ อาหารทุกมื้อ)


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel 

 

 

ไฮไลท์โปรแกรม ล่าแสงเหนือ ทรอมโซ โลโฟเทน เซนย่า
 
- ชมเมืองทรอมโซ่เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของยอร์เวย์ สมยานาม นครแห่งแสงเหนือ
- ชมมหาวิหารอาร์คติก นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่เขาสโตสไตเนิน ชมจุดชมวิวที่สวยที่สุดของทรอมโซ
- สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการ นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์
- ชมเกาะเซนย่า เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของนอร์เวย์
- ชมหมู่บ้านชาวประมงแสนสวยที่โดดเด่นด้วยกระท่อมสีแดงแบบดั่งเดิม ที่เกาะโลโฟเทน
- ชมโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของเกาะโลโฟเทน
- ชมหมู่บ้าน Å หมู่บ้านที่สวยที่สุดในเกาะโลโฟเทน
- ชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฎอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน
- ชมจุดแลนด์มาร์ก ของเกาะโลโฟเทนที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส อาทิเช่น Fredvang Bridges, Buksnes Church, Haukland Beach, Uttakleiv Beach, EGGUM
- ช้อปปิ้งส่งท้ายที่ ออสโล

 


รายละเอียดโปรแกรม
 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ                                            

22.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dสายการบิน สายการบินไทย อินเตอร์ พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                          กรุงเทพฯ ออสโล (นอร์เวย์) ทรอมโซ

00.20น.         ออกเดินทางสู่กรุงออสโล (Oslo) โดยเที่ยวบินที่ TG 954(ใช้เวลาในการเดินทาง 12 ชั่วโมง 30นาที)

06.50.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) กรุงออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ (Norway) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) แวะพักเปลี่ยนเครื่อง

10.00.       ออกเดินทางสู่เมืองทรอมโซ (Tromso) โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์เที่ยวบินที่ SK 4414  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 55นาที)

11.55.       เดินทางถึง เมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์อยู่ในเขตมณฑลทรอมทางตอนเหนือของนอร์เวย์และทางตอนเหนือของคาบสมุทรสแกนดิเนเวียน อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) อีกด้วย

**หมายเหตุไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์แปลงแปลงตามความเหมาะสม**

13.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม เมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ดินแดนอาร์กติก โดยมันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ถือว่าเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงดงามของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญทั้ง แสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืนในดินแดนแถบนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว

นำท่านเข้าชม มหาวิหารอาร์คติก (Arctic Cathedral) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการ สร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง หนึ่งของเมืองทรอมโซ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้อย่างชัดเจน

นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกันโดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง
      

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel Tromso

** นำท่านล่าแสงเหนือโดยการนั่งรถโค้ช  ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น **

 

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                   ทรอมโซ - เกาะเซนย่า

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น ให้ท่านได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ท่านจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมด้วยการ นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์ (Reindeer-Sledding) ยานพาหนะของซานตาครอส เพื่อไปยังหมู่บ้านชาวซามิ (Sami Village)ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองทรอมโซ ระหว่างทางไกด์ท้องถิ่นที่เป็นชาวซามิจะบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติและการตั้งถิ่นฐานของชาวซามิในเขตแลปแลนด์ (Lapland) เมื่อเดินทางถึง ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวซามิ โดยต้อนรับท่านอย่างอบอุ่นเข้าสู่กระโจมของชาวซามิ (Lavvo) บริการท่านด้วยซุปร้อนๆ ที่เรียกว่า Bidus ทำจากเนื้อสัตว์ มันฝรั่งและแครอท ใช้สำหรับในการแต่งงาน เสริฟพร้อมกับขนมปัง และพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวซาม

 12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   นำท่านเดินทางสู่เกาะเซนย่า (Senja Island) เกาะแห่งความสวยงามตระการตรา ที่จะทำให้รู้สึกสงบ และสบายไปกับบรรยากาศธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเกาะเซนญานี้เองมักถูกเรียกว่านอร์เวย์ขนาดย่อม เพราะเกาะดังกล่าวมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ฯ พร้อมด้วยทัศนียภาพของฟยอร์ด, เทือกเขาที่สวยงามสู่ อ่าวแฮมน์ ไอ เซนย่า (Hamn I Senja)(ระยะทาง 210 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที)ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะเซนญ่า เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนเพื่อชมความงามของธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้ อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hamn I Senja หรือเทียบเท่า

** นำท่านเดินทางโดยการนั่งรถโค้ช เพื่อล่าแสงเหนือ ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**

 

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         เกาะเซนย่า – ฮาร์สตัด

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินชม หมู่บ้านชาวประมงกริลล์ฟยอร์ด (Gryllefjord Fishing Village)(ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) มีประชากรราว 400 คน ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้านชาวประมงริมฟยอร์ดพร้อมเก็บภาพความประทับใจ

 

นำท่าน ชมเกาะเซนย่า (Senja Island) เพื่อชมความงามที่ภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาสลับกับฟยอร์ด พร้อมเก็บภาพความประทับใจไม่รู้ลืม นำท่านไปยังจุดชมวิวเมดฟยอร์ดโบทน์ (Mefjordbotn)ของเส้นทางธรรมชาติอันรายล้อมไปด้วย ขุนเขากับฟยอร์ด

12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นชม จุดชมวิวตุงเกอเนสเซท (Tungeneset)จุดชมวิวริมทะเลเป็นทางเดินเลียบชายทะเลพร้อมวิวเทือกเขา Okshornan

จากนั้นเดินทางสู่ เบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) เป็นสะพานไม้มีความยาวถึง 44 เมตร ให้ท่านได้มีเวลาเดินชมวิวเบิร์กฟยอร์ด (Bergsfjord) แบบพาโนรามาเบื้องล่าง

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่เมืองฮาร์สตัด (Harstad) (ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทศมณฑลทรุมส์ โดยมีใจกลางเมืองทีเล็กกะทัดรัดทีหันหน้าออกไปรับกับทะเลนอร์เวย์

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Thon Hotel Harstad

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                   ฮาร์สตัด เฮนนิ่งสวาร์ สโววาร์

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทาง ผ่านถนนเส้นทาง E10 เส้นทางสายธรรมชาติให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตลอดสองข้างทางสู่ เมืองเฮนนิ่งสวาร์ (Henningsvaer) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (Rorbuer) ตั้งอยู่ริมทะเลมีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

                

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ คาเบลวัก (Kabelvag)(ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)เป็นหมู่บ้านชุมชนชาวประมงเก่าแก่แห่งแรกๆในหมู่เกาะโลโฟเทน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสโววาร์ นำท่านชมหมู่บ้านน่ารักตามสไตล์นอร์เวย์แท้ๆ แวะชม โบสถ์วาแกน (Vagan Church)โบสถ์ไม้ ที่ใหญ่ที่สุดบนหมู่เกาะโลโฟเทน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (Svolvaer) หมู่เกาะลอฟโฟเทน (Lofoten Island) (ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) ตั้งอยู่ที่เมือง Nordland ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียง  โด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (Rorbuer)ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเข้าสู่ที่พักThon Hotel Lofoten หรือเทียบเท่า

 

นำท่านสัมผัสประสบการแบบขั้วโลกเหนือใน Magic Ice Barบาร์น้ำแข็งที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ – 5 อาศาตลอดทั้งปี โดยสิ่งของภายในนี้จัดทำขึ้นจากน้ำแข็ง และได้มีการติดตั้งที่มีแสงไฟ LED เพื่อเพิ่มความงดงาม ท่านจะได้ชมสีสันผสมผสานกับเสียงดนตรีสร้างบรรยากาศที่มีเสน่ห์เฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันไม่ธรรมดาของดินแดนแห่งน้ำแข็งแห่งนี้อย่างแท้จริง

 

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                   สโววาร์ นัสฟยอร์ด – Å แฮมนอยด์รีนน์ 

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ นัสฟยอร์ด (Nusfjord)(ระยะทาง 92 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) อีกหนึ่ง เมืองเล็กๆน่ารักๆแห่งหมู่เกาะโลโฟเทน ให้ท่านได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันแปลกตา ภูเขาสลับแม่น้ำ และทะเลสาบที่ สะท้อนภาพเทือกเขาบนผืนน้ำ นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมงนัสฟยอร์ด (Nusfjord Fisherman Village)ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดียิ่งอีกแห่งของ นอร์เวย์ หมู่บ้านแห่งนี้มีการรังสรรค์หมู่บ้านหลากสีสัน ทั้งแดง เหลือง เขียว และยังคงอนุรักษ์บ้านเมืองเก่าไว้ อย่างดียิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย หรือจะนั่งเล่น จิบกาแฟ ชื่นชมกับธรรมชาติของเมืองนี้ นอกจากนี้ เมืองนัสฟยอร์ดยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน Å(ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ Lofoten อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (Norwegian Fishing Village Museum)ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะโลโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิโรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (Cod Liver Oil Factory) ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ อิสระท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnoy)(ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้บ่อยตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภาพหมู่บ้านชาวประมงหลากสี พร้อมวิวของเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังนับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหมู่บ้านแฮมนอยด์ตามอัธยาศัย

                 

จากนั้น นำท่านเดินทางไปยัง เมืองรีนน์ (Reine)(ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองรีนน์ (Reine)ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

** ท่านสามารถสัมผัสกับภูมิทัศน์ที่ งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยการ เดินขึ้นเขารีนน์บรินเกน (Reinebringen Hiking)ยอดเขาสูง 448 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในหมู่เกาะโลโฟเทน สามารถมองเห็นหมู่บ้านไรเนอและยอดเขาต่างๆได้รอบทิศแบบพาโนรามา และยังเห็นทะเลสาบเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดเขาสูงอีกด้วย หรือ เดินชม หมู่บ้านซาคริซอย (Sakrisoy) หมู่บ้านสีเหลืองสุดน่ารัก **

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Reine Rorbur – Fisherman Cabin หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ: โรงแรมที่พักในหมู่เมืองรีนน์หลายแห่งเป็นโรงแรมในลักษณะบ้านพักตากอากาศแบบหมู่บ้านชาวประมงดังนั้นในบ้าน 1 หลังจะมี 2 ห้องนอนและใช้ห้องน้ำเดียวกัน

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                       รีนน์บอลสตาด – เลกเนส 

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

                   เช้านี้ นำท่านแวะถ่ายรูปกับจุดสวยๆที่ไม่ควรพลาดของเกาะโลโฟเทน เริ่มกันที่ Fredvang Bridges(ระยะทาง 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)สะพานที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก ประกอบไปด้วย 2 สะพานด้วยกัน เชื่อมหมู่บ้าน Fredvangบนเกาะ Moskenesoya กับเกาะ Flakstadoya


นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านบอลสตาด (Ballstad) (ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ระหว่างทาง นำท่านแวะถ่ายรูปกับ Buksnes Church

                  

จากนั้น เดินทางต่อ จนกระทั่งถึงหมู่บ้านบอลสตาด (Ballstad) หมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ถือว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และยังเป็นอีกมุมหนึ่งที่ท่านสามารถถ่ายภาพกระท่อมชาวประมงหลังสีแดง ตัดกับพื้นน้ำทะเลและท้องฟ้าอันสวยงามได้ ถือเป็นวิวจุดขายแห่งหนึ่งของหมู่เกาะลอฟโฟเทน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   จากนั้น นำท่านชม หาดสวยๆของเกาะโลโฟเทน เริ่มกันที่หาด Haukland Beach (ระยะทาง 17 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นอีกหาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ จุดถ่าย Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขา เช่น Mannen และ Himmeltinden มีหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าคริสตัล

จากนั้น ชมหาด Uttakleiv Beach (ระยะทาง 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Lofoten เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปร่างต่างๆ

                  

  นำท่านเดินทางสู่ EGGUM (ระยะทาง 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)นำท่านชมป้อมปราการขนาดใหญ่และซากปรักหักพังตั้งแต่สมัยสงครามโลก ไม่เพียงแต่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอดีต แต่บริเวณนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หากขึ้นไปยังป้อมปราการเก่าจะสามารถมองเห็นวิวทะเลตัดกับท้องฟ้าและภูเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายสูงต่ำสลับกัน อิสระท่านเดินเล่น เก็บภาพบรรยากาศตามอัธยาศัย

               

จากนั้น นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (Lofoten Viking Museum)เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลกเนส (Leknes)(ระยะทาง 24 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ Lofoten นำท่านเดินเล่นชมเมือง และเก็บภาพความประทับใจ

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร    

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Lofoten Basecamp หรือเทียบเท่า   

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    เลกเนส - ออสโล

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   เช้านี้ อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

10.00 น.       สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเลกเนส (Leknes Airport)

เนื่องจากสนามบินเลกเนส เป็นสนามบินขนาดเล็ก และสายการบิน Wideroe Air ไม่มีบริการอาหารร้อนบนเครื่องทางบริษัทฯจึงขอบริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX  


11.40 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองบอร์โด (Bodo) โดย สายการบิน Wideroe Airเที่ยวบิน WF 809(ใช้เวลาในการเดินทาง 25นาที)

12.05 น.       เดินทางถึงเมืองบอร์โด (Bodo)รอเปลี่ยนเที่ยวบิน (ประมาณ 35 นาที)

12.40 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล (Oslo)โดยสายการบินScandinavian Airlineเที่ยวบินที่ SK 4111  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30นาที)

**หมายเหตุไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์แปลงแปลงตามความเหมาะสม**

14.10 น.       เดินทางถึง กรุงออสโล (Oslo)เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ในปี 2006 ออสโลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด” ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะๆใหญ่ที่สุดชื่อ Malmoya นอกจากนี้ ยังมีทะเลสาบกว่า 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญจากนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งบริเวณย่านคาร์ลโจฮันเกท (Karl Johans Gate)เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล สินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Radisson Blu Scandinavia Hotel Oslo 

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       ออสโล - กรุงเทพฯ

07.00 น.       อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง ทำเนียบรัฐบาล, พระบรมมหาราชวัง อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคารรัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประดับไปด้วยน้ำพุ สวนและประติมากรรมเติมแต่งให้ดูกลมกลืน ใกล้กันเป็น The Nobel Peace Centre สถานที่ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและไกลออกไปคือ โรงโอเปร่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแนวคิด

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) กรุงออสโล (Oslo) เพื่อนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (Bangkok) และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษีรวมถึงการขอภาษีคืน 

13.30 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่  TG 955 (ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 50 นาที)

 

วันที่สิบของการเดินทาง (10)              กรุงเทพฯ

06.20 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) กรุงเทพฯ (Bangkok)พร้อมด้วยความประทับใจมิรู้ลืม

 
 
 
Visitors: 122,177