ทัวร์ ดีที่สุดของ สโลวีเนีย 9 วัน บิน TK

ทัวร์ ดีที่สุดของ สโลวีเนีย 9 วัน บิน TK

 

กำหนดการเดินทาง ตุลาคม - พฤศจิกายน 2563 ราคาโปรดสอบถาม


สอบถามโทร 02-538-3585    Line ID : @tdtravel

สโลวีเนีย ประเทศสวยรวยเสน่ห์ ไปแล้วรับรองไม่ผิดหวัง

สาธารณรัฐสโลวีเนีย (Slovenia) อาจเป็นชื่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยมากนัก นี่ไม่ใช่ประเทศสโลวาเกีย (Slovakia)
แม้ว่าชื่อจะคล้ายกัน สโลวีเนียเพิ่งก่อตั้งเป็นประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2534 หลังได้รับเอกราชจากการล่มสลายของราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย
และเริ่มเปิดประเทศกว้างขึ้นเมื่อเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
สโลวีเนียเป็นอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ประเทศอื่นๆ
 
-ทะเลสาบจาสน่า (Jasna Lake) ทะเลสาบสีมรกตสุดงดงาม
-อุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park)
-เมืองเซลจิ เมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสโลวีเนีย
- ชุมชนโลการ์สกา โดลีนา ชุมชนที่ราวกับสรวงสวรรค์กลางหุบเขา Kamnik Alps
- ถ่ายรูปกับจุดถ่ายรูปสุด Unseen ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส Jamnik Church, Pokljuka Plateau
-ธารน้ำวินท์การ์ กอร์จ (Vintgar Gorge)
-ทะเลสาบโบฮินจ์ (Bohinj Lake) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสโลเวเนีย
-ล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลด (Bled Lake)
-พิราน (Piran) เมืองสวยที่มองเห็นวิวชายทะเลที่งดงามเป็นอย่างมาก
-โคเพอร์ (Koper) หนึ่งในเมืองชายทะเลที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นท่าเรือสำคัญ
-ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna Cave) ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป
-ปราสาทถ้ำ (Predjamski Castle)1 ใน 10 ปราสาท ที่หาดูได้ยาก ซึ่งมีความสวยงาม และแปลกตากว่าปราสาทอื่นๆ
-ลุบเบลียน่า (Ljubljana) เมืองหลวงของประเทศสโลวาเนียที่เงียบสงบ
-หมู่บ้านเวลิก้า ปลานิน่า (Velika Planina)สัมผัสความชนบทแบบ Slovenian ที่นี่เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในเทือกเขา Julian Alps
-มาริบอร์ (Maribor) ได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งไวน์ของสโลวีเนีย
 
 
 
รายละเอียดโปรแกรม
 

 

วันแรกของการเดินทาง (1)                             กรุงเทพฯ – อิสตันบูล (ตุรกี)                                       

19.00น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ S สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและคอยอํานวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน

23.00 น.         ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี (Turkey) โดยเที่ยวบินที่ TK 069

(ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ชั่วโมง 20 นาที)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)                       อิสตันบูล ลุบเบลียน่า (สโลวีเนีย) – พทุยจ์ มาริบอร์

05.20 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาตาตุร์ (Ataturk International Airport) เมืองอิสตันบูล (Istanbul)

รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

07.00น.         ออกเดินทางสู่กรุงลุบเบลียน่า (Ljubljana) โดยเที่ยวบินที่ TK 1061(ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 15 นาที

08.15 น.      เดินทางถึง ท่าอากาศยานลูบลิยานา โยเซ พุกนิก (Ljubljana Joze Pucnik Airport)กรุงลุบเบลียน่า (Ljubljana) ประเทศสโลวีเนีย(Slovenia)  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) แล้ว รถโค้ชนำท่านเริ่มต้นเที่ยวกันที่ เมืองพทุยจ์ (Ptuj) (ระยะทาง 133 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที)อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออก ของประเทศสโลวีเนีย โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดราวา (Drava River) แม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งของประเทศสโลวีเนีย เมืองพทุยจ์ เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในสโลวีเนีย เนื่องจากมีการค้นพบตั้งถิ่นฐานย้อนหลังกลับไปกว่า 2000 ปี อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการผสมผสานทางสถาปัตยกรรมของเรเนสซองกับบาร็อคโกธิค ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งเลยทีเดียว


เริ่มต้นเที่ยวเมืองกันที่ "ถนนสายหลักของเมือง"ชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์จอร์จ (Saint George Church)ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในสโลวีเนียโดยโบสถ์ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1140 ด้านหน้าโบสถ์มีหอระฆังยอดแหลมทรงหัวหอม ตั้งสูงตระหง่านสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล จากนั้นนำท่านชม ปราสาทพทุยจ์ (Ptuj Castle)อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองพทุยจ์โดยตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 12 โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากฮังการี ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาที่อยู่ด้านข้างแม่น้ำดราวา เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างชัดเจน

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองมาริบอร์ (Maribor)(ระยะทาง 64 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งไวน์ของสโลวีเนียอีกด้วย

 

นำท่านชม บ้านเถาวัลย์(Old Vine House)ซึ่งเป็นเถาวัลย์ของต้นองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ้คว่ามีอายุมากว่า 400 ปี และในปัจจุบันก็ยังออกผลองุ่นอยู่เช่นเดิม โดยต้นเถาวัลย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงามของวัฒนธรรมธรรมการดื่มไวน์ในมาริบอร์สไตเรีย และทั่วทั้งสโลเวเนีย แล้วให้ท่านทดลอง ชิมไวน์ที่ผลิตในภูมิภาคแห่งนี้ที่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอันเลื่องชื่อของประเทศสโลเวเนีย

 

นำท่านชม จัตุรัส Slomskov trgซึ่งถือว่าเป็นจัตุรัสที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เนื่องจากถูกรายล้อมไปด้วยอาคารสำคัญๆต่างๆ อีกทั้งยังมีสวนที่สวยงาม สระว่ายน้ำ และรูปปั้นอีกจำนวนมาก จากนั้นเดินทางไปยังจัตุรัสหลักของเมือง ไม่พลาดไปชมความงดงามของ อาคารศาลาว่าการเมืองมาริบอร์ (Maribor Town Hall)โดยอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1515 ในสไตล์เรเนสซองจากนั้นไปชม โบสถ์แห่งมาริบอร์ (Sinagoga Maribor)โดยโบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนยิว โดยโบสถ์ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ในอดีตถูกใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชาวยิว ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กิจกรรมทางวัฒนธรรมและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมากขึ้นต่อมาเดินทางไปยัง ปราสาทมาริบอร์ (Maribor castle)ปราสาทที่สร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1478 - 1483 โดยปราสาทนั้นตั้งอยู่ในบริวเณใจกลางเมือง ปัจจุบันเป็นอนุสาวรีย์ทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามของเมืองไปแล้วสุดท้ายเดินทางไปชม มหาวิหารแห่งมาริบอร์ (Maribor Cathedral)คริสตจักรสไตล์กอธิค ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ซึ่งถือว่าเป็นคริสจักรที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของเมืองมาริบอร์อีกด้วย

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

พักค้างคืน ณ Hotel Maribor หรือเทียบเท่า

 

วันที่สามของการเดินทาง (3)                     มาริบอร์เซลจิ โลการ์สกา โดลีนา   

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

                   นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซลจิ (Celje)(ระยะทาง 54 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)เมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสโลวีเนีย ดินแดนแห่งหุบเขาอัลไพน์ที่สวยที่สุดในสโลวีเนียก็ว่าได้ เมืองเซลจิ ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำซาวินจา (Savinja River) ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ สวนสาธารณะ และป่าไม้เขียวขจี นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของบรรยากาศแห่งเมืองเก่ายุคกลาง ที่ปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดี

นำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่า (Old Town)ซึ่งคุณจะพบกับร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ที่ตั้งขนาบไปตามทางเท้าถนนที่สร้างขึ้นจากก้อนกรวด ตื่นตาไปกับความมีชีวิตชีวาที่แม้เวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ที่นี่เหมือนกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ และรอคอยมาการเยือนของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอๆ จากนั้นนำท่านชม ปราสาทเซลจิ (Celje Castle )โดยปราสาทนั้นตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขาไปทางตะวันออกเฉียงใต้เหนือของบริเวณย่านใจกลางเมืองเก่า โดยปราสาทนั้นค่อนข้างสลับซับซ้อน ภายในประกอบด้วยลานกว้างๆ บริเวณที่พักอาศัย และบางส่วนมีการต่อเติมเข้ามาในช่วงหลัง นอกจากนี้แล้ว จากบริเวณตัวปราสาทนักท่องเที่ยวยังจะได้ชมวิวเมืองที่สวยงามและชัดเจนมากแห่งหนึ่งอีกด้วย

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางขึ้นสู่ตอนเหนือของสโลวีเนีย สู่ ชุมชนโลการ์สกา โดลีนา (Logarska Dolina) (ระยะทาง 66 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)ชุมชนที่ราวกับสรวงสวรรค์กลางหุบเขา Kamnik Alps หนึ่งใหุบเขาน้ำแข็งอัลไพน์ที่สวยที่สุดของสโลวีเนียและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ชุมชนแห่งนี้มีชื่อเสียงจากขุนเขารอบทิศอันงดงามโดยรายล้อมด้วยยอดเขาสูงหลายยอด นอกจากนี้ภายในชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ขนาดเล็กซึ่งสร้างเพื่ออุทิศให้แก่ Christ the King ในระหว่างปี 1930 – 1931 อิสระท่านชมบรรยากาศอันเงียบสงบทุ่งหญ้าเขียวขจีเหมาะแก่การปีนเขา ปั่นจักรยาน ถ่ายภาพวิวที่งดงามดั่งเทพนิยาย

** หมายเหตุ **ท่านสามารถทำกิจกรรมเช่าจักรยานเพื่อปั่นชมธรรมชาติ (Cycling) หรือ ทำกิจกรรมปีนเขา (Hiking)เพื่อขึ้นไปชม หนึ่งในถนนที่สวยที่สุดของสโลวีเนีย Solcava Panoramic Road ที่เต็มไปดวยมรดกทางธรรมชาติที่งดงามพร้อมกับชมจุดชมวิวที่สวยที่สุดของ Logar Valley บริเวณฟาร์ม Klemenšek farm หนึ่งในรูปที่ใช้ในโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศสโลวีเนีย **

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักHotel Plesnik Logarska Dolina หรือเทียบเท่า

** หมายเหตุ โรงแรมเมือง Logarska Dolina มีจำกัดมาก หากโรงแรมเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **

 

วันที่สี่ของการเดินทาง (4)                         โลการ์สกา โดลีนา - เวลิก้า ปลานิน่า – เบลด      

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

เช้านี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวลิก้า ปลานิน่า (Velika Planina)(ระยะทาง 48 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)นำท่านขึ้นกระเช้าCable Carสู่เพื่อไปสัมผัสความชนบทแบบ Slovenian ที่นี่เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในเทือกเขา Julian Alps บนระดับความสูง 1,611 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของประเทศ ลักษณะเด่นของบ้านเรือนที่นี่คือหลังคาที่ทำด้วยแผ่นไม้สนซ้อนกันไล่เรียงแผ่ราบลงไปด้วยองศาที่ค่อนข้างต่ำจนเกือบจะติดพื้น ทุกเดือนมิถุนายน เกษตรกรจะนำฝูงปศุสัตว์กลับมาที่นี่เพื่อให้สัตว์กินหญ้าจนถึงเดือนกันยายน พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์นมนานาชนิดให้แขกผู้มาเยือนได้ชิม

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองคามนิก (Kamnik) (ระยะทาง 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  เมืองเล็กๆที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Kamniška Bistrica นับเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยกย่องใหเป็นหนึ่งในเมืองที่น่ารักและเก่าแก่ที่สุดในสโลวีเนีย โดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนในแบบยุคกลางและบาร็อค รวมไปถึงซากปรักหักพังปราสาทเก่าแก่ นอกจากนี้แล้ว เมืองคามนิกยังมีชื่อเสียงในเรื่องทัศนียภาพของภูเขาและทุ่งหญ้าสีเขียวที่สวยงาม

 

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองเบลด (Bled) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองตากอากาศ ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะเลิศรีสอร์ทของโลก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเบลด (Lake Bled)  ที่งดงามแวดล้อมด้วยธรรมชาติของ เทือกเขาแอลป์ (The Alps)  ที่เรียกว่า จูเลียนแอลป์  (Julian Alps)  จึงถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์ (The Alps)  และบริเวณตรงเกาะของ ทะเลสาบเบลด (Lake Bled)  ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์อัสสัมชัญชัน (Assumption of Mary Pilgrimage Church)สร้างในศตวรรษที่ 11 ในศิลปะแบบบาโรก ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี

 

นำท่านล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลดตัวทะเลสาบเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบฮินจ์ (Bohinj Glacier) ในยุคน้ำแข็ง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือน้ำในทะเลสาบ ไม่ได้มาจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่มาจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินหลายแห่ง น้ำในทะเลสาบนี้จึงใสบริสุทธิ์ และไม่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เรือล่องผ่าน ปราสาทเบลด (Bled Castle)ที่ตั้งอยู่บนริมผาติดทะเลสาบ เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด จักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมัน ยกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัล เบี่ยม แห่งบริเซน (Bishop Albium of Brixen) ในปี ค.ศ.1004 แวะชมเกาะเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์แมรี่ (Assumption of Mary Pilgrimage Church)โบสถ์ประจำเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างในศตวรรษที่ 11 เล่ากันว่าหากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยกระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์ เบลด เริ่มมีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 เมื่อแพทย์ชาวสวิสชื่อ Dr. Arnold Rivli เห็นคุณค่าของอากาศที่แสนบริสุทธิ์ของเมืองนี้ ได้ย้ายมารักษาคนไข้ที่เมืองนี้และใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี นอกจากนั้นโปเลียนยังเคยใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ริมทะเลสาบยังมีคฤหาสน์ของติโต อดีตผู้รวมชาติยูโกสลาเวีย ซึ่งใช้เป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง

 

จากนั้น นำท่านชมปราสาทเบลด (Bled Castle) เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในสโลวีเนีย มีอายุมากกว่า 1,000 ปี โดยจักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมันยกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัลเบี่ยม แห่ง บริเซน (Bishop Albium of Brixen) ในปี 1004 หลัง จากนั้น ได้มีการก่อสร้างต่อเติมติดต่อมาหลายยุค ดังเห็นได้จากอาคารแบบโรมัน ต่อเติมเป็นโบสถ์อัสสัมชัญในรูปแบบโกธิค หรือแบบบาร็อคในบางห้อง หากขึ้นไปด้านบนสุดของปราสาทจะสามารถมองเห็นทะเลสาบเบลดและโบสถ์กลางทะเลสาบได้ในมุมที่สวยงาม

 

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Hotel Park - Sava Hotels & Resorts หรือเทียบเท่า

** หมายเหตุ โรงแรมเมือง Bled มีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5)                       เบลด – หมู่บ้าน Jamnik – ทะเลสาบโบฮินจ์  

07.00 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้ นำท่านถ่ายรูปกับ สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseenของทริปนี้กันที่ โบสถ์ St. ThomasChurchรับรองว่าสวยมากๆ

จากนั้น ไปต่อกันที่หมู่บ้าน Jamnikหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านแห่งนี้คือ  โบสถ์ St. Primoz Church โบสถ์ที่ตั้งอยู่นอกหมู่บ้านไม่ไกล สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ได้รอบด้านสวยงามไม่แพ้โบสถ์แรก

(ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกในกรณีที่ถนนแห่งนี้ปิดห้ามรถวิ่ง หรืออันตราย อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยทาง บริษัทจะจัดหากิจกรรมอย่างอื่น เพื่อเป็นการทดแทน)

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทีราบสูงโพล์กจูก้า (Pokljuka Plateau) (ระยะทาง 33 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที)พื้นป่าที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park)อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล1,100  ถึง 1,400 เมตร พื้นที่กว้างและยาวกว่า 20 กิโลเมตร ที่ราบสูงแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมีชื่อเสียงในด้านความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ทุ่งหญ้าบนภูเขา เต็มไปด้วยกระท่อมไม้แบบโบราณ ในอดีตเป็นที่สำหรับเลี้ยงแกะ ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมเปรี้ยวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมจนมาถึงปัจจุบัน และเรายังสามารถเห็นวัวเต็มทุ่งหญ้าในช่วงฤดูร้อน ในฤดูหนาวเป็นสถานที่เล่นสกียอดฮิตของประเทศ


12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไป นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโบฮินจ์ (Bohinj Lake) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสโลเวเนีย ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา Julian Alps เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง glacial lake ใหญ่ที่สุดในประเทศสโลเวเนีย ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขา Bohinj สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่  1,600 ถึง 2,000 เมตร  มีความยาว 4.2 กิโลเมตร กว้าง 1 กิโลเมตร และ จุดที่ลึกที่สุดประมาณ 45 เมตร ในหน้าร้อนสามารถลงเล่นน้ำว่ายน้ำได้

 แล้วนำท่าน ชื่นชมความงามของทะเลสาบโบฮินจ์ ด้วยการขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาโวเกิล ที่ระดับความสูง 6,306 ฟุต หรือ1,922 เมตร ซึ่งท่านจะสัมผัสถึงความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ ในประเทศสโลวีเนีย ที่มีชื่อว่ายอดเขาตริเกลา (Mount Triglav)ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตริเกลา และจัดเป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเบลด (Bled) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) จากนั้น อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย ท่านสามารถเดินขึ้นจุดชมวิว Mala Osojnica ที่ระดับความสูง 685 เมตร จุดนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเบลดที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทางเดินค่อนข้างชัน เหมาะสำหรับท่านที่มีร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

พักค้างคืน ณ Hotel Park - Sava Hotels & Resorts หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง (6)                       เบลด – วินท์การ์ กอร์จ ครานสกา โกรา โซกา วัลเล่ย์พิราน    

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกผจญภัยสู่ดินแดนธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park) (ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)นำท่านชมธารน้ำวินท์การ์ กอร์จ  (Vintgar Gorge) มีโตรกผาที่มีความยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร มีความลึกในบางช่วงระหว่าง 50 – 100 เมตร ตัดผ่านแม่น้ำ Radovna ภูมิประเทศแถบนี้เป็นหุบเขาที่มีสายน้ำไหลผ่าน มีเส้นทางสำรวจหุบเขาเป็นทางเดินไม้ที่พาดเข้าไปข้ามมาเหนือลำธารใสๆ ให้ท่านได้ชื่นชมธรรมชาติ น้ำธารน้ำสีสวย กับโตรกผาที่สลับทับซ้อนเล็กใหญ่ อย่างน่ามหัศจรรย์


 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองครานสกา โกรา (Kranjska Gora) (ระยะทาง 34 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเล่นกีฬาฤดูหนาวอย่างสกีและสโนว์บอร์ด ส่วนในฤดูร้อนก็มีกิจกรรมปีนเขาและปั่นจักรยานเสือภูเขาให้เลือกเล่น

นอกจากด้านกีฬากลางแจ้ง ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบจาสน่า (Jasna Lake)ในเขตอุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park) ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps)ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) ทะเลสาบในเขตหุบเขาอัลไพน์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติยอดนิยมของประเทศ โดยมีชื่อเสียงจากทิวทัศน์ของขุนเขารอบด้านและนำใสสะอาด ทะเลดังกล่าวมีพื้นที่ผิวน้ำทั้งหมด 2.2 เฮคเตอร์ โดยบริเวณหัวทะเลสาบเป็นที่ตั้งของรูปปั้น Zlatorgหรือ Golden Hornซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของภูเขา Triglav และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทะเลสาบแห่งนี้


12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ โซกา วัลเล่ย์ (Soca Valley) หุบเขาที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนสโลวีเนียกับอิตาลี เป็นหุบเขาที่มี ภูมิทัศน์วของหุบเหวและลำธารที่สวยงาม ในเขตเทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) โอบล้อมไปด้วยสภาพธรรมชาติที่งดงามของผืนป่า ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มและดอกไม้ป่า นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำโซก้า (Soca River ) แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่าน พื้นที่ทางทิศตะวันตกของสโลวีเนีย โดยแม่น้ำโซก้าเป็นแม่น้ำที่มีความยาวประมาณ 138 กิโลเมตร (86 ไมล์) ความโดดเด่นของแม่น้ำคือสายน้ำใสสีเขียวมรกตที่ถือว่าเป็น หนึ่งในแม่น้ำที่หายากมากแห่งหนึ่งของโลก โซกา วัลเล่ย์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวผจญภัยและผู้ที่รักการเที่ยวชมธรรมชาติ โดยกิจกรรมท่องเที่ยวหลักๆที่ได้รับความ นิยมมากได้แก่ การเดินป่า คายัค และอื่นๆ นอกจากนี้แล้วแม่น้ำโซก้ายังเป็นแหล่งอาศัยของปลาเทราท์หินอ่อน ปลาเทราท์สายพันธ์พื้นเมืองที่เป็นที่นิยมมากชนิดหนึ่ง อิสระท่านเดินชมความงดงามตามอัธยาศัย เริ่มจาก สะพาน Napoleon’s bridgeสะพานที่ตั้งชื่อหลังจากที่ประกาศสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านสามารถเดินชมความงดงามของแม่น้ำโซกา (Soca River)ไปเรื่อยๆ จะพบกับสะพานไม้ Soca Gorgeทางเข้าไปชมความงามของน้ำตก Kozjakที่งดงามได้

 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองพิราน (Piran) (ระยะทาง 154 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)เมืองสวยริมอ่าวพิราน เป็นจุดเด่นหนึ่งของชายฝั่งอะเดรียติกของประเทศสโลวีเนีย เมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารที่มองเห็นวิวชายทะเลที่งดงามเป็นอย่างมาก

 

19.00 น.       อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำท่านเข้าสู่ที่พักHotel Piran หรือเทียบเท่า

** หมายเหตุ โรงแรมเมือง Piran มีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7)                      พิราน – โคเพอร์ – โพสทอยน่า – ลุบเบลียน่า     

07.30 น.       บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

นำท่านเดินเข้าไปยังใจกลางเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ และเงียบสงบท่ามกลางบ้านเรือนสีขาวหลังคากระเบื้องสีส้ม นำท่านชม จัตุรัสตาร์ตินีเพื่อชมรูปปั้นบรอนซ์สมัยศตวรรษที่ 19 ของนักไวโอลินและนักประพันธ์เพลงจูเซปเปตาร์ตินี จัตุรัสรูปวงรีแห่งนี้ยังมีศาลาว่าการเมืองสมัยศตวรรษที่ 19 อีกด้วย นำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์โบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปี ค.ศ. 1200 อัศจรรย์ใจไปกับภาพนูนที่น่าประทับใจของพระเยซูและนักบุญปีเตอร์เหนือทางเข้า ชื่นชมและเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมโกธิกและอาคารบ้านเรือนสีแดงแบบศิลปะเวนิสที่อยู่ใกล้เคียงกัน

 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองโคเพอร์ (Koper)(ระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)เมืองท่าที่ได้รับยกย่องว่าเป็นท่าเรือทันสมัย แห่งหนึ่งของสโลวีเนีย ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของสโลวีเนีย ด้านเหนือของทะเลเอเดรียติค เป็นเมืองที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง เนื่องจากมีชายทะเลที่ติดกับ เส้นทางคมนาคมสำคัญ ที่เชื่อมระหว่างยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก จากนั้นนำท่านผ่านชม ติโต สแควร์ (Tito Square)จัตุรัสที่ตั่ง อยู่บริเวณใจกลางเขตเมืองเก่า และยังเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาขนาดใหญ่ ชมความงดงามของเพรโตเรี่ยน พาเลซ (Praetorian Palace) อาคารศาลาว่าการเมือง ที่ถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 ในสไตล์เวนิสเชี่ยน - โกธิคถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของเมือง อีกทั้งยังถูกใช้ในงานสำคัญๆ เช่น งานแต่งงาน การประชุมสภา จากนั้นอิสระให้ท่านเที่ยวชมเมืองริมฝั่งทะเลรวมไปถึงเหล่าเรือสินค้าที่ต่างหลั่งใหลกันมาเทียบท่า

 

12.00 น.        อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

นำท่านออกเดินทางสู่ ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna Cave)(ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองโพสทอยน่า (Postojna)เป็นถ้ำที่เปิดให้บริการมากว่า 188 ปีนำท่านเข้าชมความงามของ “ถ้ำโพสทอยน่า” ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี เป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร เข้าชมภายในโดยขบวนรถรางไฟฟ้า วิ่งผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำตลอดระยะทาง 5 ก.ม. ภายในถ้ำมีหินอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ มากมายภายในถ้ำลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ราวกับวิมานเนรมิต นำท่านชมความแปลกของ ปลามนุษย์ (Human fish)หรือ Olmสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำพอสทอยน่า ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงู มีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768 และอาศัยอยู่ในที่มืด

 

จากนั้น นำท่านไปถ่ายแวะรูปด้านนอกของ ปราสาทถ้ำ (Predjamski Castle)(ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)  1 ใน 10 ปราสาท ที่หาดูได้ยาก ซึ่งมีความสวยงาม และแปลกตากว่าปราสาทอื่นๆ ลักษณะที่โดดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ ตัวปราสาทถูกสร้างให้อยู่รวมกันไปกับถ้ำ ดูแล้วชวนให้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

 

สมควรแก่เวลา นำท่านเข้าสู่ กรุงลุบเบลียน่า (Ljubljana) (ระยะทาง 64 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)เมืองหลวงของประเทศสโลวาเนีย แม้จะเป็นเมืองหลวงที่เล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อยและเป็นระเบียบ นำท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงที่ยังคงให้ท่านได้เห็นร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณ และอิทธิพลของศิลปะสไตล์บาโร๊คในเมืองลุบเบลียน่า

19.00 น.       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Lev Ljubljana  หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปดของการเดินทาง (8)                    ลูบลิยานา – อิสตัลบูล (ตุรกี)

07.00 น.        บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเริ่มต้นชมกรุงลุบเบลียน่า (Ljubljana) เริ่มกันที่ ปราสาทลูบลิยานา (Ljubljana Castle)ที่ตั้งอยู่บนเขา เดิมเป็นป้อมปราการ สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 โดยเชื่อว่าสร้างโดยไม้และหินในระยะเริ่มแรก และถูกสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 12 ในช่วงสมัย ราชา Ottokar II ของโบฮีเมียนและเปลี่ยนมาในสมัยของ Rudolph of Habsburg ภายหลังและในศตวรรษที่ 15 ก็ได้ถูกทำลายลงและสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง

จากนั้น ชมสะพานมังกร (Dragon Bridge)ที่ทอดข้ามแม่น้ำลุบเบลียยานิก้า ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1901 เป็นสะพานแห่งแรกๆ ที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ของยุโรป ที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งจะมีรูปมังกรใน แบบอาร์ตนูโว อยู่ฝั่งละ 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว เป็นเรื่องความผูกพันของชาวสโลวาเนียที่เชื่อกันว่า เจสัน ได้ขโมยขนแกะทองคำมา และได้เดินทางผ่านมายังลุบเบียนา และได้ปะทะกับมังกรแห่งลุบเลียนา ดังนั้น มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์อีกชิ้นที่ประดับอยู่บนตราประจำเมือง

 12.00 น.       อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 ชมสะพาน Triple Bridgeหรือ Tromostovjeเป็นกลุ่มสะพาน 3 สะพานที่เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ มีแม่น้ำลูบลิยานิจา (Ljubljanica) กั้นกลาง สะพานเหล่านี้ถือเป็นแลนด์มาร์คและสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูบลิยานาเลย ในบริเวณแถวนั้นจะมีตลาดกลางเมืองที่ขายอาหารพื้นเมืองให้ได้ลองชิมและเดินสูดอากาศได้สบายๆ ใกล้ๆกันมี โบสถ์แม่พระรับสารฟรานซิสกัน (Franciscan Church) โบสถ์สีชมพูที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงหน้าสะพาน Triple Bridge มีชื่อว่าโบสถ์แม่พระรับสารฟรานซิสกัน (Franciscan Church of the Annunciation) ในปี พ.ศ. 2551 โบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องเป็นอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญระดับชาติของสโลวีเนีย

จากนั้นเดินชม ย่านทาวน์สแควร์ (Town square)ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St.Nicholas Cathedral)และชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของตัวโบสถ์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมสีเขียวและหอคอยคู่ที่อยู่เหนือหลังคาโบสถ์ ชมย่านการค้า ตลาดสินค้าพื้นเมืองและเดินเล่น ชมบ้านเรือนที่สวยงามด้วยศิลปะบาโร๊ค อิสระให้ท่านถ่ายรูป หรือ เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

 กระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานลูบลิยานา โยเซ พุกนิก (Ljubljana Joze Pucnik Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ(Bangkok)และ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าปลอดภาษี รวมถึงการขอภาษีคืน

19.50 น.         ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี (Turkey) โดยเที่ยวบินที่ TK 1064

(ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 25 นาที)

 

วันที่เก้าของการเดินทาง (9)                       อิสตัลบูล – กรุงเทพฯ  

00.15 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาตาตุร์ (Ataturk International Airport) เมืองอิสตันบูล (Istanbul)

รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

01.50 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยเที่ยวบินที่ TK 068 (ใช้เวลาในการเดินทาง 9 ชั่วโมง 20 นาที)

15.10 น.       คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)  กรุงเทพฯ (Bangkok)โดยสวัสดิภาพ

 

Visitors: 122,183